xs
xsm
sm
md
lg

“รศ.ดร.สมชาย” ชี้ ศก.อเมริกาขาลงเหตุยอมพักรบจีน หากยื้อต่อเจ็บทั้งคู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์” ชี้ เศรษฐกิจอเมริกาอยู่ในช่วงขาลง บวกกับ “ทรัมป์” ถูกกดดันหนักจากภาคธุรกิจ จึงยอมพักรบจีน หากยื้อต่อเจ็บทั้งคู่ คาดเจรจาเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้



วันที่ 2 ก.ค. รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ได้ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ในหัวข้อ “ศึกยกต่อไป? สงครามการค้า”

โดย รศ.ดร.สมชาย กล่าวช่วงหนึ่งว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จริงๆ มันมากกว่าสงครามการค้า แต่เป็นเรื่องสงครามเทคโนโลยี ที่สหรัฐฯต้องการป้องปรามจีนไม่ให้ผงาดขึ้นมาแข่งขัน

รศ.ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า มันอยู่ในเกมที่ว่าคนสองคนเบียดกันท้ารบกัน แต่เราสามารถทำนายได้โดยตรรกะเลยว่า สองคนนี้ถ้ามีสติสัมปชัญญะ รับรองไม่ชน ถ้าชนพังทั้งคู่ เพียงแต่ว่ารถสองคันหันหน้าชนกัน ทรัมป์คิดว่าตัวเองขับรถใหญ่กว่าจีน เพราะฉะนั้นรู้ว่าไม่ว่าจะรถเล็กแต่ถ้าชน รถใหญ่ก็พังระดับหนึ่ง ก็คงจะไม่ชน แต่สิ่งที่เขาต้องการคือชนไปเรื่อยๆ เพื่อให้จีนยอมแพ้ออกจากสนามเอง

รศ.ดร.สมชาย กล่าวต่ออีกว่า ตัวเลขเศรษฐกิจอเมริกากำลังขาลง บวกกับแรงกดดันต่อทรัมป์มีสูงขึ้นทั้งจากผู้บริโภค ธุรกิจพวกไอที รวมถึงพวกที่ไปลงทุนในจีน แรงกดดันเพิ่มสูงขึ้นที่จะเรียกร้องทรัมป์ว่าที่คุณเล่นงานจีน เราก็บาดเจ็บด้วย ผลกระทบนี้ทำให้ทรัมป์โทรไปหาสีจิ้นผิงขอให้คุยกันนอกรอบในการประชุม G20 ที่โอซากา

รศ.ดร.สมชาย กล่าวว่า ทรัมป์รู้ถ้าบีบต่อไปจะเจ็บทั้งคู่ นำไปสู่การที่ทั้งสองฝ่ายต้องหาทางลงแล้ว เรียกว่าพักรบก็ได้ แต่ตนขอเรียกว่าไม่ไปเปิดหน้าศึกใหม่ เพราะมันยังรบต่อ เช่น 1.เรื่องหัวเว่ย มีการผ่อนคลายให้มีการขายสินค้าบางส่วนเท่านั้น แต่ยังไม่จบ ลูกสาวผู้บริหารหัวเว่ยยังถูกจับที่แคนาดา 2.อเมริกายังคงเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ เพียงแต่ข้อตกลงในครั้งนี้คือยุติที่ขู่ว่าจะขึ้นภาษีถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ 3.เรื่องหัวเว่ย มีผ่อนปรนบ้าง แต่ก็แลกกับการที่จีนต้องนำเข้าสินค้าอเมริกา

จะเรียกพักรบก็ได้ แต่ยังไม่จบ ทั้งสองฝ่ายต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปคุยทั้งสองฝ่าย ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เรื่องจบจริงๆ อาจโชคดีก็อยู่ครึ่งปีหลัง

รศ.ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า ตนคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ที่สงครามการค้านี้จะยุติจริงๆ ขณะนี้ผลกระทบต่อทั่วโลกโดยเฉพาะจีน อเมริกา มันเริ่มสูงขึ้น โลกอาจเข้าสู่ช่วงภาวะถดถอย ทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มตระหนักว่าถ้าเล่นงานกันต่อไปจะบาดเจ็บ
คำต่อคำ : ศึกยกต่อไป? สงครามการค้า: คนเคาะข่าว 02/07/2019


