xs
xsm
sm
md
lg

รอง ปธ.สปท.ชูชาติแข็งแรงขึ้น ชี้ ป.ย.ป.เป็นเฟส 2 ของการปฏิรูป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บรรยายงานหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ ชูชาติแข็งแรงขึ้น เผย ส่งแผนให้นายกฯ แล้ว 156 เรื่อง ทำไปมากแล้ว พบมี 27 วาระกำลังเร่งให้เสร็จปีนี้ ชี้ ป.ย.ป. เป็นเฟส 2 ของการปฏิรูป เร่งขับเคลื่อนประเทศก้าวข้ามอุปสรรค พัฒนาสมดุล 4 มิติ ต่อยอด 5 อุตสาหกรรม ขอทุกคนร่วมมือ

วันนี้ (23 ก.พ.) ที่สถาบันพระปกเกล้า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หัวข้อ “บทบาทและภารกิจของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ)” ให้แก่ผู้อบรมหลักสูตรวุฒิบัตรการปฏิบัติงานสนับสนุนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมาธิการ รุ่นที่ 4 สถาบันพระปกเกล้า ณ สถาบันพระปกเกล้า ถนนแจ้งวัฒนะ โดยกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศ เป็นการอัปเกรดประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งขณะนี้เราสามารถตั้งหลักตั้งลำประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ประเทศอยู่ในภาวะคลื่นลมสงบ เหมาะแก่การปฏิรูปประเทศ

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การปฏิรูปประเทศ คือ การ ซ่อม - เสริม - สร้างประเทศ จากปัญหาที่สะสมหมักหมมมานานด้วยทิศทางที่ชัดเจนแน่นอน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวล้ำนำหน้าทันสมัยทันโลก ด้วยการเพิ่มศักยภาพของประเทศในทุกมิติ โดยมีทิศทางมุ่งเป้าหมายสู่การก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง และสงบสันติอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในอดีตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39/2 เพื่อดำเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามมาตรา 27 สืบต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยคำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วน และความสัมฤทธิผลของการปฏิรูปในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ด้วยการประสานงานการปฏิรูปกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หน่วยงานและองค์กรอื่น รวมถึงส่วนราชการและประชาชนทุกภาคส่วน จนถึงวันนี้ สปท. ได้นำส่งแผนปฏิรูปและข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วจำนวนทั้งสิ้น 156 เรื่อง ซึ่งรัฐบาลได้เดินหน้าปฏิรูปไปอย่างก้าวหน้าและเป็นรูปธรรมไปมากแล้ว และมีอีก 27 วาระปฏิรูปเร่งด่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2560 ซึ่งเป็นปีแห่งการปฏิรูป

“ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ของการปฏิรูปประเทศ มีข้อบ่งชี้หลายประการ ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เช่น ธนาคารโลกปรับตัวเลขประเมินอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2559 ดีขึ้น ได้รับการจัดอันดับจาก IMD ว่า มีขีดความสามารถในการแข่งขันปี 2559 ของไทยดีขึ้น แซงเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก เป็นต้น นอกจากนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตและการส่งออกสินค้าและบริการติด 1 ใน 10 ของโลกจำนวนมาก ซึ่งแสดงว่า ประเทศไทยยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคิด ด้วยศักยภาพดังกล่าวและการปฏิรูปอย่างรอบด้านและต่อเนื่องของแม่น้ำ 5 สาย” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนผ่านในบทบาทใหม่ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง คือ การมีกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และ การสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่จะเป็นตัวเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จเร็วขึ้นโดย ป.ย.ป. ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์, คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ, คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ และ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

นายอลงกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า ป.ย.ป. เป็นเฟสสองของการปฏิรูปประเทศ ที่จะมาทำหน้าที่เร่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคนานัปการ และความแตกแยก เกิดความปรองดอง และก้าวขึ้นไปเป็นประเทศไทย 4.0 สร้างเมล็ดพันธุ์ชุดใหม่ จากปักชำสู่รากแก้ว จากลำต้นที่แข็งแรงสู่การแผ่ก้านสาขา สร้างวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม พัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม และภาคบริการอย่างมีเป้าหมาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในผ่าน 18 กลุ่มจังหวัด และ 76 จังหวัด บูรณาการอาเซียนเชื่อมไทยสู่ประชาคมโลก และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศโลก

“โมเดลประเทศไทย 4.0 เน้นการพัฒนาที่สมดุลใน 4 มิติ ได้แก่ มีความสมดุลในความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การรักษ์สิ่งแวดล้อม การมีสังคมที่อยู่ดีมีสุข และการเสริมสร้างภูมิปัญญามนุษย์ ตัวอย่างเช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจจากประเทศรับจ้างผลิตสู่การเป็นประเทศที่ใช้การพัฒนานวัตกรรมมาขับเคลื่อนประเทศ สอดรับกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ยังเน้นการต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S - curve) ร่วมกับ เน้นการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S - curve) ภายใต้การเดินหน้าตามกลไกเหล่านี้ จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้สำเร็จลุล่วง เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง ก้าวไปสู่การเป็นประเทศไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สงบ และมีสันติสุข หัวใจสำคัญของการยกระดับอัปเกรดประเทศ คือ การปรองดอง และการปฏิรูปเดินหน้าประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนทุกภาคส่วน เพราะนี่คือการปฏิรูปประเทศของเรา” นายอลงกรณ์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...