xs
xsm
sm
md
lg

6 ประเทศลุ่มน้ำโขง ดันระเบียงเศรษฐกิจ 6 เมืองหลวง-ผุดแผนใหม่ 107 โครงการ ลงทุน 3.2 หมื่นล้านยูเอส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“สภาพัฒน์” แจงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) ครั้งที่ 21 ย้ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ “รัชกาลที่ ๙” กว่า 4,000 โครงการ มีส่วนสอดคล้องกับหลักการและเป้าหมายการพัฒนา GMS เตรียมประเมิน 52 แผนลงทุนปี 57-61 วงเงิน 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมดันแผนใหม่ถึงปี 2563 กว่า 107 โครงการวงเงิน 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สั่งเดินหน้า Single-Stop เน้นขนส่งข้ามแดน ปรับปรุงแนวระเบียงเศรษฐกิจครอบคลุม 6 เมืองหลวง

วันนี้ (2 ธ.ค.) มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ว่าสภาพัฒน์ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) ภายใต้หัวข้อหลัก “เร่งรัดผลักดันการเติบโตอย่างครอบคลุมตามแนวระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค GMS” มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรัฐมนตรีประจำแผนงาน GMS ของไทย เป็นประธานการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 21 แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation : GMS) ณ โรงแรมเลอ เมอริเดียน รีสอร์ท จ.เชียงราย

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ แสดงความอาลัยร่วมกับรัฐบาลและประชาชนชาวไทยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้เสด็จสู่สวรรคาลัยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พร้อมทั้งได้เน้นย้ำความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งโครงการในพระราชดำริจำนวนมากกว่า 4,000 โครงการซึ่งมีส่วนสอดคล้องกับหลักการและเป้าหมายการพัฒนา GMS

มีรายงานว่า รัฐมนตรี GMS ได้เห็นชอบการจัดทำประเมินผลระยะกลางรอบของแผนปฏิบัติการภายใต้กรอบการลงทุนในภูมิภาค (GMS RIF-IP (2557-2561)) โดยโครงการจำนวน 52 โครงการ จากทั้งสิ้น 93 โครงการได้รับการจัดสรรงบประมาณลงทุนแล้วกว่า 26,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 86 ของมูลค่าการลงทุนรวม โดยประเทศสมาชิก GMS ได้จัดสรรงบประมาณลงทุนโครงการ RIF-IP รวมทั้งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากหุ้นส่วนการพัฒนาอื่นๆ เช่นกัน

นอกจากนี้ รัฐมนตรี GMS ยังเห็นชอบการจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้กรอบการลงทุนในภูมิภาคฉบับใหม่ถึงปี 2563 ซึ่งมีโครงการจำนวน 107 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 32,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงโครงการปรับปรุงทางหลวงเชียงราย-เชียงของด้วยเช่นกัน ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเห็นว่าควรต้องมีการเสนอกลไกทางด้านการเงินในรูปแบบใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน ให้มากขึ้น นอกจากนี้จำเป็นต้องศึกษาในเชิงลึกและหารูปแบบที่เหมาะสมในความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)

ทั้งนี้ รัฐมนตรี GMS รับทราบการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือของไทยแก่ประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาประสิทธิภาพความเชื่อมโยงคมนาคมขนส่งใน GMS โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก และแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ เช่น การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 พร้อมด่านพรมแดน การก่อสร้างด่านพรมแดนพร้อมถนนเชื่อมต่อบริเวณบ้านสตรึงบท ประเทศกัมพูชา การก่อสร้างสะพานข้ามห้วยพรมโหดบริเวณบ้านหนองเอี่ยน-บ้านสตรึงบท การก่อสร้างสะพานสำหรับรถไฟปอยเป็ต-คลองลึก จ.สระแก้ว และการศึกษาและออกแบบในรายละเอียดการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (บึงกาฬ-ปากซัน) เป็นต้น