นงวดี- อย่างรอบ 200,000 ล้านก้อนนั้นว่าชะลอไปก่อน 90 วัน เดี๋ยวคุยกันก่อน เดี๋ยวค่อยจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ยัง แต่พอเมื่อถึงวันจริงๆ พอครบ 90 วันจริงๆ ขึ้นภาษีทันที คือมันเป็นเหมือนกลยุทธ์หรือเป็นสไตล์ของคุณโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แบบว่าขู่ก่อน แล้วก็บีบ ใช่ไหมคะอาจารย์


รศ.ดร.สมชาย- ใช่ครับ อันนี้ใช่อันหนึ่ง ทรัมป์เนี่ยใช้กลยุทธ์อันหนึ่งซึ่งอยู่ในตำราที่ซินีเกม เจมส์ทิวลี่เขาบอกว่า 1.อย่าหงายไพ่ ผมจะทำให้คุณงงๆ แล้วก็ไม่หงายไพ่ พอไม่หงายไพ่ วิธีที่ดีที่สุดเหมือนกับเล่นโบกเกอร์ บางทีผมไพ่ไม่ดี แต่รู้ว่าคุณไม่รู้ว่าผมมีไพ่ดีหรือไม่ดี ผมจะทำให้คุณมีความรู้สึกไพ่ผมดี นึกออกไหมครับ บัปฟ์คุณ ในทฤษฎีนี้ ทฤษฎี H.M.L H คืออะไรครับ เวลาที่จะคุยกับใคร เรียกร้องสะเยอะเลย เรียกว่า High เพื่อตอนจบผมได้ตรงกลาง media แต่ถ้าคุณอยู่ดีๆ ไปขอที่ low คุณก็ได้แค่ low หรือต่ำกว่า low เพราะทรัมป์จะใช้วิธีนี้ตลอดเวลา ก็คือเรียกร้องจากแคนาดา เม็กซิโก อย่างนี้ อย่างนั้น แต่จริงๆ ก็ลดลงไป เพราะถ้าไม่ใช้แบบนี้ ถ้าเจรจาแบบนั้น อาจได้แค่นี้เอง เพราะฉะนั้นจีนเอง


นงวดี- จับไต๋ได้หมดแล้วอาจารย์


รศ.ดร.สมชาย- จับไต๋ได้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อออกมาเป็นแบบนี้ ทรัมป์ก็จะใช้วิธีนี้ แต่ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าทรัมป์ก็ต้องดูบริบทที่ว่าอำนาจต่อรองยังอยู่กับเขารึเปล่า อันนี้สำคัญมาก เพราะว่าบริบทที่ทำให้ทรัมป์เล่นงานนี้ได้ ตลอดเวลาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงไตรมาสที่ 1 เศรษฐกิจอเมริกาขึ้นตลอดเลยนะครับ ไตรมาสที่ 4 ทำท่าจะแย่ ทรัมป์เริ่มคุยกับสีจิ้นผิง พอไตรมาส 1 ปีนี้ อัตตราการเติบโต 3.1 สูงกว่าที่หลายคนว่าจะ 2.2 เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสเล่นจีนต่อ แต่ต้องยอมรับว่ามันมีบริบท สีจิ้นผิงมีการ เขาเรียกว่าอะไรนะ ไม่ยอมรับการเรียกร้องจากอเมริกา เพราะขอว่ามันเป็นการเรียกร้องมากเกินไป คุณบอกให้ผมออกกฎหมาย ผมเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ คุณจะมาบีบบังคับให้ผมยังไงบ้าง ข้อตกลง เพราะสีจิ้นผิงต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของตัวเอง ศักดิ์ศรีของประเทศ จุดนี้กับบริบทที่ทรัมป์คิดว่า จีนกลับมาเสียเปรียบอีกแล้ว เพราะเศรษฐกิจตัวนี้เป็นตัวที่นำไปสู่ แล้วกะฉึก กะฉัก แต่ตอนนี้ผมคิดว่ากาลเวลามันบอกพอถึงสมควรว่า อเมริกาเริ่มมีการบาดเจ็บที่ทรัมป์ต้องคิด เพราะทรัมป์ต้องคิดถึงการเลือกตั้งในปีหน้า เรียกว่าคิดถึงเลย เพราะในตอนนี้เศรษฐกิจอเมริกาเริ่มเข้าสู่ขาลงแล้ว เริ่มสู่แรงกดดันของผู้ป่วย ผู้บริโภคเยอะขึ้น พวกนักลงทุนต่างๆ ไม่อยากให้การสู่รบอันนี้ กลายมาเป็นปัญหาถาวร หรือปัญหาทางด้านโครงสร้างทางการค้า เพราะฉะนั้นทรัมป์ก็เริ่มอ่อนตัวลง อันนี้ก็นำไปสู่ข้อตกลง แต่เรื่องไม่ได้จบง่ายๆ นะครับ เพราะว่าในการเจรจาที่เหลือ มันมี 2 เรื่องใหญ่ เรื่องแรกไม่ยาก ลดตัวการขาดดุลการค้า ตอนที่เจรจากันใหญ่ๆ เริ่มต้นอเมริกาขาดดุลการค้าตัว 340,000 ต่อจีนนะครับ ขาดดุลการค้าทั้งระบบเกือบ 6 แสน จีนครึ่ง แต่ในวันนี้ไม่น่าเชื่ออเมริกาขาดดุลการค้าเกินกว่าเดิมแล้ว


