xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” ส่งซิกใครกล้าเชิญคู่ขัดแย้งเซ็นสงบศึก ห่วง รธน.ไม่คลอด เตือนเลือกตั้งแล้วยังตีกันโดนยึดอีกก็ไม่รู้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นายกฯ เผยหลายชาติชมไทยมีเสถียรภาพดี สหรัฐฯ ไม่เข้าใจก็เรื่องของเขา ยันยังไม่จบปี 58 จะมาเร่งรัดก็ไม่ใช่ ห่วงถ้า รธน.ไม่คลอดจะเป็นอย่างไร แนะยอมรับความต่างแล้วเดินหน้า รับกังวลความไม่สงบเกิด ขอโทษบางครั้งหงุดหงิด สอน “ยิ่งลักษณ์” ถ้าคิดว่าถูกต้องอยู่ในกติกา เผยส่งคนไปดูแลหวั่นเกิดเหตุตนซวยอีก ยันให้เกียรติมาตลอด ติงสื่ออย่าให้ความสำคัญมาก ถามใครกล้ารับประกันเชิญคู่ขัดแย้งเซ็นสงบศึกก่อนเลือกตั้ง ถ้าอยากลงสัตยาบันก็ให้ กมธ.ยกร่างฯ ไปทำมา วอนช่วยกันอย่าให้เกิดปม ถ้ายังตีกันอีกก็ไม่รู้ แต่ลั่นไม่เอาแล้ว เบื่อขอพักผ่อน

วันนี้ (12 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 1/2558 ว่าการลงทุนต่างๆ ในประเทศไทยสิ่งสำคัญต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทยแค่ไหนและอยู่ที่ว่าบ้านเมืองเรามีเสถียรภาพหรือไม่ ถ้าบ้านเมืองไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลยังทะเลาะเบาะแว้งอยู่ เขาก็ไม่มาลงทุนด้วย อย่างตนไปประเทศญี่ปุ่นและทุกๆ ประเทศมานั้นก็มีการซักถามและชื่นชมว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพดี ขอให้กลับสู่ประชาธิปไตย

“ผมก็บอกว่า ผมก็ไปอยู่แล้ว อย่างไรผมก็ไป วันนี้ที่บริหารงานอยู่ก็อธิบายให้เขาเข้าใจว่าผมบริหารด้วยประชาธิปไตย โดยองค์กรต่างๆ ได้เข้ามาทำงานร่วมกันทั้งหมด ไม่เช่นนั้น ผมคงไม่ต้องมีบีโอไอ สั่งแต่ คสช.อย่างเดียวไม่ดีกว่าหรือ ปัจจุบันต่างชาติมีความเข้าใจ ส่วนจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็ไปเลือกเข้ามา ถ้าเลือกได้ก็เลือก เลือกไม่ได้ท่านไปว่ากันมา ผมไม่รู้แล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการชี้แจงไปยังสหรัฐอเมริกาหรือไม่ หลังจากที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลต่อบทสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อสื่อญี่ปุ่น อาจจะมีการใช้กำลังทหารเข้ามาแก้ปัญหาการเมืองในอนาคตอีก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ชี้แจงหมดทุกอย่าง ชี้แจงไปหมดแล้ว ไม่ต้องกังวล ส่วนที่สหรัฐฯ ไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องของเขา เมื่อไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ไปทะเลาะกับท่านอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็อธิบายจนไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรแล้ว โรดแมปก็คือโรดแมป วางไว้ว่าปี 58 แล้วขณะนี้ผิดจากปี 58 ตรงไหน เพราะนี้ยังไม่จบปี 58 เลย แล้วมาเร่งรัดตอนนี้มันคงไม่ใช่ วันนี่เรากำลังเดินไปสู่จุดตรงนั้น สิ่งที่บอกและอธิบายคือมันไม่ได้อยู่ที่ตน หรือ คสช. หรือรัฐบาลวันนี้ แต่มันอยู่ที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และต่างประเทศก็ต้องเข้าใจ ให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าประเทศให้มีอนาคตอย่างยั่งยืน และติดต่อการค้ากันโดยสงบ มีเสถียรภาพ ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง

“การเมืองถือว่าสำคัญที่สุด ผมกังวลว่าระหว่างที่เราเดินหน้าในเรื่องรัฐธรรมนูญอยู่นั้น ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร ไปบังคับเขาไม่ได้ เพราะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนทำ สนช.ได้คัดเลือกมาจากหลายส่วน มีทุกกลุ่ม วันนี้ก็ขอให้เขียนออกมา ผมมีหน้าที่อย่างเดียว ขอให้ออกมาให้ทัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาได้แล้วมีการโปรดเกล้าฯ มันจะมีอะไร วันนี้ขอให้ตกลงกันให้ได้ ข้อสำคัญคนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งต้องออกมาแสดงความคิดเห็นตรงนั้น แล้วเอาตัวตนออกมาว่าเราจะเดินหน้าประเทศอีกสัก 4 ปีได้หรือไม่ แล้วรัฐบาลหน้าจะอยู่อย่างไร มันต้องยอมรับในความเห็นต่างกันและเดินหน้าประเทศไปสัก 4 ปี ผมไม่เกี่ยวแล้ว เพราะเป็นการเลือกตั้ง”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาได้ก็เดินหน้าระหว่างนั้นก็ทำกฎหมายลูก ถ้ากฎหมายลูกเสร็จภายในสิ้นปี ตนได้บอกว่าให้ร่างกฎหมายลูกที่จำเป็นบางเรื่องจะได้มีความรวดเร็ว ทุกอย่างก็จบ แล้วก็เตรียมการเลือกตั้ง การเลือกตั้งก็จะออกมาที่ประมาณต้นปี 2559 อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วเพราะได้วางพื้นฐานอะไรไว้มากมาย แต่ทุกคนต้องข่วยกันว่าสิ่งที่รัฐบาลทำมานั้น มันมีประโยชน์เพราะถ้าปล่อยให้มีความขัดแย้ง ปัญหาก็จะไม่จบ หากต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์ก็อยู่ที่ประชาชนจะเลือกตั้งใครเข้ามาทำหน้าที่แทนตน ก็ต้องขอร้องว่าทุกคนอย่าขัดแย้งกันอีก เดินหน้าประเทศต่อไปให้ได้ โดยเฉพาะการเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อต่างประเทศ การลงทุน นอกจากนี้จะต้องเร่งทำทุกอย่างให้เกิดความสุจริตโปร่งใส ซึ่งเมื่อตนอธิบายทุกประเทศก็เข้าใจ ให้เวลากับเราแล้ววันนี้เราจะมานั่งเร่งรัดกันเองทำไม ตนไม่เข้าใจการเมืองคือการเมืองก็ต้องไปแก้กันให้ได้ ปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องของคู่ขัดแย้ง ตนไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ตนมีหน้าที่รักษากฎหมายและกติกาของประเทศ ดังนั้น ตนไม่สามารถไปไล่ล่าใครข้างใดข้างหนึ่งได้ สื่อก็ต้องช่วย เรรื่องบางเรื่องอย่าไปประโคมข่าวมากนัก มันเป็นเรื่องธรรมดา

“สิ่งที่ผมกังวลขณะนี้ คือ หากเกิดเหตุความไม่สงบ หรือเกิดอันตรายกับใครขึ้นมาสักข้างหนึ่ง ใครจะมารับผิดชอบ ก็จะกลับมาที่รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพวกไหนก็ตามก็ต้องดูแลกัน อาจจะมากบ้างน้อยบ้างก็ขออย่าเอาเรื่องความขัดแย้งมาปนกันตรงนี้ ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกคน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาการเมืองในขณะนี้รบกวนการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า “ก็นิดหน่อย แต่การเมืองก็คือการเมือง แต่ผมไม่ใช่การเมือง ผมเป็นรัฐบาลที่ตั้งใจและมีเจตนาที่จะทำงานแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง จะว่าอย่างไรก็ว่ากันไป เพราะผมอยู่อยู่แล้ว เข้ามาแล้ว แต่ก็ไม่ทำให้เสียสมาธิ แต่ก็ต้องขอโทษว่าบางครั้งหงุดหงิดบ้างก็ต้องเห็นใจผมเพราะสมองผมใช้เยอะ”

เมื่อถามว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีส่วนทำให้รัฐบาลเสียสมาธิ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม บางครั้งตนอยากให้ทุกอย่างสงบบ้าง คุณยิ่งลักษณ์จะไปกินก๋วยเตี๋ยวหรือไปไหนก็ปล่อยให้ท่านไป เมื่อไหร่ที่เขาไม่ให้ไป ไม่ให้กิน ก็กินไม่ได้ ถ้าท่านถูก ท่านก็กลับมาเป็นรัฐบาล ตนจะไปอะไรกับท่านได้

เมื่อถามว่า แสดงว่า ณ เวลานี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรอยู่ในประเทศไทยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่รู้ ก็ต้องไปดูขั้นตอนต่างๆ มีอยู่ชัดเจน ทางอัยการสูงสุดก็ได้ชี้แจงมาแล้วว่าระหว่างการเตรียมการเรื่องสำนวนก็ควรจะอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นมันควรจะอยู่หรือไม่ และเมื่อคิดว่าตนเองถูกต้องก็ต้องอยู่ภายใต้กติกา ถ้าไม่เคารพกติกาแล้วมาบอกว่าสิ่งที่ทำถูกจะรับกันได้หรือไม่ ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นอีก

