xs
xsm
sm
md
lg

ศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำฟ้องคดีนายกรัฐมนตรีพักการปฏิบัติหน้าที่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ครั้งที่ ๓๔/๒๕๔๙

ศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำฟ้องคดีนายกรัฐมนตรีพักการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (๑ มิถุนายน ๒๕๔๙) ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ ๙๖๒/๒๕๔๙ หมายเลขแดงที่ ๗๓๓/๒๕๔๙ ระหว่าง นายการุณ ใสงาม และพวก ผู้ฟ้องคดี กับ คณะรัฐมนตรี ที่ ๑ นายกรัฐมนตรี ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งสามฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ขอลาพักจากการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตลอดไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะการลาออก และไม่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไป และยังมีผลให้คำสั่งหรือมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๙ รวมทั้งการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากมาบริหารราชการแผ่นดินหรือใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดินและไม่สามารถเยียวยาแก้ไขในภายหลังได้ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นต้นไป พร้อมทั้งขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวโดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองระงับการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามมาตรา ๒๑๖ วรรคหนึ่ง (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อลาออก และวรรคสองของมาตราเดียวกันให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๖ มาใช้บังคับกับการสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรีในกรณีลาออก ซึ่งมาตรา ๙๖ บัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่า สมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลง และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ในกรณีที่มีปัญหาว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเพราะลาออกหรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย

เมื่อผู้ฟ้องคดีทั้งสามมีความประสงค์ขอให้ศาลปกครองวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเพราะลาออก เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ลาพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๑๕ วรรคสองของรัฐธรรมนูญตลอดไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ซึ่งมาตรา ๒๑๖ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๙๖ ของรัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว กรณีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณาและวินิจฉัยได้

จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เมื่อศาลไม่อาจรับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาได้ จึงไม่จำต้องพิจารณาคำขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวอีกต่อไป

สำนักงานศาลปกครอง
๑ มิถุนายน ๒๕๔๙
กำลังโหลดความคิดเห็น...