นงวดี- นี่ขนาดทำสงครามกับเขานะ


รศ.ดร.สมชาย- ใช่ครับ ขนาดมีการกีดกันทางค้านะ


นงวดี- กีดกันเขา


รศ.ดร.- เพราะว่าเศรษฐกิจอเมริกามันขยายตัว เพราะฉะนั้นออกมาแบบนี้คงเรียกร้องให้จีนต้องมีการนำเข้า คุยกันระหว่าง 2 แสนล้าน หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าไม่ยากครับ ตัวที่ยากก็อเมริกาจะป้องกันไม่ให้ตัวเองเผชิญกับภัยคุกคาม ประเทศที่กำลังผงาดขึ้นมาแข่งขันกับตัวเอง ด้วยการอ้างว่าขโมยเทคโนโลยีตัวเอง เพราะฉะนั้นตัวนี้ตกลงยาก เพราะว่าอเมริกาเรียกร้องให้จีนออกกฎหมาย ควบคุมเรื่องสิทธิทางปัญญา ควบคุมเรื่องของการค้าที่เป็นธรรม เปิดเสรีทางด้านการค้าบริการ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทรัมป์ยังเล่นงานอยู่ วีซ่าของอเมริกายากขึ้น นักวิจัยบางคนต้องกลับประเทศจีน จนกระทั่งอาจารย์ใน MIT ออกว่ามาอย่างนี้ไม่ถูกนะ มีความรู้สึกเหมือนต้องการเอาผู้เชี่ยวชาญมารวม เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ผมคิดว่าที่เหลือครึ่งปีหลัง ข้อหลังเนี่ย จะหาข้อยุติได้ยังไง และสิ่งที่อเมริกาต้องการอีกอันหนึ่งคือ ไอ้ที่คุณตกลงกัน เอาข้อจริงๆ ปฏิบัติได้ไหม เพราะฉะนั้นยังไม่ใช่ของง่ายนัก แต่ด้วยความเคารพ ผมคิดว่าในความเห็นนักวิเคราะห์ทั่วไปก็บอกว่าไม่ใช่ง่ายนัก แต่ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูง มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์


