xs
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว : ขบวนการอุ้ม ปตท. ยืมมือ ก.ต่างประเทศ ไกล่เกลี่ย “รบ.อินโด”-ใครๆ ก็ทำกัน ตั้ง “ลูกวิษณุ” รับจ๊อบ ป.ย.ป.-“เทอดศักดิ์” อยากพิสูจน์ตัวเอง ต้องชำแหละ “ป๋าป้อม – คิงพาวเวอร์”-ระบบสรรหาแบบไทยๆ ล็อคเก้าอี้ไว้หมดแล้ว

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด

ข่าวปนคน คนปนข่าว



ตั้งหลักไม่อยู่ หลังโดน “รัฐบาลอินโดนีเซีย” ฟ้องเรียกค่าเสียหาย “กลุ่ม ปตท.” วงเงิน 7 หมื่นล้านบาท ฐานไปทำน้ำมันรั่วไหลแหล่งมอนทารา ประเทศออสเตรเลีย ปี 2552 จนทำให้ “บิ๊กโย่ง” พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ต้องออกโรงมา “อุ้ม” ด้วยการประสาน “กระทรวงการต่างประเทศ” ให้ช่วยเจรจากับ “รัฐบาลอินโดนีเซีย” ทั้งที่เป็นความผิดพลาดของ “บริษัทเอกชน” ที่รัฐบาลไม่น่าจะต้องเปลืองทรัพยากร-เหนื่อยแรงไปออกตัวช่วยด้วยซ้ำ … พอมีข่าวนี้ก็ตลกที่การตีความ “กลุ่ม ปตท.” เริ่มจะผิดเพี้ยนไปจากเดิม ที่เคยอ้างว่าต้องหาผลกำไรในฐานะ “บริษัทมหาชน” ที่ต้องคำนึงถึงผู้ถือหุ้น กลับกลายมาตีความว่าเป็นการฟ้องระดับรัฐบาล และในฐานะที่ “กลุ่ม ปตท.” เป็น “รัฐวิสาหกิจ” ก็เลยต้องให้ “รัฐบาลกลาง” ยื่นมือเข้าไปโอบอุ้ม เสียลุคส์บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกโหม้ดดด

ขณะที่ เทวินทร์ วงศ์วานิช ซีอีโอคนปัจจุบัน ที่เคยบริหารตัวต้นเหตุอย่าง “ปตท.สผ.” มาก่อน ก็พูดแบบมึนๆว่าถ้ามีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าผลกระทบเกิดจากน้ำมันรั่วจริง “กลุ่ม ปตท.” พร้อมพิจารณาช่วยเหลือ

เจ้าประคุณรุนช่อง เหตุเกิดมา 8 ปีได้ มีน้ำมันรั่วเป็นล้านๆบาเรลล์ ลอยเท้งเต้งอยู่ในทะเล 74 วัน แต่ผลการศึกษาที่ทาง ปตท.อ้างกลับบอกว่าไม่มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเลย ช่างเป็นเรื่องที่สุดจะมหัศจรรย์เสียยิ่งกว่าอะไร … ต้องย้อนไปฟัง อาลีฟ ฮาวาส โอโกรเซโน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงประสานงานกิจการทางทะเลของอินโดนีเซีย ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจฟ้องว่า ปตท.ทิ้งทุ่นไม่สนใจการเยียวยาแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นเลยตลอด 8ปีที่ผ่านมา มีเพียงการให้คำมั่นแล้วก็ไม่ทำตามสัญญา เคยบอกจะจ่าย CSR 3 ล้านดอลลาร์บ้าง 5 ล้านดอลลาร์บ้าง แล้วก็เงียบหาย ที่สุดโดนฟ้อง 7 หมื่นล้านบาท นี่แหละวิถีการทำธุรกิจของ “กลุ่ม ปตท.”

คอนเซปต์ “ใครๆ เขาก็ทำกัน” ในยุค คสช.คืนความสุข ยังระบาดไปทั่วในก๊วน “บิ๊ก คสช.” จากที่เคยพีคมาหนเมื่อครั้ง “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมัยเป็นปลัดกลาโหม จัดแจงเซ็นอนุมัติบรรจุ “ลูกต๊อบ” ปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา บุตรชายคนรองของ “พ่อติ๊ก - แม่ผ่องพรรณ” และ “หลานประยุทธ์” เข้ารับราชการติดยศว่าที่ร้อยตรี สังกัดกองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) มาทีแล้ว … ไม่กี่วันก่อน “นายกฯตู่” เซ็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 123/2560 แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย ช่วยงาน ป.ย.ป. ที่มี “เดอะปึ๊ด” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน และหนีบ “ดร.โอม” วิชญะ เครืองาม ลูกชาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย มาเป็นกรรมการด้วย … น้ำขึ้นต้องรีบตัก ไม่ต้องเหนียมกันแล้ว

