xs
xsm
sm
md
lg

“ประพันธุ์” โต้ยับ “ศรัณย์สุข” อย่าโพสต์เอามัน โยงม็อบฮ่องกงปิดสนามบินกับชุมนุมพันธมิตรฯ ปี 51

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อดีตแนวร่วมพันธมิตรฯ โต้กลับ ม.ล.ศรัณย์สุข กัปตันการบินไทย ทำเป็นเล่าเหตุการณ์พันธมิตรฯ ชุมนุมสนามบินสุวรรณภูมิโยงม็อบฮ่องกง ย้ำ 24 พ.ย. สนามบินสุวรรณภูมิยังเปิด ผู้ชุมนุมยังไม่มาเลย หนำซ้ำคนสั่งปิดสนามบินตัวจริงคือระดับ ผอ.ทั้งนั้น มีหลักฐาน NOTAM ชัดเจน เตือนอย่าพูดเอามันหรืออยากดัง คลาดเคลื่อนทั้งนั้น

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก M.L. Sarunsook Sooksawasdi หรือ ม.ล.ศรัณย์สุข สุขสวัสดิ์ กัปตันการบินไทย โพสต์ข้อความโยงผู้ชุมนุมชาวฮ่องกงรวมตัวกันที่สนามบิน เพื่อขับไล่นางแครี่ แลม ผู้ว่าการสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง กับเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551 ขณะที่นายสมชายกำลังจะกลับจากต่างประเทศ ทำให้นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สั่งปิดให้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ข้อความระบุว่า

“อาหารดี ดนตรีเพราะ เวลานักการเมืองทะเลาะกัน ทำไมมันจะต้องมายึดสนามบินเป็นตัวประกันกันซะทุกที หัดไปยึดอย่างอื่นกันมั่งไม่ได้รึไง ตอนนี้สนามบินฮ่องกงก็ถูกจับไปเป็นตัวประกันอีกแล้ว แล้วไอ้คนที่เดือดร้อนกับเรื่องพวกนี้โดยตรง ก็พวกนักบินอย่างผมนี่แหละครับ

24 พ.ย. 2551 ผมบินกลับมาจาก Brisbane กำหนดจะลงถึงกรุงเทพตอนเช้ามืดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบนเครื่อง B-777 วันนั้น มีผู้โดยสารสามร้อยกว่าคน เราบินออกจาก Brisbane มาอย่างราบรื่นจนกระทั่ง พอเราเข้าเขตประเทศเวียดนามได้สักพัก เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ Ho Chi Minh Control เรียกขึ้นมา แล้วแจ้งว่า ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิที่เครื่องเราจะไปลงได้ถูกผู้ก่อการจราจลยึดไว้ซะแล้วไม่สามารถจะไปลงได้

และ Bangkok Control แนะนำว่าเรายังสามารถ Divert เครื่องไปลงที่ดอนเมืองได้ ซึ่งตอนนั้น เรายังมีอีกสองทางเลือก คือ ไปเชียงใหม่ หรืออู่ตะเภา แต่ผมก็คิดว่าถ้าลงกรุงเทพได้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้โดยสาร จึงแจ้งกลับไปว่าเราเลือกที่จะลงที่ดอนเมือง ซึ่งในตอนนั้นสนามบินดอนเมืองไม่ได้เปิดใช้งานสำหรับแอร์ไลน์เหมือนตอนนี้ แต่เราก็ยังสามารถใช้เป็นสนามบินสำรองในการลงได้

เรามาลงที่ดอนเมืองเป็นเครื่องแรกของเช้ามืดวันนั้น เครื่องเราถูกสั่งให้มาจอดที่ลานจอดทางด้านใต้ของสนามโดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลเลยสักคน แล้วไม่มีข้อมูลเลยว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป เราดับเครื่องยนต์ และติดเครื่อง APU เพื่อใช้กับระบบไฟฟ้า และ ระบบแอร์บนเครื่อง

พอฟ้าเริ่มสาง ก็มีเครื่องแอร์ไลน์ต่างๆทะยอยตามมาลงกันจนเต็ม ไม่เหลือที่จะให้เครื่องจอดอีกแล้ว เครื่องบินอื่นต้องหนีไปลง อู่ตะเภาบ้าง เชียงใหม่บ้าง