นงวดี- ที่จะยุติจริงๆ นะอาจารย์


รศ.ดร.สมชาย- ที่จะยุติ เพราะว่าขณะนี้ผมคิดว่า ผลกระทบต่อทั่วโลก และโดยเฉพาะต่อจีนกับอเมริกา มันเริ่มสูงขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นนักวิจัยหรือใครต่อใคร ทั่วโลกกำลังมองตัวนี้อยู่ด้วยความเป็นห่วง และแถมยังมีนักทางด้านเศรษฐศาสตร์ สัญญาณบางอย่างเตือนว่า โลกอาจจะเข้าสู่รีเซ็ตชั่น เพราะมันมีสิ่งเรียกว่าผลตอบแทนระยะสั้นของพันธบัตร สูงขึ้นกว่าพันธบัตรระยะยาว ซึ่ง 10 ครั้งที่ก่อเกิดขึ้น มันส่งสัญญาณรีเซ็ตชั่นไม่ต่ำกว่าสี่ ห้าครั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็คงเป็นเครื่องมืออันหนึ่งทำให้ 2 ฝ่าย เริ่มตระหนักว่าถ้าเล่นงานต่อไป ลดทั้ง 2 ฝ่าย คุณอาจจะบาดเจ็บน้อยกว่าผม แต่ก็บาดเจ็บ เพราะกรณีนี้ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ว่าในครึ่งปีหลัง เพราะปีหน้าทรัมป์ แต่ไอ้ที่มันตกลงกันยากอย่างหนึ่ง ทั้ง 2 ฝ่ายต้องออกท่าทียอมจีนมากเกินไป ทางด้านเดโมแครตก็บอกว่า เอาเข้าจริงๆ คุณก็ไม่ทำอะไรมากเลย แต่ถ้าเรียกร้องจากจีนมากไป จีนก็ไม่ยอม เพราะความสมดุลในเรื่องของการเรียกร้อง และการตอบสนองก็คือหัวใจสำคัญที่ว่า จะไปลงเอยกันที่ตรงไหน แต่ผมคิดว่าทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะหาจุดลงตัว เพื่อที่ไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้ ครึ่งปีหลัง แต่ถ้าโชคร้ายอาจจะไปถึงปีหน้า อันนี้แต่ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ว่า ครั้งนี้น่าจะได้อะไรมากกว่าครั้งประชุม G20 ที่อาร์เจนตินา


นงวดี- ก็คือสรุปอาจารย์มองว่าการพักรบกันเท่านั้น และก็ศึกนั้นยังคงมีอยู่ เป็นแค่พักรบ โดยไม่เติมกระสุนเพิ่มเติม ไม่ยิงระเบิดข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งมากขึ้น โดยมีแรงหรือเหตุผลสำคัญคือเรื่องของภาวะเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝั่งสหรัฐอเมริกา


รศ.ดร.สมชาย- ใช่ครับ บริบทตรงนี้ กับบริบทแรงกดดันจากผู้บริโภคในอเมริกา นักลงทุนต่างๆ ในอเมริกาต่างๆ เยอะแยะเลย


นงวดี- อาจารย์ ที่นี้เรื่องการเมืองสหรัฐฯ ล่ะคะ คือคุณทรัมป์จะเข้าสู่ช่วงที่ว่า เข้าสู่การทำแคมเปญสู่วาระที่ 2 ในการเป็นประธานาธิบดีต่อ ก็ใกล้เข้าไปทุกทีแล้วใช่ไหมคะอาจารย์ เลือกตั้งปี 2020 ช่วงเวลานี้ก็เริ่มทำแคมเปญแล้ว อันนี้มันจะมีส่วนทำให้ท่าทีหรือว่ากลยุทธ์ของคุณทรัมป์ กับเรื่องเทนวอลมันเปลี่ยนไปไหมคะอาจารย์ค่ะ


รศ.ดร.สมชาย- อันนี้คือหนึ่งเลย เดิมทรัมป์คงดูสาม สี่เรื่องเป็นตัวช่วย เรื่องแรกซึ่งเป็นตัวช่วยเขาบ้างแล้ว เรื่องของนาฟตาก็จบแล้ว จบมาในลักษณะที่ทรัมป์จะไม่ได้ตามที่เขาเสนอ แต่ก็ได้ในลักษณะที่พอคุยได้ ในเรื่องของนาฟตาเปลี่ยนมาเป็น USMCA สิ่งที่เขาพอคุยได้ก็คือ เขาบังคับให้อีก 2 ประเทศ คือ แคนาดา เม็กซิโก ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข เร่งกำเนิดสินค้า รถยนต์เป็นตัวอย่างง่ายๆ จากเดิม 55 เปอร์เซ็นต์ ให้กลายเป็น 75 แล้วใน 75 นั้น ครึ่งหนึ่งจะต้องผลิตในประเทศที่มีค่าแรงสูง ก็คือประเทศเขา เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ จะว่ายังไงก็ตาม เขาก็ได้ในบางส่วนแล้ว ที่เขาได้มา ส่วนที่เขาหวังจะได้อันหนึ่ง จากเรื่องของอะไรครับ ทางด้านต่างประเทศนะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องเกาหลี ยากครับ ทรัมป์ตอนี้ เดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องเกาหลี


