xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” ฝาก ครม.สรรหา กรธ.- สปท.ลั่นพรรคไม่ร่วมอย่าโวย เมินพวกสุมหัวฮ่องกง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นายกฯ ยังป่วยต้องฉีดยาช่วย แจง สอบใหม่คดีค้ามนุษย์ ตร.- ทหาร เอี่ยว ยัน “รองเอก” นั่งปลัด สปน. เหมาะสม มอบ “ประวิตร” รักษาการช่วงประชุม UN ฝาก ครม. ดูแลสรรหา กรธ.- สปท. รับเสนอชื่อเแล้วแต่ยังไม่เคาะ ย้ำมองจุดหมายอย่ามองแค่ผ่านไม่ผ่าน ขับเคลื่อนตามที่ทำมาแล้ว แย้มเสนอไม่แยะไม่อยากเป็นกันเท่าไหร่ ขออย่ากดดัน รับการเมืองเสนอมาไม่กี่พรรค ดักไม่มาแล้วอย่ามาค้านทีหลัง ไม่ให้ความสำคัญมาก พวกรวมตัวฮ่องกง ติงอย่าให้เครดิต

วันนี้ (22 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงคดีความที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไปเกี่ยวข้อง ว่า ก็สอบสวนดำเนินไป ตนได้สั่งการไปแล้ว เพราะมีหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เขาออกหมายจับมาแล้วตำรวจก็ต้องสอบสวนใหม่ทั้งหมดอยู่แล้วว่ามีความเกี่ยวโยงกันอย่างไร ไม่ใช่ตำรวจสอบตำรวจ หรือตำรวจมาสอบทหารเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าทหารไม่มีความสุขเท่าไหร่ในการสอบสวน ตนยืนยันว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งหมด เพราะหากเกี่ยวข้องก็ต้องรับโทษ อย่าไปกังวลคนไม่ดีก็ต้องรับโทษ เดี๋ยวมันจะเกิดความไม่เป็นธรรม และตนได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับเรื่องไว้แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนได้แต่งตั้งไปแล้ว คิดว่าไม่เห็นเป็นอะไร เพราะเป็นการหมุนเวียนปกติ ซึ่งสามารถทำหน้าที่ได้อยู่แล้ว ข้าราชการระดับผู้บริหารนั้นสามารถบริหารได้หมด เพราะฉะนั้นใช้ในการบริหารและขับเคลื่อนงาน ไม่อย่างนั้นตนจะมายืนตรงนี้ได้หรือ หากตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย สิ่งสำคัญ หากมาต้องให้ความเป็นธรรมและทำประโยชน์ให้ประเทศรวมถึงหน่วยงาน ไม่ใช่เรื่องความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะเป็นที่กรรมการได้พิจารณาแล้ว ตนดูแล้วว่าในสำนักนายกฯ นั้น มีข้าราชการอาวุโสที่เขาขยับกันขึ้นมาได้แต่เราก็ต้องดูความเหมาะสม เมื่อถามว่าใครจะสานต่องานด้านค้ามนุษย์ต่อจาก พล.ต.อ.เอก นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปถามตำรวจ อาจจะตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสักคนมาดูแทน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การประชุมวันนี้ได้มอบหมายภารกิจหลายอย่างโดยเฉพาะได้มอบหมาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการในช่วงที่ตนเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.- 1 ต.ค. นี้ สำหรับประเด็นการประชุม ครม. วันนี้มีหลายเรื่อง โดยสิ่งที่ตนได้ฝากไว้ในช่วงที่ไม่อยู่ก็ให้ดูแลติดตามในเรื่องของการสรรหา ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในส่วนของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งปัจจุบันมีหลายกลุ่มหลายฝ่ายเสนอรายชื่อเข้ามาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาใครหรือไม่เอาใคร หรือให้ใครมาเป็นประธาน กรธ. จะต้องพิจารณากันอีกครั้ง ตอนนี้ก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อน ซึ่งตนพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน

“ส่วนบรรดารายชื่อต่าง ๆ ที่เข้ามาผ่านสื่อมวลชนนั้น ผมก็รับพิจารณาไว้ทั้งหมดและเดี๋ยวก็คงจะมีการหารือกันอีกครั้งในระดับ ครม. คสช. ว่า มีความเหมาะสมอย่างไร เพราะทุกคน ทุกท่านมีความตั้งใจอยู่แล้ว สิ่งสำคัญขอฝากไว้ประเด็นเดียวก็คือเราต้องมองจุดมุ่งหมายสุดท้ายของเรา ว่า ต้องการอะไร อย่าไปมองเพียงแค่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้ามองแค่ตรงนี้มันไปไม่ได้ มันติดตั้งแต่ต้นแล้ว จะต้องมองว่า เราต้องการอะไร และผลสุดท้ายประเทศชาติมีความสงบสุขสันติเข้มแข็งลดปัญหาที่ผ่านมาหรือเปล่า ถ้าย้อนกลับมาได้เราควรจะมีอะไรอย่างไร แต่อยากให้เอาจุดหมายปลายทางมาก่อน”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนก็เช่นกัน ซึ่งแนวทางตนเคยเรียนไปแล้วว่าให้เอาของที่เขาทำมาแล้วมาพิจารณาอีกครั้งและนำไปสู่การพิจารณาออกเป็นกฎหมายใน สนช. ซึ่งก็ต้องสอดคล้องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ตนจะแต่งตั้งขึ้นมาในช่วงนี้เป็นการนำร่องให้เห็นว่ามันน่าจะเป็นอย่างไรในช่วงรัฐบาลนี้ ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเราทุกคนจะเป็นผู้กำหนดว่า จะเป็นอย่างไรต่อไปในรัฐธรรมนูญ บางครั้งคนไทยต้องหัดคิดย้อนกลับไปกลับมาเพราะบางอย่างถ้าคิดจากต้นทางไปมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด มันจะเจอแต่ทางตัน แต่ถ้าไปคิดปลายทางกลับมามันก็อาจจะไปได้ ดังนั้น เราจะต้องหาทางออก

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนิรันดร์ พันทรกิจ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้นายกฯเปิดเผยรายชื่อ สปท. และ กรธ. ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมยูเอ็น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาอยากให้เปิดเผย แต่ตนไม่อยาก จะทำไม ตนเป็นคนกำหนด ถ้าตามใจคนมากก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

เมื่อถามว่า จากกระแสข่าวบุคคลที่จะเป็นประธาน กรธ. นอกจาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ยังมีชื่อบุคคลอื่นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ก็เห็นหนังสือพิมพ์เสนอมาทั้งนั้น ก็เสนอมาสิ บอกแล้วไงยังไม่ได้ตัดสินใครทั้งสิ้น ปัญหาคือเราจะต้องคุยกันว่าจะเดินอย่างไร ถ้าเข้าใจตรงกันก็พอจะหาทางออกคุยกันได้ให้เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย

เมื่อถามว่าบุคคลที่จะเป็นประธาน กรธ. นายกฯ ยึดหลักอะไรในการเลือก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยึดหลักการทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่มีตัวตน เมื่อถามว่ามีคุณสมบัติอื่นมากกว่านี้อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี แค่นี้ก็ทำไม่ไหวแล้ว เพื่อชาติบ้านเมือง ชาติมันเล็ก ๆ หรือไม่ ชาติคือประชาชน ทั้งประเทศ 70ล้านยังไม่พอเหรอ

เมื่อถามว่ามีการเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาให้เลือกทั้ง กรธ. และ สปท. มากแค่ไหน เปิดเผยได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เยอะ มีอยู่ 20 - 30 คน ดูแล้วคงไม่มีใครอยากมาเท่าไหร่ เขาไม่อยากมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ฉะนั้น ข้างนอกก็ต้องไม่ขัดแย้งไม่กดดันเขา ทั้งนี้ เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของ กรธ. ถ้าได้มาเขาก็เป็นคนร่าง จะเห็นชอบหรือไม่ก็ว่ากันไป แต่ถ้าไปกดดันว่าต้องอย่างนี้อย่างนั้น ซึ่งตนยังไม่อยากกดดันเขาเลย

