xs
sm
md
lg

“สนธิ” เร่ง “มาร์ค” เชือด “ป๊อด”- ชี้ความผิดเพียบ/พี่ชายเหิมขู่นายกฯ

เผยแพร่:

“สนธิ”กระตุกต่อมกล้าหาญ “มาร์ค”เร่งย้าย “พัชรวาท”พ้น สตช.หลัง ผบ.ตร.ออกมาสวน ไม่ลาพักราชการยาวเพื่อเปิดทางทีมสอบสวนคดีลอบยิง ตามที่นายกฯ แถลง แถมพี่ชายที่เป็น รมว.กลาโหมยังออกมาข่มขู่ใช้วิธีการนอกฎหมายกับคนที่ย้ายน้องชาย แนะใช้คดีทุจริตงบฯ 18 ล้าน ย้ายช่วยราชการสำนักนายกฯ ได้ทันที พร้อมตะเพิด “สุเทพ”พ้นพรรค ไม่เช่นนั้นจะจบชีวิตทางการเมือง แถมทำ ปชป.ตกต่ำ



คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ทางเอเอสทีวี ช่วงเวลา 20.30-22.00 น.วันที่ 31 ก.ค.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ มาร่วมรายการ โดยได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญของชาติ 2 เรื่อง คือ การเสียดินแดนให้กัมพูชาในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ และบทบาททหารไทยในยุคที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกฯ ด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ นายสนธิ ได้ตอบคำถามกรณีที่ นายสาธิต ปิตุเดชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่า เป็นคนแก่น้อยใจ พออะไรไมได้ดั่งใจก็โวยวายว่า ไม่อยากตอบ เพราะ นายสาธิต เป็นเด็กรุ่นหลัง และไม่มีราคา ไม่เคยต่อสู้เพื่อบ้านเมือง มีแต่ตีฝีปากกระแหนะกระแหนประชดประชัน แต่เรื่องของชาติบ้านเมือง เรื่องเสียดินแดน เรื่องความอยุติธรรมในสังคมไม่เคยนำเอาไปพูด แต่พอตนออกมาพูดความจริงที่กระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็มากล่าวหาว่า โวยวาย แต่ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่อยากให้ชาวระยองได้แสดงพลังในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อบอกว่าคนๆ นี้สมควรเป็น ส.ส.ระยอง หรือไม่

นายสนธิ กล่าวถึงการเสียดินแดนเขาพระวิหาร ว่า เริ่มจากศาลโลกมีคำตัดสินให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา เมื่อปี 2505 ซึ่ง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าทนายความฝ่ายไทย ทั้งที่ตามหลักสันปันน้ำต้องเป็นของไทย ซึ่งเรายังสงวนสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ถ้ามีข้อมูลใหม่ โดยเราได้กั้นเขตเฉพาะตัวปราสาท เป็นของเขมร ซึ่งเขมรก็ยอมรับ แต่ต่อมาเขมรรุกพื้นที่เข้าไป 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยขีดเส้นเขตแดนขึ้นใหม่ อ้างว่า เป็นพื้นที่ของเขา เพราะเรามีรัฐบาลขายชาติที่ผ่านมา 2 รัฐบาล ไปทำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว เท่ากับยอมรับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของกัมพูชา เป็นการจงใจของคนขายชาติ ด้วยเหตุนี้พันธมิตรฯ จึงยื่นฟ้องศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ และศาลก็ตัดสินว่าผิดมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ กลายเป็นโมฆะ แต่รัฐบาลไทยก็ไมได้แจ้งยกเลิกแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นทางการ จนขณะนี้พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรดังกล่าว มีแต่ทหารเขมรและชุมชนเขมรเข้าไปอยู่เต็ม ขณะที่ทหารไทยถ้าจะเข้าไปต้องปลดอาวุธ และเมื่อถึงตอนค่ำก็ถูกไล่ลงมา ทั้งที่มันเป็นพื้นที่ของไทยแท้ๆ แต่รัฐบาลและทหารมีนโยบายสันติ ทั้งที่ระหว่างสันติกับอธิปไตยนั้น เราควรเลือกอธิปไตยมากกว่า ไม่เช่นนั้นก็จะถูกฮุบเอาดินแดนไปหมด

นายสนธิ กล่าวต่อว่า เรื่องเสียดินแดนนั้น เป็นเรื่องใหญ่ ที่ทำให้ทหารรุ่นหนุ่มๆ น้ำตาตกใน และคั่งแค้นใจ เพราะส่วนกลางไม่ให้ปะทะทั้งสิ้น แต่วันดีคืนดีเราอยู่ในเขตไทยก็เหยียบกับระเบิดที่เขมรเอามาวางไว้ แล้วผู้ใหญ่ของเราก็แอบไปจับมือเขมรที่พนมเปญ แล้วมาบอกว่าเราอย่าทะเลาะกัน ซึ่งฝ่ายเขมรนั้นด้านหนึ่งเขาก็ไม่ทะเลาะ แต่ก็รุกคืบเอาดินแดนเข้ามาเรื่อยๆ