นงวดี- เรื่องเกาหลีเดี๋ยวเราจะแวะไป


รศ.ดร.สมชาย- ตัวเกาหลีเขาก็คิดจะจบง่ายๆ นึกว่าอะไรต่างๆ เหล่านี้ ตัวนี้คงจะไม่ช่วยอะไรมากเท่าไหร่ ตัวที่จะช่วยเขาจริงๆ ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของตัวเศรษฐกิจ ตัวที่ 4 เศรษฐกิจโลกจะดีหรือไม่ดี อเมริกาก็ขึ้นอยู่กับตัว 3 ตัว 4 คือเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดีช่วยเขาเยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ 3 สงครามการค้าแล้ว เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ทรัมป์ต้องดึงเกมให้จบในลักษณะที่สามารถประกาศคนทั่วไปว่า เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่สามารถที่จะบีบจีนได้ เห็นรึยังครับ มีการแก้ไขดุลการค้าในลักษณะเงิน สองมีการแก้ไขเรื่องอขงตัวมาตราต่างๆ ที่เรามีความรู้สึกไม่พอใจ เพราะฉะนั้นในกรณีนี้มันก็จะเจอ แรงต้านทานจากจีนง่ายๆ ว่า คุณจะบีบผมยังได้ ปัญหาก็อยู่ที่ว่าการเรียกร้องจากจีน เรื่องของการผ่อน เรื่องของการคุมเข้ม เรื่องเทคโนโลยี จะทำอยู่ในขอบเขตที่ทรัมป์สามารถที่จะบอกได้ว่า นี่คือชัยชนะ ตรงนี้ก็คือหัวใจที่เขาจะต้องดู เพราะอันนี้คือหัวใจที่เขาจะนำไปหาเสียง เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นประธานาธิบดี แต่ตัวนี้ถ้าเกิดตัวนี้ลากกันไป ไปกระทบกับตัวที่ 4 ที่จะทำให้เขาเสียบ ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น 2 ตัวนี้จะเกี่ยวข้องกับผูกพัน นี่คือท่าทีที่ทรัมป์ถูกกำหนดด้วย 2 ชะตาอันนี้ครับ


นงวดี- เพราะฉะนั้นครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมีเหตุผลเรื่องของการเมืองของเขาด้วย การต่อวาระของเขา ในการเป็นประธานาธิบดีต่อไป


รศ.ดร.สมชาย- ใช่ครับ อันนี้สำคัญมาก แล้วอย่าลืมเรื่องเกี่ยวกับจีน คุณสังเกตดูว่าไม่มีใครว่าทรัมป์ ทุกคนมีความรู้สึกว่าอยากจะบีบจีนต่างๆ แล้วรู้สึกด้วยซ้ำว่าทรัมป์อาจเป็นคนสามารถที่จะดิวกับจีน บีบอะไรขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ แต่เพียงผลบั้นปลาย ที่คุณขู่ๆ หง่อจริงรึเปล่า เพราะฉะนั้นผลบั้นปลายที่จะเจรจา จะต้องเพียงพอให้เขามีความรู้สึกเห็นรึยัง ผมทำได้ แต่ก็ต้องเพียงพอ ไม่ใช่ในลักษณะที่จีนถูกกระทบ เพราะจีนจะไม่ยอมอยู่ในลักษณะนั้นเพราะฉะนั้นดุลยภาพตัวนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของศิลปะกับแนวโน้มในแง่ของข้อตกลงเขา


นงวดี- อาจารย์คะ ทีนี้เรื่องเกาหลีเหนือกันบ้าง อาจารย์ว่าทริปของคุณทรัมป์รอบนี้มาเอเชียจี 20 และแวะไปที่เกาหลีเหนือแล้วก็ เป็นภาพแห่งความสำเร็จของคุณทรัมป์เลย ถ้าพูดการนำเสนอของสื่อทั่วๆไป การเจรจาการค้าก็กลับมาคุยกันใหม่ แล้วก็เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่อยู่ในตำแหน่งและเข้าไปในเกาหลีเหนือตรงโซน dmz โซน เขตที่ว่าเข้มงวดไม่มีทหาร เขตปลอดทหารที่ว่านี้นะคะ แต่อาจารย์ดูแล้วว่ามันมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องของการหยุดสงครามการค้าชั่วคราวกับเรื่องการเยือนเกาหลีเหนือในรอบนี้


