xs
xsm
sm
md
lg

นักศึกษาธรรมศาสตร์ลาออกจากพรรคโดมปฏิวัติ หลังพัวพันคดีข่มขืนอดีตแฟนสาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่พัวพันเรื่องข่มขืนนักศึกษาสาวที่เป็นอดีตแฟน ลาออกจากพรรคโดมปฏิวัติ ที่ชนะการเลือกตั้งสภานักศึกษา หลังโซเชียลฯ ปั่นแฮชแท็ก #จับโป๊ะโดมปฏิวัติ หลังเลือกตั้ง

วันนี้ (30 ก.ย.) จากกรณีที่ในทวิตเตอร์ได้ถกเถียงกันผ่านแฮชแท็ก #จับโป๊ะโดมปฏิวัติ เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พรรคโดมปฏิวัติ พรรคการเมืองในสถาบันการศึกษาที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีสมาชิกพรรคซึ่งเป็นนักศึกษารายหนึ่งถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ชักชวนอดีตแฟนสาวเสพกัญชา ก่อนลงมือข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ เมื่อฝ่ายหญิงแจ้งคนในพรรคกลับไม่มีใครเอาเรื่อง เพราะเห็นว่าฝ่ายชายทำงานดี ทำให้สภาพจิตใจฝ่ายหญิงย่ำแย่และต้องเข้ารับการรักษาทางจิต กระทั่งพรรคโดมปฏิวัติชนะการเลือกตั้งสภานักศึกษาก็มีคนออกแฉว่าในพรรคมีนักข่มขืนอยู่เลยเกิดประเด็น

ล่าสุด พรรคโดมปฏิบัติออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ได้มีผู้ร้องเรียนว่านายทักษภณ (ขอสงวนนามสกุล) สมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการข่มขืนผู้อื่นนั้น ขณะนี้ทางพรรคได้รับเอกสารยืนยันการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติจากนายทักษภณ และได้อนุมัติตามคำขอลาออกนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นผลให้นายทักษภณพ้นจากสมาชิกภาพ ในส่วนของกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด พรรคโดมปฏิวัติจะส่งมอบข้อมูล คำให้การ ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆ แก่กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อไป ซึ่งทางพรรคโดมปฏิวัติหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยยุติธรรมและรวดเร็วที่สุดเพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงอันเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ พรรคโดมปฏิวัติได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายจักรี (ขอสงวนนามสกุล) ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคโดมปฏิวัติ มีการกระทำและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง อาทิ การโพสต์ข้อความบนสื่อสาธารณะในเชิงที่ส่อไปในทางมุ่งประทุษร้ายผู้อื่นและใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่เหมาะสม ทางพรรคโดมปฏิวัติได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่านายจักรีได้กระทำความผิดจริง จึงได้มีมาตรการลงโทษขั้นสูงสุดตามข้อบังคับพรรคโดมปฏิวัติ โดยมีผลให้นายจักรีพ้นจากสมาชิกภาพนับจากนี้เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อนายณัฐชนน ไพโรจน์ หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ 30 กันยายน 2562

แถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง หัวข้อ “การสอบสวนต้องเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม” ระบุว่า ตามที่พรรคโดมปฏิวัติได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่าถูกสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติข่มขืนนั้น ทางคณะกรรมการบริหารพรรคได้ลงความเห็นว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวจําเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรภายนอกมาร่วมในกระบวนการสอบสวนด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นกลาง และเป็นธรรม พรรคโดมปฏิวัติจึงได้ติดต่อขอผู้เชี่ยวชาญจากกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิสตรีเข้าร่วมในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ หากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้หารือและตกลงกรอบเวลาในการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ทางพรรคจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป ทั้งนี้ สิ่งที่พรรคโดมปฏิวัติให้ความสําคัญมากที่สุดคือ ความเป็นธรรม เพราะการข่มขืนเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

