xs
xsm
sm
md
lg

จับตาปฏิบัติการล่า “ธัมมชโย” ขึงขังเพราะรู้ว่า “จั่วลม” หรือเปล่า

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

ฮึ่มกันแปลกๆ ถ้วนหน้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้บางคนสงวนเนื้อสงวนตัวแบบสุดๆ ตั้งแต่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาระบุว่า จะดำเนินคดีกับ “ธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเหมือนกับคนทั่วไป หรือพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่บอกเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนการแล้ว หรือแม้กระทั่ง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ขู่ฟ่อหนักกว่าคนอื่นๆ เลยว่า จะไม่ให้ประกันตัว

สอดรับการ พ.ต.ท.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้รับผิดชอบโดยตรง ที่เผยมาตรการครั้งนี้ คือ 1.จะให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี นำ “ธัมมชโย” มามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และ2.หากไม่เข้ามอบตัวก็ให้เข้าร่วมการตรวจค้นวัดพระธรรมกายและจับกุม “ธัมมชโย” เนื่องจากไม่ประสงค์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปิดทีวีช่อง DMC ของวัดพระธรรมกาย 15 วัน จนสำเร็จลุล่วงแล้ว

ดูอาการผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมด บอกเลยว่าหนนี้ขึงขังกว่าทุกครั้ง และเป็นน้ำเป็นเนื้อกว่าหนอื่นๆ มาตรการมีความเฉียบขาดขึ้น ไม่ใช้วิธีซ้ำๆ เดิมๆ ที่เข้าไปแล้วแป้กเหมือนที่แล้วมา เพราะติดกำแพงมนุษย์หลายชีวิต จนคนนินทาหมาดูถูกว่า ชาตินี้ไม่น่าจะจับ “ธัมมชโย” ได้แน่ๆ บางคนค่อนแคะหนักกันถึงขั้นว่า ชอบแอ็กชั่นสร้างปาหี่ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่พยายามแล้วแต่เข้าไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้พยายามมากพอ เพียงแต่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความพยายามเท่านั้น

คราวนี้บิ๊กๆ ในรัฐบาลดูเอาจริงเอาจัง คงต้องรอดูกันว่า ที่สุดจะลาก “ธัมมชโย” ออกจากถ้ำได้หรือไม่ เพราะหนนี้คนเริ่มจับจ้องและคาดหวังกันไว้สูง เพราะอาณาจักรแห่งนี้ได้บิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้ามานานนม แต่ไม่เคยมีใครทำอะไรได้ ด้วยเพราะรับรู้กันว่า คอนเนกชั่นกว้างขวาง ทุนหนา และแบ็กใหญ่ เข้าไปทีไรมักจะสะดุดเจอตัวทุกที ดูอย่างคราวที่แล้วละกัน ดีเอสไอ ตำรวจ หรือรัฐบาลยังต้องพับแผนเอาไว้ก่อน

ง่ายๆ คือ ถ้าไม่ใช่ยุค “รัฐบาลบิ๊กตู่” ที่มีอำนาจล้นฟ้า มีมาตรา 44 เป็นแก้วสารพัดนึก ใช้กฎหมายได้เฉียบขาด คงไม่มีทางจับ “ธัมมชโย” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้แน่ๆ เพราะต้องยอมรับว่า ลูกศิษย์ลูกหาของวัดนี้ มีนักการเมืองระดับประเทศรวมอยู่ไม่น้อย บางคนห่มขาวเข้าไปร่วมกับเป็นเกราะกำบังกับเขาด้วย บางคนออกโรงปกป้องอย่างไม่ลืมหูลืมตา บางคนมีผลประโยชน์ร่วมกันกับวัด ถ้าจะให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งจัดการ น่าจะชาติหน้าตอนบ่ายๆ

ครั้งนี้น่าสนใจ แผนที่วางเอาไว้ดูมีความหวัง การปิดทีวีซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารทำให้ตัดกำแพงมนุษย์ออกไปได้เยอะ เพราะที่ผ่านมาถือเป็นช่องทางในการปลุกระดมหรือรวมพล แถมรอบนี้ดีเอสไอประสานขอกสทช.ไป แปบเดียวกสทช.อนุมัติเร็วอย่างกับจรวดโดยไม่ลังเล งานนี้มันเลยน่าจะมีการนัดแนะรู้เห็นกันแล้วสำหรับปฏิบัติการลาก “ธัมมชโย” ไม่ใช่แค่ทำโดยพละการหน่วยงานใดหน่วยงานเดียวเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นการลงขันกันทำเลยทีเดียว