“ให้เขามีอิสระในการทำงานหน่อย เอาจุดมุ่งหมายประเทศชาติเป็นหลัก นั่นแหล่ะมันถึงจะได้คนดีมาทำงาน ไม่อย่างนั้นใครเข้ามาก็หาว่ารับใช้ คสช. ไม่เข้ามาก็หาว่าอย่างนู้นอย่างนี้ คือสรุปไม่มีใครอยากทำอะไรหรอก ประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ โดนซะก่อนหมด แต่ต้องการสงบสุข มีความสุข ต้องการอาชีพ รายได้ที่ดี แต่ใครทำให้เขาไม่ได้ ไม่ถูกใจทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หนักใจต่อการสรรหา กรธ. และ สปท. หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่หนักใจ จะหนักทำไม ตนก็ให้ทุกคนที่อยู่ไปติดต่อพูดคุย มีความคิดเห็นอย่างไร ตนจะไปหนักใจทำไม เพราะตนไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อไหร่ ทำเพื่อคนไทย 70 ล้าน

เมื่อถามว่า มีฝ่ายการเมืองสนใจเข้ามาให้ความร่วมมือหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของ กรธ. ต้องเป็นนักกฎหมาย ซึ่งในส่วนของ สปท. ก็มีฝ่ายการเมืองเสนอตัวเข้ามาร่วม แต่มีไม่กี่คน ไม่กี่พรรค เขาไม่เข้ามาก็ช่าง แล้วอย่ามาพูดทีหลังว่าไม่เห็นด้วย ประชาชนทั้งประเทศก็ดูเอาแล้วกัน ว่าเขาอยู่ เขาวางตัวเองไว้ตรงไหน

“สิ่งที่ผ่านมาผมไม่อยากจะโทษ แต่ถ้าผมไม่โทษมันก็กลับมาโทษผมอยู่แบบนี้ วันนี้ที่มันเกิดเรื่องมันเกิดเพราะใคร ส่วนไหนทำ ถึงเป็นอย่างนี้อยู่ แล้ววันนี้ยังมาคัดค้านอยู่แบบนี้ ตัวเองคนที่ผิดก็ยังไม่ยอมรับความผิดพลาด หรือรับผิดชอบอะไรสักอย่าง ผมว่ามันไม่ถูก ขณะเดียวกันจะให้ผมสงบเงียบเรียบร้อย ปรองดองทุกอย่างมันไม่ใช่เวลาของผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า สัดส่วนทหารที่จะเข้าร่วมสปท.มีจำนวนเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า เขาก็ตั้งไว้เฉย ๆ เดี๋ยวมากน้อยเขาก็เกลี่ยเอาเอง คงไม่ต้องเท่านั้นเท่านี้หรอก แค่เดินลงบันไดตนก็เปลี่ยนสัดส่วนได้แล้ว 50 เหลือ 15 เหลือ 25 เหลือ 20 ก็ตนตัดสินใจเองในคราวหลัง เขาเสนอมา 150 ตนก็ตัดเหลือ 50 ถ้าสัดส่วนมันน้อยตนก็ลดลงแค่นั้นเอง อย่าไปสนใจเรื่องนี้ ต้องสนใจว่าเขาจะทำเรื่องอะไร รู้หรือยังเขาจะทำอะไร ถามสิว่าเขากำลังจะทำอะไร แล้วจะทำงานแบบไหน เขาจะปฏิรูปกันอย่างไร แบบนี้ไม่ถาม แต่กลับไปสนใจว่ามีคนกี่คน จะออกแบบไหน เลือกตั้งเมื่อไหร่ มันอยู่แค่นี้ในปัญหาโลกแตก เหมือนไก่เกิดก่อนไข่ ไข่เกิดก่อนไก่ อะไรทำนองนี้ มันก็อยู่แค่นี้ มันไปไม่ถึงการขยายพันธุ์ไก่ ประเทศเขาไปไหนแล้ว นี่กลับมาที่เก่า