นายสนธิ กล่าวว่า นายสุเทพ ชอบกล่าวหาว่าตนทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันจะวุ่นก็ต้องวุ่น เพราะเรื่องของชาติบ้านเมืองนั้นทุกคนมีสิทธิ์ ไม่ใช่ปล่อยให้บางคนไปแอบจับมือกันเรื่องผลประโยชน์ในอ่าวไทยแล้วมาบอกว่า นายสนธิ อย่ายุ่ง

นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2552 ก่อนที่ นายสุเทพ จะเดินทางไปกัมพูชานั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่า ให้ นายสุเทพ ไปย้ำจุดยืนของไทยที่ไม่ต้องการให้จดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ นายสุเทพ กลับให้สัมภาษณ์ว่าคงไม่เอาเรื่องอะไรที่เป็นปัญหาไปพูด และไม่มีเรื่องปราสาทพระวิหาร จะคุยแต่เรื่องที่เป็นมิตรกัน และพอกลับมาวันที่ 27 มิ.ย.นายสุเทพ ก็บอกว่า ความขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหารจะลดระดับลง เพราะศาลโลกได้ตัดสินมานานแล้วว่าเป็นของกัมพูชา ทั้งที่เราเคยสงวนสิทธิ์โต้แย้งเอาไว้

นายสนธิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีแหล่งผลประโยชน์ในพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งต่างคนต่างลากเส้นเขตแดนจากหลักเขตที่ 73 โดยเขมรลากแบ่งเกาะกูดไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดเขตทับซ้อน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าประมาณ 5 ล้านล้านบาท โดยในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วันที่ 18 มิ.ย.2545 ได้ไปตกลงเขมรว่าพื้นที่ทับซ้อนเหนือเส้นละติจูด 11 องศา จะแบ่งเขตกัน ส่วนพื้นที่ใต้ลงไปจะร่วมกันพัฒนา ทั้งที่หากเรายืนยันตามเขตแดนของเรา พื้นที่แหล่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าวจะเป็นของไทยหมด

นอกจากนี้ หากยึดตามหนังสือสัญญากรุงสยาม-ฝรั่งเศส ที่ทำเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2450 ระบุชัดว่า รัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้าย เมืองตราด และเกาะใต้แหลมสิงห์ลงไปถึงเกาะกูดให้กรุงสยาม ดังนั้น หากยึดตามสัญญาดังกล่าว ซึ่งเขมรนำไปอ้างกรณีเขาพระวิหาร เกาะกูดก็ควรจะเป็นของไทยทั้งหมด เราสามารกลากเส้นเขตแดนห่างจากเกาะได้อีก 12 ไมล์ทะเล และแหล่งก๊าซจะเป็นของเราทั้งหมด แต่เมื่อมีนักการเมืองชั่วๆ บางคนต้องการขอเอี่ยวผลประโยชน์ตรงนี้ เป็นการส่วนตัว จึงแอบไปพบเจ้าหน้าที่เขมรที่เมืองนอก บนเกาะที่มีโรงแรมราคาแพงแห่งหนึ่ง โดยเจรจาแลกผลประโยชน์กับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบเขาพระวิหาร

“พวกนักการเมืองชั่ว เวลาพูดอะไร เราอย่าเพิ่งไปเชื่อ ต่อหน้าก็บอกว่าเกลียดกัน แต่ลับหลังมันมีสะพานเชื่อมกันอยู่ เอาไว้วันหลังผมจะเปิดโปงว่าเขาเชื่อมกันยังไง และจะได้รู้ว่าเราถูกหลอกมาตลอด บางคนก็บอกว่าจะเล่นการเมืองเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต จึงไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะฉิบหายอย่างไร” นายสนธิ กล่าว

ต่อมา นายสนธิ กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า มีทางออกในการที่จะทำให้คดีลอบยิง นายสนธิ คืบหน้า โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.จะลาพักราชการเพื่อให้ทีมสอบสวนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับโผโยกย้ายตำรวจอีก แต่ล่าสุด พล.ต.อ.พัชรวาท กลับให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่าไม่ได้ลาพักราชการ แค่ไปราชการต่างประเทศประมาณ 10 วัน หลังจากนั้น จะกลับมาทำงานตามปกติ โดย นายสนธิ กล่าวว่า เห็นใจนายกฯ ที่พยายามอย่างสุดความสามารถ แต่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คนที่จะมาบู๊ล้างผลาญ และเป็นคนมีหลักการ

นายสนธิ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ตั้งคำถามว่า น้องชายผิดอะไรถึงจะมาปลด ว่า พล.อ.ประวิตร สามารถถามได้ หากไม่ได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม แต่การถามตอนเป็นรัฐมนตรีถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง พล.อ.พัชรวาท นั้น อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกฯ เพียงแต่มอบหมายให้ นายสุเทพ ดูแลแทน การที่นายกฯ จะตัดสินใจโยกย้ายใคร หรือให้ใครออก ย่อมมีสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดิน และ สตช.ก็ขึ้นตรงนายกฯ

