xs
xsm
sm
md
lg

"ปารีณา" อัด "พิธา" ย้ำเกษตรกรสนใจเรื่องราคาสินค้าเกษตร-ตลาดเป็นหลัก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ วิจารณ์ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" พูดถึงกระดุม 5 เม็ดแก้ปัญหาเกษตรกร ชี้เข้าใจแบบคนละโลก เกษตรกรมองราคาสินค้าเกษตรและตลาดเป็นหลักเท่านั้น แนะต้องดูตามความเป็นจริง

วันนี้ (30 ก.ค.) ในโซเชียลมีเดียมีการแชร์วีดีโอคลิปของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ วิจารณ์กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยเสนอกระดุม 5 เม็ด แก้ไขปัญหาเกษตรกรไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า กรณีที่นายทิมอ้างว่าเกษตรกรไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องเสียค่าเช่าที่ดิน และกู้หนี้นอกระบบนั้น เป็นความเข้าใจแบบคนละโลก แท้จริงแล้วเกษตรกรจะมุ่งเน้นราคาสินค้าเกษตรและตลาดเป็นหลักเท่านั้น ถ้ารัฐบาลแจกที่ดินคนละ 5 ไร่ กับประกันราคาข้าว 12,000 บาท เกษตรกรก็จะเลือกประกันราคาข้าวมากกว่า ถ้าตนมีโอกาสเข้าไปทำงานในชั้นกรรมาธิการด้านเกษตร ก็จะเสนอประกันราคาข้าวบวกความชื้นที่โรงสีด้วย ไม่เช่นนั้นเกษตรกรจะถูกเอาเปรียบ

กระดุมเม็ดที่สอง เรื่องหนี้นอกระบบ นายทิมมองว่าเกษตรกรไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ไม่สามารถกู้เงินธนาคารได้ ต้องไปกู้หนี้นอกระบบนั้น นายทิมไม่เข้าใจเกษตรกร เพราะหนี้นอกระบบเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ รายรับรายจ่าย ราคาสินค้าเกษตร ไม่เกี่ยวกับที่ดิน ส่วนการกู้เงินไปซื้อปุ๋ยและพันธุ์ข้าวนั้น ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะปล่อยเครดิต เวลาที่ราคาข้าวดี เกษตกรก็จะนำมาจ่าย ถ้าราคาไม่ดีก็ไม่จ่าย แล้วก็เป็นหนี้ร้านค้า เพราะฉะนั้นเป็นคนละเรื่องกัน อีกทั้งที่นายทิมกล่าวว่า เกษตรกรจดจ่อกับการใช้หนี้ ต้องใช้สารเคมีเยอะๆ เพื่อคุณภาพแน่นอน และปลูกอะไรซ้ำๆ นั้น เกษตรกรไม่ได้จดจ่อเรื่องใช้หนี้เลย แต่จดจ่อเรื่องราคาสินค้าเกษตรว่ารัฐบาลจะประกันราคาเท่าไหร่

ส่วนการใช้สารเคมีนั้น ใช้เยอะไม่ได้ เพราะข้าวตายหมด คนที่ใช้ก็จะใช้ในสัดส่วน ถ้าตามราคาต่อไร่ไม่เกิน 1,000 บาท เขาไม่ใช้ให้เปลืองเงิน และไม่ใช้ให้ข้าวตาย เป็นความเข้าใจผิด และการไปคิดว่าชาวบ้านชอบปลูกอะไรซ้ำๆ แสดงออกถึงความไม่เข้าใจเกษตรกร ทั้งที่เป็นวิถีชาวบ้านที่ปลูกข้าวตั้งแต่บรรพบุรุษ และเขาจะปลูกข้าวกันต่อไป การเอาไปผูกเป็นเรื่องราวเหมือนคนไม่เข้าใจ กระดุมเม็ดที่สาม เรื่องสารเคมีและการประกันราคาสินค้าเกษตร เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อ 4 ทั้งหมดเลย นายทิมเป็นฝ่ายค้านไปพูดซ้ำทำไม ทำหน้าที่ให้ถูกฝั่งด้วย การอภิปรายต้องไม่มีในคำแถลง ซึ่งถ้าตนเป็นรัฐมนตรี จะตอบว่า สาระในการอภิปรายไม่เป็นความจริง พูดดูหล่ออย่างเดียว อภิปรายอย่างนี้บ้านเมืองไม่ได้ประโยชน์ ไม่รู้จะตอบอย่างไร