“อดีตนายกรัฐมนตรีคุณยิ่งลักษณ์เคยบอกกับผมแล้วว่าท่านพร้อมสู้ทุกอย่าง ท่านก็สู้ ซึ่งผมก็บอกไปว่าให้ดูแลท่านให้ดี อย่าให้ท่านเป็นอะไรขึ้นมาเพราะเดี๋ยวไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำก็เดือดร้อนผมอีก ก็ต้องดูแล ดังนั้นหนักนิดเบาหน่อยก็ขออภัยกันเท่านั้นเอง ผมเดินทางไปทุกประเทศก็บอกว่าผมไม่ได้ไปทำร้ายใคร ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ใครที่ทำผิดกฎหมายชัดเจนก็ต้องถูกดำเนินคดี ลงโทษไม่ได้เลือกฝ่าย หากมีหลักฐานมากก็ทำได้ก่อน ถ้าหลักฐานน้อยก็ต้องสอบต่อไป ไม่เคยไปเข้าข้างใคร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการประเมินหรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินไปสุดทางการต่อสู้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เห็นว่ามีการชี้แจงสู่สาธารณะ โดยนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงแทนมาแล้ว เท่าที่ตนฟังก็เห็นว่าจะสู้คดีจนถึงสุดท้าย ไม่หนีไม่ไปไหน นายนรวิชญ์ก็ต้องรับผิดชอบ สื่อก็ต้องไปถามนายนรวิชญ์กันเอง

เมื่อถามว่า ระหว่างนี้ฝ่ายความมั่นคงจะดูแลอดีตนายกรัฐมนตรีและให้เกียรติใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ให้เกียรติมาตลอดและเจ้าหน้าที่ไม่เคยไปสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งสื่อสามารถพิจารณาเองได้

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เลือกหนทางใดในการต่อสู้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ไม่ทราบ ก็เลือกหนทางที่เป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็ขอให้ยึดกฎหมาย อย่าใช้คำว่าสู้เพราะตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้วที่พร้อมให้ความเป็นธรรมและชอบธรรม มีหลักฐานก็ไปแถลงกันในศาล ตนไม่ใช่ศาล ไปตัดสินไม่ได้

เมื่อถามว่า ดูเหมือนขณะนี้มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ ตลอดเวลา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เป็นเรื่องปกติ และเรื่องการค้นรถก็ไม่ได้ค้นทุกตารางนิ้ว ส่วนที่ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ทหารติดตามความเคลื่อนไหวนั้น ผมไม่รู้ แต่เป็นเรื่องของเขาที่ต้องดูแล ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาก็ดูแลทุกคนที่อันตราย ทุกคนก็ร้องกันเข้ามาว่าไม่มีอิสระ มีตำรวจ มีทหาร แต่เจ้าหน้าที่เขาต้องดูแลความปลอดภัยก็ปล่อยเขาไป ดีกว่าไม่มีคนดูมั้งผมว่า ไปไหนก็จะรู้สึกปลอดภัย สบายใจ อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก ไปดูเรื่องว่าประเทศจะไปกันอย่างไร จะเอาเงินที่ไหนมาสร้างรถไฟกันดีกว่า เรื่องอื่นไม่เห็นจะสำคัญอะไรนักหนา ทกอย่างอยู่ในกระบวนการอยู่แล้ว ชอบไปขุดกันมาอยู่ได้ มันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศเลย วันนี้มีคนทำงานอยู่แล้ว ศาล อัยการเขาก็รออยู่ ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็พร้อม ก็ไปทำกันให้จบอย่ามาพูดอะไรตอนนี้ ต่อไปผมจะไม่ตอบเรื่องพวกนี้อีกแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นว่าหากบ้านเมืองเกิดความไม่เรียบร้อย ทหารจะกลับมาอีก หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการอธิบายว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้เราพร้อมเดินหน้าประเทศในทุกเรื่อง แต่ทุกอย่างอยู่ที่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญว่าร่างได้หรือไม่ คนที่เกี่ยวข้องที่จะไปเลือกตั้งการเมืองพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลยอมรับกติกาตัวนี้หรือไม่ก็ต้องไปว่ากันมา ไม่ใช่เรื่องของตนแล้ว ถ้าเผื่อไม่ยอมรับก็ต้องไปต่อต้าน ตนก็ต้องทำให้สงบและเดินหน้าให้ได้ เพราะตนมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ ส่วนรัฐธรรมนูญจะมีการร่างหรือแก้ไขกี่ฉบับตนก็ไม่รู้แล้ว