นายสนธิ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ผิดอย่างไรนั้นไม่อยากมาต่อล้อต่อเถียง แต่ความบกพร่องนั้นมีเยอะมาก นับตั้งแต่กรณีที่ตำรวจอยู่เฉยๆ ในเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงล้มการประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยา การทุจริตงบประมาณประชาสัมพันธ์ 18 ล้านบาท ของ สตช.สมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นรอง ผบ.ตร.ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน และพบว่า มีมูล ซึ่งได้เสนอนายกฯ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ไปแล้ว และในสมัยรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เคยย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯ เพื่อที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว แต่พอนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรักษาการนายกฯ ก็ย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท กลับมาเป็น ผบ.ตร.อีกโดยที่ยังไม่ตั้งกรรมการสอบ นอกจากนี้แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท มีความผิด ในคดี 7 ตุลาฯ ซึ่ง ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาว่าผิดวินัย รวมทั้งผิดวินัยร้ายแรง และผิดคดีอาญา

“แต่ประเด็นไม่อยู่ที่ผิดแค่ไหน ผิดอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร ที่จะออกมาถามว่าน้องผมผิดตรงไหน ถ้าอย่างนั้นแล้วอีกหน่อยใครเป็นรัฐมนตรี ถ้ามีญาติที่จะถูกปลด ถูกย้าย ก็จะออกมาถามกันหมดว่า ผิดตรงไหน”

นายสนธิ กล่าวต่อว่า กรณี พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการ ของ พล.อ.ประวิตร ยังออกมาขู่ว่าถ้าย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท จะตอบโต้ทั้งวิธีการในกฎหมายและนอกกฎหมาย โดยอ้างว่าตระกูลวงษ์สุวรรณ ถูกเล่นงานมานาน และ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ไปฟ้องดำเนินคดีกับ นสพ.ASTVผู้จัดการแล้วนั้น อยากให้ พล.อ.นพดล อินทปัญญา พูดใหม่ ถ้า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้บอกให้พูด ก็ต้องแก้ข่าว ถ้าไม่แก้ ก็แสดงว่า กำลังข่มขู่นายกฯ ข่มขู่ตน และข่มขู่เอเอสทีวี

“ที่ผมโดนยิงพวกนอกกฎหมายยิงหรือเปล่า ก็นอกกฎหมายใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นทำนอกกฎหมายคือทำอะไร คุณเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ถ้าเกิดขณะนี้ผมได้ข่าว มีการจัดทีมจะยิงผมอีกครั้ง ผมไม่รู้ ขอตั้งคำถามว่า คุณจะเกี่ยวด้วยหรือเปล่า เพราะคุณบอก แม้กระทั่งนอกกฎหมายก็ต้องทำ ผมเกิดมาเป็นตัวเป็นตน ผมอายุอ่อนกว่าคุณไม่กี่ปี ผมปีนี้ 62 คุณคง 65 สามปี ผมยังไม่เคยเจอใครที่กล้าพูดอย่างนี้เลย ว่าจะสู้ทุกทางในกฎหมาย หรือแม้กระทั่งนอกกฎหมาย มันเป็นไปได้อย่างไร รัฐมนตรีซึ่งยืนถวายสัตย์กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วมีเลขานุการตัวเองบอกว่า จะสู้ในกฎหมายและนอกกฎหมาย ผมไม่เคยเจอ สาบานผมไม่เคยเจอจริงๆ”

นายสนธิ กล่าวต่อว่า รมว.กลาโหม กำลังข่มขู่นายกฯ นอกจากวิธีนี้แล้ว ยังขู่ว่าจะลาออก แถม นายสุเทพ ยังบอกว่าจะลาออกตาม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ให้ พล.อ.ประวิตร และนายสุเทพ ลาออกไปเลย จะไปอยู่กับ นายเนวิน ในพรรคภูมิใจไทย โดยสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ ก็ไปเลย แต่ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ต้องกล้าหาญ ต้องมีวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ ต้องกล้าตัดสินใจ นายสุเทพทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลงไปมากจากที่เคยสะสมเกียรติภูมิในช่วงที่เป็นฝ่ายค้านมา 8 ปี ถึงเวลาแล้วที่จะให้ลาออกไปเสียที

นายสนธิ ย้ำว่า การที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ออกมาพูดสวนทางกับนายกฯ ว่า ไม่ได้ลาพักยาวนั้น อยากจะให้กำลังใจนายกฯ คนที่รักความเป็นธรรมจะวัดใจนายอภิสิทธิ์ในวันนี้ ซึ่งถ้ายังไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ใช่ชีวิตทางการเมืองจะจบลงเท่านนั้น แม้อนาคตทางการเมืองของประชาธิปัตย์ก็ดับไปด้วย และประเทศไทยจะไม่มีที่ยืนอีกแล้ว