กระดุมเม็ดที่สี่ เรื่องการแปรรูปนวัตกรรม ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง จะเอาเงินที่ไหนไปสร้างโรงสี โรงสีขนาดเล็กก็ใช้เงินหลายสิบล้านบาท ถ้าเป็นโรงสีขนาดใหญ่ 100-200 ล้านบาท ต้องใช้ที่ดินกี่ไร่ถึงจะมีเงินไปสร้างโรงสี แต่ก็เคยมีรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหานี้ โดยการนำโรงสีชุมชนลงไปในชุมชน แต่เจ๊งหมดเพราะไม่มีเครื่องอบ ข้าวก็ต้องไปตากที่ถนน ถ้าถนนหน้ากว้าง 6 เมตรก็ต้องตากประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเวลา 4-5 วัน ถ้าเป็นเจ้าเล็กๆ ไปสีข้าวที่โรงสีชุมชน สีข้าวเสร็จก็ไม่มีใครซื้อ เพราะเป็นข้าวหักท่อน มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ส่วนใหญ่สีข้าวเพื่อเอาไปกินเอง ขายไม่ได้ โรงสีชุมชนก็เลยเจ๊งหมดเลย แต่ก็เคยมีความพยายามในการแปรรูปมาก่อน ซึ่งการลงทุนมหาศาล ต้องดูความเป็นไปได้ด้วย

กระดุมเม็ดสุดท้าย ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก็ต้องดูความเป็นไปได้อีก แม้จะทำได้แต่พื้นที่การเกษตรมีเยอะมาก จะทำได้สักกี่คน อย่างบางหมู่บ้านมี 160 ครัวเรือน มีเกษตกรปลูกข้าว 200 คน แต่ยังมีหมู่บ้านอื่นอีก จะทำเป็นท่องเที่ยวอย่างไร หมู่บ้าน ตำบลใกล้เคียงอีก ซึ่งมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรทำได้เพียงแค่กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ที่ได้ทำเลดี การที่มีความคิดว่าจะเอาคนที่ทำกินบนที่ดินของรัฐทำท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก็จะนำมาซึ่งธุรกิจแฝง เช่น โรงแรม เป็นการแย่งพื้นที่ทำเกษตรของชาวบ้านด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ดินป่าไม้ สปก. ป่าสงวนของรัฐต้องการช่วยเกษตรกร เอาที่ให้เกษตรกรทำกืนเท่านั้น ถ้าเอาที่ดินส่วนหนึ่งไปทำรีสอร์ท สุดท้ายที่ดินของรัฐราคาถูกก็จะตกเป็นนายทุนอีก เกษตรกรจริงๆ ไม่ต้องการทำพื้นที่เกษตรในเชิงท่องเที่ยว เพราะเป็นไปไม่ได้ อย่าให้กลายเป็นว่านายทุนเข้ามาแย่งที่ทำกินของเกษตรกร ถ้ารัฐระบุชัดเจนว่าถ้าไม่ทำการเกษตรจะเวนคืนก็ดีอยู่แล้ว

"ต้องดูในสิ่งที่เป็นไปได้ด้วย ขอฝากพรรคอนาคตใหม่ เวลาเลือกผู้อภิปรายก็ต้องเลือกคนที่พูดรู้เรื่องเกษตรมาพูด เพราะเกษตรกรมาดูก็จะขำได้ และเวลาอภิปรายอย่ามาพูดซ้ำกับรัฐบาล พูดเหมือนกับว่าเป็นนโยบายของตัวเอง ฝากให้ทำการบ้านให้เยอะกว่านี้" น.ส.ปารีณา ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...