xs
xsm
sm
md
lg

“เจ้าอาวาสวัดพรหมประสิทธิ์”ประณามโจรถ่อยสุดโหดเหี้ยม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“พระมหาอนุชา” เจ้าอาวาสวัดพรหมประสิทธิ์ อ.ปะนาเระ ปัตตานี ให้สัมภาษณ์สภาท่าพระอาทิตย์ (17 ต.ค.48) เผยนาทีมารศาสนาบุกสังหารโหดพระกับลูกศิษย์วัด รวม 3 ศพ ระบุเป็นการกระทำของโจรถ่อยสุดโหดเหี้ยม ยอมรับรู้สึกกลัว แต่จะไม่หนีไปไหนเพราะเป็นบ้านเกิด ย้ำที่ผ่านมาไม่มีชุดคุ้มครอง เหตุเป็นพื้นที่ปลอดภัย

คลิกที่ไอคอน Multimedia ด้านบนเพื่อฟังเสียงการสัมภาษณ์
 


รายการสภาท่าพระอาทิตย์ ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2548 ดำเนินรายการโดยสำราญ รอดเพชร คำนูณ สิทธิสมาน และปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

สำราญ – สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่อีกช่วงหนึ่งนะครับของสภาท่าพระอาทิตย์ คุณคำนูณ สิทธิสมาน อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และผมสำราญ รอดเพชรนะครับ อยู่กับท่านผู้ชมจนถึง 9.30 น.ครับ สวัสดีครับ ทั้ง 2 ท่านครับ

คำนูณ – สวัสดีครับ

ปานเทพ – สวัสดีครับ ท่านผู้ชมครับ

สำราญ – ก็มาสู่เหตุการณ์ใหญ่ เป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดและสมควรประณามแบบเต็มๆเลยสำหรับคนร้ายนะครับ ซึ่งบางฉบับก็พาดหัวแบบทนไม่ได้นะครับ รับไม่ได้ อย่างโพสต์ทูเดย์นี่เขาไปเลย “อัปรีย์ชนตอกลิ่ม บุกวัดฆ่าหลวงปู่” นะครับ ท่านผู้ชมคงจะรับทราบแล้ว ประมาณเกือบๆตี 1 ของคืนวันเสาร์ กลุ่มคนร้าย 20 บวกลบก็บุกเข้าไปที่วัดพรหมประสิทธิ์ มีการทุบ เผา ทำลาย ฆ่านะครับ

คำนูณ – ฆ่าก่อนเผา ฆ่าหลวงปู่วัย 80

สำราญ – ชื่อพระภิกษุแก้ว พรรณจเพชร อายุ 80 ชื่อนายปัญจะ เพชรแก้วนะ

คำนูณ – ก็ทั้งฟัน ก็ยังไม่ได้ชันสูตรน่ะ แต่ว่ามีบาดแผลที่ศีรษะ ที่คอ และก็มีเด็กวัดอีก 2

สำราญ – ลูกวัดตายอีก 2 คนนะครับ

คำนูณ – จากนั้นก็เผากุฏิ เผาและยิงกราด

ปานเทพ – เผาทำลายหมดเลย โหดเหี้ยมมาก

คำนูณ – และในคืนเดียวกันนั้นก็มีการฆ่ากันอีกหลายจุด

สำราญ – ก็ถือว่าเป็นการก่อการใหญ่อีกครั้งหนึ่งนะครับ

คำนูณ – ก็สอดคล้องกับที่ท่านนายกฯมาถึงพอดี ก็คือเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเกือบๆตี 1 คืนวันเสาร์ ก็คือตรงกับเวลาเช้าวันอาทิตย์นั่นแหละ ท่านนายกฯก็มาถึงเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่เมืองไทยก็พอดีกัน