นายสนธิ กล่าวต่อว่า การที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาดูแลคดีของตนนั้น เพราะต้องการให้คดีเดินหน้าเต็มที่ ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นนายสนธิ แต่ใครก็ตามที่ถูกยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามตอนเช้าตรู่ในช่วงที่มีประกาศภาวะฉุกเฉิน จะต้องจับคนร้ายมาให้ได้ ไม่ว่าตอจะใหญ่แค่ไหน ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะไม่มีที่ยืน ดังนั้น ถ้านายอภิสิทธิ์ คิดอย่างนี้ จะต้องย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท มาประจำที่สำนักนายกฯ และสามารถทำได้ทันทีจากเรื่องการทุจริตงบ 18 ล้าน ที่มีการสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากนั้น ก็ตั้งรักษาการ ผบ.ตร.มาทำหน้าที่แทน ซึ่งนี่คือ กระบวนการตามกฎหมาย ที่สำคัญ นายอภิสิทธิ์ ต้องกล้าหาญ อย่าไปกลัวคำขู่ ร่างหนังสือแล้วเข้าเฝ้าฯ เลย จะปลดใครก็ปลดเลย คนบางคนนั้นเวลาใหญ่และดูเป็นนักเลง เที่ยวข่มขู่คนโน้นคนนี้ เพราะตัวเองมีตำแหน่ง แต่เมื่อใดหลุดจากตำแหน่ง ไม่มีลูกน้องที่คุมกำลังก็หมดความหมาย

คำต่อคำ : รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” วันศุกร์ที่ 31 ก.ค.2552


จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ
- สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คุณผู้ชมผิดหวังไหมคะวันนี้ ข่าวคราวที่ออกมา เรารอกันมาหลายเดือน สำหรับท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในดวงใจของใครๆ หลายคน วันนี้ทางออกในการแก้ปัญหาคดีของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ลอบยิงคุณสนธิด้วยอาวุธสงคราม ก็ต้องจบลงด้วยการหาออกด้วยตัวของ ผบ.ตร.เอง คุณพัชรวาท วงษ์สุวรรณ เสนอทางออกให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูเหมือนว่าทุกฝ่ายจะยิ้มแย้มแจ่มใส คุณพัชรวาท ก็จะได้ไปพักผ่อนต่างประเทศ 10 กว่าวัน หายหน้าหายตากันไป หลบเลียแผลใจ หรืออะไรไม่ทราบ ไม่แน่ใจ ไปอยู่ที่ต่างประเทศ ท่านนายกฯ บอกว่าอะไรๆ มันคงจะคลี่คลายได้ดีขึ้น และก็บอกว่า ในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ชายของคุณพัชรวาทนั้น ได้คุยกันแล้ว ท่านนายกฯ ว่าอย่างนั้นนะคะ แล้วก็บอกว่า ให้คุณพัชรวาทตัดสินใจเอง ไม่เกี่ยวข้องกับการลาครั้งนี้ ยืนยันว่าการเสนอทางออกดังกล่าวไม่มีใครมาบีบ แต่ทำไปเพราะเล็งเห็นว่าจะทำให้คดีเดินหน้าต่อไปได้ นั่นแสดงว่ายอมรับกันใช่ไหมคะว่า ถ้าคุณพัชรวาทอยู่ คดีจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ที่เขาพูดๆ กัน ท่านก็ยอมรับอย่างนั้นหรือเปล่า อยากเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีแบบนี้นะคะ แล้วท่านก็บอกว่า โดยระบบการบริหารงานไม่เสียด้วย ท่านนายกฯ ยังบอกอีกด้วยนะคะว่า ถ้าใครมีแนวทางที่ดีกว่านี้ก็เสนอมา ดิฉันขอเสนอเลยก็แล้วกัน ก็ปลดไปเลยเป็นไงคะ ปลด ผบ.ตร.ไปเลย ดีกว่าไหม แล้วเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านจะได้ไม่ถูกกดดัน ไม่ถูกบีบบังคับหัวใจให้ทำในสิ่งที่ท่านไม่อยากทำ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ หลายคนยังรักท่านอยู่นะคะ เชื่อมั่นว่าท่านยังมีความกล้าหาญที่จะตัดสินใจบางอย่าง แต่ว่าในเมื่อวันนี้ท่านตัดสินใจเช่นนี้ ก็ต้องบอกว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับท่าน แต่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่นๆ หรือไม่นั้น ดิฉันไม่สามารถตอบแทนได้

