xs
xsm
sm
md
lg

คุณธรรมของ พิณทองทา - คราบน้ำตา ยงยุทธ ติยะไพรัช

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง

ยงยุทธ ติยะไพรัช
.
ระยะนี้ใคร ๆ ก็ใช้คำว่า คุณธรรม-จริยธรรม กัน..หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คอลัมน์นี้ต้องกล่าวถึง คุณธรรม-จริยธรรม อีกสักวาระหนึ่ง วานซืน เอม-พิณทองทา ชินวัตร ไปพบ คตส. หลังจากปล่อยให้รอแล้วรอหายมาร่วม 5 เดือนเนื้อหาสาระของการไปมีแค่สองประการเท่านั้น หนึ่ง-ไปปรากฏตัว สอง-ไปแล้วไม่พูด โดยอ้างเหตุผลที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นเหตุผลที่อิงหลักจริยธรรม-คุณธรรม แบบที่คุณลุงคุณป้าตั้งหลักไม่ทันเลยทีเดียว

ผลจากการนี้จะผิดกฎหมายหรือไม่ ? ยังต้องรอดูต่อไป เพราะคณะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯ กำลังหาช่อง เอาผิดทางอาญา ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งมีอำนาจตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ข้อ 5 และ 10 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 25 (1)

ในมุมของกฎหมายก็ว่ากันไป แต่สำหรับมุมมองทางการเมืองแล้ว หมากคุณธรรม ของลูกกตัญญูรายนี้ ที่บอกว่า ... “การให้ถ้อยคำไม่ว่าในฐานะใดในคดีที่เล็งเห็นได้ว่าอาจเป็นผลร้ายต่อบุพการี จึงเป็นสิ่งที่บุตรไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะอาจจะ กลายเป็นผู้ประพฤติเนรคุณโดยไม่รู้ตัว” ...ได้ผล!! อย่างน้อยที่สุดในทางสังคม บรรดาแม่ยกในพื้นที่อีสานและเหนือตอนบน ยกมือพนมสาธุ โถ..แม่คุณ ช่างน่าสงสาร..รักพ่อรักแม่เป็นที่สุด

อย่างน้อย-นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอ้างหลัก คุณธรรม-จริยธรรม อีกครั้งหนึ่ง-ของตระกูล ชินวัตร ที่ควรบันทึกไว้.

......................

อย่างที่บอก การอ้างคำพระ ของคนตระกูลนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทำให้อดไม่ได้ที่ต้องพลิกแฟ้มไปดู วาทะคุณธรรม ของ ทักษิณ ชินวัตร ที่เผลอเป็นอ้างคำพระไม่แพ้ใคร..ย้อนไปถึงสมัยที่เพิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีปีแรก.. จำได้ว่า คอลัมน์เซี่ยงเส้าหลง เคยบันทึกไปครั้งหนึ่งแล้วขอทวนความจำว่า ทักษิณ ชินวัตร พูดในรายการนายกฯทักษิณพบประชาชน เล่าว่าได้เดินทางไปอินเดีย และไปคารวะ อนุสาวรีย์ของ มหาตมะคานธี ..แถมเอาทัศนะว่าด้วย บาป 7 ประการของคานธี มาเล่าผู้ฟังต่อ..ประหนึ่งเป็นสาวกผู้ศรัทธาในวัตรปฏิบัติของมหาบุรุษแห่งชมพูทวีป

ทักษิณ ชินวัตร ได้เสนอ ภาพผู้ฝักใฝ่ คุณธรรม-จริยธรรม ไม่ทำบาป 7 ประการผ่านการถ่ายทอดสดวิทยุ-โทรทัศน์ แต่ก็ใช้ลีลาพริ้วไหว ไม่เผลอหล่นคำตาย-รับจะขจัดการกระทำบาป เหล่านั้นออกจากพรรคไทยรักไทย และสังคมไทย

อันว่าทัศนะว่าด้วยบาป 7 ประการของคานธี ที่ปรากฏในพากษ์ไทย เป็นผลงานของ กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย ชื่อหนังสือ ข้าพเจ้าทดลองความจริง : อัตชีวประวัติของมหาตมา คานธี ซึ่งหากจะเอาลึกลงไปอีกหน่อย..ความตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นพากษ์อังกฤษ The Story of My Experiments with Truth. หรือพากษ์ไทย ต่างสละสลวยไม่แพ้กัน จึงขอยกมาทั้ง 2 พากษ์...