“ส่วนที่ผมพูดว่าหากบ้านเมืองไม่สงบทหารก็จะกลับเข้ามานั้นก็เป็นเพราะว่าจะมีใครรับประกันกับผมได้หรือไม่ว่าจะเชิญคนเหล่านี้ที่เป็นคู่ขัดแย้งมาเซ็นสัญญาสงบศึกกันได้ไหมว่าจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนรัฐธรรมนูญก็คงจะไม่มีใครเห็นด้วยทั้งหมดก็เป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นก็จัดการเลือกตั้งให้จบ ด้วยหลักธรรมาภิบาลและรับกันว่าจะปฏิรูปอย่างไรไปทำสัญญากันมาว่าจะไม่มีการประท้วงและมีความรุนแรงเกิดขึ้นมาอีก การประท้วงประชาธิปไตยห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว ประชาชนทำได้ตามสิทธิถ้าไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะวันนี้เรายังมีกฎอัยการศึกอยู่ ไม่เช่นนั้นตนคงแก้อะไรไม่ได้ แต่วันนี้ก็มัวมาสาละวนกับเรื่องคุณยิ่งลักษณ์” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่นายกฯ จะเป็นคนเชิญคู่ขัดแย้งมาลงสัตยาบันร่วมกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ ตนเพียงพูดให้ฟังไม่ใช่ปล่อยให้เดินห่างไปเรื่อย แล้วมาซัด คสช.ฝ่ายเดียว เราต้องให้คู่ขัดแย้งมารวมกันให้ได้ ซึ่งต่างประเทศเองเขาก็ถาม ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่า ปัญหาของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีการปฏิวัติ รัฐประหารมาสิบกว่าครั้งแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าไม่มีปัญหา ใครจะมาทำ ตนอยากจะรู้นัก มันเสี่ยง

เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะให้ทุกฝ่ายมาลงสัตยาบันต่อหน้านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของสภาปฏิรูป ให้คณะกรรมาธิการฯ ไปทำมา ยังมีอีกหลายขั้นตอน สื่อก็อยากแต่ให้ผมใช้อำนาจ แต่พอใช้ก็กล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน จะเอาอะไรก็เอาให้แน่สักอย่าง อย่ามาไล่ผมแบบนี้ ซื้อก็ต้องช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศความร่วมมือ ไม่ใช่มาโยนให้ผมใช้อำนาจเดี๋ยวก็มาว่ากันอีกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย วันนี้อำนาจที่มีอยู่ก็เพื่อให้เกิดความสงบ ถ้าทุกอย่างมีความสงบเรียบร้อยไม่มีการคัดค้าน ไม่มีระเบิด อาวุธสงคราม ใครจะอยากใช้อำนาจ วันนี้ใครไม่มีเรื่องก็จะไปกลัวโดนอะไร จะไปกลัวอะไรกันหนักหนา ผมควรจะกลัวมากกว่า เพราะเป็นคนใช้อำนาจ”

เมื่อถามย้ำว่า อนาคตหากรัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ มีความขัดแย้ง ทหารจะกลับเข้ามาอีกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ช่วยกันสิ อย่าให้มันมี อย่ามาถามผมวันข้างหน้าผมไม่รู้ เพราะผมส่งให้ท่านแล้วไว ท่านบอกให้ผมเดินตามโรดแมปให้มีการเลือก ผมก็ส่งไม้ต่อให้มีการเลือกตั้ง ถ้าขัดแย้งกันอีกก็เป็นสิ่งที่พวกท่านทำให้เกิดขึ้นมาเองทั้งหมด ผมไม่รู้แล้ว ผมหยุดเพื่อที่ผ่านมาให้เกิดความสงบ ผมทำแล้ว แต่ถ้ายังเกิดความไม่สงบจะกลับมาโทษผมอีกมันไม่ถูก วันนี้ทุกคนอยากเลือกตั้งก็ต้องไปหาทางเลือกกันให้ได้ หน้าที่ของผมคือจัดการเลือกตั้งให้ได้ แต่พอเลือกตั้งเสร็จแล้วตีกันอีก รัฐบาลก็แก้ปัญหากันมา แก้ให้ได้ก็แล้วกัน ถ้าเลือกตั้งแล้วตีกันอีก ผมก็ไม่รู้แล้ว ผมไม่เอาแล้ว เบื่อ เหนื่อย ผมจะไปพักผ่อนแล้ว วันนี้ทุกคนก็น่าจะได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าบอกว่ายังไม่รู้ก็อยู่อย่างนี้กันต่อไป อยู่บนความขัดแย้ง แต่ผมไม่อยู่ด้วยแล้ว คุณจะขัดแย้ง ทะเลาะกันต่อไป ผมไม่เอาด้วยแล้ว พอสักทีเถอะ”

เมื่อถามว่า มีแผนรองรับไว้แล้วยังว่า หากรัฐธรรมนูญออกมาแล้วยังเกิดความเห็นต่างอยู่ โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หากยอมรับไม่ได้ก็ต้องไปหาเหตุหาผล หาช่องทางมาว่าจะแก้กันอย่างไร ตนไม่รู้

กำลังโหลดความคิดเห็น...