xs
xsm
sm
md
lg

ว่าที่ ส.ส.ชิณนิชา วงศ์สวัสดิ์ และ ว่าที่รองนายกฯ ยุทธ ตู้เย็น

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง


กรณีสหภาพยุโรปเสนอตัวขอสังเกตการณ์เลือกตั้งกำลังขยายเป็นประเด็นการเมือง .. เริ่มมีผู้แอบอ้าง สวมรอยว่ากลุ่มตนเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หวังกินเปล่าเอาผลงานหรือด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ จึงสมควรที่ต้องมีผู้ออกมาอธิบายความให้ชัด

ต้องระบุให้ได้ว่านี่เป็นประเด็นการเมืองว่าด้วยโลกล้อมประเทศ หรือว่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป

สิ่งที่สังคมไทยควรทำเป็นเบื้องต้นคือ-การจำแนก

อันไหนเป็นเกม - อันไหนเรื่องจริง !

เพราะปกติธรรมดาการเลือกตั้ง ไม่ว่าที่ไหนก็มักจะมีองค์กรสังเกตการณ์เข้ามา เช่นเมื่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมา ก็มีการเชิญทูตานุทูตไปสังเกตการณ์ด้วย

แต่หากเกิดเรื่องแปลก เช่น พบว่า มีมือดีป้อนข้อมูล ล็อบบี้จากต้นทางชงเสนอต่อ กมธ.สหภาพยุโรป .. หรือหากว่าต่อไป เกิดมีองค์กรแปลก ๆ ที่อ้างตนเป็น Election monitoring ส่งฝรั่งหัวแดงเข้ามา แสดงท่าทีเจาะจงขอไปเฝ้าที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน - ถ้าอย่างนี้ ให้ถือเป็นเรื่องที่ควรระวัง

........................

กรณีของ อี.ยู. นั้นคนที่มีข้อมูลอธิบายสังคมชัดเจนที่สุดคือ นิตย์ พิบูลย์สงคราม รมว.ต่างประเทศ ที่รู้กลไกการประสานติดต่อวงใน แต่น่าแปลกที่กระทรวงนี้ยังเก็บตัวสงวนปากคำ

อี.ยู.นั้นไม่ได้จัดลำดับไทยเลวร้ายเหมือนรัฐทหารอื่น ๆ หรอก อย่างน้อยที่สุด ในการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ EU-ASEAN Foreign Ministers Meeting ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนมีนาคม 2550 ที่ นูเรมเบิร์ก เยอรมัน ประเทศไทยก็ยังมีรัฐมนตรีเข้าไปนั่งประชุม แตกต่างจากเพื่อนบ้าน-พม่าที่ไม่ได้ร่วม

นิตย์ พิบูลย์สงคราม เป็นตัวแทนไทยเข้าประชุมและได้ยืนยันแผนการคืนอำนาจสู่ประชาชนให้มีการเลือกตั้งปลายปีนี้ .. Frank-Walter Steinmeier รมว.ต่างประเทศเยอรมัน ได้แถลงเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันสุดท้าย หวังจะเห็นไทยกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยโดยเร็ว และเมื่อมีผู้สื่อข่าวขอให้เปรียบเทียบ ไทย กับ พม่า

Steinmeier ตอบว่า the two countries were "very different."

สำหรับวงการทูต . . แม้รัฐมนตรีไทยมาจากประเทศภายใต้การรัฐประหาร ยังร่วมนั่งประชุมอย่างเท่าเทียม แถมประธานที่ประชุมออกหน้าหลีกเลี่ยงตอบคำถามให้แทน....

อย่างน้อยเขาก็ไว้หน้าไทยในระดับสำคัญ !!

จริงอยู่ การเสนอตนมาสังเกตการณ์เลือกตั้งรอบนี้ดูไม่ปกติ ... แต่นั่นเอง ประเทศไทยก็เคยเชื้อเชิญเขามามิใช่หรือ ..เขาจึงอ้างหนังสือเชิญดังกล่าว อย่างน้อยก็มีที่มาที่ไป

นิตย์ พิบูลย์สงคราม จะต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดต่อ กกต. ว่า ท่าทีของรัฐมนตรี อี.ยู. ที่ได้พบปะ จับมือ ด้วยนั้นเป็นเช่นไร ..มีการเจรจาเรื่องการส่งคนมาดูเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการมาก่อนหรือไม่ ...บทบาทสายสัมพันธ์ของ อัครราชทูตผู้แทนกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงต่อการชงข้อมูลเพื่อการตัดสินใจร่วม เป็นคนเช่นไร มีเบื้องหลังหรือไม่ ฯลฯ

มีลับลมคมใน หรือว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่บังเอิญกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะดันไปพ้องกับเกมโลกล้อมประเทศ ?

