xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : ใครฆ่า "บิลลี่"? | "แพทริเซีย" ไม่ได้โกหก แค่พูดไม่ละเอียด | ปล่อยตัว "สนธิ ลิ้มทองกุล"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 1-7 ก.ย. 2562)

อันดับ 1 : บ้านป่าเมืองเถื่อน! "บิลลี่" แกนนำกะเหรี่ยงถูกฆ่ายัดถัง "ชัยวัฒน์" ดิ้นสุดฤทธิ์-คลิปเสียงก็มา

การหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2557 หลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุม ผ่านไป 5 ปี ในที่สุดก็ถูกคลี่คลายเมื่อวันที่ 3 ก.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงว่า พบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร 1 ถัง ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน ภายในมีกะโหลกศีรษะข้างซ้ายมีรอยไหม้ร่วมกับรอยแตกร้าวโดนความร้อน เมื่อตรวจดีเอ็นเอตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของบิลลี่

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 9 อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน อ้างว่าถ้าทำผิดจริงจะทิ้งศพใกล้ตัวไปทำไม จุดที่ดีเอสไอพบถังน้ำมันเป็นที่ลอยอังคาร ไม่เชื่อผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และอ้างว่ามีคนเห็นนายบิลลี่เดินซื้อของอยู่ที่ชะอำ ก่อนแจ้งความโดยนำคลิปเสียงตำรวจสังกัดภูธรภาค 7 กับนายบุญแทน บุษราคำ อดีตลูกน้องให้ปรักปรำว่าเป็นคนลงมือฆ่า ขณะที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใคร การที่นายชัยวัฒน์ออกมาพูดทำให้รู้อะไรขึ้นเยอะเลย

อันดับ 2 : "แพทริเซีย" ไม่ได้โกหกแค่พูดไม่ละเอียด "พีช" ตัดเยื่อใยใครจะคุยก็เชิญ-ไม่รู้สึกอะไรแล้ว

ความเดิมตอนที่แล้ว "พีช พชร จิราธิวัฒน์" นักแสดงหนุ่มทายาทกลุ่มเซ็นทรัล เลิกกับ "แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด" นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ หลังมีข่าวว่าฝ่ายหญิงคบซ้อนกับ "โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์" ทายาทเจ้าของธุรกิจหลอดไฟ RACER หมื่นล้าน เรื่องนี้ยังไม่จบ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. อินสตาแกรมทั้งคู่ถูกแฮก แคปหน้าจอข้อความที่ที่พีชสนทนากับเพื่อนสนิท ทำนองว่าอยากให้แพทได้รับบทเรียน ก่อนที่มือแฮกไอจีจะโพสต์ข้อความโจมตีพีชว่า โยนความผิดให้ฝ่ายหญิงให้ไม่มีที่ยืน ทำให้พีชตัดสินใจแจ้งความต่อตำรวจ ปอท. เมื่อเย็นวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ 3 ก.ย. แพทริเซียกล่าวว่าไม่ได้คบซ้อนหรือนอกใจพีช แต่ภาพโน้ตออกมาหลังเลิกกับพีชแล้ว ส่วนที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า "ไม่สนิท" เพราะตอนนั้นเพิ่งมาเปิดใจคุยกัน เลยเลือกใช้คำว่าไม่สนิท โดยไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด ทำให้ถูกมองว่าเป็นคนโกหก ขณะที่อิโมจิหมีก็ไม่เกี่ยวข้องกับโน้ต ส่วนเรื่องโดนแฮกไอจีไม่รู้จริงๆ ด้านพีทระบุว่า ที่ผ่านมาพยายามพูดให้น้อยที่สุด ไม่อยากมีปัญหากับใคร แต่เรื่องแฮกไอจีและสะกดรอยตาม ตนจะทำไปทำไม ทิ้งท้ายว่า เลิกกันแล้วไม่มีประโยชน์ ไม่อยากได้เขาคืนแล้ว ใครจะคุยกับเขา เชิญ ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว

อันดับ 3 : ปล่อยตัว "สนธิ ลิ้มทองกุล" เข้าหลักเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษปี 2562

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ปล่อยตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 72 ปี ผู้ต้องขังคดี พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 เนื่องจากตีความกฎหมายคลาดเคลื่อน เหตุผู้ต้องขังรายหนึ่งอุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการ โต้แย้งว่าบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ใช่สถาบันการเงิน ไม่เข้าองค์ประกอบในบัญชีแนบท้าย ทำให้ได้รับการลดโทษ เมื่อหารือกับผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่พบว่านายสนธิไม่ติดบัญชีแนบท้าย อีกทั้งอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ตามคุณสมบัติ

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจพิเศษของรัฐมนตรีหรือกระทรวง แต่กรณีของนายสนธิ เข้าหลักเกณฑ์ตามกระบวนการกฎหมายอยู่แล้ว ยืนยันว่าเมื่อผู้ต้องขังมีความประพฤติดี และอยู่ในหลักเกณฑ์การปล่อยตัว ก็จะได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว ขณะที่นายสนธิ กล่าวว่า หลังได้รับการปล่อยตัวตนนอนไม่หลับ เนื่องจากร่างกายปรับตัวไม่ได้ พร้อมขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า นายสนธิขอเวลาเข้าผ่าตัดเศษกระสุนในศีรษะจากเหตุลอบยิง หลังหายดีแล้วก็จะกลับมาพบปะพี่น้องประชาชนแน่นอน