Politics without principles - - เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ
Pleasure without conscience - -หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด
Wealth without work - -ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน
Knowledge without character - - มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี
Commerce without morality - -ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลธรรม
Science without humanity - - วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์
Worship without sacrifice - - บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ

สำนวนไทยมักจะเรียก บาป และ กรรม ติดคู่กันเสมอ... คนเฒ่าคนแก่บอกลูกหลานว่าบาปกรรมมีจริง..ประพฤติบาปก็จะได้ผลกรรมกลับไป..พิจารณาดูเอาเองก็แล้วกันเถิดว่า การถูกประชาชนเรือนแสนออกมาต่อต้านบนท้องถนน การถูกยึดอำนาจ ยังเร่ร่อนไร้แผ่นดินอยู่ ตลอดถึงการถูกตรวจสอบเอาผิดในคดีความต่าง ๆ ในเวลานี้เกิดขึ้นจาก บาป-หรือกรรมข้อใดของผู้ยึดมั่นในหลักบาป 7 ประการ

......................

เอาเรื่องเก่ายกมาพอเป็นกระสายแล้วเข้าสู่เรื่องปัจจุบันกันต่อ เชื่อได้ว่าหลังการอภิปราย ญัตติปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงานของรัฐบาล ขอให้ทราบว่า นับจากนี้การซักฟอก-กดดัน-ตั้งข้อสงสัยในประเด็นว่าด้วยคุณธรรม-จริยธรรม ต่อนักการเมือง จะกลายเป็น เรื่องปกติที่ปฏิบัติกันทั่วไป เหมือนกับยุคหนึ่งมี ประเพณีปฏิบัติว่าด้วยการ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในแทบทุกสมัยประชุมสามัญประจำปี

เรื่องดังกล่าวเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือทั้งกำหนดไว้ในกฎหมาย และส่วนที่เป็นวิถีปฏิบัติ-ธรรมเนียมปฏิบัติ อันเป็นบรรทัดฐานหนึ่งในสังคม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน กำหนดไว้ในหมวด 13 ว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 279 - 280 ให้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมเรียกว่า ประมวลจริยธรรม มีผลบังคับเอาโทษครอบคลุมไปถึงการพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งการ โยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการอีกด้วย หากใช้มาตรฐานแบบเดียวกับที่รัฐบาลก่อน หรือหลายครั้งในรัฐบาลนี้ดำเนินการไป เอาพวกเอาพ้อง ข้ามขั้นข้ามหัว - - ถูกเอาผิดได้แน่นอน

เอาเฉพาะเรื่องการแต่งตั้ง ข้าราชการการเมือง-ข้าราชการประจำ ก็สนุกแล้ว ไหนจะพวกเลขา-ผู้ติดตาม-นักการเมืองเด็ก ๆ ที่แวดล้อมผู้เป็นนายตามกระทรวง ที่ก่อนนี้ ตั้งบริษัทส่วนตัวมารับงาน เป็นว่าเล่นก็อย่าหวังว่าจะทำได้ง่าย ๆ เหมือนเดิม !