สำราญ – ก็วัดนี้ก็อยู่ที่ ต.บ้านดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานีนะครับ ก็เป็นเหตุการณ์ที่หลายฝ่ายก็บางทีก็พูดตามทางข่าวบอกว่า ก็พอจะรู้ๆอยู่ว่าเขาจะก่อการนะครับ แต่ว่าก็เอาล่ะครับ ก็ไม่อยากจะซ้ำเติมกันมาก แต่ประเภทรู้แล้วๆรู้ทุกทีนี่ไม่ควรพูดให้บ่อยนัก เอาล่ะครับ เราจะไปคุยกับพระมหาอนุชานะครับ เจ้าอาวาสวัดพรหมประสิทธิ์ จังหวัดปัตตานีนะครับ พระคุณเจ้าก็กรุณาให้เกียรติอยู่ในสายแล้วครับ นมัสการครับ พระคุณเจ้าครับ

ปานเทพ – นมัสการครับ

คำนูณ – นมัสการครับ

พระมหาอนุชา – ครับ เจริญพรครับ

สำราญ – พระคุณเจ้าหลวงพี่ ตอนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับ

พระมหาอนุชา – ตอนนี้หรือครับ ตอนนี้ก็มีกิจกรรมบำเพ็ญกุศลพระที่มรณภาพไป

สำราญ – ตกลงรูปเดียวนะครับ คือหลวงปู่พระภิกษุนะครับ

พระมหาอนุชา – รูปเดียว พระแก้ว โกสโรครับ

สำราญ – ชาวบ้านเขาเรียกหลวงปู่ว่าอย่างไรครับ

พระมหาอนุชา – หลวงพ่อแก้ว พ่อหลวงแก้ว ภาษาพื้นบ้านคนที่นี่เขาเรียกพ่อหลวง

คำนูณ – ท่านบวชมานานหรือยังครับ

พระมหาอนุชา – บวชได้ 3 พรรษา พรรษานี้เป็นพรรษาที่ 4

คำนูณ – ก็คือท่านบวชตอนอายุมากแล้ว

พระมหาอนุชา – ครับ คนแถวนี้ถ้าบวชตอนอายุมากเขาจะเรียกพ่อหลวง หรือมีลูกแล้วบวชเขาจะเรียกพ่อหลวง

คำนูณ – ก่อนหน้านั้นท่านทำอะไรมาก่อนครับ

พระมหาอนุชา – ก่อนหน้านั้นก็รับจ้างทั่วไป ทำนา

สำราญ – ที่คนร้ายทำไมไปจงใจสังหาร หรือว่าเป็นเหตุบังเอิญครับ

คำนูณ – เจาะจงท่านหรือเปล่า

พระมหาอนุชา – ผมเข้าใจว่าไม่เจาะจง ผมเข้าใจว่าเขากำลังจะถอยออกไป แล้วพ่อหลวงแก้วแกออกมาเจอพอดีหรือยังไง เข้าใจอย่างนั้นนะ ผมก็ไม่ได้เห็นชัด

คำนูณ – หลวงพี่ช่วยเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นได้ไหมครับว่าเป็นยังไง

พระมหาอนุชา – ผมจำวัดไปแล้ว แล้วตกใจเสียงปืนตื่นขึ้นมา ก็มองไปทางหน้าต่างมองหาเสียงปืนนั่น ก็เห็นไฟเริ่มไหม้แล้ว ไฟเริ่มไหม้กุฏิพระที่บวชจำพรรษา เข้าพรรษาประจำปีรูปหนึ่งไม่นานนี้ เมื่อไฟไหม้ผมก็ตกใจ ผมก็โทรไปหา 191 เขาก็รับสายแล้วก็บอกพิกัด ตอนนั้นขณะนั้นพวกคนร้ายนี่ก็เดินเคลื่อนจากจุดที่เขาเผากุฏิแล้วมาตรงจุดที่ผมอยู่พอดี ทีนี้ผมก็โทรศัพท์อยู่ผมต้องใช้เสียงเบามาก ทีนี้ผมก็บอกพิกัดไป เจ้าหน้าที่เขาบอกว่ามันไม่ค่อยชัด ทีนี่พวกมันก็จุดพลุสัญญาณขึ้นไป หลังจากนั้นก็เขาเคลื่อนไปทำลายสถูป ทำลายอุโบสถ และกลุ่มหนึ่งก็ไปทางจุดที่หลวงพ่อแก้วนี่จำวัดอยู่ เขาก็ทำร้ายหลวงพ่อแก้ว

