xs
xsm
sm
md
lg

“ปานเทพ” ยก 10 เหตุผล เชื่อมั่น “อนุทิน” ทำกัญชาเสรีเพื่อประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ปานเทพ” ยังมั่นใจ “อนุทิน” เดินหน้านโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ผูกขาดให้กลุ่มทุน ชี้ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องคอร์รัปชัน ไม่มีกลุ่มทุนบริษัทยาสนับสนุน เคยพิสูจน์ผลงานมาแล้วจากการคืนสิทธิหมอพื้นบ้าน รับรองน้ำมัน “อ.เดชา” ตั้งคณะที่ปรึกษาที่มีจุดยืนตรงกับประชาชน เชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” เป็นเครื่องมือเดียวที่ประชาชนมีโอกาสพึ่งพาได้

วันนี้ (1 ก.ย.) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แสดงความเชื่อมั่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องนโยบายกัญชา โดยมีรายละเอียดดังนี้

“10 เหตุผล ว่าทำไมยังควรเชื่อมั่นคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในเรื่องนโบายกัญชา

1. คุณอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย มีสัญญาประชาคมเอาไว้ จึงมีเดิมพันสัจจะของคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า นั่นคือกัญชาต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่ผูกขาดกับกลุ่มทุนใด

และคุณอนุทินเป็นนักการเมืองมาอย่างยาวนานและยังมีอนาคตอีกยาวไกล นโยบายสาธารณสุขที่ดีสามารถครองหัวใจประชาชนได้อย่างแน่นอน เชื่อว่าคุณอนุทินคงไม่ทิ้งอนาคตตัวเองด้วยผลประโยชน์กัญชาระยะสั้นมาบังตา

2. คุณอนุทิน ยังไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงมาก่อนเลย

3. การวัดใจครั้งสำคัญของคุณอนุทินที่พิสูจน์มาแล้วในเรื่องกัญชา คือ การใช้อำนาจตัวเองคืนสิทธิหมอพื้นบ้าน ยกเลิกเครื่องยากลางที่ไม่บอกสัดส่วนให้แพทย์แผนไทย ผลักดันจนรับรองน้ำมันสูตรอาจารย์เดชา และกรมแพทย์แผนไทยขยายสูตรน้ำมันเดชาไปในโรงพยาบาลภาครัฐหลายแห่งแล้ว ถ้าไม่มีนโยบายจากคุณอนุทิน สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้

4. ฐานกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยไม่ปรากฏว่าเป็นกลุ่มทุนบริษัทยาใด และคุณอนุทินก็เป็นนักธุรกิจก่อสร้างไม่ใช่แวดวงสุขภาพ จึงยังไม่ปรากฎผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ

5. การดำเนินงานในขณะนี้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ที่กำหนด 5 ปีนี้ให้รัฐผูกขาดการปลูก ผลิต และส่งออกกัญชาเท่านั้น หากเอกชนจะทำต้องเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ปลูกร่วมกับรัฐ

ซึ่งภายใต้กฎหมายข้อจำกัดมากมายเช่นนี้ อำนาจที่ใช้จะทำได้เท่าที่กฎหมายให้ทำได้เท่านั้น ถ้าจะทำได้มากกว่านั้นจะต้องแก้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษเท่านั้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยกำลังเตรียมยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกกัญชา กัญชง ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการรวมพลังของพี่น้องประชาชนเพื่อสนับสนุนคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเพื่อทำภารกิจที่ยากมากในครั้งนี้

6. ภายใต้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่อนุมัติโดยมติคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 กว่า 20 คน ซึ่งมาจากหลายกระทรวง หลายวิชาชีพ หมายความว่ารัฐมนตรีต้องรอเรื่องเสนอและเห็นชอบโดยคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นรัฐราชการเท่านั้น

ถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว คุณอนุทินก็มีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญหน้ากับคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษซึ่งมีอำนาจชงทุกเรื่องก่อนถึงมือรัฐมนตรี แต่ถ้าอนุมัติก็ต้องเป็นเหยื่อเผชิญหน้ากับประชาชน เสียงของประชาชนจึงต้องช่วยสนับสนุนคุณอนุทินซึ่งมาจากประชาชนให้มาถ่วงน้ำหนักกับคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ

7. คุณอนุทิน ได้แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา 4 คน ซึ่งทุกคนเป็นคนมีจุดยืนต่อเรื่องกัญชาเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างขัดเจน เช่น หม่อมหลวงสมชาย อาจารย์หมอธีระวัฒน์ อาจารย์เภสัชกรอนันตชัย คุณทองเจือ ถือว่าเลือกได้ถูกคนมาก มันสะท้อนเป้าหมายที่ชัดเจนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านนี้อย่างชัดเจน (ถ้าเขามีเป้าหมายอื่นก็ไม่จำเป็นต้องตั้งบุคคลเหล่านี้มาเป็นคณะที่ปรึกษา)

8. ทั้งคุณอนุทินและคณะที่ปรึกษาให้ความสำคัญต่อความคิดเห็นภาคประชาชนมาโดยตลอด และพิสูจน์หลายครั้งว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองแก้ไขการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ชักช้า ไม่เว้นแม้แต่เรื่องกัญชงล่าสุดที่มาจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ซึ่งผมได้แสดงความห่วงใยเอาไว้

9. พ้นจากคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยแล้ว ไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีจุดยืนเรื่องกัญชาชัดเจนเท่านี้อีกแล้ว คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นเครื่องมือเดียวของประชาชนที่มีโอกาสจะพึ่งพาได้ จึงไม่ควรให้เกิดการแตกแยกระหว่างประชาชนกับคุณอนุทิน

10. โดยปกติในสังคมไทยแล้วประชาชนมักจะไม่มีความไว้วางใจนักการเมืองโดยธรรมชาติ จึงอาจมีบางคนไม่เห็นด้วยและไม่เขื่อมั่นตามที่ผมเสนอ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างที่ปลายทาง ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องรีบแตกหักในยามที่ยังรอการพิสูจน์ของนักการเมืองคนนั้น”



กำลังโหลดความคิดเห็น...