xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายปู” โวยคลังจงใจให้จำนำข้าวขาดทุนสูง “นิวัฒน์ธำรง” โบ้ย กปปส.ทำข้าวเสื่อมหนัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายพิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (แฟ้มภาพ)
ทนายถุงขนม 2 ล้าน โวยคลังเอาข้อมูลคลาดเคลื่อนมาแถลงปิดบัญชีจำนำข้าว สับหักค่าเสื่อมสินค้าบวกเข้าไปด้วยจึงทำให้ดูขาดทุนหนัก ชี้มาใช้กับทางเกษตรไม่ได้ จวกจงใจให้สูงกว่าความเป็นจริง เพื่อส่งผลคดียิ่งลักษณ์ ด้าน “นิวัฒน์ธำรง” โบ้ย กปปส.ชุมนุมห้ามขายข้าวทำข้าวเสื่อมหนัก

วันนี้ (14 พ.ย.) นายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษากฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงข่าวที่ว่านายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ออกมาสรุปว่า โครงการรับจำนำข้าว 15 โครงการ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีผลขาดทุนรวมอยู่ที่ 6.8 แสนล้านบาท และมีผลขาดทุน ใน 4 โครงการหลังในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนวน 5.1 แสนล้านบาทนั้น ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า การปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการชุดนี้ ถือเป็นการปิดบัญชีตามเอกสารซึ่งข้อสรุปตัวเลขก่อนหน้านี้ทางปลัดกระทรวงเองในฐานะประธานก็ออกมายอมรับว่าตัวเลขบางส่วนยังไม่ตรงกัน เพราะยอดสินค้าข้าวที่ขายไปได้ในแต่ละงวดของ อคส. และ อ.ต.ก. เมื่อรวมกันแล้วยังไม่ตรงกับยอดสต๊อกข้าวที่เหลืออยู่ แต่จู่ๆ มาวันนี้ก็สามารถนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์มาแถลงปิดบัญชีได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก

นายพิชิตกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่แปลกใจที่ตัวเลขการขาดทุนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะออกมาสูงมาก เพราะเนื่องจากคณะอนุกรรมการฯ ใช้วิธีการคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือ ด้วยการหักค่าเสื่อมสินค้าในแต่ละปีเข้าไปด้วย ซึ่งตามหลักการแล้วเรื่องนี้ไม่สามารถกระทำได้ เพราะสินค้าเกษตรนั้นมีวิธีคิดค่าเสื่อมแตกต่างกับสินค้าทั่วไปที่สามารถลงบัญชีหักค่าเสื่อมเพื่อลบออกจากต้นทุนการดำเนินโครงการ ตนได้เคยโต้แย้งประเด็นนี้ไว้กับ ป.ป.ช.แล้ว เนื่องจากการปิดบัญชีโครงการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรมีความจำเป็นต้องพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับการทำบัญชีเฉพาะ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนในมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 (ปรับปรุง 2552) เรื่องสินค้าคงเหลือ ซึ่งสินค้าเกษตรจะสามารถรับรู้กำไรขาดทุนได้ก็ต่อเมื่อ มีการขายหรือมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่า แต่ไม่สามารถหักค่าเสื่อมเป็นรายปีแบบสินค้าปกติได้

“พูดง่ายๆ ก็คือ ระบบการหักค่าเสื่อมทางบัญชี จะนำมาใช้กับค่าเสื่อมสภาพทางการเกษตรไม่ได้ เพราะในหลักการบัญชีสากลนั้น ถือว่ามันเสื่อมราคากันคนละแบบ คือเมื่อของเก่าลงราคาก็ลดลงไปตามปี แต่สินค้าเกษตรจะขึ้นอยู่กับสภาพการจัดเก็บรักษาของสินค้าเกษตรว่าจะสามารถรักษาสภาพเริ่มต้นเอาไว้ได้นานแค่ไหน ดังนั้นการนับสภาพเสื่อมของสินค้าเกษตรจึงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของสินค้านั้นๆ ไม่ได้เปลี่ยนไปตามระยะเวลาตามระบบบัญชีทั่วไป และจะรับรู้มูลค่าของสินค้าก็ต่อเมื่อมีการขายจริง” นายพิชิตกล่าว

นายพิชิตกล่าวสรุปว่า เมื่อคณะอนุกรรมการฯ ใช้หลักเกณฑ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงตามหลักการมาตรฐานบัญชีทั่วไป มาคำนวณกับตัวเลขสต๊อกข้าวที่รอการระบายอยู่ ตัวเลขจึงสูงกว่าความเป็นจริง ตนเชื่อว่าหากรัฐบาลสามารถเร่งระบายข้าวออกไปได้เร็ว ตัวเลขค้างสต๊อกก็จะลดลง และมีรายได้จากการระบายข้าวกลับเข้ามา หักลบกันไปตัวเลขก็ไม่น่าสูงมากขนาดนี้ ตนเองมองว่าเรื่องนี้มีการจงใจที่จะสร้างตัวเลขให้สูงกว่าความเป็นจริงซึ่งจะส่งผลต่อรูปคดีที่ได้มีการฟ้องร้องว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารราชการผิดพลาดทำให้เกิดความเสียหาย จึงขอเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการฯ เปิดเผยตัวเลขสรุปการปิดบัญชีครั้งนี้อย่างโปร่งใส เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสรับรู้ โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะได้ชี้แจงให้สังคมทราบข้อเท็จจริงได้ต่อไป

ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จำนวนตัวเลขที่อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ระบุรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินการโครงการ ระยะเวลา 3 ปี จำนวน 4 โครงการ ขาดทุน 5.1 แสนล้านบาท หากมีการขายข้าว 18 ล้านตันในสต๊อก มูลค่า 220,000 ล้านบาท จะเท่ากับ 3 ปี รัฐบาลขาดทุนปีละ 1 แสนล้านบาทโดยประมาณ เวลานี้เป็นการคิดในราคาขั้นต่ำ หากรัฐบาลขายข้าวปริมาณที่สูงขึ้น มูลค่าอาจจะมากกว่า 220,000 ล้านบาทก็ได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะตัดสินใจขายข้าวเมื่อไร ส่วนข้าวเสื่อมขายไม่ได้จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์นั้น เนื่องจากขณะนั้นมีการชุมนุมทางการเมือง นำประเด็นการจ่ายเงินให้ชาวนาไม่ได้มาเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ขายข้าวเสื่อมไม่ได้ และยิ่งทำให้ข้าวเสื่อมมากขึ้นอีก


กำลังโหลดความคิดเห็น...