อำนาจเก่านั้นเล่นเกมนี้จริง แต่จำกัดอยู่ที่การสร้างข่าว ปั่นข่าว สร้างหลักฐาน ประโคมเรื่องการแทรกแซงผ่านสื่อต่างประเทศ หรือ อาจจะชงผ่านบุคคล แต่คงไม่มีศักยภาพถึงขั้นล็อบบี้สหภาพยุโรปได้โดยตรง

กระทรวงการต่างประเทศ ต้องไม่ปล่อยให้ กกต. งมโข่งหาข้อมูลจากแหล่งอื่นตามยถากรรม – การเจรจาระหว่าง กกต. กับ อี.ยู. ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด

...........................

ถึงตอนนี้ยืนยันได้ว่าพรรคพลังประชาชนสู้เต็มตัว..แม้แกนนำเก่าหลายคนถอนตัว แต่ เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ประกาศรบเต็มที่ วงในยืนยันแล้วว่าจะส่ง ลูกสาว ผู้ถูกหางเลขซุกหุ้น หลานเชียร์ ของ ลุงแม้ว - ชิณนิชา วงศ์สวัสดิ์ ลงสมัครในพื้นที่อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ บ้านเกิด และให้ส.ส.เก่า พรชัย อรรถปรียางกูร มาลงเขตสารภีที่เป็นเขตเดิมของเจ๊แดงแทน แม้การแบ่งเขตใหม่จะยังไม่ลงตัวก็ตาม

ไม่เพียงแต่เจ๊เท่านั้น – ตู้เย็นก็รบด้วย !!

ยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นแกนนำไทยรักไทยไม่กี่คนที่ปลอดโปร่งลอยนวล ไม่มีคดีที่ถูกดำเนินการ –ไม่มีการตรวจสอบเอาผิด เป็นอิสระเต็มที่ และเมื่อได้ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนคนแรก ชาวบ้านร้านตลาดรู้ข่าวปากต่อปากทั่วเชียงรายแล้วว่า ยงยุทธ ใกล้กลับมา

ไม่มีเหตุผลที่จะห้าม ยงยุทธ ติยะไพรัช กลับประเทศ

ยงยุทธ เคยเหิมลองดี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ครั้งนั่งแม่ทัพภาค 3 ในยุคที่พันธมิตรฯกำลังเดินสายไล่ทักษิณ โดยการจัดตั้งหน่วยข่าวของกรมอุทยานฯ เสริม หน่วยติดอาวุธ และ สั่งให้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกองทัพภาคที่ 3 เป็นพิเศษ นี่จึงเป็นเหตุให้คืนวัน 19 กันยายนปีกลาย หน่วยทหารต้องเข้ายึดอาวุธหน่วยอุทยานฯและตรึงกำลังหน้าสำนักงานทั่วพื้นที่ภาคเหนือ

แต่ก็เริ่มมีข่าวดีเพราะมีโผว่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร คู่กัดเดิมกำลังจะขึ้นไปกินอัตราจอมพล ที่รอง ผบ.สส. – หมดขวากหนามไปอีกเปลาะ

ทุกอย่างปลอดโปร่ง..การกลับมารอบนี้จึงมีแนวโน้มสูงที่เจ้าของฉายา ยุทธ ตู้เย็น จะได้กินตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาลดรีมทีมอันมี.. สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี, ยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะรองอันดับ 1 มีหรือจะไม่ได้นั่ง รองนายกฯ เผลอ ๆ ควบมหาดไทยด้วยซ้ำ !!!