คำนูณ – ก็คือเบื้องต้นนี่เขาก็มาแบบทำลายวัดโดยทั่วไปก่อนใช่ไหมครับ

พระมหาอนุชา – โดยทั่วไป ทำเก็บไปทุกจุด

คำนูณ – ทำลายพระพุทธรูป ทำลายวิหารอะไรอย่างนี้ เก็บไปทุกจุดแล้วก็เผา

พระมหาอนุชา – ทำลายเข้าไปในอุโบสถด้วย เพราะอุโบสถผมไม่ได้ล็อกกุญแจเอาไว้ที่ประตู

คำนูณ – ก็คือจุดที่ไปที่พ่อหลวงแก้วนี่เป็นจุดท้ายๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว

พระมหาอนุชา – ท้ายสุดแล้ว

คำนูณ – ก็เข้าใจว่าพ่อหลวงแก้วก็คงเจอหน้ากับคนร้ายพอดี

พระมหาอนุชา – ใช่

สำราญ – ทั้งวัดนี่มีพระกี่รูปครับ หลวงพี่

พระมหาอนุชา – ทั้งวัดมีอยู่ 5 รูป

สำราญ – แล้วอีก 3 รูปไปไหนครับ จำวัดอยู่

พระมหาอนุชา – ครับ 2 รูปนี่อยู่กับผมอยู่บนกุฏิ เขาไม่ลงไปเพราะผมเห็นคนร้ายมีปืน

ปานเทพ – ท่านเห็นคนร้ายไหมครับ

พระมหาอนุชา – เห็นแต่ว่ามันไม่ชัด เพราะมันอยู่ระยะไกล

ปานเทพ – ซักกี่คนครับ

พระมหาอนุชา – ผมประมาณว่า 10 คนกว่านะครับ เท่าที่ผมเห็นนี่ เพราะว่าผมเห็นนี่ด้านเดียวนะ ซีกด้านเดียวของวัดนะ โยมที่อยู่หน้าวัดนี่เขาเห็น ผมเห็นอยู่หลังวัด แต่โยมที่อยู่หน้าวัดบอกว่ามีอีกกลุ่มหนึ่ง แต่หน้าวัดนี่ผมไม่ได้เห็น

สำราญ – แต่งกายเป็นยังไงครับ

พระมหาอนุชา – แต่งกายอย่างคนทั่วๆไป แบบวัยรุ่นแถวนี้นุ่งชุดทั่วไป กางเกงยีนส์บ้าง เสื้อยืดบ้าง มีคนนึงนุ่งโสร่ง ผมเห็นนุ่งโสร่ง

คำนูณ – คือไม่ได้แต่งชุดดำหรือชุดทหารอะไรเลย

พระมหาอนุชา – ไม่เลย

สำราญ – ไม่มีโพกหัวหรือว่าอะไรเลย

พระมหาอนุชา – ไม่เห็นครับ

คำนูณ – แล้วจุดที่เด็กวัดเสียชีวิตเป็นเพราะเหตุใดครับ

พระมหาอนุชา – พนักงานที่พิสูจน์บอกว่าเขาตายด้วยอาวุธปืนก่อน โดนยิงก่อน คือพระที่อยู่กุฏินั้นเล่าให้ผมฟังว่า เขายิงกราดเข้ามาก่อน ทีนี้เด็ก 3 คนนั่งอยู่ที่ระเบียง เขายิงกราดเข้ามาก่อน คนนึงทันเห็นเขาเล็งปืนมาก็หนีทัน อีก 2 คนหันหลังให้หนีไม่ทัน

คำนูณ – ก็เรียกว่าตอนที่เขาบุกเข้ามาจะทำลายโจมตีอะไร เขาก็คงกราดยิงเข้ามาก่อน แล้วก็บุกเผา บุกทำลายนะครับ จนสุดท้ายนี่ไปที่พ่อหลวงแก้วอยู่