รัฐมนตรี GMS ยังรับทราบเริ่มการดำเนินงานนำร่องตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามแดน ใน GMS (CBTA) ในวันที่ 1 มกราคม 2560 และการเริ่มดำเนินงานตามความตกลง CBTA อย่างเต็มรูปแบบ (Full Implementation) ในปี 2562 โดยในส่วนของไทยมีความพยายามในการปฏิบัติการตรวจแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (Single-Stop Inspection : SSI) ร่วมกับ สปป.ลาว บริเวณมุกดาหาร-สะหวันนะเขต คาดว่าสามารถเริ่มดำเนินการในปี 2560 นอกจากนี้ ยังได้เห็นพ้องร่วมกับกัมพูชาเพื่อเพิ่มโควตาการเดินรถระหว่างกันจาก 40 คันเป็น 150 คัน รวมทั้งมีความร่วมมือกับพม่าในการออกใบอนุญาตการเดินรถระหว่างกันภายในปี 2560 ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายยานพาหนะ ผู้โดยสารและสินค้าใน GMS

ทั้งนี้ รัฐมนตรี GMS ได้ให้การรับรองผลการศึกษาการปรับปรุงแนวระเบียงเศรษฐกิจใน GMS ซึ่งมุ่งเน้นการขยายแนวให้ครอบคลุมเมืองหลวงของประเทศ GMS ทั้งหมด เชื่อมโยงเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักและท่าเรือส่งออกทางทะเลที่สำคัญ รวมทั้งเชื่อมต่อแนวระเบียงเศรษฐกิจไปยังพม่าอย่างครอบคลุม

รัฐมนตรี GMS ยังได้ให้การรับรองผลการศึกษากรอบกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานใน GMS โดยมุ่งเน้นยกระดับบทบาทการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM) ให้เป็นกลไกความเชื่อมโยงและขับเคลื่อนการดำเนินงานในแต่ละสาขาความร่วมมือ และเสนอให้เวทีหารือเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor Forum : ECF) จัดให้มีการประชุมต่อเนื่องกับการประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Conference) เพื่อให้มี การบูรณาการต่อกันและเป็นเวทีเสริมสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ GMS พร้อมทั้งมุ่งเน้นการเพิ่มบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ GMS มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรี GMS ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโส GMS จัดทำการทบทวนระยะกลางกรอบยุทธศาสตร์ GMS ปี 2555-2565 เพื่อทบทวนแนวทางการดำเนินงานที่ผ่านมาในอันที่จะบรรลุเป้าหมาย GMS ในด้านการพัฒนาอย่างครอบคลุมและการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นโอกาสอันดีในการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของ GMS ในโอกาสการประชุมระดับผู้นำ GMS ครั้งที่ 6 ในปี 2561 ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ท้ายสุดจะมีการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 22 ว่าด้วยแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2560 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยจะเป็นการประชุมต่อเนื่องกับเวทีหารือการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ครั้งที่ 9

การประชุมฯ ครั้งนี้ ยังประกอบด้วยการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) การประชุมระดับรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ โดยมี ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทนรัฐมนตรีประจำแผนงาน GMS ของไทย (2) การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสแผนงาน GMS โดยมี ดร.ปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม และ (3) การประชุมหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ GMS โดยการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 21 แผนงาน GMS ยังมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหุ้นส่วนการพัฒนาต่างๆ ภาคเอกชน (สภาธุรกิจ GMS) และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก จ.เชียงราย

มีรายงานว่า การปะชุมครั้งนี้มีรัฐมนตรีประจำแผนงาน GMS เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วย นายรอส เซลาวา ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง ราชอาณาจักรกัมพูชา, นายไต๋ ปั๋วฮวา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีประจำแผนงาน GMS ของสาธารณรัฐประชาชนจีน, ดร.คำเลียน พลเสนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวางแผนและการลงทุน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, นางตุย ตุย ชิต รองอธิบดีกรมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงวางแผนและการคลัง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า), นายเหวียน ที เฟือง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวางแผนและการลงทุน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนายสตีเฟน พี กรอฟ รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย เป็นประธานร่วมการประชุม


กำลังโหลดความคิดเห็น...