ท่านนายกฯ ยังบอกอีกด้วยว่า ทางออกนี้น่าจะทำให้สิ่งที่คนเคยบอกว่าเป็นอุปสรรค คงจะมั่นใจได้ นี่ก็เป็นการยอมรับอีกดอกหนึ่งแล้วนะคะว่า ท่านยอมรับหรือคะว่าคุณพัชรวาทนั้น เป็นอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ จากคำพูดการให้สัมภาษณ์ของท่านหลายๆ ครั้ง สรุปแล้ว ตำรวจดีๆ ใน สตช.วันนี้มีคนเขาไปถามว่า เอ๊ะ ตกลงตำรวจใน สตช.เชื่ออย่างที่ข่าวออกมาไหมว่า คุณพัชรวาทเป็นตอในคดีคุณสนธิ ตำรวจเขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมคะ เอ๊ย ไม่มีตำรวจคนไหนเคยบอกว่าคุณพัชรวาทเป็นตอนะ แต่ว่าเป็นหัวหลักหัวตอหรือเปล่านี่ไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็คงต้องไปถามตำรวจใน สตช.กันเอาเอง ว่าใครรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ แต่ที่แน่ๆ คุณไพศาล พืชมงคล อดีต สนช.ท่านนี้ออกมาพูดตำหนิ แต่พูดถึงการหาทางออก หาทางลงให้คุณพัชรวาทก่อนนะคะ บอกว่า แสดงว่าตอนนี้มีการต่อรองเพื่อให้คดีลอบยิงคุณสนธินั้นเดินหน้าต่อไปได้ ถือว่าสมประโยชน์กันทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพันธมิตรฯ โดยฝ่ายการเมืองไม่รู้สึกเสียหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็สามารถเดินหน้าสืบสวนต่อไปได้ แต่ต้องจับตาดูการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. เพราะจะถือเป็นการชี้ชะตาเก้าอี้ ผบ.ตร. อีกครั้งหนึ่ง ถามหาสปิริตตำรวจไทยนั้น คุณผู้ชมอย่าไปถามหาเลยค่ะตอนนี้ มันหายากเหลือเกิน งมเข็มในมหาสมุทรยังง่ายกว่าเลย คุณไพศาล พูดต่อด้วย เรื่องเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตระกูลวงษ์สุวรรณ จะดำเนินการทั้งในและนอกกฎหมายกับคนที่ทำให้เสียหาย คุณไพศาลบอกว่า คำพูดดังกล่าวทำให้คนไทย คนในสังคมตกอกตกใจ เพราะถือเป็นการแสดงพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่ว่า หากผู้ถืออาวุธไม่มีวินัยก็ไม่ต่างอะไรกับโจร แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้บอกให้ชัดว่าจะเล่นกันนอกกฎหมายอย่างไร ยิ่งสร้างความสับสนให้บ้านเมือง เพราะสามารถตีความได้หลายแง่มุม นี่เป็นการวิเคราะห์ของคุณไพศาล พืชมงคล

เอาละค่ะไม่เป็นไรค่ะ ให้คุณพัชรวาทไปอยู่ต่างประเทศสักพักหนึ่ง 10 กว่าวัน ดูซิว่าทีมสืบสวนสอบสวนคดีคุณสนธิจะทำงานได้อย่างสบายอกสบายใจ ไม่เจอตอที่ใหญ่กว่าหรือเปล่า จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้คนในสังคมก็รับรู้กันอยู่แล้วนะคะว่า ความจริงมันคืออะไร แต่อยู่ที่คนใหญ่คนโตในบ้านเมืองของเราจะกล้าพูด จะกล้าตัดสินใจหรือเปล่า นี่เป็นการวัดใจกันนะคะ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพรรคประชาธิปัตย์ สมควรจะอยู่ในรัฐบาลต่อไปอีกหรือไม่ นี่เป็นการชี้ชะตาอนาคตของรัฐบาลชุดนี้แล้วค่ะ คุณอภิสิทธิ์จะทิ้งอนาคตที่สวยสดงดงามสำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ เลือดใหม่ ที่เป็นความหวังของประชาชน ไว้กับบุคคลเหล่านี้ หรือท่านจะกล้าตัดสินใจทำเพื่อที่จะก้าวต่อไป ทำให้สังคมไทยน่าอยู่ และการเมืองที่น่าชื่นชม น่ารื่นรมย์มากกว่าที่เป็นอยู่นี้

เอาล่ะค่ะ เราไปดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเหิมเกริมที่สนามหลวงกันบ้าง วันนี้จตุพร พรหมพันธุ์ ออกมาพูด ชี้แจงเลย บอกว่า การชุมนุมกันของคนเสื้อแดงจะทำอะไรกันบ้าง เขาบอกเขาจะเปิดรับใบฎีกาที่จะขอพระราชทานอภัยโทษ ยื่นถวายฎีกาให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี หรือ นช.ทักษิณ ชินวัตร เขาจะปิดรับใบฎีกาจากคนเสื้อแดงตอนเที่ยงคืนตรง และก็จะมีการสลับการปราศรัยไปจนถึง 6 โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ และก็ยังคุยโวอีกด้วยว่า เชื่อว่ายอดใบฎีกาจะมียอดเกิน 3 ล้านฉบับแล้ว และจะใช้เวลา 7 วันนับจากวันนี้ไป ตรวจสอบว่ามีการซ้ำซ้อน รายชื่อถูกต้องไหม ส่วนจะยื่นถวายฎีกาวันไหนนั้น จะแถลงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง และจตุพรยังบอกอีกด้วยว่า ที่เข้าใจกันว่าจะมีการยื่นถวายฎีกาในวันที่ 7 สิงหาคม เป็นการตีความกันเองว่าต้องการให้ตรงกับวันเสียงปืนแตก ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีแนวคิดเช่นนั้นเลย ค่ะ พ่อแม่พี่น้องขา นี่ฟังจตุพรพูดนะค แล้ว นช.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินเพื่อขอบคุณประชาชนตอน 2 ทุ่มครึ่ง แล้วตอนนี้ข่าวล่ามาเร็ว นี่ล่ะค่ะ ภาพสดนะคะ โฟนอิน ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แหม อันนี้ต้องพิจารณากันเองนะคะว่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จหรือเปล่า แหม เสียดายเราไม่ได้ยินเสียง แต่ก็อย่าไปฟังเลยค่ะ เดี๋ยวพ่อแม่พี่น้องเราบางคนจะหงุดหงิด บอกว่าเห็นหน้าก็หงุดหงิดแล้ว อย่าให้ฟังเสียงเลย เดี๋ยวจะงุ่นง่านกันไปใหญ่

