xs
xsm
sm
md
lg

“ยุทธ ตู้เย็น” จี้ รบ.ดูเนื้อหาร้องเรียนอย่ามองแค่กลุ่มไหน แนะหาพลังงานทางเลือกตามกระแสโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา (แฟ้มภาพ)
อดีต ปธ.รัฐสภา แนะ รบ. ปรับวิธีคิด อย่ามองแค่กลุ่มบุคคลใดที่มาเรียกร้อง ให้มองเนื้อหา แนะรีบจัดการปมส่งรายงานโรงไฟฟ้าไม่ครบ ถือว่าถูกต้ม ควรยึดเอาพลังงานถ่านหินเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเร่งสร้างทางเลือกอื่นมาทดแทนจะเหมาะกว่า ตามกระแสโลก

วันนี้ (26 ก.พ.) นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา กล่าวในรายการทิศทางประชาธิปไตยไทย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้า คสช. ยอมทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และ รายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ใหม่ กรณีสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ แสดงถึงการรับฟังเสียงประชาชน สะท้อนท่าทีรัฐบาล 3 ส่วน คือ ความเชื่อใจ ความเชื่อมั่น และ จุดยืนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ท่าทีเชื่อใจต่อกันของประชาชน และกลุ่มการเมืองที่ถูกโยงไปสัมพันธ์กับกลุ่ม กปปส. ที่เคยต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฝ่ายรัฐบาลจึงสะท้อนว่า เป็นกลุ่มคนบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง เหตุนี้ทำให้นิยามความหวังดีต่อชาติถูกจำกัดด้วยลักษณะกลุ่มบุคคลเช่นกัน อยากให้ปรับปรุงวิธีคิดความหวังดีต่อประเทศชาติ ควรดูที่เนื้อหาว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองหรือไม่ เมื่อมีการเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐต้องยอมรับ เพราะมีเนื้อหาที่ดี ถ้าเรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อม หรืออนาคตของเยาวชน ต้องรับฟังว่าเกิดประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่ใส่ใจเนื้อหามุ่งแต่ไม่เอาและไล่หนี กล่าวหาทำความวุ่นวายแล้ว สิ่งนี้ชี้ถึงการพิจารณางานการข่าวให้ดีด้วย และจุดยืนของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเดินทางไหน เพราะโฆษกรัฐบาลบอกต้องศึกษาใหม่ แต่นายกฯกลับบอกให้ศึกษาใหม่เฉพาะสิ่งที่ประชาชนกังขาเท่านั้น

นายยงยุทธ กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯ ควรรีบจัดการ คือ การส่งรายงานที่ไม่ครบถ้วนมาให้ถือเป็นการหลอกต้มนายกฯ ถ้านายกฯยอมรับรายงานนี้ ประชาชนจะยิ่งสงสัยว่ารู้เห็นเป็นใจไปกับเขาด้วย จึงต้องลงโทษคนพวกนี้ การอ้างขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แสดงถึงการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านไม่มีความมั่นคง แต่พลังงานถ่านหินมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลควรศึกษาหาทางเลือกใหม่ การใช้เกาะกลางทะเลทำโรงไฟฟ้าทางเลือก แล้วส่งพลังงานมาให้ประชาชนเป็นทางเลือกน่าสนใจ แต่ถ้าคิดเพียงสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อให้มีต้นทุนต่ำ แล้วเอากำไรมาแบ่งกัน มันไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน สิ่งที่เห็นไม่ว่ารัฐบาลจากการยึดอำนาจ หรือจากเลือกตั้ง การประกาศนโยบายย่อมมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยเสมอ ยิ่งคนพื้นที่จังหวัดกระบี่ต้องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าสัมผัสกับปล่องควันถ่านหิน จึงไม่ควรดันทุรังไปสร้างอีก ควรเปลี่ยนไปที่อื่น โรงไฟฟ้าถ่านหินต่างประเทศถือว่าเป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่สิ่งยั่งยืน ในอนาคตทุกประเทศจะลดปัญหาการปล่อยควันที่กระทบต่อบรรยากาศ ไทยควรยึดเอาพลังงานถ่านหินเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังทางเลือกที่ไม่ก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศของคนพื้นที่ แล้วเร่งสร้างพลังงานไฟฟ้าทางเลือกมาทดแทนจะเหมาะสมกว่า
กำลังโหลดความคิดเห็น...