ดีเอสไอเองก็ดูมีความมั่นอกมั่นใจไม่น้อย แม้วันนี้จะไร้เงาผู้นำอย่าง “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีต รมว.ยุติธรรม ที่มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นองคมนตรีไปเรียบร้อยแล้ว เพราะงานนี้ฝ่ายบริหารทำกันเป็นขบวนการ แต่ความมั่นใจที่เกิดขึ้นมันก็น่าสงสัยว่า อยู่ดีๆ ดีเอสไอไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหน ชนิดที่ขู่รายวันว่าบุกจับแน่ หรือโทนเสียง “บิ๊กแป๊ะ” ที่กล้าประกาศถึงขั้นว่า จะไม่ให้ประกันตัวทั้งที่ยังไม่ได้บุกเข้าไปด้วยซ้ำ และยังไม่รู้เลยว่าข้างในจะเจอกับอะไรบ้าง

เรื่องนี้เอาจริงๆ มันมีจุดพิลึกพิลั่นอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดรัฐถึงขยันขันแข็งจะลากตัว “ธัมมชโย” ให้ได้ เท่านั้นไม่พอยังแสดงความมั่นใจออกมาว่าจะเข้าวัดได้อีกด้วย มันก็เลยชวนให้อดคิดไม่ได้ว่า ฝ่ายรัฐไปรับรู้ข้อมูลอะไรมาหรือไม่ เพราะต่อให้มวลชนในวัดจะมาน้อยลงจากการปิดช่องทีวี DMC แต่การระดมคนเข้าไปเป็นกำแพงมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร อย่างไรเสียเข้าไปก็ต้องเจอขวางอยู่ดี ดีเอสไอและตำรวจจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง

หรือที่มั่นใจเพราะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่า “ธัมมชโย” จรลีออกนอกประเทศไปนานแล้ว เพราะนับตั้งแต่วันที่ดีเอสไอบุกวัดครั้งแรกจนมาถึงวันนี้ ผ่านมาหลายเดือนแล้วไม่เคยมีใครเคยพบเห็น หรือมีภาพหลุดของอดีตเจ้าอาวาสจอมฉาวรายนี้แต่อย่างใด ลูกศิษย์ลูกหาหรือแม้กระทั่งโฆษกวัดพระธรรมกาย องอาจ ธรรมนิทา ที่ก็ไม่เจอหน้าศาสดาลัทธิตัวเองมาเนิ่นนานแล้ว

การเข้าไปครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการยืนยันว่า ขณะนี้ “ธัมมชโย” เตลิดหนีไปแล้ว เพื่อให้ศาลรับฟ้องแล้วจำหน่ายคดีเอาไว้เป็นการชั่วคราวไว้ก่อน ทำให้เรื่องนี้มีตอนจบ ไม่คั่งค้างในความรู้สึกคน แต่ถ้าวันนี้ดีเอสไอไม่สามารถเข้าไปได้ ไม่สามารถทำให้คนรู้ว่า ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและรับของโจรรายนี้ยังอยู่หรือไปแล้ว โอกาสที่ศาลจะไม่รับฟ้อง เพราะดีเอสไอยังไม่สามารถนำตัวมาได้ก็สูงมาก จึงเหมือนเป็นการไปเพื่อยันยืน

แต่ถ้าไม่มองในแง่ร้ายเกินไป รัฐเอาจริงแล้วรอบนี้มันก็มีมูลเหมือนกัน เพราะมีข่าววงในออกมาว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทยมีการประสานลับๆ ไปยังประเทศออสเตรเลียและแคนาดาเพื่อขอให้มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่า เป็นใครเท่านั้น แต่ถ้าสังเกตสาขาวัดพระธรรมกายในต่างประเทศ สองประเทศนี้ถือเป็นประเทศที่มีสาขาวัดลัทธิจานบินอยู่จำนวนมาก เป็นไปได้หรือไม่ที่ “ธัมมชโย” หนีไปแล้วและอยู่ใน 2 ประเทศนี้

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับว่า รัฐกำลังเล่น 2 หน้าอยู่หรือไม่นั่นเอง!

จริงๆ การที่ดีเอสไอเอาจริงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะถ้ามองบรรยากาศโดยรวมในสังคม วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง มีการกวาดล้างอะไรที่โสมมออกไปเยอะ เรื่องการจัดระเบียบวัดให้อยู่ในร่องในรอยก็สามารถสร้างความสง่างามให้กับประเทศได้เหมือนกัน

เพราะยุคนี้ต้องคลีนทุกๆ เรื่อง แม้แต่เรื่องวงการผ้าเหลือง!
กำลังโหลดความคิดเห็น...