ถึงตำแหน่งไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมาย แต่มันก็น่าเกลียดในเชิง “พวกพ้อง” ระหว่างพ่อ-ลูก “วิษณุ - วิชญะ” ระหว่างเครือญาติ “อาปึ๊ด - หลานโอม” แถมยังมีข้อมูลว่าทั้งคู่ร่วมกันเป็นผู้บริหารบริษัทท่าเทียบเรือที่ “อาปึ๊ด” ประธานกรรมการ ส่วน “หลานโอม” เป็นกรรมการอิสระอีก ก็เข้าใจว่าจะปูทางให้เจเนอเรชั่นต่อไปของ “สำนักเนติบริกร” อะนะ แต่บางทีก็น่าจะแครืบ้างว่าสังคมเขาคิดยังไง ไม่นับรวมที่ “หนุ่มโอม” มีตำแหน่งในบริษัทเอกชนอีกเป็นหางว่าว … ที่สำคัญไปคนในรัฐบาลนี้ก็ได้ด่าว่า “นักการเมือง - นักเลือกตั้ง” จนเคย แต่ใช้มาตรฐานแต่งตั้งพวกพ้องเหมือนกันแบบนี้ ว่าเขาอิเหนาเป็นเองแท้ๆ

โอ๋ๆๆ สะกิดพ่อเจ้าประคุณทูนหัว เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แห่งวิหคนิวส์ หน่อยเดียว ถึงกับออกมาดิ้นพราดๆ โอดครวญไม่ได้ถูก “ทุนใหญ่ซื้อตัว” พร้อมปล่อยคลิปดรามาความยาวราว 4 นาทีออกมา “เรียกน้ำตา” แฟนคลับ ดูไปก็อินกับวิบากกรรมกว่าจะมาเป็น “วีรบุรุษเทอดศักดิ์” วันนี้ จนเกือบจะน้ำตาไหลไปกับเขาด้วย … ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ถูกซื้อหรือขายตัวไหม ไม่ได้อยู่ที่คำแก้ต่าง-แก้ตัว แต่อยู่ที่การกระทำมากกว่าที่คนจะตัดสินเอง เอาง่ายๆถ้าอยาก “พิสูจน์ตัวเอง” ว่ายังเป็นสู้เพื่อชาติ-เพื่อประชาชน-เพื่อสถาบัน ขอชมฝีมือเจาะลึก-เปิดลับแบบที่คุณพี่ถนัดซัก 2 เรื่องเน้นๆ เกี่ยวกับ “ป๋าป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ - อาณาจักรคิงพาวเวอร์ หรือใจดีขอแถมเรื่อง “ทุนสีน้ำเงิน” ให้ด้วยก็จะดีมาก … ถ้าไม่ได้ ก็ไม่ว่ากัน แค่อย่า.......ไปกล่าวหา-พาดพิง-ดิสเครดิต วีระ สมความคิด วีรบุรุษสู้เพื่อชาติตัวจริง อีกละ เดี๋ยวจะเจอย้อนศร “เปิดลึก - เบื้องลับ” ของตัวเองแล้วจะหาว่าไม่เตือน

ชักยังไงๆ เมื่อคณะกรรมการสรรหา "ผอ.ไทยพีบีเอส" ทอดเวลารับสมัครไปอีก 15 วัน หลังมีผู้สมัครรอบแรก 8 คน น่าจะไม่ใช่เพราะจำนวนแดนดิเดตที่เรียงหน้ามาให้เลือกยังไม่หนำใจ แต่คงเป็นข่าวที่ว่า วิลาสินี อดุลยานนท์ เต็งจ๋าที่จับจองเก้าอี้ไว้ เกิดอุบัติเหตุ น่าจะขาดคุณสมับติมากกว่า เป็นเหตุให้ต้องเยืดเวลารับสมัครกันอีกรอบ … คล้ายๆกับการสรรหา ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ที่ตอนเปิดรับสมัคร ก็มีการยืดเวลาออกไปรอบหนึ่งเหมือนกัน แล้วก็เป็นไปอย่างที่คนในวงการคาดว่า เป็นการเปิดรอตัวเต็งอย่าง ประวิต เอราวรรณ์ ที่เพิ่งลาออกจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม หลังได้รับโปรดเกล้าฯไปแค่ 4 เดือน ซึ่ง “ประวิต” ก็ประกาศทั่วคุ้งทั่วแควว่า มี “ผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาฯ” ทาบทามให้ไปช่วยทำงานในระดับชาติ ก่อนโผล่ไปสมัคร "ผอ.สมศ." พร้อมๆกับข่าวที่ว่าล็อคเก้าอี้ไว้รอ “ประวิต” เท่านั้น.ทำเอาผู้สมัครอีก 17 ที่เป็นครูบาอาจารย์มีชื่อต้องมึนไปกับระบบสรรหา จนน่าสงสัยว่ากระบวนการแสดงวิสัยทัศน์-สัมภาษณ์จะจัดให้เปลืองไฟเปลืองแอร์ทำไม


ช.ชฎา
กำลังโหลดความคิดเห็น...