สมชาย- ผมขอเรียนอย่างนี้ว่า อันแรกเลยนะครับ จีนได้ในใช้กลยุทธ์เดียวกับทรัมป์ ก็คือเวลาจะคุยเรื่องนี้หาเรื่องอื่นมาบีบด้วยเพราะฉะนั้นก่อนที่สี จิ้นผิงจะพบกับทรัมป์ เป็นในรอบ 10 ปีกว่านะครับ มี State Visit ไปที่เกาหลีเหนือจริงคืออะไรครับ บอกทางทรัมป์คุณบีบผมเรื่องนี้มาก ผมก็บีบจะให้คุณมาคุยกับทางคิม จอง อึน ลำบากเพราะฉะนั้นอันนี้เป็นการสร้างอำนาจต่อรองให้กับทางจีน ทรัมป์ก็มองอยู่ชัด อันที่2.อารมณ์ด้วย ทรัมป์จะมีเรื่องของ emotional หรือว่าไปคราวนี้จะมีเพื่อนฝูงคุยกับปูติน คุยกับทางด้านของประธานาธิบดีบราซิล คุยกันมันอยู่ในกลุ่มเดียวกันหมดแล้ว เหมือนกับพรรคพวกอยู่ตรงนั้น บวกกับเขาที่จะประสบความสำเร็จคุยกับสี จิ้นผิง ได้ความรู้สึกอันนี้เขาจะเป็นคนหนึ่งที่จะแสดงว่าประธานาธิบดีที่ดี ที่อะไรครับ ดีลเขาบอกว่าประธานาธิบดี ต้องชมเขาอ่ะ ตอนนี้ทางด้านเกาหลีเหนือก็ไม่มีไม่เป็นภัยคุกคาม ไม่เหมือนสมัยก่อน แต่เขาไปเบิ้ลโอบามาอีกอย่างหนึ่ง คุณครับโอบามา คุณครับจะขอเขาพบคิม จอง อึน เขาไม่ให้พบ นี้ผมพบ 3 ครั้งแล้ว