“ผมถามว่า รัฐธรรมนูญต่อให้เขียนวิเศษวิโส ถ้ามันไม่ปฏิบัติจะเกิดอะไรขึ้น กฎหมายทุกวันนี้มีกี่มาตรา มันยังติดคุกกันเป็นแถวอยู่นี่ ฉะนั้นไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย ไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ไม่ได้อยู่ที่กติกา เขาเรียกว่าคนในชาติจะต้องร่วมมือกันอย่างไร ผลประโยชน์ชาติอยู่ตรงไหน ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่ต้องมี ผมก็ไม่ต้องเข้ามา รัฐบาลใครจะเข้าก็เข้ามา อยากทำอะไรก็ทำกันไปมันมีทุกอย่างอยู่แล้ว วันนี้ที่มันยุ่งจริง ๆ แล้วไม่ต้องเขียนใหม่ด้วยซ้ำ รัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มานี้ ถ้ามันยึดถือก็ไม่ต้องแก้ แต่มันไม่ถือไง ทะเลาะกันมาตลอดทุกฉบับ แล้วเราจะทะเลาะเรื่องรัฐธรรมนูญไปอีกสักกี่ฉบับ มันจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านไหมในช่วงนี้ จำเป็นจะต้องเตรียมการประชาธิปไตยที่เป็นสากลหรือไม่ คำว่าสากลก็ต้องกลับมาดูว่าคนของเราพร้อมหรือยังที่จะเป็นสากลทุกอย่าง สิทธิ เสรีภาพ เราเอาสิ่งที่สบายรับมาหมด ประเทศเราอะไรที่ไม่สบายไม่เอา ไม่ชอบ แล้วจะเอาอะไรแล้วจะได้อะไรกลับมา มันไม่ได้อะไรกลับมาหรอก คนในชาติทุกประเทศต้องมีระเบียบวินัยพอสมควร” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า ในขณะที่นายกฯกำลังขับเคลื่อนประเทศซึ่งประชาชนดูอยู่ ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มคนไปรวมตัวกันที่ประเทศฮ่องกง คอยทำลายสมาธิ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างอารมณ์เย็น ว่า ตนไม่ได้ให้ความสำคัญมากมายขนาดนั้น ตนถือว่ากำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป เคารพกติกากันบ้าง เวลาเขาอยู่ในหน้าที่ต่าง ๆ ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว และวันนี้ตนก็ทำงานของตน ประชาชนก็ดูแล้วกันเขาทำถูกหรือทำผิด ถ้าสิ่งที่เขาทำกลายเป็นว่าถูกมากกว่าสิ่งที่ตนทำ ถ้าอย่างนี้ก็โอเค โลกก็ตาลปัตรแล้ว แต่ตนไม่ได้หมายความว่า เขาทำถูกหรือผิดทั้งหมด ที่ผิดก็เยอะที่ถูกก็คงมีอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้ให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน ถ้าไม่รับกฎหมายอีกแล้วจะตัดสินด้วยอะไร ถ้าเรายังให้เครดิตไปมาอย่างนี้ ท่านไม่จำเป็นต้องมาให้เครดิตตน ขณะเดียวกันต้องไม่ให้เครดิตคนอื่น ตนขอแค่นั้นยังได้ยังดีกว่า แต่กลับให้เครดิตตน ให้เครดิตอีกข้างเรื่อยๆ ทั้งๆที่ทำคนละอย่างกัน มันใช่ไหมล่ะ แค่นี้นะ ขอเวลาไปเตรียมตัวไปประชุมยูเอ็น โชคดีนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีอาการป่วยเป็นไข้หวัด และเจ็บคอ โดยมีการให้สัมภาษณ์ในเวลาที่น้อยกว่าปกติ และยกเลิกหมายปฏิบัติหน้าที่บางหมาย ทั้งนี้ แหล่งข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ก่อนเข้าประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังคงมีอาการป่วยจากไข้หวัดจึงให้แพทย์จากโรงพยาบาลทำการรักษาโดยการฉีดยาและให้ยาไปรับประทานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายกฯ ก็เป็นประธานการประชุมตามปกติ

โดยแหล่งข่าวระบุว่า คาดว่า ที่นายกฯเลือกที่จะฉีดยาก่อนก็เพื่อให้ร่างกายสามารถเข้าร่วมประชุม ครม. ได้ จากนั้นก็จะพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ณ นครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.- 1 ต.ค. โดยในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีหมายปฏิบัติหน้าที่ และจะออกเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 23.00 น.

ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้าร่วมในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือเรื่องดังกล่าวกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงกำหนดให้มีสัดส่วนฝ่ายการเมืองใน สปท. ด้วย โดยเป็นความพยายามดึงทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน ดังนั้นทุกภาคส่วนรวมทั้งฝ่ายการเมือง จึงควรเข้าร่วม สปท. ทั้งนี้ รัฐบาลขอขอบคุณนักการเมืองที่จะมาร่วมกันปฏิรูปประเทศ ขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้า สร้างกติกาเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต แต่สิ่งเป็นกังวลคือกลุ่มเชิญชวนแล้วไม่เข้าร่วม แต่กลับวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในภายหลัง ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องการให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมใน สปท. ทั้งหมด







กำลังโหลดความคิดเห็น...