xs
xsm
sm
md
lg

ตำนานคอรัปชั่น ข้าวบรรเทาทุกข์เลยไปถึงสิงคโปร์! ทหารถูกอมค่าอาหารเหมือนนักเรียน!!

เผยแพร่:   โดย: สุวิชชา เพียราษฎร์


คอรัปชั่นเป็นโรคร้ายที่อยู่คู่กับการเมืองการปกครอง ไม่ว่าระบอบไหนหรือประเทศไหนต่างก็มีโรคนี้ด้วยกันทั้งนั้น ขนาดประเทศจีนในปัจจุบันซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ใครจะคิดว่าก็ยังมีการโกงอยู่ อย่างค้นเจอทองเต็มบ้าน เหมือนที่เราเคยเจอแบงค์เต็มบ้านกันมาแล้ว

การคอรัปชั่น การโกง ยังใช้เป็นอาวุธในการทิ่มแทงฝ่ายตรงข้ามที่จะกำกัด แต่ในขณะที่ชี้นิ้วว่าคนอื่นโกง อีก ๓ นิ้วก็ชี้เข้าตัวเองด้วย อย่างในปี ๒๔๙๐ ที่จอมพลผิน ชุณหะวัณ ทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เพื่อนำ จอมพล ป.พิบูลสงครามที่พ้นคดีอาชญากรสงครามกลับมามีอำนาจ ก็อ้างเหตุผลว่า คณะรัฐบาลทุจริตคดโกงนานาประการ เป็นการนำมหันตภัยมาสู่ประเทศชาติและประชาชน

ต่อมาในปี ๒๕๐๐ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมพล ป.ที่มีจอมพลผินอยู่ด้วย ก็อ้างเหตุผลว่ารัฐบาลโกงกินเหมือนกัน
แล้วเป็นไง ยุคจอมพลสฤษดิ์ เรื่องนี้อึกทึกครึกโครมแค่ไหน

พอมาถึงยุคประชาธิปไตยคนชอบเลือกตั้ง เรื่องอื้อฉาวยุตจอมพลสฤษดิ์ก็กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไป เพราะสวาปามกันอย่างประเจิดประเจ้ออย่างไร้ความกระดากอาย

จอมพลผิน ชุณหะวัณ ได้บันทึกเบื้องหลังการทำรัฐประหารไว้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทุจริตคดโกงตอนหนึ่งว่า

“...ด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติ อันเกิดจากบทเรียนคราวสงครามทั้ง ๒ ครั้ง ก็บังเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สมควรเกิดขึ้น คือการซื้อผ้าสำหรับตัดเย็บเป็นเครื่องแบบทหาร ซึ่งทำการประมูลได้ราคาเมตรละ ๑๐ บาท ครั้นถึงเวลาส่งผ้า พ่อค้าก็นำผ้าบางคล้ายเย็บมุ้งราคาเมตรละ ๔ บาทส่งมาให้ ข้าพเจ้าได้นำผ้าตัวอย่างครั้งแรกเก็บไว้ ๒ ชิ้นนำมาเปรียบเทียบดู นับว่าผิดกับตัวอย่างมาก จึงส่งให้เจ้าหน้าที่กรมพระธรรมนูญทำการสอบสวน ปรากฏว่าผ้าราคา ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถูกโกงไป ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยทำการโกงกินกันเป็นทีม ในที่สุดก็ลงโทษตามโทษานุโทษ ผู้เก็บผ้าตัวอย่างถูกจำคุก ๓ ปี

ครั้งที่ ๒ การซื้อเครื่องสนามของทหาร คณะกรรมการได้เสนอการประมูลของเจ้าหน้าที่ ราคาที่ถูก เครื่องละ ๑,๖๐๐ บาท ข้าพเจ้ายังไม่อนุมัติ ให้ผู้อำนวยการ อ.จ.ส.สืบราคาดูก่อนว่ามีราคาเท่าใดกันแน่ ได้ความว่าร้านแห่งเดียวกันในประเทศญี่ปุ่น บอกราคาเครื่องสนามชุดละ ๘๐๐ บาทเท่านั้น จึงสั่งให้ อ.จ.ส.ซื้อต่อไป ถ้าไม่รอบคอบอาจต้องเสียเลือดเนื้อทหารไป ๔๐ ล้านบาท ในจำนวนเครื่องสนาม ๕๐,๐๐๐ ชุด เรื่องนี้ภายหลังแม่ค้าผู้ส่งเครื่องร้องไห้มาหาข้าพเจ้าที่บ้าน ว่าให้เงินล่วงหน้าแก่กรรมการไปแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าคราวนี้ไม่ได้ส่งราคาเต็มต้องเป็นหนี้เขาแย่ ข้าพเจ้าตอบไปว่า ที่ไม่นำเรื่องนี้ฟ้องศาลในฐานให้สินบนต่อเจ้าหน้าที่ก็ดีแล้ว แกรู้สึกตกใจและลากลับทันที

เรื่องที่ ๓ การซื้อผ้าขาวม้าอาบน้ำทหาร ซึ่งพ่อค้าส่งมาไม่เหมือนตัวอย่างเช่นเดียวกัน แต่เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างไม่กล้าเปลี่ยน แต่ผ้าค้าผ้านำผ้าขาวม้าอาบน้ำไปส่งยังคลังกรมยกกระบัตรหมดแล้ว แต่เห็นว่าราคาไม่มากนักจึงสั่งให้ขนกลับคืนไป