ด้านเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายทักษภณ (ขอสงวนนามสกุล) ระบุว่า เนื่องจากประเด็นที่ถูกกล่าวหาจากแอ็กเคานต์หนึ่งในโซเชียลมีเดียซึ่งยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร โดยประเด็นดังกล่าวถูกจุดขึ้นมาในวันเสาร์ (28 ก.ย.) 2 วันหลังจากที่พรรคโดมปฏิวัติชนะเลือกตั้ง ถูกนำไปโหนกับกระแสของพรรคโดมปฏิวัติ เกิดถกเถียงมากมายในโลกออนไลน์ขึ้น มีการกล่าวหาไปยังพรรคโดมปฏิวัติว่า “ปกป้องคนทำผิด” แม้ว่าจะถูกพรรคโดมปฏิวัติสั่งพักงานแล้ว จนกว่าจะมีผลการสอบสวนจากองค์กรภายนอก องค์กรใดองค์กรหนึ่ง เพื่อให้มีการพิสูจน์ว่าใครผิดจริง อย่างโปร่งใสตามกระบวนการ คิดว่าคงรอจนเสร็จสิ้นกระบวนการพิสูจน์ความจริงไม่ได้ และสมาชิกพรรคคนอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย จะต้องเดือดร้อนกับกระแสโจมตีดังกล่าว จึงขอประกาศลาออกจากสมาชิกพรรค นับตั้งแต่วันนี้อย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ นายทักษภณได้โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษพรรคโดมปฏิวัติ และสมาชิกพรรคที่มาเดือดร้อนจากเรื่องส่วนตัว อยากให้ทุกคนแยกเรื่องของตนออกจากเรื่องพรรค เพราะพรรคไม่ได้รับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากตอนที่คบหากับฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ที่กล่าวหาตนนั้น พรรคโดมปฏิวัติยังไม่ก่อตั้งขึ้นเลยด้วยซ้ำ และตนไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวนี้กับใครในพรรค ดังนั้น ถ้าถูกสอบสวนแล้วว่าผิดจริงก็ให้โทษตน ไม่เกี่ยวกับพรรคและสมาชิกพรรค และได้ถูกสั่งพักงานในพรรคจนกว่าผลสอบสวนจะออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างตนกับแฟนเก่า เคยคบหากันเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ระหว่างที่คบกันก็มีเพศสัมพันธ์กันตามคู่รักปกติ โดยจะขอ Consent (ถามความยินยอม) ก่อนทุกครั้ง ว่ายินยอมให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยหรือไม่

“แต่มีครั้งหนึ่งที่ผมได้ขอความยินยอมจากเขา แต่ครั้งแรกเขาปฏิเสธ สักพักผมจึงถามเขาเรื่อยๆ จนเขายินยอม โดยปราศจากการใช้กำลังข่มขู่ใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนนี้ผมผิดเองที่ผมไม่ได้นึกถึงอีกฝ่าย สิ่งที่ผมทำคือการอาศัยสถานะความเป็นแฟนเพื่อขอให้เขายอมมีเพศสัมพันธ์กับผมในที่สุด แต่ตอนนั้นผมคิดว่าผมทำได้ เพราะผมถามเขาแล้วเขาให้ยินยอมแล้ว แล้วผมเข้าใจว่าเขาเต็มใจ ซึ่งหลังจากนั้นเขาไม่เคยพูดว่าเขาไม่โอเค จนกระทั่งเลิกรากัน หลังจากที่เลิกรากันไป ในช่วงแรกผมยังรักและต้องการให้เรากลับมาคบหากัน และเขาได้ต่อว่าผมว่าผมข่มขืนเขา ผมรู้สึกน้อยใจ จึงใช้คำพูดที่ประชดประชันเขาว่าผมข่มขืนเขา แต่แท้จริงแล้วเป็นการพิมพ์เพื่อประชดและอยากให้เขาสนใจ เป็นการเล่นตามบท เออออไปตามเขาด้วยอารมณ์น้อยใจที่ปราศจากเหตุผล ซึ่งส่วนนี้เขาใช้โจมตีผมว่าผมข่มขืนเขาตามที่เขาโพสต์” นายทักษภณระบุ

นายทักษภณกล่าวอีกว่า ตนยินดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทั้งหมด ซึ่งกระบวนการสอบสวนนี้จะเป็นการสอบสวนจากคณะกรรมการกลางที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคโดมปฏิวัติเป็นหลัก เพื่อวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้าง ถ้าหากผลการวินิจฉัยออกมาว่ามีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราจริง ยอมรับผลนั้นทั้งหมด ซึ่งตนยึดถือคุณค่าเรื่องการข่มขืนว่าเป็นสิ่งที่ผิดมาโดยตลอด ที่ผ่านมาไม่ได้ตระหนักหรือเข้าใจผิดว่าทำได้ ถ้าหากผิดจริง ยอมรับผลนั้นตามที่ได้กล่าวไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...