ผู้โดยสารร่วม 350 คน ถ้าต้องมานั่งอยู่บนเครื่องเฉยๆ แบบนั้น นานเข้า คงจะมีเรื่องโกลาหลแน่ ดังนั้นแทนที่จะใช้ระบบ PA พูดกับผู้โดยสารจากห้องนักบิน ผมตัดสินใจ ออกมายืนหน้าเคบิ้นให้ผู้โดยสารเห็นหน้า แล้วใช้ PA ที่หน้าเคบิน อธิบายเรื่องทุกอย่างให้ผู้โดยสารรับทราบ ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะแค่เราจะเอาผู้โดยสารลงจากเครื่อง เราก็ยังทำไม่ได้ เพราะไม่มีรถบันไดแล้วถึงจะลงได้ ก็ยังไม่มีรถรับผู้โดยสาร ไม่มีทั้งเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร

ผมเดินทักทายกับผู้โดยสารจากหัวเครื่องยันท้ายเครื่อง และเมื่อปรึกษากับลูกเรือแล้ว ผมจึงบอกให้ลูกเรือเปิดประตูเครื่องออกทุกบาน เพื่อคลายความอึดอัด ภายในเครื่อง แล้วโชคดีที่อากาศเช้าวันนั้นเย็นสบายดีมากเพราะเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว เราอนุญาตให้ผู้โดยสารลุกเดินไปมาได้ โดยให้ลูกเรือยืนเฝ้าอยู่ทุกประตู พร้อมทั้งขึงเชือกขวางประตูไว้ด้วย เพื่อกันไม่ให้ผู้โดยสาร พลัดตกตกลงไปข้างล่าง

พอตกสาย ทางการบินไทยก็เริ่ม ติดต่อประสานงาน ขอเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร มาตั้งหน่วยงานชั่วคราวขึ้นที่ดอนเมืองเพื่อเตรียมรับผู้โดยสาร แล้วเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ มายังดอนเมือง ซึ่งขบวนการเหล่านี้ใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง เมื่อหน่วยสนับสนุนภาคพื้นมาถึง เราก็ขอแซนวิชและน้ำเพิ่มเติม มาแจกจ่ายให้ผู้โดยสาร

หลายชั่วโมงผ่านไป น้ำมันสำหรับเครื่อง APU ใกล้จะหมด ต้องขอรถเติมเชื้อเพลิงมาเติมน้ำมันเพิ่ม แต่รถเติมมีอยู่ไม่กี่คัน ต้องรอคิวกันยาว เพราะจำนวนเครื่องที่ divert มาลง มีร่วม 30 ลำ ซึ่งในตอนหลังมีเครื่องอีกจำนวนมากที่ต้อง divert ไปลงประเทศอื่น เพราะสนามบิน เชียงใหม่และอู่ตะเภาก็เต็มหมดแล้ว

ลูกเรือของเราแม้จะเหนื่อยแต่ก็ดูแลผู้โดยสารอย่างดีเยี่ยม ผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ในความสงบ ไม่มีความวุ่นวายอะไรเลย นอกจากผู้โดยสารหญิงไทยคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เพอร์เซอร์มารายงานว่า ผู้โดยสารท่านนี้รีบเดินทางกลับมาเมืองไทยอย่างเร่งด่วนเพราะแม่ป่วยหนักอยู่ใน ICU ต้องรีบกลับมาให้ทันดูใจแม่ แต่นี่มาถึงสนามบินแล้วแต่ไม่สามารถไปหาแม่ได้ แล้วไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานเท่าไร

เราปรึกษากันว่าจะหาทางช่วยกันอย่างไรดี แล้วในที่สุดก็เลยวิทยุบอกให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อขอเบอร์โทรห้อง ICU แล้วใช้โทรศัพท์มือถือของลูกเรือ ให้ผู้โดยสารท่านนั้นคุยกับแม่ทางโทรศัพท์ได้เป็นที่เรียบร้อย

