xs
xsm
sm
md
lg

“ฮุน มาเนต” เหน็บไทยบนเวทีอาเซียน อ้างไม่ยอมรับเปลี่ยนแปลงเขตแดนโดยใช้กำลัง เร่งประชุม JBC ตามข้อตกลงเดิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ กัมพูชากล่าวบนเวที ASEAN Future Forum 2026 ที่ฮานอย ระบุสถานการณ์หยุดยิงไทย-กัมพูชายังเปราะบาง เรียกร้องประชุม JBC จัดทำหลักเขตแดนตามข้อตกลงเดิม อ้างไม่ยอมรับการกำหนดเส้นเขตแดนด้วยการใช้กำลังหรือการดำเนินการฝ่ายเดียว

ในการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวถ้อยแถลงตอนหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยระบุว่า แม้การหยุดยิงระหว่างสองประเทศยังคงมีผลบังคับใช้ แต่สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง

นายฮุน มาเนต กล่าวว่า กัมพูชายังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ในพื้นที่ที่กัมพูชาระบุว่าเป็นดินแดนของตน พร้อมย้ำว่าการกำหนดเส้นเขตแดนและอธิปไตยของประเทศจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้กำลังหรือการดำเนินการฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าทั้งกัมพูชาและไทยต่างมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และเปลี่ยนสถานะการหยุดยิงในปัจจุบันให้เป็นสันติภาพที่ยั่งยืน โดยทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมอย่างครบถ้วนและเร่งด่วนในทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาย้ำเป็นพิเศษถึงข้อที่ 3 ของแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนโดยคณะกรรมการร่วมด้านเขตแดน (JBC) โดยเร็ว และเป็นไปตามข้อตกลงที่มีอยู่เดิม

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กัมพูชายังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กับประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาค โดยการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ การเจรจาด้วยความจริงใจ และการเคารพซึ่งกันและกัน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และพรมแดนระหว่างประเทศได้รับการเคารพ

นายฮุน มาเนต ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างกัน สร้างสันติภาพที่ยั่งยืน และเปิดทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี รวมถึงฟื้นฟูวิถีชีวิตให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ นายฮุน มาเนต ยังกล่าวถึงการตัดสินใจล่าสุดของกัมพูชาในการขอรับการไกล่เกลี่ยแบบบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ว่าเป็นการสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของกัมพูชาในการแสวงหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

พร้อมกันนี้ เขายังแสดงความยินดีต่อท่าทีของไทยที่พร้อมเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวภายใต้กรอบ UNCLOS โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การแก้ไขปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทางทะเลที่ทับซ้อนกันด้วยสันติวิธี และเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว