xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : สงครามนางสาวไทย | หาม "บิ๊กป้อม" คุม พปชร. | การ์ดตกที่บางแสน ทุกคนรู้! เที่ยวโดยไม่มีอะไรกั้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 31 พ.ค. - 6 มิ.ย. 2563)


อันดับ 1 : สงครามนางสาวไทย "ดร.บุ๋ม ปนัดดา VS เอ๋ ปารีณา" จากเรื่องกฎหมายยันเรื่องส่วนตัว

ศึกวิวาทะระหว่าง "ดร.บุ๋ม" ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พิธีกร อาจารย์ นางสาวไทยปี 2543 กับ "เอ๋" ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เจ้าของตำแหน่งนางงามมิตรภาพ ในเวทีนางสาวไทยปี 2554 ที่เคยเปิดศึกทั้ง น.ส.พรรณิการณ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และ พล.ต.อ.เสริพิศุทธิ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไปก่อนหน้านี้ เมื่อ ดร.บุ๋ม โพสต์ข้อความเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ โดยเพิ่มโทษทางอาญาที่รุนแรงกว่านี้ แต่ เอ๋ โพสต์ข้อความทำนองว่ากฎหมายดังกล่าวมีอยู่แล้ว และแขวะกันถึงเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับผู้ชาย

ทำเอา ดร.บุ๋มถึงกับเดือดประกาศไม่ฉลาดก็ให้อยู่เงียบๆ ยอมรับกับสื่อว่าช็อกกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย ยืนยันว่าข้อเสนอของตนไม่มั่วเพราะมีนักกฎหมาย อัยการ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ศึกษาเรื่องนี้ ทีแรกไม่สนใจแต่พบว่าหนักขึ้นถึงขั้นแฮชแท็กหมีเหม็นมาก ซึ่งถือว่าแรง ถ้าไม่หยุดก็จะฟ้องในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อนำเงินค่าฟ้องไปซื้ออาหารเลี้ยงสุนัขจรจัดทั่วประเทศ และขอกรวดน้ำคว่ำขัน ไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ขณะที่เฟซบุ๊กปารีณาก็ได้โพสต์สวนทันควันว่า ฟ้องมาฟ้องกลับ อย่าคิดว่าแจ๋วอยู่คนเดียว และอ้างว่าเบื้องหน้าลุยปารีณา เบื้องหลังให้คนมาติดต่อขอดีกัน เพราะกลัวจะถูกดำเนินคดี


อันดับ 2 : หามบิ๊กป้อมคุมพลังประชารัฐ! 18 กรรมการบริหารพรรคลาออกกดดัน "สมคิด" ถาม "เบื่อไหม?"

ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่ามีกรรมการบริหารพรรค 18 คน ลาออกจากพรรค มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดเก่า 34 คน เป็นเพียงรักษาการแทน และต้องเลือกกรรมการบริหารใหม่ภายใน 45 วัน ซึ่งพบว่าที่ผ่านมามีความพยายามของ ส.ส.กลุ่มหนึ่ง ผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีวัย 74 ปี เป็นหัวหน้าพรรคแทน เพื่อบีบให้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ออกจากตำแหน่งเพื่อหวังปรับ ครม. ทั้งที่ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาโควิด-19

ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในพรรคที่ต้องคุยกัน เสียดายน่าจะเอาพลังไปใช้ในทิศทางที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง และยังถามสื่อว่า "เบื่อไหม" เมื่อถามว่าถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงกับนายอุตตม จะยังทำงานร่วมกับรัฐบาลหรือไม่ ก็ตอบว่า เหตุการณ์ข้างหน้ายังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ยังสงวนท่าทีไม่พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรค แม้จะมีแกนนำพรรคสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.ที่เห็นว่าถ้าเป็น พล.อ.ประวิตรทุกอย่างจะจบ


อันดับ 3 : การ์ดตกที่บางแสน! ทุกคนรู้ เที่ยวโดยไม่มีอะไรกั้น ผวาโควิดระลอกสอง เทศบาลต้องปิดถนนควบคุม

