xs
xsm
sm
md
lg

4 คำถาม ประยุทธ์ “โยนหิน” ปลุกยี้นักการเมือง-เลื่อนเลือกตั้ง !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา

1. ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่

2. หากไม่ได้ จะทำอย่างไร

3. การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวที่ไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศ และเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง และ

4. ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีก เกิดปัญหาซ้ำอีก แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร ก็ขอให้ส่งคำตอบและความคิดเห็น มาทางศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด แล้วให้กระทรวงมหาดไทยรวมรวมส่งมา ผมยินดีรับฟัง

คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้ง 4 ข้อดังกล่าวที่เปิดหัวขึ้นมาระหว่างกล่าวในรายการ “ศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ทึ่ผ่านมา มันเหมือนกับการ “จี้ใจดำ” ไปที่นักการเมืองให้อารมณ์ “จี้ด” ขึ้นมาแบบทันตาเห็น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการ “ใช้จิตวิทยา” คาดเดาจากความรู้สึกของชาวบ้านในช่วงที่ผ่านมาว่ามีทัศนคติต่อคนพวกนั้นอย่างไรบ้าง

พิจารณาจากคำถามทั้ง 4 ข้อ หากพูดกันแบบไม่อ้อมค้อม มันก็เหมือนกับการปลุกความรู้สึกปลุกกระแสของชาวบ้านที่มีต่อนักการเมืองมานาน โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และนำไปสู่การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาควบคุมอำนาจอย่างราบรื่น สาเหตุสำคัญก็เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่รังเกียจ และ “เกลียด” พวกนักการเมืองอย่างเข้าไส้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าชาวบ้านจำนวนไม่น้อยมีทัศนคติในทางลบแบบสุดขั้วกับนักการเมือง ที่เห็นตรงกันว่าพวกนี้ “หาดี” แทบจะไม่ได้เลย อาศัยช่องทางการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการซื้อเสียง เมื่อเข้ามาแล้วก็หาช่องทางเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ใช้เสียงข้างมากตามใจชอบ ที่สำคัญ เมื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมืองได้แล้วก็สุมหัวกันทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้

ปรากฏการณ์ในทางลบแบบนี้แหละที่ทำให้ชาวบ้านยี้ และนำไปสู่การทำลายกระบวนการประชาธิปไตยในภาพรวมจนได้รับผลกระทบไปด้วย

ความหมายก็คือ ชาวบ้านเกิดความลังเลไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เนื่องจากคาดหมายกันว่าหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อใดก็จะได้นักการเมืองประเภทนี้กลับเข้ามาอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ไม่สิ้นสุด และด้วยเหตุนี้แหละที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่านขาด และน่าจะนำไปสู่การตั้งคำถาม 4 ข้อดังกล่าว

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาอีกมุมหนึ่งในทางการเมืองคำถามแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการ “โยนหินถามทาง” แบบจังเบอร์ เป็นคำถามในทางจิตวิทยาที่เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของชาวบ้าน ว่า ส่วนใหญ่คิดอย่างไรกับพวกนักการเมืองในประเทศไทย มีทัศนคติในเชิงบวกหรือลบ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า “เป็นลบ” และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยินดียินร้ายกับการเลือกตั้ง เพราะมองเห็นอนาคตข้าวหน้าว่าจะมีรัฐบาลแบบไหน

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็ต้องถามกลับไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยว่า ที่ผ่านมา ได้มีการ “ปฏิรูป” การเมืองอะไรไปบ้างแล้ว เพื่อสร้างหลักประกันป้องกันวงจรอุบาทว์ที่มากับนักการเมืองพวกนั้นมากน้อยแค่ไหน เวลาผ่านมา 3 ปี ได้ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันตามความหวังของชาวบ้านบ้างแล้วหรือยัง เพราะจะว่าไปแล้วภาระหน้าที่หลักของรัฐบาลและ คสช.ก็คือเรื่อง"ปฏิรูป"เป็นสำคัญ เรื่องอื่นเป็นเรื่องรองด้วยซ้ำไป แต่ที่ผ่านมากลับไม่ค่อยเน้นในเรื่องดังกล่าว กลับไปทำในเรื่องอื่นแล้วอ้างว่า “ไม่มีเวลา”

แน่นอนว่า การตั้งคำถามแบบนี้ย่อมต้องถูกพวกนักการเมือง “ดาหน้า” ออกมาตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ในแบบ “สามัคคีชุมนุม” ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหน เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ รวมไปถึงพรรคขนาดกลางสารพัด เพราะคนพวกนี้ก็รับรู้สัญญาณได้ดีว่านี่อาจเป็นการ “ยื้อเวลา” การเลือกตั้งออกไปให้นานขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการ “รับลูก” จากกระทรวงมหาดไทย ให้ไปสำรวจความเห็นและความรู้สึกของชาวบ้านทั่วประเทศ แล้วส่งไปที่ศูนย์ดำรงธรรม แล้วรวบรวมส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าคำตอบจะออกมาแบบไหน

ดังนั้น แม้ว่าตามโรดแมปที่กำหนดเวลาเอาไว้ว่าการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นในราวปลายปีหน้าหรืออย่างช้าไม่เกินต้นปี 2562 แต่หากกระแสความต้องการของชาวบ้านออกมาว่ายังไม่ต้องการเลือกตั้ง ทำให้น้ำหนักของเสียงเรียกร้องของพรรคการเมืองที่กำลังเริ่มกดดันรัฐบาล และ คสช. ก็ลดลงไปด้วย หรืออีกอารมณ์หนึ่งอย่างที่เคยรับรู้กันไปก่อนหน้านี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยหลุดออกมาให้ได้ยินกันไปแล้ว ว่า หาก “ไม่สงบก็ไม่มีการเลือกตั้ง” เมื่อปะติดปะต่อกันมันก็เริ่มเข้าเค้า !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...