สำราญ – วัดนี้มีพื้นที่กี่ไร่ครับ หลวงพี่

พระมหาอนุชา – 13 ไร่

สำราญ – เรียนถามตรงๆว่าก่อนหน้านี้ หลวงพี่ได้ทราบเบาะแส หรือว่ามีทางการมาแจ้งข่าวบ้างไหมว่าเขาจะมีการก่อการ มีไหมครับ

พระมหาอนุชา – ไม่มี

สำราญ – ไม่มีเลยหรือครับ

พระมหาอนุชา - ไม่มี

คำนูณ – แล้วโดยปกติที่หลวงพี่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนี่ ชีวิตประจำวันของพระภิกษุนี่ ตื่นเช้านี่ออกไปบิณฑบาตไหมครับ

พระมหาอนุชา – บิณฑบาต

คำนูณ – แล้วมีชุดคุ้มครองไหมครับ

พระมหาอนุชา - ไม่มี

สำราญ – เมื่อก่อนเคยจ้าง รปภ.ใช่ไหมครับ วัดนี้นี่

พระมหาอนุชา – คือไม่ได้จ้าง ราชการเขาส่งมาให้ ก็ชุดอะไรของเขาที่ 4 คนน่ะ เฝ้าวัด เฝ้าโรงเรียน เฝ้าอนามัย

สำราญ – บังเอิญช่วงนี้ไม่อยู่เลย

พระมหาอนุชา – คือเขาหมดงบนะ

สำราญ – เปิดช่องว่างพอดีเลย

คำนูณ – โดยปกติที่ข่าวสารทาง กทม.รับรู้นี่นะครับ ก็คือทราบว่าพระภิกษุเวลาบิณฑบาตในพื้นที่นี่ อย่างน้อยก็ต้องมีชุดคุ้มครองคอยดูแล

พระมหาอนุชา – ไม่ได้มีทุกครั้ง มันไม่ได้มีทุกวัด อย่าเข้าใจผิดอย่างนั้น

คำนูณ – ไม่ได้มีทุกครั้งเลย

พระมหาอนุชา – ไม่ได้มีทุกวัด คือทหารเขาจะดูว่าพื้นที่ไหนล่อแหลม อย่างพื้นที่วัดที่ผมอยู่นี่มันไม่เคยเกิดเหตุ เขาบอกว่าเป็นพื้นที่สีเขียว ไม่ค่อยมีเรื่อง

คำนูณ – วัดพรหมประสิทธิ์นี่ก็ถือว่าอยู่ในเมืองใช่ไหมครับ

พระมหาอนุชา – ไม่ครับ อยู่ต่างอำเภอเลยครับ อยู่ชนบทครับ

คำนูณ – อยู่ในชนบท แต่ว่าเจ้าหน้าที่เขามองว่าเป็นพื้นที่สีเขียว

พระมหาอนุชา – ครับ เขามองว่ามันไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

คำนูณ – ตั้งแต่หลวงพี่อยู่มานี่เคยมีการเคลื่อนไหวของฝ่ายผู้ร้ายบ้างไหมครับ

พระมหาอนุชา – ไม่ทราบ ผมไม่ทราบความเคลื่อนไหว

สำราญ – หลวงพี่ไม่รู้เบาะแสอะไรมาเลยก่อนหน้านี้ว่าอย่างนั้นเถอะ

พระมหาอนุชา – ไม่รู้

คำนูณ – ก่อนหน้านี้ในรอบ 2-3 ปี มันเคยมีเหตุการณ์เผาโรงเรียน หรือเผาสถานที่สาธารณะอะไรในเขตปะนาเระบ้างไหมครับ

พระมหาอนุชา – เหตุปะนาเระเกิดน้อยมีแต่ฆ่ากัน แต่อย่างที่หนักๆอย่างนี้ไม่เคยมี

ปานเทพ – ตั้งแต่ที่หลวงพี่มาอยู่นี่ เคยมีชุดคุ้มครองตอนช่วงออกบิณฑบาต เคยบ้างไหมครับ

