xs
xsm
sm
md
lg

"นักวิชาการ" เชื่อเหตุโจมตีโรงกลั่นซาอุฯไม่นำไปสู่สงคราม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ผศ.ดร.มาโนชญ์" เชื่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯไม่นำไปสู่สงคราม เพราะทุกฝ่ายรู้ถึงผลเสียที่จะตามมา "ทรัมป์" คงทำได้แค่ขู่ถล่มอิหร่าน ชี้รัสเซียเสนอขายระบบป้องกันขีปนาวุธให้ซาอุฯอาจเป็นตัวกลางประสาน "ซาอุ-อิหร่าน" ให้พูดคุยกันได้



วันที่ (17 ก.ย.) ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ร่วมสนทนาในรายการ "คนเคาะข่าว" ออกอากาศทางสถานีโททัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง "นิวส์วัน" ในหัวข้อ "โจมตีโรงกลั่นซาอุฯสะเทือนโลก"

โดย ดร.มาโนชญ์ กล่าวว่า ใครน่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯในครั้งนี้ ค่อนข้างซับซ้อน เพราะพัวพันหลายปัญหาในตะวันออกกลาง พอเกิดการโจมตีครั้งนี้มันส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง กลุ่มที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบคือ "ฮูตี" กลุ่มกบฎในเยเมน โดยอธิบายว่าต้องการตอบโต้ซาอุฯที่เคยโจมตีเยเมนตั้งแต่ 2015 เรื่อยมา และก่อให้เกิดวิกฤตปัญหามนุษยธรรมอย่างร้ายแรง อันนี้ยูเอ็นก็ออกมาแสดงควมเป็นห่วงด้วย

ดร.มาโนชญ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการโจมตีกันไปมา เวลาการโจมตีมาจากซาอุฯ ส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ฮูตีจะเลือกเป้าหมายสำคัญ ๆ เช่น สนามบิน ท่อส่งน้ำมัน บ่อน้ำมัน ฯลฯ โดยใช้โดรนนี่แหละโจมตี ฮูตีต้องการให้โลกสนใจปัญหาเยเมนด้วย ว่าที่ผ่านมาเผชิญวิกฤตอะไรบ้าง เพราะเวลาเยเมนถูกโจมตีจะไม่เป็นข่าวเท่าไหร่

แต่อเมริกาไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของฮูตี น่าจะมีอิหร่านอยู่เบื้องหลัง เพราะไม่มีหลักฐานว่าโดรนบินมาจากเยเมน น่าจะบินมาจากอิรักหรืออิหร่านมากกว่า เป้าหมายโรงกลั่นอยู่ในซาอุฯ ถ้าบินมาจากเยเมนห่างเป็นพันกิโล

ดร.มาโนชญ์ กล่าวด้วยว่า การที่อเมริกาบอกว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลัง ด้านนึงเขาต้องการเล่นงานอิหร่าน อีกนัยเป็นการยอมรับเทคโนโลยีโดรนของอิหร่านด้วย ซาอุฯเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของอเมริกา เป็นลูกค้าอาวุธรายใหญ่ของอเมริกา ซาอุฯใช้งบทางด้านการทหารเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากอเมริกาและจีน แต่ปรากฎว่าไม่สามารถป้องกันจุดโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ แล้วยิ่งบอกว่าเป็นฝีมือฮูตีซึ่งเป็นกลุ่มกบฎที่เกิดขึ้นมาได้ไม่นาน ทำได้ขนาดนี้ อเมริกายิ่งเสียหน้า เลยต้องกล่าวหาไปที่อิหร่าน

ดร.มาโนชญ์ กล่าวอีกว่า ท่าทีของรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรอิหร่าน พอเกิดเหตุการณ์นี้ รัสเซียยื่นข้อเสนอขายระบบป้องกันขีปนาวุธให้ซาอุฯ มองในมุมอิหร่านทำไมรัสเซียถึงทำแบบนั้น แต่ตนว่าน่าสนใจ ในมุมรัสเซียต้องการสร้างหลักประกันให้ซาอุฯว่าอิหร่านจะไม่สามารถโจมตีซาอุฯได้ ซึ่งจะนำไปสู่บรรยากาศที่ดีขึ้น รัสเซียอาจประสานซาอุ-อิหร่านให้พูดคุยกันได้

ดร.มาโนชญ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีใครต้องการทำสงคราม แต่ถ้าจำเป็นก็พร้อมจะทำ เอาเข้าจริงทุกฝ่ายเห็นผลกระทบที่จะตามมา ถ้าเลือกได้อยากเจรจามากกว่า ความหวังเล็ก ๆ จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลด จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ เพราะที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แต่ขู่จะโจมตีอิหร่าน แต่โบลตันต้องการให้ทำสงครามจริง ๆ หลังจากนี้น่าจะนำไปสู่การพูดคุยที่ทำให้บรรยากาศดีขึ้นก็ได้

ดร.มาโนชญ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การโจมตีซาอุฯครั้งนี้เรียกว่า 911 แห่งวงการน้ำมัน เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่ออุปทานน้ำมันโลกที่สำคัญ ในขณะเดียวกันอิหร่านหรือฮูตีบอกโอเคจะเรียกแบบนั้นก็ตาม เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ก็น่าสนใจ แต่ที่เราเห็นข่าวล่าสุดซาอุฯจะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ปริมาณเท่าเดิมในอีกไม่นานนี้ ซาอุฯเองก็กังวลต่อผลกระทบที่จะตามมา


กำลังโหลดความคิดเห็น...