และที่สำคัญ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นี่เป็นประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ณัฐวุฒิออกมาบอก บอกว่า เมื่อรวบรวมเสร็จแล้ว ปิดยอดแล้ว ตัวเลขจะประมาณ 3-4 ล้านคนเลยนะคะพ่อแม่พี่น้อง 3-4 ล้านคนเลย ที่จะมีการยื่นถวายฎีกา ปรากฏว่าณัฐวุฒิยังพูดถึงการจะถวายฎีกาด้วยวิธีการไม่ผ่านองคมนตรี เพราะเขาบอกว่า การผ่านองคมนตรีนั้น องคมนตรีบางท่านเขาไม่ไว้วางใจ เขาจะส่งตรงไปถึงสำนักพระราชวัง เพราะว่าวิธีการแบบนี้จะตัดตอนได้ว่าองคมนตรีจะไม่เข้าไปแทรกแซง เออ ดูวิธีคิดของเขานะพ่อแม่พี่น้องขา ณัฐวุฒิยังพูดอีกด้วยว่า หลังจากทูลเกล้าฯ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการกดดันพระบรมราชวินิจฉัย โถ!! ไอ้ณัฐวุฒิเอ๊ย ที่เอ็งทำอยู่เนี่ยเขาเรียกว่าเกิดการกดดันพระองค์ท่านแล้วล่ะ อย่าทำเป็นแกล้งโง่ ต้องพูดกันตรงๆ แบบนี้

จริงๆ แล้ว พ่อแม่พี่น้อง วิธีการและขั้นตอนในการยื่นถวายฎีกานั้น โดยประเพณีปฏิบัติก็คือจะต้องผ่านการกลั่นกรองขององคมนตรีก่อน ก็คือจะต้องยื่นผ่านองคมนตรีเสียก่อน เพราะว่านี่เป็นการ เป็นเรื่องซึ่งจะต้องผ่านไปยังสำนักพระราชวัง ต่อไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องจะต้องผ่านการวินิจฉัยขั้นหนึ่งก่อน จะต้องมีการกลั่นกรองขั้นหนึ่งก่อนจากบรรดาองคมนตรี เพราะฉะนั้นวิธีการ ขั้นตอนเหล่านี้ พ่อแม่พี่น้องเห็นไหมคะ ว่ามันนึกจะทำอะไรก็ทำ เวลาที่มันจะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มันก็ทำ เวลาที่มันจะร้องขอความช่วยเหลือ มันก็ทำ คนเหล่านี้พ่อแม่พี่น้องคงไม่ต้องหาคำนิยามให้ เพราะเรารู้ๆ กันดีอยู่แล้ว

และเรื่องนี้เราคงต้องตามกันต่อว่า ตกลงแล้วว่าแผนการขั้นต่อไปของ นช.ทักษิณ ชินวัตร จะทำอย่างไรกันต่อ แต่ทั้งบ้านทั้งเมืองเขาออกมาคัดค้าน เขาออกมาด่าสาปแช่งกันหมด ว่าทำกันไปอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วรัฐบาลเองก็ดูเหมือนว่าความรู้สึกช้าเหลือเกินนะคะ หรือจะเป็นโรคอะไรก็มิอาจจะตอบได้ 21.00 น.วันนี้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะชี้แจงแถลงไขทำความเข้าใจกับประชาชนที่ได้ร่วมลงนามไปแล้ว หรืออาจจะกำลังคิดจะร่วมลงนามยื่นถวายฎีกา พ่อแม่พี่น้องคะ อย่างที่บอก ถ้าบอกว่า เห็นใจเขามีงานหลายอย่างที่ต้องทำ แต่งานทุกอย่างเขาต้องทำได้พร้อมๆ กันด้วย เพราะว่าเขารับอาสาที่จะมาแก้ปัญหาให้กับคนไทยทั้งประเทศแล้ว 21.00 น.คืนนี้ ดูกันซิว่ารัฐบาลจะว่าอย่างไร แต่พันธมิตรฯ หลายคนโทรศัพท์มาบอกว่า ไม่ดูหรอก ดูรายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดีกว่า มีอะไรเด็ดๆ ให้ดูเยอะเลยค่ะค่ำคืนวันนี้ พลาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าคนแก่ขี้ใจน้อย ขี้ตีโพยตีพาย ใช่รึเปล่าไม่รู้นะคะ เดี๋ยวคืนนี้ต้องรอฟังคำตอบจากคนแก่คนนี้ดูว่าเขาขี้ใจน้อย ขี้ตีโพยตีพาย ไม่ได้ดั่งใจแล้วออกมาร้องแรกแหกกระเฌอ หรือเปล่า สาธิต ปิตุเตชะ ถ้าคุณมีประสบการณ์ทางการเมือง หรือว่ามีความคิดมากกว่านี้สักหน่อย คุณคงจะไม่พูด ไม่วิพากษ์วิจารณ์ และพูดคำนี้ออกมา เดี๋ยวฟังคนแก่คนนี้พูดกันในค่ำคืนวันนี้