เรื่องที่ ๔ การซื้อร่มชูชีพสำหรับนำสิ่งของไปทิ้งให้ทหารในสนามรบ ซึ่งคณะกรรมการสืบราคาและประมูลเสร็จแล้วในราคาชุดละ ๒๐๐ ดอลลาร์ ข้าพเจ้าให้ผู้อำนวยการ อ.จ.ส.สืบราคาใหม่ภายใน ๗ วัน ก็ทราบว่าเป็นร้านค้าเดียวกันในประเทศญี่ปุ่น ขายในราคา ๔๗ ดอลลาร์ ทำให้ข้าพเจ้าเกิดโทโส จึงตวาดออกไปอย่างแรงว่า จะโกงกินกันไปถึงไหน จะตกลงซื้อได้ในราคาชุดละ ๔๘ ดอลลาร์ นับว่าได้ลดงบประมาณไป ๓๐๔,๐๐๐ ดอลลาร์ ในจำนวนที่กองทัพบกต้องซื้อ ๒,๐๐๐ ชุด...”

นี่ก็เป็นการทุจริตคดโกงเพียงส่วนน้อยที่จับได้และนำมาเปิดเผย ไม่ต้องสงสัยว่าที่เล็ดรอดหูตาไปได้ก็คงมีอีกมาก

แม้แต่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็มีบันทึกไว้ว่า เมื่อ จมื่นไวยวรนาถ ซึ่งต่อมาก็คือ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เข้ารับตำแหน่งรองผู้บังคับการกรมทหารฝ่ายหน้า เพื่อปรับปรุงกองทัพให้เข้มแข็งขึ้น ก็ได้รับรายงานจากทหารถึงการทุจริตในด้านพลาธิการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ทำข้าวต้มเลี้ยงทหารทุกคืน พลาธิการก็เบิกเงินค่าข้าวต้มทุกคืน แต่กลับจัดเลี้ยงบางคืน ทั้งยังนานๆครั้ง เมื่อสอบสวนก็ได้ความว่าพลาธิการเบียดบังเงินไปถึง ๓๘๙ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ๑ บาท หรือเป็น ๓๑,๑๖๑ บาท ยอมรับสารภาพว่านำเงินไปสร้างบ้านเป็นเงิน ๓๐๐ ชั่ง หรือ ๒๔,๐๐๐ บาท จึงจับดำเนินคดียึดบ้านมาเป็นของแผ่นดิน

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ แม้ประเทศไทยจะดิ้นรอดจากผู้ร่วมรบกับญี่ปุ่น ไม่ตกเป็นประเทศผู้แพ้สงครามด้วย แต่อังกฤษก็เรียกร้องให้ไทยต้องส่งข้าวสารให้อังกฤษ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ตันให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๒ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๘ เป็นต้นไป จึงทำให้ข้าวสารในประเทศขาดแคลน ซ้ำยังถูกพ่อค้ากักตุนเอาไว้ขายโก่งราคา ยามนั้นแม้จะมีเงินก็ไม่สามารถซื้อข้าวสารมากรอกหม้อได้ เกิดยุคข้าวยากหมากแพง รัฐบาล พล.ร.ต. ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ จึงใช้มาตรการเด็ดขาดบังคับซื้อข้าวสารจากพ่อค้าที่กักตุน ส่งไปบรรเทาทุกข์ประชาชนทั่วประเทศ

ในยามที่บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะยุคเข็ญนี้ การทุจริตคดโกงของข้าราชการก็ยังเกิดขึ้นจนได้ ปรากฏว่าข้าวที่รัฐบาลส่งไปช่วยประชาชนจังหวัดสงขลาที่กำลังอดอยากนั้น กลับไปเลยจังหวัดสงขลาไปถึงสิงคโปร์ โดยข้าหลวงพาณิชย์ภาคที่รับหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนเป็นผู้สั่งการเอง เพราะข้าวที่สิงคโปร์ที่มีราคาแพงกว่าข้าวในเมืองไทยหลายเท่า ผลจากการสอบสวนทำให้ข้าหลวงภาคที่รวยจนพุงแตกต้องตกเก้าอี้

ยุคเดียวกันนี้เรื่องที่อื้อฉาวสนั่นเมือง ก็คือเรื่องที่รัฐบาลเร่งหาจอม เสียม ผานไถ ผ้าเวสป้อยส์ เอาไปแจกจ่ายให้ประชาชน เพราะญี่ปุ่นกว้านซื้ออุปกรณ์การเกษตรเหล่านี้ไปสร้างทางรถไฟสายมรณะจนเกลี้ยงตลาดมานานแล้ว อีกทั้งเสื้อผ้าก็ไม่ค่อยมีจะนุ่งกัน โดยให้ผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดรับไปดำเนินการ แต่ท่านตัวแทนประชาชนหลายคนกลับเอาของบรรเทาทุกข์ประชาชนเหล่านี้ ไปขายให้พ่อค้าหากำไรก่อนถึงมือประชาชน จนเป็นเรื่องอื้อฉาวของยุค มีผู้นำไปแต่งเป็นเพลงกระหึ่มเมือง และเป็นตำนานที่เล่าขานกันมานาน

ถึงวันนี้เชื้อชั่วก็ไม่มีวันตาย ตราบใดที่คนมีอำนาจเกิดมีความละโมบและขาดคุณธรรม เรื่องโกงก็ต้องเกิด แต่ถ้าหัวขบวนไม่ลงมือเสียเอง หางขบวนก็ต้องซ่อนเร้นกันหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม คงไม่พ้นตาวิเศษของประชาชน
กำลังโหลดความคิดเห็น...