พระมหาอนุชา – ที่วัดหรือ ที่วัดไม่มี

สำราญ – หลวงพี่ ประทานโทษครับ ภูมิลำเนาอยู่ที่ปัตตานีหรือจังหวัดอื่นมาครับ

พระมหาอนุชา – ผมเป็นคนในหมู่บ้านนี้

คำนูณ – เป็นคนพื้นที่เลย หลวงพี่อยู่มากี่ปีแล้วครับที่วัด

พระมหาอนุชา – ผมบวช 8 พรรษา ผมบวชที่นี่

คำนูณ – แล้วเหตุการณ์เกิดขึ้นมานี่ยังไงครับ มีความรู้สึกกลัวบ้างไหมครับ

พระมหาอนุชา – คือกลัวมันก็กลัวนะครับ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง กลัวก็ต้องอยู่ ไม่กลัวก็ต้องอยู่ ผมไม่ได้มีบ้านอยู่ กทม.นี่ โยมแถวนี้เขาก็ไม่มีบ้านอยู่ กทม.แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหน

สำราญ – เขาก็ต้องอยู่ที่นั่นแหละนะครับ

พระมหาอนุชา – วัดนี่ก็เหมือนเป็นวัดเก่าแล้ว 400 ปี 200-300 ปีแล้ว

สำราญ – หลวงพี่มีอะไรที่จะแนะนำ หรือส่งข่าวถึงรัฐบาลบ้างครับ คงจะได้คุยกันอยู่แล้วแต่ลองพูดกับชาวบ้าน

พระมหาอนุชา – ผมคงไม่แนะนำนะครับ แต่ผมคงเรียกร้อง ก็ไม่ใช่เรียกร้องหรอก ขอกำลังใจดีกว่า

คำนูณ – มีเบอร์โทรศัพท์ที่วัดไหมครับ เผื่อคน กทม.หรือคนที่รับฟังรายการเรานี่จะติดต่อไป

พระมหาอนุชา – มีครับ 073-499477

สำราญ – ก็ขอกำลังใจ ขอความเข้าใจ

คำนูณ – มีความขาดแคลนอะไรบ้างไหมครับ หลวงพี่ ที่วัด

พระมหาอนุชา – ก็ขาดแคลนตามประสาวัดบ้านนอกนะโยม วัดบ้านนอกทั่วๆไป

คำนูณ – แล้วการออกบิณฑบาตทุกเช้านี่ยังคงมีประชาชนมาตักบาตรตามปกติไหมครับ หลวงพี่

พระมหาอนุชา – ตอนนี้เราไม่ได้บิณฑบาต

คำนูณ – ไม่ได้บิณฑบาตแล้วนะครับ ไม่ได้บิณฑบาตมาเป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วครับ

พระมหาอนุชา – ก็หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน

คำนูณ – แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังมีประชาชนมาตักบาตร

พระมหาอนุชา – เช้าผมยังไปบิณฑบาตอยู่เลย ก่อนเกิดเรื่องนี้

คำนูณ – ก็คือเพิ่งไม่ได้ไปบิณฑบาตเมื่อวานนี้เองหลังเกิดเหตุ แล้วตั้งใจจะบิณฑบาตต่อไปไหมครับ

พระมหาอนุชา – ไม่แน่ใจ เดี๋ยวดูก่อน ให้เสร็จงานนี้ก่อน

สำราญ – เป็นคนปัตตานี แล้วหลวงพี่ก็บวชมานานนะ แต่สำคัญคือภูมิลำเนาอยู่ที่นั่นนะครับ มองสถานการณ์รอบนี้ปีนี้ คือครั้งนี้นะครับมันต่างจากในอดีตกาลอย่างไรบ้างครับ คิดว่ามันมีอะไรที่แหลมคม หรือมันแปลกไป