ก่อนที่จะพักกันมีข่าวฝาก วันนี้มีพันธมิตรฯ เจอน้องแอ้ม สโรชา ที่ TOP สาขาทองหล่อ หยิบยื่นสตางค์ให้จำนวนไม่น้อย บอกว่า ช่วยพันธมิตรฯ สู้คดี 10,000 บาท ให้ ASTV 10,000 บาท อีกรายให้ ASTV 1,000 บาท กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง เรายังช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่ ความรักมันมั่นคงและยั่งยืนเหลือเกินสำหรับพ่อแม่พี่น้องพันธมิตรฯ และ ASTV จอจะไม่ดับแน่นอนถ้าหากว่า พ่อแม่พี่น้องช่วยกันสมัครรับข่าวมือถือของ ASTV พิมพ์ข้อความ ตัว R ส่งไปที่ 4321000 เราจะหักเงินเดือนละ 200 บาท บวกภาษีนิดหน่อย มีข่าวฝากมาจากท่านจันทร์ ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องสมัครสมาชิก SMS รักธรรมะ ซึ่งจะส่งเป็นบทกลอนธรรมะ ที่ท่านจันทร์แต่งขึ้นมา แล้วนำมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ตลอดจนผู้รู้ท่านอื่นๆ ส่งเป็นกำลังใจให้สมาชิก วันละ 3 ข้อความ เช้า บ่าย เย็น ตอนนี้ทำมาแล้ว 3 เดือน ผู้คนสนใจกันมากมาย กดสมัครมาที่ *471668811 กดโทรออก สำหรับระบบ DTAC และ AIS ส่วน TRUE MOVE พิมพ์ 881 ส่งมาที่ 4716101 ท่านจันทร์ฝากข้อความมาว่า สำหรับผู้สูงอายุกดโทรศัพท์ไม่เป็น โทรศัพท์มาที่ 0-2733-4000 รับฟรี 15 วัน จะต่ออายุหรือเลิกก็ได้ ถ้าต่อเดือนละ 29 บาทเท่านั้น

ข่าวดี เมื่อเช้านี้ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ พร้อมด้วยเลขาธิการพรรค คุณสุริยะใส กตะศิลา และสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ทำพิธีร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานพรรคการเมืองใหม่ บ้านเลขที่ 43 ถนนเชื้อเพลิง พระราม 4 ทำบุญตักบาตร และเปิดพิธีอย่างเป็นทางการ ช่วงบ่ายแกนนำพันธมิตรฯ จากภาคต่างๆ ขึ้นเวทีร่วมกันปราศรัย สลับกับการแสดงดนตรี และจำหน่ายสินค้าเพื่อระดมทุนเข้าพรรคการเมืองใหม่ นี่เป็นศูนย์ประสานงานแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร สำหรับพรรคการเมืองใหม่ ในส่วนของต่างจังหวัด มีการทยอยเปิดที่ทำการศูนย์ไปบางจังหวัดแล้ว หากพ่อแม่พี่น้องสนใจจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ให้เตรียมเอกสาร สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน อย่างละ 2 ชุด พร้อมกับรูปถ่าย 2 รูป สมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ที่ทำการประสานงานพรรคการเมืองใหม่ทุกแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งที่สำนักงานใหญ่ด้วย

ข่าวฝากจากพี่วีระ สมความคิด สำหรับงานโครงการธารน้ำใจจากแนวหลังสู่ทหารกล้า และเสวนาการเมืองใหม่ โดยพี่วีระ ในวันที่ 1 สิงหาคม ที่หมู่บ้านศีรษะอโศก จ.ศรีสะเกษ ฝากข่าวถึงพ่อแม่พี่น้องที่จะไปร่วมงาน เตรียมเครื่องนอนและอุปกรณ์กันฝนไปด้วย ช่วงนี้ฝนตกและอากาศเย็น ต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพ ทำร่างกายให้แข็งแรงเผื่อจะมีงานใหญ่ให้ออกมาร่วมกันทำบุญเพื่อประเทศอีกครั้งหนึ่ง

เราพักกันก่อน ช่วงหน้ามาพบกับแขกพิเศษในค่ำคืนวันนี้ เดี๋ยวต้องตอบคำถามว่า ขี้ใจน้อย เป็นคนชอบตีโพยตีพายเมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือเปล่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พักกันก่อนค่ะ


(เบรก 2)

สนธิ - สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และท่านผู้ชมที่ชม ASTV ทีวีหลักที่ให้ปัญญาแก่ประชาชน พี่น้องครับ สังเกตผมใช้คำว่า ASTV ทีวีหลัก เหตุผลก็เพราะว่า ASTV เป็นทีวีช่องเดียวที่เป็นทีวีหลักในการให้ปัญญากับประชาชน ส่วนช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 นั้น กลับเป็นทีวีทางเลือก ASTV ไม่ใช่ทีวีทางเลือกพ่อแม่พี่น้อง แต่ว่าเป็นทีวีหลัก เพราะว่า ASTV นั้นเป็นทีวีที่สู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และราชบัลลังก์มาตลอด ไม่ใช่ทีวีน้ำเน่า เพราะฉะนั้นแล้วพี่น้องต้องจำเอาไว้ เมื่อเขาบอกว่า สื่อทางเลือก ทีวีทางเลือก พ่อแม่พี่น้องต้องนึกถึง 3 5 7 9 11 ทันที แต่ถ้าเขาพูดถึงทีวีหลัก พี่น้องต้องนึกถึง ASTV เท่านั้นเอง เพราะว่า ASTV เท่านั้น เป็นทีวีที่ให้ความรู้กับประชาชน

