xs
xsm
sm
md
lg

โรดแมปไม่เลื่อน แค่ปฏิทินเลือกตั้งขยับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

 

เป็นไปตามที่คาดการณ์กันก่อนหน้านี้ว่า จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อเปิดทางให้สามารถแก้ไข “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ” บางมาตรา หลัง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมายืนยันด้วยตัวเอง

“เมื่อวันที่ 9 มกราคม ได้หารือกับองคมนตรี ได้แจ้งว่า ภายหลังทูลเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ องคมนตรีได้นำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว มีพระราชกระแสรับสั่งลงมา 3-4 รายการ แก้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชอำนาจพระองค์ท่าน สำนักราชเลขาธิการจึงทำเรื่องมาที่รัฐบาล รัฐบาลจึงรับสนองพระบรมราชโองการฯเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557”

แต่ “นายกฯตู่” ยืนยันว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแมป เพียงแต่ต้องการขยับเขยื้อนออกไปบ้างนิดหน่อย แต่ไม่มากเท่าไหร่นัก

สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ครั้งนี้ เป็นการแก้ไขเพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในหมวดพระมหากษัติย์ และที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ เพียงไม่กี่มาตรา

สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 นั้น มีอยู่ 4 มาตรา ประกอบด้วย มาตรา 1 ที่เกี่ยวกับชื่อร่าง และมาตรา 2 เป็นเรื่องของวันที่เริ่มใช้บังคับ โดยสาระสำคัญอยู่ในมาตรา 3 - 4 ซึ่งมาตรา 3 นั้นเป็นการแก้ไขเพิ่มข้อความในวรรคสามของมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่า

“ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง”

ส่วนมาตรา 4 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการมาลงประชามติไปด้วย โดยระบุว่า “ให้ยกเลิกความในวรรคสิบเอ็ดของมาตรา 39/1 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตามวรรคเก้าประกอบกับวรรคสิบแล้ว หากมีกรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใดภายในเก้าสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น และแก้ไขเพิ่มเติมคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับพระราชทานคืนมาตามที่ขอ

เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราช

โองการ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมและพระราชทานคืนมาหรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันที่นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญ หรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้วมิได้พระราชทานคืนมาให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป"

ซึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 นี้ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้นัดพิจารณาไปเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาโดยเป็นการพิจารณา 3 วาระรวด ใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภา ก่อนลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อนำส่งกลับให้รัฐบาลดำเนินการตามกระบวนการทูลเกล้าฯ ต่อไป

โดย “นายกฯตู่” ได้ประเมินกระบวนการในส่วนนี้ไว้คร่าวๆ ราว 1 เดือน หรือไม่เกินภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้

หลังมีการโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ขั้นตอนหลังจากนั้น “นายกฯตู่” ได้ชี้แจงว่า จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 - 3 เดือน ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ ตาม “ข้อสังเกตพระราชทาน” เบื้องต้นคาดว่าจะมีการแก้ไขใน 3 มาตราหลัก หรือ มาตรา 5, 17 และ 182 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจทั้งหมด หากมีความเกี่ยวพันไปถึงมาตราอื่นก็ต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกัน

ทั้งนี้กระบวนการในส่วนนี้จะมีการตั้ง “คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน” จำนวน 10 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลในกรรมการกฤษฎีกาที่มีตำแหน่งอื่นโยงกับรัฐธรรมนูญ

ประกอบด้วย มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ อภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธานกรรมการ กรธ. อัชพร จารุจินดา กรรมการ กรธ. พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บวรศักด์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด และ ดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

หากคำนวณแบบเต็มพิกัด 3 เดือน หรือ 90 วัน ในกระบวนการนี้ตามที่ “นายกฯตู่” ระบุ ก็คาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ราวเดือนพฤษภาคมนี้ จากนั้นก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯอีกครั้ง หากเป็นเช่นนี้กระบวนการในการร่าง “กฎหมายลูก” ที่คู่ขนานกันไป ก็ยังคงไม่แล้วเสร็จได้ในระหว่างนั้น เพราะต้องรอการโปรดเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติที่มีการแก้ไขใหม่เสียก่อน

ไล่ตามไทม์ไลน์แล้ว ก็คาดว่า กระบวนการทำกฎหมายลูก 10 ฉบับของ กรธ. ก็กลับมาเริ่มกันใหม่ในเดือนมิถุนายน โดยอาจจะยึดตามระยะเวลา 240 วัน หรือ 8 เดือน ที่กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ซึ่งปกติแล้ว กรธ.คงใช้เวลาแบบเต็มโควตา ดังนั้นการทำกฎหมายลูกของ กรธ.ก็จะเสร็จอย่างช้าในเดือนมกราคมปี 2561 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ สนช.อีกประมาณ 2 เดือน

ทว่าโรดแมปของคสช. ต้องการพิจารณากฎหมายที่สำคัญกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ อันประกอบด้วย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พระราชบัญญัติว่าประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภาก่อน

ก็อาจทำให้การเลือกตั้งร่นเวลาลงมาได้

ถ้าคำนวณตามสูตร “เนติบริกร” ที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยคำนวณคร่าวๆ เอาไว้ ฉบับละ 1 เดือน ก็จะใช้เวลา 4 เดือน กฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับก็อาจจะเสร็จในประมาณเดือนกันยายน - ตุลาคม 2560 โดยมี สนช.คอยรอการพิจารณาควบคู่กันไป ตีไปก็ประมาณถึงสิ้นปีเสร็จ

จากนั้นจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งภายหลังมีการโปรดเกล้าฯลงมา จะมีการประกาศให้มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ก็คือภายใน 5 เดือน ก็จะประมาณกลางปี 2561 กระนั้นกรณีที่กรธ.ใช้เวลา 240 วันเต็มๆ ก็ต้องนับเลื่อนออกไปอีก

ดังนั้น ที่มีการพูดกันว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 2561 จึงน่าจะใกล้เคียงความจริงมากกว่า คำยืนยันว่าจะสามารถเลือกตั้งได้ในปลายปี 2560 ที่ “เนติบริกร” เคยคำนวณไว้.
กำลังโหลดความคิดเห็น...