อันดับ 4 : "เหนือ-อีสาน" จมบาดาล "โพดุล" จัดหนักจัดเต็ม หลังแผ่นดินแล้งหนักมาหลายเดือน

หลังจากที่ทางภาคเหนือและภาคอีสานประสบภาวะภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงยาวนานหลายเดือน ในที่สุดเมื่อวันที่ 29 ส.ค. พายุโซนร้อนโพดุล เข้ามายังประเทศไทยที่จังหวัดนครพนม ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ต่อมาได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนคาจิกิ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่งผลทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด โดยภาคอีสานระดับน้ำในแม่น้ำสาขาเริ่มหนุนสูงทะลักเข้าท่วมนาข้าวและพื้นที่การเกษตร ส่วนน้ำเหนือเริ่มไหลเข้าสู่ภาคกลาง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ 32 จังหวัด กระทบ 158,028 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 19 ราย สูญหาย 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว 20 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 จังหวัด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย จ.ยโสธรและ จ.อุบลราชธานี วันที่ 9 ก.ย.นี้ ส่วนนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง สั่งการให้ ธ.ก.ส. ขยายเวลาชำระหนี้และให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว

อันดับ 5 : คุกเพิ่มพูน! "บุญทรง" บวกอีก 6 ปี ชดใช้กรรมหนัก คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว กับพวกรวม 28 คน ในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จากโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเคยพิพากษาแล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 แต่อัยการสูงสุดซึ่งเป็นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคน และให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว

ทั้งนี้ ศาลพิพากษาแก้ให้จำคุกนายบุญทรงเพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกจาก 42 ปี เป็น 48 ปี ให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี ได้แก่ นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการ บริษัท เจียเม้ง จำกัด คนละ 4 ปี นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร 2 กระทง รวม 8 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี และให้กลุ่มโรงสีชดใช้เงินให้กับกระทรวงการคลังกว่า 97 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย นอกนั้นเป็นไปตามที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา

ด้านนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ บุตรชายนายบุญทรง ระบุว่า จะดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษให้พ่อต่อไป

อันดับ 6 : แกร็บช่วยชีวิต! พ่อแม่พะวงลูกชักเกร็งปากเบี้ยว ร้องขอช่วยพาส่งโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ในโลกโซเชียลได้แชร์วีดีโอคลิปของผู้ใช่เฟซบุ๊ก Ployly M Kaewya จากกล้องหน้ารถเมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ระหว่างขับรถบนสะพานข้ามแยกคู้บอน ถนนรามอินทรา กม.8 เพื่อพาลูกชายวัย 2 ปี 9 เดือน ไปส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการชักเกร็งจนปากเริ่มเบี้ยว แต่ยังหายใจได้อยู่ ซึ่งระหว่างนั้นการจราจรติดขัด จึงขอความช่วยเหลือจักรยานยนต์ที่รับส่งอาหารแกร็บฟู้ด และพาไปส่งโรงพยาบาล เมื่อถึงโรงพยาบาลมีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างฝั่งตรงข้ามพาเด็กขึ้นสะพานลอยไปส่งแพทย์ได้ทัน อาการปลอดภัย

สำหรับแกร็บฟู้ดพลเมืองดีรายนี้ คือ นายวัชระ เกษียร อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์จะไปส่งพิซซ่าที่ย่านแฟชั่นไอส์แลนด์ รถยนต์คันดังกล่าวขับตัดหน้าแล้วเปิดกระจกพูดว่า "ช่วยลูกผมด้วย" ก่อนจะมีผู้หญิงอุ้มลูกร้องไห้ขอความช่วยเหลือ จึงให้แม่อุ้มลูกขึ้นซ้อนท้ายรถที่มีกระเป๋าแกร็บฟู้ดใส่พิซซ่าเอาไว้ ก่อนส่งต่อให้วินมอเตอร์ไซค์ช่วยเหลือ หลังจากน้นได้ขับไปส่งพิซซ่า พบว่าสภาพหน้าพิซซ่าเละ ลูกค้าหน้าเสีย แต่ได้อธิบายเหตุการณ์นี้จนเข้าใจ และโทร.แจ้งบริษัทให้เยียวยาลูกค้ารายนี้ เหตุการณ์นี้มีเสียงชื่นชมชาวเน็ตจำนวนมาก

อันดับ 7 : ชาวเน็ตรับไม่ได้ "พระพุทธรูปอุลตร้าแมน" นักศึกษาศิลปะขอโทษทั้งน้ำตา

เรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคมไทย การนำเสนอผลงานใดๆ จึงต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่ง เฉกเช่นกรณีที่โลกโซเชียลแชร์ภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดแสดงที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 3-11 ก.ย. ทำให้โลกออนไลน์ส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ทำให้ทางผู้จัดงาน เก็บภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนทั้ง 2 ภาพออกไปจากนิทรรศการ

ล่าสุด 7 ก.ย. นักศึกษาพร้อมอาจารย์ผู้สอน เข้ากราบขอขมาต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถ วัดบึง พระอารามหลวง และกราบขอขมาต่อพระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ก่อนเปิดเผยทั้งน้ำตาว่าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ แต่ต้องการสื่อให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่เหมือนอุลตร้าแมน ที่อดทนต่อสิ่งเร้ารอบด้าน และช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้กับมนุษย์ ทำให้โลกมนุษย์สงบสุข แต่เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กำชับสถานศึกษาทุกแห่งตรวจสอบผลงานก่อนนำไปเผยแพร่ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก

อนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 ระบุว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพบในทางศาสนาของชนหมู่ใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...