วันนี้ผมจะมาพูดเรื่อง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการเสียดินแดน ในที่สุด ในยุคของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของบทบาทของทหารไทยในยุคที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลฝ่ายความมั่นคง

เมื่อผมจะพูดถึงเรื่องการเสียดินแดนครั้งนี้ คุณแอน จินดารัตน์ เมื่อกี้เขาฝากให้ผมตอบคำถาม นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมาบอกว่าผมเป็นคนแก่ขี้ใจน้อย พอไม่ได้อะไรดังใจแล้วก็โวยวาย ความจริงแล้ว ไม่ค่อยอยากจะตอบ เพราะว่าคุณสาธิตเป็นเด็กรุ่นหลัง แล้วก็ไม่มีราคาอะไรทั้งสิ้น คนที่ไม่เคยสู้เพื่อชาติ เพื่อบ้านเพื่อเมือง มีแต่ตีฝีปาก พูดจากระแนะกระแหน ประชดประชัง ซึ่งเป็นลักษณะของคนชาวประชาธิปัตย์ พวกประเภทเนรคุณคน นอกจากนั้นแล้วยังไม่พอ ยังเป็นนักฉกฉวยโอกาส

เรื่องชาติ เรื่องบ้านเรื่องเมือง เรื่องการเสียดินแดนในยุคที่พรรคคุณเป็นรัฐบาล คุณทำไมไม่พูดบ้าง ทำไมไม่โวยวายบ้าง ความอยุติธรรมในสังคมคุณไม่เคยพูด คุณสนใจอยู่อย่างเดียว คือพอผมพูดความจริงอะไรขึ้นมาแล้วมันไปกระเทือนพรรคของคุณ คุณก็ออกมาใช้รูปแบบเดิมๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ มาว่าผมโวยวายบ้าง ไม่ได้อะไรดังใจบ้าง ไม่เป็นไรหรอกครับ คนไม่มีราคาอย่างคุณ ไม่มีความหมาย พ่อแม่พี่น้องชาวพันธมิตรฯ ที่ระยอง อย่าลืมคนที่ชื่อสาธิต ปิตุเตชะ อย่าลืมพี่น้อง เลือกตั้งงวดหน้าสั่งสอนเขาเสียหน่อยนะครับ เลือกตั้งงวดหน้าพี่น้องชาวระยองแสดงพลังให้ดูหน่อย นะครับ ว่าคนๆ นี้เหมาะหรือไม่ที่จะเป็นตัวแทนของท่าน

พี่น้องครับ ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องเขาพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากให้พี่น้องดูสารคดีประมาณ 4 นาทีครึ่ง เรื่องเกี่ยวกับเขาพระวิหาร พอจบสารคดีแล้วเดี๋ยวเรามาพูดกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เชิญครับ

(VTR)

พ่อแม่พี่น้องครับ เพื่อความเข้าใจในเรื่องที่ผมจะพูดนั้น อยากให้ดูแผนที่ซะใหม่ ช่วยเอาภาพที่ 7 ขึ้นบนจอให้พ่อแม่พี่น้องดู แล้วผมจะอธิบายให้ฟัง พี่น้องดูให้ดีๆ นะครับ เดิมทีประเทศไทยยึดถือตามหลักสากล สีแดงคือสีแนวตามสันปันน้ำ นี่คืออาณาเขต ซึ่งเขาพระวิหารนี้ เมื่ออยู่หลังแนวตามสันปันน้ำ ย่อมถือว่า เขาพระวิหาร ต้องเป็นของไทย แต่การต่อสู้ในศาลโลกนั้น ซึ่ง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว ท่านเป็นทนายความให้ประเทศไทย แพ้คดี เหตุผลที่แพ้คดีเนื่องจากมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น กรรมการของ ผู้พิพากษาของศาลโลกประกอบด้วยประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเก่าของเขมร เลยทำให้มีความอคติหลายประการ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของไทยและทีมทนายความไทย ทำให้แพ้ไป แต่แพ้ไปแล้ว ประเทศไทยยังสงวนสิทธิ์ บอกไม่ยอมรับ ยังสงวนสิทธิ์บอกว่า หากมีข้อมูลใหม่ขึ้นมาแล้วเราจะสู้อีก แล้วเราไม่ยอมรับมติอันนี้ แต่ไหนๆ ศาลโลกพิพากษาแล้ว

เอาภาพที่ 8 ขึ้นมาครับ เราก็เลยตีแนวเขตแดนตามที่ไทยยึดถือ เส้นสีเหลือง คือเส้นซึ่งบอกว่า เอาละ ถ้าตัดสินว่าเขาพ
กำลังโหลดความคิดเห็น...