xs
xsm
sm
md
lg

ปธ.สภาพัฒนาการค้าฮ่องกง พบ นายกฯ หนุน EEC เชื่อม One Belt One Road จีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ประธานสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง พบนายกรัฐมนตรี หนุนโครงการพัฒนา EEC ชี้ มีศักยภาพเชื่อม One Belt One Road ของจีน รับสนใจโครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางคมนาคม ด้าน “ประยุทธ์” พร้อมส่งเสริมความร่วมมือ ให้เอเชียโตไปด้วยกัน ชูไทยดัน Thailand 4.0, ASEAN +1 หนุนเปิดสำนักงานผู้แทนระดับภูมิภาคในไทย ชูประเทศมั่นคงสุดในรอบ 10 ปี ยกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หวังให้เอกชนไม่รีรอลงทุน

วันนี้ (8 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 16.30 น. นายวินเซนต์ โล (Mr.Vincent Lo) ประธานสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (Chairman of Hong Kong Trade Development Council, HKTDC) เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสนำคณะนักธุรกิจจากฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ เดินทางเยือนไทย ระหว่างวันที่ 7 - 9 พฤษภาคม 2560 เพื่อร่วมสัมมนาการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้น” ระหว่างไทย - ฮ่องกง - เซี่ยงไฮ้ และพบปะภาครัฐและเอกชนไทยเพื่อพัฒนาโอกาสการลงทุนในไทย โดย พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ประธานสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง กล่าวสนับสนุนโครงการพัฒนา EEC มีศักยภาพเชื่อมต่อโครงการ One Belt One Road ของจีน และบริษัทชั้นนำของฮ่องกงและจีน แสดงความสนใจศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้ามาร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในโครงการต่างๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้น” (One Belt One Road) บนผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อให้เอเชียทั้งภูมิภาคเติบโตไปด้วยกัน (Stronger together) ซึ่งปัจจุบันไทยได้ริเริ่มนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ Thailand 4.0, ASEAN +1 รวมทั้งกรอบการประชุมสำคัญ อาทิ IMT-GT และโครงการการพัฒนา EEC ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงและเป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอาเซียนและภายในอนุภูมิภาค CLMV รวมทั้งสนับสนุน การเปิดสำนักงานผู้แทนระดับภูมิภาค (Regional Headquarters) ในไทย เพื่อขยายโอกาสและความร่วมมือกับ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม smes และ ไมโครเอสเอ็มอี โดยใช้ประโยชน์ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจของไทยดังกล่าว ด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังได้ย้ำว่า ขณะนี้ประเทศไทยถือได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความมั่นคงมากที่สุดตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาการเมืองนั้น รัฐบาลจะเดินหน้าบริหารประเทศตามแผนปฏิบัติการ (Roadmap) เพื่อการเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งตามแผน ฯ จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า ภายหลังการเสร็จสิ้นพระราชพิธีสำคัญของไทยในปลายปี ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว หรือ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะ 20 ปี เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วย เชื่อว่าภาคเอกชนจะเห็นโอกาสและประโยชน์ ไม่รีรอและตัดสินใจลงทุนในไทยทันที

โอกาสนี้ ประธานสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง กล่าวรายงานความสำเร็จในการนำคณะผู้บริหารระดับสูงจาก ฮ่องกง และ นครเซี่ยงไฮ้ โดยมีผู้แทนภาคเอกชนครอบคลุมทั้งภาคการผลิต พลังงาน เทคโนโลยี วิศวกรรมการก่อสร้าง และตลาดเงินตลาดทุน ได้เข้าร่วมสัมมนาและพบหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำของไทย ทำให้รับทราบแผนงานการพัฒนาโครงการเศรษฐกิจต่างๆ ของไทย โดยเฉพาะโครงการพัฒนา EEC ที่มีศักยภาพสูงและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้น” ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ไทยเป็นเป้าหมายหลักที่หนึ่งของการลงทุนในอาเซียนและ CLMV

ขณะเดียวกัน ฮ่องกงมีข้อได้เปรียบในฐานะผู้ประสานโครงการพื้นฐาน ที่จะสามารถร่วมมือกับไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ขณะนี้มีภาคเอกชนจากฮ่องกง และนครเซี่ยงไฮ้ แสดงความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางคมนาคม ภายใต้ Thailand 4.0 และ โครงการ EEC ของไทย พร้อมจะเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและจะมีการหารือกับผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...