พิจารณาจากการดำเนินการของรัฐบาลนี้ อุปสรรค ที่อาจจะเกิดกับ ยงยุทธ มีเพียง เรื่องเดียว เท่านั้น คือคณะกรรมการ ตรวจสอบการฆ่าตัดตอน-คตน. เพราะครั้งหนึ่งเมื่อนั่งเป็น เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดูแลจดหมายร้องเรียนขบวนยาเสพติด เคยเกิดกรณียิงถล่มบ้านและตู้เย็นหลังใหญ่ของ ตา-ยาย ตระกูล ศตะกูรมะ ที่จังหวัดอยุธยา และก็ไม่แน่ว่า การทำงานของอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบยาเสพติดในยุคนั้นจะเกี่ยวข้องกับคดีอื่น ๆ อีกมากน้อยเพียงไร ?

นี่เป็นเรื่องเดียวกระมังที่ขิงแก่นักสมานฉันท์ดำเนินการ แล้วกระทบชิ่งไปยัง ยุทธ ตู้เย็น .. แบบคนตั้งเรื่องยังไม่คิดมาก่อน .. จะเรียกว่า โชคช่วย หรือ บังเอิญ ดี !!

..........................

ไหน ๆ พูดเรื่อง ตู้เย็นจะกลับมาเป็นใหญ่แล้ว จึงขอหยิบเกร็ดข่าวเกี่ยวข้องมาฝากเป็นการปิดท้าย

เมื่อราวต้นปีมีกลุ่มคนเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ใช่ทั้ง ปปช. ปปง. หรือ คตส.รวมถึงหน่วยงานตรวจสอบโดยตรง เกิดให้ความสนใจความร่ำรวยของ ยงยุทธ ติยะไพรัช เพราะจากบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่แจ้งไว้หลังพ้นตำแหน่งเดือนกันยายน 2549 บอกว่า มีทรัพย์สินรวม 7,150,418.79 บาท มีเงินสด 6 แสนกว่าบาท กับที่ดิน 2 แปลงอันเป็นบ้านพักปัจจุบันรวม 4 ล้านบาท กับรถมีเก่า ๆ สองคันเป็นเก๋ง 1 คัน รถบรรทุก 1 คัน.. เหตุใดชาวเชียงรายจึงร่ำลือกันเรื่องความร่ำรวยของอดีตรัฐมนตรีกันนัก ถึงกับบอกว่ามีหุ้นเป็นสิบ ๆ ล้าน ?

ทีมดังกล่าวตรวจสอบลงไปถึงหุ้นส่วนในบริษัทส่วนตัว ก็พบว่า โอนหุ้นให้ญาติไปแล้วแถมบริษัทหยุดดำเนินการไปนาน ส่วนอีกบริษัทที่ร่วมทุนก็ขาดทุน

ทีมเล็ก ๆ ทีมนั้นยังเดินทางไปตรวจสอบ รีสอร์ต ซึ่งตัดดอยทั้งลูกเป็นที่ลาดชันเกิน 30 องศามาทำสนามกอล์ฟ รวมไปถึงที่ดินแปลงงาม ๆ รอบ ๆ ทะเลสาบเชียงแสน ที่ชาวบ้านร่ำลือว่าเป็นของรัฐมนตรี – แต่เมื่อสอบดูกลับเป็นชื่อของผู้อื่น หาใช่ ยงยุทธ ไม่ !?.. การปรากฏตัวบ่อยครั้งอาจแค่ไปเยี่ยมเยียนเท่านั้น !

คอลัมน์นี้ทราบรายละเอียดเกร็ดข่าวเพียงเท่านี้ .. จึงไม่ทราบต่อว่า เรื่องดำเนินต่อไปอย่างไร แต่เมื่อไม่มีท่าทีจากหน่วยงานใด ๆ .. จึงน่าเชื่อว่า รัฐไม่ติดใจเรื่องนี้

เพราะฉะนั้น ยังไงก็ต้องเชื่อตามบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งอย่างเป็นทางการ ..จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่าขออย่าได้ไปเชื่อข่าวลือใด ๆ ที่จะทำให้อดีตรัฐมนตรีผู้กำลังกลับมาใหญ่คนนี้เสียหาย ไม่ว่าจะเรื่องรีสอร์ต เรื่องที่ดิน หรือแม้แต่เรื่องใบหุ้น ล้วนแต่เหลวไหลยกเมฆทั้งเพ

ขอยืนยันอย่างหนักแน่นอีกครั้งว่า ยงยุทธ ติยะไพรัช มีทรัพย์สิน (รวมสมบัติเดิม) 7 ล้านบาท เท่านั้น - - จบเกร็ดข่าวปิดท้ายเพียงเท่านี้ !
กำลังโหลดความคิดเห็น...