แต่นั่นเอง กฎหมายก็คือกฎหมาย แม้จะเขียนให้กว้างขวางครอบคลุมเพียงใดก็เห็น ๆ กันอยู่ว่า สามารถ หาช่องโหว่ลอด กันได้บ่อย ๆ บรรทัดฐานการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง-ข้าราชการ ที่จะเป็นจริงได้ ต้องเกิดจากธรรมเนียม-ค่านิยมของสังคม ร่วมด้วย

สังคมการเมืองไทยในอนาคตจะสถาปนาเกณฑ์ค่านิยมและบรรทัดฐานดังกล่าวได้ระดับใดแค่ไหนก็ยังต้องรอดู แต่ที่แน่ ๆ ได้มีหลายคนที่มองเปรียบเทียบกับอารยะประเทศ เอาแค่ นายกรัฐมนตรีโกหกประชาชน หรือ ตัวอย่างไปตีกอล์ฟขณะเกิดอุบัติเหตุใหญ่ในเมือง ...ประชาชนคนของเขาก็ไม่ยอมรับแล้ว ..

......................

ปิดท้ายด้วยการทักทายต้อนรับ ยงยุทธ ติยะไพรัช กลับบ้านสักหน่อยช้าไปบ้างอย่าได้ถือสา.. มาถึงก็กรีดน้ำตาทำหน้าเศร้าฟ้องประชาชนถึงการถูกรังแก ถูกบุกค้นบ้าน มีตชด.2คนที่เป็นลูกหลานคนรู้จักมานอนก็ถูกเอาปืนจี้หัว แถมด้วยการเกไพ่บลัฟบอกว่ามีวีดีโอ.เหตุการณ์เก็บไว้ จะเปิดก็ต่อเมื่อตนตาย - - ไม่รู้ว่า ขู่ไว้ก่อน เผื่อทหารหมั่นไส้เอาปืนยิงไส้แตกจริง ๆ หรือเปล่า...เพราะปกติมักจะสวมบทบู๊เดินหน้าลุย - -ไม่กลัวทหารมิใช่เหรอ

ลีลาแสดงตนว่าเป็นเหยื่อ- เป็นผู้ถูกกระทำ ถูกใช้อำนาจเถื่อนมากลั่นแกล้งอย่างนี้ หากใช้ตัวแสดงคนอื่นน่าจะสมจริงสมจังกว่า...ยงยุทธ ติยะไพรัช ยังจำได้ไหมว่า เมื่อปลายปี 2548 ครั้ง สนธิ ลิ้มทองกุล จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ครั้งที่ 13 ที่สวนลุมพินี มีพวกป่าเถื่อนโพกหัว เข้ามาก่อกวน ไล่ตีชาวบ้าน คนที่นำมาเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ชื่อ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน... ยงยุทธให้สัมภาษณ์บอกตนไม่รู้เรื่อง เข้าโรงพยาบาลไม่รู้ไม่เห็น... ก็น่าแปลกใจดีที่ วันกลับคืนรัง แถลงข่าวโอดครวญ มิใช่ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คนนี้หรือที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างกายประหนึ่งองครักษ์

กรณี ตชด. 2 นาย ที่ บังเอิญตกรถ มานอนในบ้านก็เหมือนกัน...หากจะให้ทบทวนความจำก็ย่อมได้ ... ตอนที่มีเกณฑ์ชาวบ้านจากเชียงรายครั้งที่มีเหตุระเบิดประทัดยักษ์ ขบวนรถตู้หลายสิบคัน ที่รอรับขบวนนักบู๊มือระเบิด มีต้นทางอยู่ภายใน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 327 กิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ..ถ้าอยากดูเทปข่าวเก่ายังเก็บไว้อยู่... ตชด. มาทำอะไรที่บ้าน.. ตกรถ หรือ อารักขา ?..ยงยุทธเองน่าจะรู้ดี !

ยงยุทธ ฟ้องประชาชนว่าถูกทำร้าย ถูกอำนาจเถื่อนมาข่มเหง ไม่เป็นธรรม .. อืมม์..น่าสงสารจัง!!

ด้วยความสงสาร..จึงเห็นสอดคล้องกับ ยงยุทธ ติยะไพรัช อย่างยิ่งว่า ..ผู้มีอำนาจที่กระหายเลือด สวมวิญญาณสัตว์ป่าเอาอำนาจเถื่อนมาทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ สมควรที่จะถูกสาปแช่งเป็นที่สุด..เลวจริง ๆ นะ – ใช่ไหม !!?
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...