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่มาจากสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) สำหรับคนไทยที่กลับจากต่างประเทศ ส่วนผู้ติดเชื้อในประเทศเป็น 0 ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ณ วันที่ 6 มิ.ย. มีผู้ป่วยสะสม 3,104 ราย หายป่วยแล้ว 2,971 ราย รักษาตัวอยู่ 75 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย ขณะที่ต่างประเทศพบผู้ติดเชื้อรวม 6,844,797 ราย รักษาอยู่ 53,502 ราย รักษาหายแล้ว 3,348,860 ราย เสียชีวิตสะสม 398,146 ราย ประเทศที่มีผู้ป่วยสะสมสูงสุดได้แก่ สหรัฐอเมริกา รองลงมาบราซิล รัสเซีย สเปน และอังกฤษ

หลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 และเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี ได้เปิดชายหาดบางแสนให้เข้าไปเที่ยวเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนเข้าไปเที่ยวหนาแน่น การจราจรติดขัดยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทำให้หลายฝ่ายห่วงว่าจะเกิดการระบาดระลอกใหม่ แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ล่าสุดได้ปรับรูปแบบให้ร่มเตียงชายหาด บานาน่าโบ๊ท ห่วงยางชายหาด ผู้ประกอบการร้านค้า เปิดให้บริการแบบเว้นระยะห่าง และให้ทุกวันจันทร์เป็นวันหยุดชายหาด รวมทั้งหากจำนวนนักท่องเที่ยวหนาแน่นเกินไป จะปิดถนนห้ามเข้า จนกว่านักท่องเที่ยวที่มีอยู่เบาบางลง


อันดับ 4 : พิษบัตรสนเท่ห์! เด้ง "หมอชาญชัย" พ้น รพ.ขอนแก่น "ประธานชมรมแพทย์ชนบท" เข้าควบคุมเบ็ดเสร็จ

ความขัดแย้งในกระทรวงสาธารณสุขเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ไปปฏิบัติราชการที่กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า และประธานชมรมแพทย์ชนบท รักษาการในตำแหน่งแทน เพราะก่อนหน้านี้ นพ.ชาญชัยถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หลังมี "บัตรสนเท่ห์" ส่งไปร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากบริษัทยา 5% ก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่บุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่นและบุคคลในแวดวงสาธารณสุข

เป็นที่น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลขอนแก่นเคยขาดทุนกว่า 200 ล้านบาท แต่ นพ.ชาญชัยมาช่วยบริหารงานจนมีสภาพคล่อง แต่พบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2561 มีความพยายามผลักดันให้ นพ.เกรียงศักดิ์ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ยังพบว่า นพ.เกรียงศักดิ์ มีความสนิทสนมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข รวมทั้งรองปลัดกระทรวงและกรรมการสอบก็มาจากชมรมแพทย์ชนบทอีก ขณะที่ นพ.ชาญชัย พร้อมยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ยืนยันว่าจัดซื้อยาตามระเบียบ ไม่มีเงื่อนไขต้องบริจาคถึงจัดซื้อ และข้อกล่าวหาว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงรุนแรงเกินไป


อันดับ 5 : สหรัฐฯ ลุกเป็นไฟ! ปมชายผิวสี "จอร์จ ฟลอยด์" เหยื่อตำรวจ "ทรัมป์" ราดน้ำมันจนเดือดแทบต้องซุกใต้ดิน

การชุมนุมประท้วงต่อการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีแอฟริกันอเมริกันวัย 46 ปี เกิดขึ้นในเมืองมินนีอาโปลิส รัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา หลังจากวันที่ 25 พ.ค. มีวีดีโอคลิปที่ตำรวจควบคุมตัวข้อหาใช้ธนบัตรปลอม โดยใช้เข่ากดลงไปบริเวณคอ ระหว่างนั้นนายฟลอยด์พยายามส่งเสียงพึมพำขอความช่วยเหลือ “ได้โปรด ผมหายใจไม่ออก” ก่อนค่อยๆ หมดสติไป ทำให้มีประชาชนไม่พอใจลุกขึ้นมาประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจ พร้อมกับเหตุปล้นสะดมและก่อจลาจล จากรัฐมินเนโซตาก็ขยายวงไปทั่วสหรัฐฯ ทำให้มีหลายรัฐต้องประกาศเคอร์ฟิวและระดมกำลังทหารกองหนุน (เนชั่นแนล การ์ด) มารักษาความสงบ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่ากลุ่มแอนติฟา ซึ่งเป็นพวกซ้ายสุดโต่ง อยู่เบื้องหลังความรุนแรง และเตรียมขึ้นบัญชีกลุ่มนี้เป็นองค์การก่อการร้าย พร้อมเรียกร้องให้ใช้ไม้แข็งจัดการกับผู้ชุมนุม และให้เรียกทหารเข้าไปจัดการทันที ยิ่งทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและสถานการณ์เลวร้ายหนักยิ่งขึ้น ถึงขั้นประธานาธิบดีทรัมป์ต้องลงไปอยู่ที่ห้องหลบภัยใต้ดินทำเนียบขาว และยกระดับการเตือนภัยปกป้องสูงที่สุด ขณะที่อัยการสูงสุดมินนิโซตาได้เพิ่มข้อหา ดีเร็ก โชวิน ตำรวจที่ก่อเหตุกับฟลอยด์เป็น "ฆ่าโดยเจตนาแต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน" และเจ้าหน้าที่อีก 3 นายในข้อหาสนับสนุนเช่นกัน