เนื่องจากรถและกระไดมีจำกัด การลำเลียงผู้โดยสารทำได้ทีละลำ เจ้าหน้าที่ภาคพื้นต้องกำหนดคิวในการลำเลียงคน ซึ่งแม้ว่าเราจะเป็นคิวต้นๆ แต่กว่าเราจะลงจากเครื่องได้ก็ใกล้เที่ยงเข้าไปแล้ว สะบักสะบอมครับ โดยเฉพาะพวกคิวหลังๆ นั้นกว่าจะได้ลงก็บ่ายสามบ่ายสี่เข้าไปแล้ว
มีผู้โดยสารที่ออกมาได้ก่อนเรา สองสามเครื่องแต่คนเรามันจะดังซะอย่าง ตอนที่ผมกำลังเดินออกมา เป็นเวลาที่ผู้สื่อข่าวเพิ่งมาถึงสนามบิน พอเห็นผมเดินออกมา ก็วิ่งเอาไมค์มาจ่อปาก ขอสัมภาษณ์กันเป็นที่อุตลุด วันนั้นก็เลยได้เป็นดาราทีวีไปด้วยความจำเป็น แต่ก็โม้มากไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของบริษัทจะไม่มีงานทำ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ที่จริงเขามีระเบียบห้ามไว้ แต่ได้โชว์หน้าออกทีวีซะหน่อยก็ครึ้มพอแล้ว กลับถึงบ้านก็นอนสลบเลย
เรื่องการยึดสนามบินที่ฮ่องกง ยังไม่รู้ว่าจะจบลงท่าไหน ถ้าจีนแผ่นดินใหญ่เล่นบทโหด รายการนี้ก็อาจจบลงด้วยการนองเลือดได้ ไม่เหมือนคนไทยหรอกครับเราฆ่ากันเองไม่ได้ พี่น้องกันทั้งนั้น”

อย่างไรก็ตาม นายประพันธุ์ คูณมี อดีตแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น โพสต์ข้อความตอบโต้ ม.ล.ศรัณย์สุข ระบุว่า สิ่งที่ ม.ล.ศรัณย์สุข โพสต์นั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ระบุว่า

“ผมได้อ่านโพสต์ของกัปตันท่านนี้ในสมาชิกเฟซบุ๊ก M.L.Sarunsook Sooksawasdi แล้ว ขอแสดงความเห็นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ทุกท่านว่า การเอาเหตุการณ์การชุมนุมที่เมืองไทยไปเปรียบกับฮ่องกงน่าจะไม่ถูดต้องและเป็นคนละกรณี แตกต่างในข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง และข้อเท็จจริงที่กัปตันได้เล่ามาก็คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงอย่างยิ่ง ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่สมควรกล่าวต่อสาธารณะ

กล่าวคือ การชุมนุมของพันธมิตรฯ ที่สนามบินดอนเมืองเริ่มเมื่อทยอยเดินทางไปเมื่อ 24 พ.ย. 2551 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะนั้น ผอ.สนามบินท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ยังไม่มีประกาศผู้ทำการในอากาศ (Notice to Airmen หรือ NOTAM) ปิดสนามบินแต่อย่างใด ที่สำคัญผู้ชุมนุมมิได้ปิดสนามบินหรือก่อเหตุจลาจลแต่อย่างใด การชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ สนามบินดอนเมืองเปิดทำการจนถึงวันที่ 25 พ.ย. 2551 เวลา 23.00 น. ผอ.ทดม. จึงมีประกาศหยุดบริการ ซึ่งปรากฎรายละเอียดใน NOTAM อันมิใช่ปิดโดยผู้ชุมนุมแต่อย่างใด

ส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ผู้ชุมนุมเดินทางเมื่อประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 25 พ.ย. 2551 ถึงทางต่างระดับก่อนถึงสนามบิน วันดังกล่าวสนามบินยังเปิดบริการ ดังนั้นที่กัปตันกล่าวมา จึงไม่เป็นความจริง การไม่ได้รับการบริการและความสะดวกใดๆ ล้วนเกิดจากความบกพร่องหรือการกระทำของ ผอ.ทดม. และ ทสภ.ทั้งสิ้น ข้อเท็จจริงนี้อยู่ในรายงานที่นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ทำถึง รมต.คมนาคมขณะนั้นโดยละเอียด จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

ดีที่สุดกัปตันควรแก้ไขสิ่งที่ให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องต่อสังคม อย่าพูดเอามันหรือความดังอย่างเดียว โดยไม่รับผิดชอบ ผมมีเอกสารทุกอย่างตามที่พูดมาครับ ยินดีมาแสดงให้ดูถ้าต้องการ ด้วยเคารพต่อความจริง”

การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสังคม บุคคลในระดับกัปตันไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง ถ้ารู้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน และสำนึกว่าผิดพลาด ควรรีบแก้ไขน่ะครับ”



กำลังโหลดความคิดเห็น...