xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 6-12 มิ.ย.2564

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



1.ผู้ติดเชื้อโควิดในไทยยังสูง ขณะที่วัคซีนไม่พอฉีด ด้าน “บิ๊กตู่” ขอโทษ จะทำให้ดีที่สุด ย้ำ ทุกคนจะได้ฉีดแน่นอน!

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อรายวันยังสูง โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,671 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 604 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 23 ราย, วันที่ 7 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,419 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 91 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 33 ราย, วันที่ 8 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,662 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 534 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 28 ราย, วันที่ 9 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,680 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 280 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 35 ราย, วันที่ 10 มิ.ย.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,310 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 102 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 43 ราย, วันที่ 11 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 294 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 27 ราย

ล่าสุด (12 มิ.ย.) ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงกว่าทุกวัน โดยอยู่ที่ 3,277 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 892 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย ขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นมา พบผู้ติดเชื้อแล้ว 164,242 ราย หายป่วยสะสม 122,845 ราย เสียชีวิตสะสม 1,337 ราย

ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงวันเดียวกัน (12 มิ.ย.) ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากคลัสเตอร์ในหลายจังหวัด โดย จ.นนทบุรีคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง กระจายใน 3 อำเภอ ติดเชื้อ 192 ราย, จ.สมุทรปราการพบคลัสเตอร์ใหม่อีกแห่ง เป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูป ติดเชื้อ 5 ราย, จ.ปทุมธานี พบคลัสเตอร์ใหม่บริษัทอะลูมิเนียม คลองหลวง, จ.สมุทรสาคร พบ 2 คลัสเตอร์ใหม่ คือ โรงงานลูกชิ้น อ.เมือง ติดเชื้อ 20 ราย และโรงงานขนม กระทุ่มแบน ติดเชื้อ 45 ราย, จ.เพชรบุรี คลัสเตอร์ใหม่ตลาดสด เมืองเพชรบุรี, จ.กำแพงเพชร พบคลัสเตอร์ใหม่สัมผัสกันในชุมชน ติดเชื้อ 25 ราย ,จ.จันทบุรี คลัสเตอร์ใหม่ตลาดผลไม้เนินสูง ท่าใหม่, จ.ฉะเชิงเทรา คลัสเตอร์ใหม่ค่ายทหาร อ.เมือง ติดเชื้อ 7 ราย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ได้มีการปูพรมฉีดวัคซีนโควิดทั่วประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานส่วนภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และภูเก็ต

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมย้ำว่า ทุกคนได้ฉีดแน่นอน ไม่จะลงทะเบียนที่ไหนก็ตาม วัคซีนก็ทยอยเข้ามาตามลำดับเรื่อยๆ ผมก็ได้รับรายงานจากรองนายกฯ ว่าวัคซีนเข้ามาจำนวนมากในวันนี้ เนื่องจากมียอดจองจำนวนมาก ก็เป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะนำวัคซีนที่มีอยู่ค่อยๆ ทยอยฉีดไปก่อน วัคซีนมีไม่มากเท่าคนฉีด มันก็ยากอยู่พอสมควร มันมีปัญหาเพราะคนทั่วโลกต้องการฉีดวัคซีนเหมือนกัน ไม่ใช่นายกฯ ไม่ห่วง นายกฯ ก็ห่วงทุกคนนั่นแหละ”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเดือนนี้ จะทยอยกระจายวัคซีนเป็นงวดๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อให้มีฉีดได้ตลอด หากมียอดวัคซีนเข้ามา จะทยอยกระจายไปทุกสัปดาห์ตามสัดส่วนของประชากร ตามความเสี่ยงของพื้นที่ ตามความเสี่ยงต่อคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวขอโทษหลังเกิดปัญหาวัคซีนไม่เพียงพอ ทำให้บางโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัดไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนน้อย จนทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามกำหนดวันที่จอง “อะไรที่ทำให้ทุกคนไม่สบายใจ ก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน จะทำให้ดีที่สุด เพราะเราทุกคนตั้งใจว่าจะทำเพื่อคนไทยทุกคน การจะทำอะไรให้คนจำนวนมาก มีปัญหาแน่นอน เราปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว...”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า เช้าวันเดียวกันนี้ ได้รับวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีนอีก 1 ล้านโดส รวมแล้ว 7.5 ล้านโดส จำนวน 10 ล็อต และว่า หากฉีดวันละ 4 แสนโดส 1 ล้านโดสนี้จะใช้เวลาฉีดเพียง 3 วัน ดังนั้นต้องพยายามหาวัคซีนให้มากขึ้น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เจรจากับผู้ผลิตวัคซีนซิโนแวค เพื่อขอให้มีการจัดสรรวัคซีนจากเดือนละ 3 ล้านโดสให้มากขึ้น อาจเป็นที่ 5 ล้านโดส

นพ.เกียรติ เผยความคืบหน้าการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในวันที่ 14 มิ.ย.ด้วยว่า ได้รับรายงานจากกรมควบคุมโรคว่า บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ขอเลื่อนเวลาการส่งมอบไปประมาณ 2 วัน

ด้านนายอนุทิน เผยวันเดียวกันว่า สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ได้ตกลงกับบริษัทว่า จะจัดส่งรายสัปดาห์ ตราบใดที่อยู่ในสัปดาห์ที่เรายังรับวัคซีนต่อเนื่อง ก็จะไม่เป็นปัญหาอะไร ขณะนี้กระทรวงฯ กำลังเจรจาจัดหาวัคซีนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ผู้ผลิตวัคซีน เชื่อมั่นว่า ภายหลังเดือน มิ.ย.นี้ จะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้มากกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ

ส่วนความคืบหน้าเรื่องวัคซีนซิโนฟาร์มที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะนำเข้า 1 ล้านโดส และเปิดให้เฉพาะหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และองค์กรการกุศล สามารถจองเพื่อนำไปฉีดให้บุคลากรและประชาชนฟรี โดยยังไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปจองนั้น ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เผยราคาวัคซีนซิโนฟาร์มแล้วว่า อยู่ที่เข็มละ 800 บาท โดยจะเปิดระบบให้จองออนไลน์ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้

สำหรับวัคซีนซิโนฟาร์มล็อตแรกจะเข้ามาในวันที่ 20 มิ.ย. จากนั้นจะใช้เวลา 2 วัน ตรวจรับรองรุ่นการผลิต และกระจายวัคซีนให้กับสถานพยาบาลต่างๆ ได้ระหว่างวันที่ 23-24 มิ.ย. เพื่อให้เริ่มฉีดพร้อมกันในวันที่ 25 มิ.ย.นี้

2.ผ่านฉลุย! สภาฯ ลงมติ 270 ต่อ 196 อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านแก้ปัญหาโควิด


เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปชี้แจงเพิ่มเติม

โดยนายอาคมได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ถึงความจำเป็นต้องกู้เงิน 5 แสนล้านดังกล่าวว่า เพื่อนำไปใช้จ่ายใน 3 แผนงาน คือ 1.แผนงานเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 2.แผนงานเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ วงเงิน 3 แสนล้านบาท 3.แผนงานหรือโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ นายอาคมย้ำว่า “การตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ จึงมีการกำหนดกรอบการใช้เงินที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างรอบคอบรัดกุม...รัฐบาลมีเจตนาเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้“


จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายกล่าวหาว่า การที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังมาขอให้สภาพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้กับนายกรัฐมนตรีไปใช้โดยไม่มีรายละเอียด พร้อมขอให้รัฐบาลเปลี่ยนจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ไปเป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2564 5 แสนล้านแทน เพื่อให้สภาสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน พร้อมชื่นชมการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตัดสินใจกู้เงินเพื่อสู้กับไวรัสโควิด-19 เพราะถ้าไม่มี พ.ร.ก. ประชาชนจะอยู่อย่างไร และว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองด้วยกัน ขอให้นายกฯ ตระหนักว่า ประชาชนทั้งประเทศส่งกำลังใจ และมีความหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือ

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล อภิปรายอ้างว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็น พ.ร.ก.ฉบับลับๆ ล่อๆ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาพูดด้วยตัวเอง เลยไม่เหลือความไว้วางใจ พร้อมเสนอทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ 2 เรื่อง คือ 1.เอา พ.ร.ก.นี้กลับไปแก้มาใหม่ เปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี 2.ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกหรือยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ให้ไวที่สุด แล้วให้ประชาชนตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้งว่าใครควรมาบริหารเงินในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดและเศรษฐกิจ

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังอภิปราย นายณัฐชาได้ฉีกเอกสารร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านทั้ง 5 แผ่นจนขาดออกจากกันด้วย

ทั้งนี้ หลังบรรยากาศการอภิปราย มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา ส่งผลให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่พอใจ เสนอให้นับองค์ประชุม ซึ่งนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ระบุไว้ว่า สมาชิกคนใดไม่ได้อภิปราย ให้อยู่บริเวณรอบนอกห้องประชุมได้

อย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายอ้างว่า ที่ให้มีการนับองค์ประชุม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มาสภา นายวิโรจน์ยังพูดเหมือนขู่ พล.อ.ประยุทธ์ด้วยว่า “ภายใน 18.00 น. ถ้าไม่มา พรรคก้าวไกลจะขอนับองค์ประชุมเอง หลัง 18..00 น.ไปแล้ว”

หลังจากนั้น เวลา 17.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางเข้ามาที่รัฐสภา ก่อนจะกล่าวชี้แจงในที่ประชุมในเวลา 19.00 น.ว่า ได้ติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่เช้า ให้ความสำคัญกับสภา ให้เกียรติท่านเสมอ แต่ทุกคนต้องรู้ว่าการให้เกียรติ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ฟังมาตั้งแต่เช้า ก็สะท้อนใจ ทั้งการใช้คำพูด การใช้วาจา ขอบ่นสักหน่อยเถิดว่าควรเกิดขึ้นในสภาไหม การฉีกกระดาษ ฉีก พ.ร.ก.ฯลฯ มันไม่สมควร วันนี้กลับมาตอบคำถามเดิมๆ ฟังข้อมูลเก่าๆ ไม่ว่าจะ พ.ร.บ.งบปี 65 พ.ร.ก.กู้เงิน... ชี้แจงไปแล้วก็ไม่ฟัง ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามด้วยว่า อะไรที่ตอบไปแล้ว อะไรที่ ส.ส.บางท่านพูดออกมานั้นใช่ข้อเท็จจริงหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า ถามว่า 5 แสนล้านนี้กู้ทีเดียวเลยหรือไม่ ทยอยกู้ใช่ไหม ดอกเบี้ยก็ขึ้นตามนั้นใช่ไหม ไม่โง่กู้ถึง 60% จนผิดกฎหมายหรอก เรื่องหนี้สาธารณะ อย่าทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ระมัดระวังอย่างที่สุด เข้ามาในปี 57 หนี้สาธารณะก็กว่า 40% แล้ว ทำเพิ่มมา 10% แต่เกิดงานเท่าไหร่ มองตรงนี้ เอาผลงานของท่านมาเทียบเลย เรื่องระบบสาธารณสุข ค่าวัคซีนไม่ต้องกลัว ไม่ว่าจะตั้งไว้ที่ไหนก็แล้วแต่ รัฐบาลหาให้ได้เสมอ ทำไมจะไม่ให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ วันต่อมา (10 มิ.ย.) หลังมีการอภิปรายสรุป ที่ประชุมสภาฯ ได้มีลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านด้วยคะแนน เห็นด้วย 270 เสียง ไม่เห็นด้วย 196 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ออกเสียง 2 เสียง จากจำนวน ส.ส.ผู้ร่วมลงมติทั้งสิ้น 469 คน

3. ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ แจ้งข้อกล่าวหา “พล.อ.ปรีชา” จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ด้าน “บิ๊กติ๊ก” พร้อมชี้แจง แม้เคยชี้แจงแล้ว!



เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 แจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) ที่ถูกกล่าวหาจงใจแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ สมัยดำรงตำแหน่ง สนช.

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะเปิดโอกาสให้ พล.อ.ปรีชา มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้าง หลังชี้แจงแล้วเสร็จ จึงจะสรุปเพื่อวินิจฉัย นายนิวัติไชย ยังปฏิเสธกรณีมีข่าวว่า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด พล.อ.ปรีชา แล้ว โดยยืนยันว่า ไม่จริง ยังไม่ได้มีการชี้มูล เป็นขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น

ด้าน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหาตนว่า ตนชี้แจงรายละเอียดต่อ ป.ป.ช.ไปหมดแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ. ส่วนมติที่ออกมาเป็นเอกฉันท์ ก็แล้วแต่เขาจะมีมติอย่างไร ตนไม่ทราบว่าเขามีเหตุผลอย่างไร หากข่าวออกมาอย่างนี้ ตนก็จะชี้แจงต่อไป และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยขอรอดูท่าทีก่อนว่า เขาจะทำอย่างไรต่อ ตนตอบไม่ได้ว่า จะพร้อมสู้ในชั้นต่อไปหรือไม่ เพราะเป็นขั้นตอนของเขา ไม่ใช่เรื่องของตน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสถาม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกรณี ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา น้องชาย ฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ก็ให้เขาชี้แจงไป”

4. ป.ป.ช. ชี้มูล 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน “ภท.3-พปชร.1” ผิดอาญา-ผิดจริยธรรม!



เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด ส.ส. 4 ราย ได้แก่ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์, นายภูมิศิษฐ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย, นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กรณีปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วาระ 2-3 มีหลักฐานชัดเจนว่า ทั้ง 3 คน ไม่อยู่ในห้องประชุม และฝากบัตรลงคะแนนแทนกัน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 ให้ส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามประมวลจริยธรรม ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังมีมติชี้มูลความผิด น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กรณีฝากบัตรให้ผู้อื่นเสียบแทนระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10 ให้ส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงมีความผิดตามประมวลจริยธรรม ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาพิจารณาเช่นกัน

ขณะที่ ส.ส.อีก 2 ราย คือ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ และนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐนั้น ป.ป.ช. เห็นว่า กระทำผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากทั้ง 2 คน อยู่ในห้องประชุมสภาฯ แต่ยื่นให้เพื่อนเสียบแทนให้ จึงไม่เข้าข่ายความผิดอาญา ให้ส่งเรื่องไปยังประธานสภาฯ ดำเนินการเท่านั้น ส่วนนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

วันต่อมา (9 มิ.ย.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย กรณีเสียบบัตรแทนกันว่า กรณีความผิดทางอาญาที่ต้องส่งศาล เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ดำเนินการโดยตรง ส่วนเรื่องความผิดจริยธรรม ทาง ป.ป.ช. จะส่งเรื่องมาที่สภาฯ เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาดำเนินการต่อไป ซึ่งล่าสุด จากการตรวจสอบกับทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ทราบว่าเรื่องยังไม่ส่งกลับมาทางสภาฯ และว่า ทั้งหมดยังต้องรอดูรายละเอียดคำวินิจฉัยชี้มูลของ ป.ป.ช.อีกครั้ง

ทั้งนี้ ความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 บัญญัติไว้ว่า "เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

5. “อุเทนถวาย” ไล่ออก 12 นศ.รุ่นพี่ รุมซ้อม “น้องปลื้ม” นศ.รุ่นน้องดับ!



ความคืบหน้ากรณีกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (อุเทนถวาย) เตรียมจัดกิจกรรมรับน้อง และทำร้ายร่างกายนายวีรพัฒน์ ตามกลาง หรือปลื้ม อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยญาติออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากยังไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เผยเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทาง สน.ปทุมวัน ซึ่งได้ความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ร.ต.วีรพงษ์ ตามกลาง พี่ชายนายวีรวัฒน์ มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายวีรพัฒน์ไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยฯ ต่อมา นายวีรพัฒน์ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้าห้องไอซียู รพ.หัวเฉียว จึงมาแจ้งความวันที่ 30 พ.ค.

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ เผยด้วยว่า “ต่อมา 2 มิ.ย. ผู้บาดเจ็บย้ายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.มหาราช จ.นครราชสีมา... วันที่ 5 มิ.ย.ได้รับแจ้งจาก รพ.มหาราชว่า นายวีรพัฒน์เสียชีวิต เบื้องต้นแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ลิ่มเลือดที่น่องหลุดไปอุดตันเส้นเลือดขั้วปอด”

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพยานนักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวให้การว่า วันเกิดเหตุ นักศึกษาชั้นปี 2 ประมาณ 12 คน สั่งให้นักศึกษาชั้นปี 1 ประมาณ 30 คน มาพร้อมกันที่มหาวิทยาลัยเพื่อประชุมเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม โดยไม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตหรือแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ จากนั้นนักศึกษารุ่นพี่มีการทำกิจกรรมและมีการเตะไปที่หน้าอกนายวีรพัฒน์ จนสลบ จากนั้นนำตัวส่ง รพ.หัวเฉียว ทำการรักษา

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.เผยหลังนำชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุว่า ได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยลงพื้นที่ประชุมกันแล้วเชื่อว่า พยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับผู้ก่อเหตุรวม 12 คน ตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำพยานบางส่วน เบื้องต้นพบว่า รุ่นพี่ปี 3 เรียกรุ่นน้องปี 2 มาประชุมเพื่อจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าศึกษาปี 1 และได้ลงโทษให้รุ่นน้องนั่งเรียงกัน และรุ่นพี่หมุนเวียนใช้เท้าเตะ ซึ่งมีรุ่นพี่ผู้หญิงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ลงมือกระทำหรือไม่

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า “การแจ้งข้อหา จะแบ่งเป็นคดี ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และหากรุ่นพี่คนใดที่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายรุ่นน้อง ก็จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตเพิ่มเติมด้วย”

ด้าน ผศ.พรชัย อัฉริยเมธากร รองอธิการบดี ได้นำคณะผู้บริหารเดินทางไปเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพนายวีรพัฒน์ ที่บ้านใน ต.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมเป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวในเบื้องต้น ก่อนเผยว่า หลังทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงจนทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการเรียกนักศึกษากลุ่มดังกล่าวมาสอบถาม ซึ่งก็มีนักศึกษารุ่นพี่จำนวน 12 คนออกมายอมรับสารภาพว่าได้ทำร้ายน้องปลื้มจริง ส่วนใครจะทำร้ายลักษณะไหนข้อมูลก็อยู่ในสำนวนของตำรวจแล้ว

ผศ.พรชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของทางมหาวิทยาลัย ดำเนินการตามระเบียบ โดยขณะนี้ได้มีการเสนอชื่อนักศึกษาทั้งหมด ให้อธิการบดีลงนามเพื่อลงโทษขั้นสูงสุดคือไล่ออก ตอนนี้รอเพียงอธิการบดีลงนามเท่านั้นก็จะมีผลทันที ส่วนการเยียวยาช่วยเหลือทางมหาวิทยาลัยก็พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกชาย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกันหามาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก


กำลังโหลดความคิดเห็น...