อันดับ 6 : จับ "อานนท์วัฒน์" แฮกบัญชีนักธุรกิจได้ไปเกือบ 4 แสน คนเดียวกับที่ถูกจับคดีกักตุนหน้ากากอนามัย

การจับกุมหนุ่มแฮกเงินนักธุรกิจหนุ่มรายนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวางจับกุมนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อายุ 34 ปี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายกษิดิศ วิเศษธนากร อายุ 31 ปี นักธุรกิจหนุ่มโพสต์ข้อความว่าถูกคนร้ายร่วมกันแฮกบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยาผ่านทางกรุงศรีออนไลน์ และกรุงศรี บิซ โมบาย แอปพลิเคชัน รวมมูลค่าความเสียหาย 395,000 บาท โดยฝ่ายของนายอานนท์วัฒน์ไปจ้างพิธีกรอิสระ ให้เป็นตัวแทนของโรงแรมหรู นำโทรศัพท์มือถือออปโป้ไปมอบให้ที่บ้าน แต่ล่อลวงให้ใส่ซิมการ์ด โดยอ้างว่าต้องมีการยืนยันแคมเปญ

ปรากฎว่ากล่องข้อความ SMS ถูกนำไปซ่อนไว้และปิดการแจ้งเตือน ทำให้ไม่เห็น SMS OTP จากธนาคาร ก่อนที่นายกษิดิศมาพบภายหลังว่าเงินในบัญชีหายเกลี้ยง และยังถูกข่มขู่เรียกเงิน 2 แสนบาท ก่อนที่คนร้ายจะก่อเหตุปิดเฟซบุ๊ก ปิดอีเมล ปิดเว็บไซต์บริษัท นายอานนท์วัฒน์สารภาพว่าใช้วิชาความรู้คอมพิวเตอร์ที่ประเทศเยอรมนี 3 ปี มาก่อเหตุ เพื่อนำเงินไปใช้คืนผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงและขอเจรจายอมความ นอกจากนี้ยังพบว่ามีคดีติดตัวอยู่ 9 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง หลอกหลวงขายหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ของเสี่ยบอย-ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ที่ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไปก่อนหน้านี้อีกด้วย


อันดับ 7 : ข่าวลือหรือเรื่องจริง "วันเฉลิม" ผู้ต้องหาหลบหนีคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ถูกอุ้ม กัมพูชาสงสัย “เฟคนิวส์”

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เว็บไซต์ประชาไท อ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาหลบหนีคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการขยายผลของตำรวจที่ระบุว่าเป็นเจ้าของเพจ “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” รวมทั้งหลบหนีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557 ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กระทั่งนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำประเด็นนี้ไปจัดการชุมนุมที่สกายวอล์ก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน เมื่อเย็นวันที่ 5 มิ.ย.

อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจแห่งชาติกัมพูชา กลับไม่รู้เรื่องการหายตัวไปตามที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวอ้าง ส่วนโฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาระบุว่ารายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์อาจเป็น “เฟคนิวส์” เพราะไม่รู้ว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ข้างนอกมีข่าวปลอมเต็มไปหมด ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ไม่ทราบรายละเอียด เพราะเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ส่วนจะเป็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กัมพูชาหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานจากทางกัมพูชา ยืนยันว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับทางการไทยแต่อย่างใด


กำลังโหลดความคิดเห็น...