พระมหาอนุชา – คือผมดูเหตุการณ์ที่บ้านตั้งแต่ผมเล็กๆนี่ มันก็เกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาตลอด แต่ว่าความโหดเหี้ยมมันไม่เป็นอย่างนี้ ความทารุณ หรือว่าความโหดเหี้ยม การลงมือของคนร้ายนี่ไม่ได้โหดเหี้ยมเท่า คือแต่ก่อนนี้โจรนี่เขาเป็นโจร แต่นี่โจรเป็นคนถ่อยด้วย คือโจรเป็นโจรนี่มันยังเลือกทำนะ แล้วก็มีความเป็นนักเลง ไม่มีทรมาน อย่างหลวงพ่อแก้วนี่นะ โยมถ้าเห็นศพท่านนะจะสลดใจมาก เพราะไม่ได้ตายด้วยดาบเดียว มันฟันๆๆตายแล้วก็ฟันอีกอะไรอย่างนี้ แล้วมีการเผาศพ คือการลงมือนี่มันไม่ใช่หวังให้ตายอย่างเดียว แต่มันคล้ายๆโกรธแค้นหรืออะไรกันนักกันหนาก็ไม่ทราบ ลงมือโหดเหี้ยมมาก

คำนูณ – หลวงพี่ประเมินว่าคนทำนี่เป็นคนในพื้นที่ไหม

พระมหาอนุชา – ผมประเมินไม่ได้

สำราญ – คิดว่าทำไมเที่ยวนี้โหดเหี้ยมกันถึงขนาดนี้

พระมหาอนุชา - ไม่ทราบ

ปานเทพ – พื้นที่นั้นคนไทยพุทธ คนไทยมุสลิมสัดส่วนแค่ไหนครับ ทั้งหมู่บ้านทั้งตำบลครับ

พระมหาอนุชา – ถ้าหมู่บ้านนี่คนไทยพุทธก็ซัก 50% คนไทยอิสลามก็ประมาณ 50% ถ้าตำบลนี่ก็จะน้อยหน่อย ถ้าอำเภอนี่ยังน้อยเข้าไปหน่อย ตามสัดส่วนของมัน

คำนูณ – คือจริงๆคนพุทธน้อยกว่าใช่ไหมครับ

พระมหาอนุชา – ครับ น้อยกว่า

คำนูณ – ทีนี้ที่อยู่กันมา 50/50 นี่ในหมู่บ้าน ในอดีตตั้งแต่หลวงพี่โตขึ้นมา อยู่กันอย่างสมานฉันท์ไหม

พระมหาอนุชา – ไม่ถึงกับสมานฉันท์ แต่ไม่มีข้อขัดแย้ง

คำนูณ – ก็คือต่างคนต่างอยู่

พระมหาอนุชา – ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำกิจของตน

คำนูณ – ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน

พระมหาอนุชา – ไม่เคยทะเลาะ

ปานเทพ – เห็นบางอำเภอ บางหมู่บ้านเขามีเหตุการณ์ที่ร่วมทำกิจกรรมกัน เช่นกรณีมีทำบุญที่สุด คนมุสลิมก็จะมาร่วมด้วย มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านไหมครับ

พระมหาอนุชา – ไม่ถึงขนาดนั้น แต่สมัยก่อนมี สมัยผู้เฒ่านี่มี อย่างอิสลามตายนี่คนไทยเขาก็ไปทำบุญ เอาข้าวสารไปให้ เอาตังค์ไปให้ แล้วทางไทยตายนี่เขาก็เอาสตางค์มาให้ก็มี สมัยคนรุ่นแม่ผม

ปานเทพ – เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วหรือครับ

พระมหาอนุชา – เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ไม่ค่อยมีแล้ว

คำนูณ – แล้วเดี๋ยวนี้ความสัมพันธ์ในปัจจุบันนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างคน 2ศาสนา นี่แปรเปลี่ยนไปเยอะไหมครับ

พระมหาอนุชา – ผมว่าเปลี่ยนไปบ้างนะ ให้เท่านี้นะ

สำราญ – ครับ กราบนมัสการพระคุณเจ้าครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...