นงวดี- ไปเยี่ยมด้วย จับมือกัน


สมชาย- ปรากฎว่าเอาจริงที่ปรึกษาของโอบามาที่ดูแลเรื่องนี้ วันรุ่งขึ้นออกมาเลยบอกคุณครับ โกหกครับ เพราะว่าโอบามาไม่เคยคิดที่จะไปคบกับคิม จอง อึน ในลักษณะนี้เพราะฉะนั้นที่พูดออกมา ตัวเขาเองดีลอยู่ตรงนี้โกหกเขา นี้ไม่ใช่เรียลลิตี้โชว์ ไม่ใช่รายการโทรทัศน์ที่คุณจัดนะครับ มันของจริงนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นลักษณะของทรัมป์ จะพูดออกมาลักษณะนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการพบครั้งนี้ จริงๆแล้ว เป็นแค่จิตวิทยา คืออะไรครับ คือทางออกตอนนี้สิ่งที่ทรัมป์ต้องการมันไม่บรรลุเลยก็คือสิ่งที่ทรัมป์ต้องการ ก็คือขอให้ทางด้านเกาหลีเหนือก็คือปลดองค์ประกอบภัยคุกคามนิวเคลียร์ ในการปลดต้องใช้เวลาหลายปีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขีปนาวุธเขตเรื่องของการยิง เรื่องของการระเบิดปรมาณู เรื่องอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นพวกนี้อยู่ตรงไหนใครจะเป็นคนดูแล ซ่อนอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลา ทางด้านของทรัมป์ก็ต้องการบอกว่าขอให้จัดการ ทางด้านคิม จอง อึน ก็คิดในใจ เรื่องไรผมจะทำในขณะที่คุณยังบีบบังคับผมโดยแซงชั่น คุณลดแซงชั่นลง ผมก็ค่อยๆลดตรงนี้ลง เราคิดแค่นี้ก็ขัดกันแล้ว อันนี้ต้องการให้ปลดแรงแต่ยังไม่แซงชั่นรอปลดเสร็จ แล้วค่อยแซงชั่น ทางด้านนี้ก็เอาคู่ขนาดกันไป เพราะฉะนั้นเกาหลีเหนือก็มีความรู้สึกชักจะหมดความอดทน พบกันหลังสุดที่เวียดนามก็ปรากฎว่าออกมาก็น็อคเอาท์เลย เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ทางด้านนู้นก็มีความรู้สึกแต่เขา นี่ทรัมป์เป็นคนขอพบเองนะ ซึ่งทางด้านนู้นยังงงอยู่เลย เพราะฉะนั้นเจอหน้ากันก็งงๆนะ เข้าไปจับเพราะทรัมป์ต้องการเป็นเรียลลิตี้โชว์ ให้เห็นว่าเขาสามารถดีลในเเง่ personal โดย personal มีความสำคัญมากในการดูเรื่องของจีนเรื่องของอะไรต่างๆเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเอาเข้าจริงๆผมคิดว่า ทรัมป์ก็เหมือนประธานาธิบดีคนอื่น เพราะว่าจะเจอปัญหาบีบให้ทางเกาหลีเหนือต้องลดอันนี้ลง แต่ยังไงเกาหลีเหนือไม่มีทางปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพราะมันคือหมากที่เขาจะต้องมีอยู่เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เพราะอย่างเก่งที่สุดก็คือจะเหมือนประธานาธิบดีคนอื่น ผ่อนปรนด้านแซงชั่น แล้วก็ค่อยลดตัวขีปนาวุธลง อย่างของประธานาธิบดีคนอื่น ถึงกับให้เข้าไปสู่ในข้อตกลง Non nuclear proliferation เข้าไปแล้ว แต่หลังก็ไม่ศึกษาอะไรต่างๆเหล่านี้ เพราะในกรณีนี้ผมก็พูดสรุป ก็คือเรื่องของเกาหลีกับอเมริกายังใช้เวลาอีกหลายปี ขณะนี้กลับมาสู่สถานภาพเดิม จะคุยยังไงต่อที่คุยกันแล้วยังไม่เป็นปัญหา แต่อย่างน้อยที่สุด ที่เป็นข้อดีก็คือกู๊ดวิวระหว่างกันทั้ง 2 ฝ่าย ยังยิ้มแย้มแจ่มใส เรื่องอะไรต่างๆอย่างน้อยที่สุด ก็จะนำไปสู่แนวทางในอนาคต ว่าจะหาทางลดตรงนี้ยังไงบ้าง แต่สิ่งที่น่าคิดก็คือ ถ้าผ่อนไปเรื่อยๆ ทางด้านของเกาหลีเหนือก็อาจจะหมดความอดทน และเริ่มมีการทดลองขีปนาวุธอะไรต่างๆ เพราะตัวนี้ถ้าไปถึงจุดหนึ่ง ถ้าเขาบอกว่าจะหยุดชั่วคราวหรืออะไรต่างๆ มันอาจที่จะเริ่มเป็นขึ้นมาบ้าง แต่ขณะนี้อย่างน้อยที่สุด สถานการณ์อยู่ในขั้นที่เรียกว่าพักรบ ยังไม่ได้มีภัยคุกคามแบบที่ก่อนหน้านี้ เดี๋ยวยิงตรงนั้น ยิงตรงนี้ แต่ถ้าหากว่าการเจรจาไม่ได้ผลไปเรื่อยๆและแซงชั่นยังอยู่ ในกรณีนี้ผมอาจจะไม่แปลกใจว่าทางด้านเกาหลีเหนือต้องการสร้างแรงกดดันจะเริ่มทดลองบ้างได้ ความเป็นไปได้ตัวนี้ก็มีอยู่ครับ เพราะขณะนี้ก็พูดง่ายในแง่นี้ ในแง่เนื้อหายังไม่ประสบความสำเร็จ ประสบความสำเร็จในแง่ภาพเท่านั้นเอง


นงวดี- คือดูอย่างนี้ ดูคู่กันไปนะอาจารย์ เหมือนกันเลยคือภาพดี เหมือนกับประสบความสำเร็จแต่จริงๆเนื้อหาสาระข้างในคือยังไม่มีอะไรแน่นอน ยังอยู่ในระหว่างที่ยังไม่รู้ด้วยว่าจะเดินหน้ายังไง


สมชาย- ใช่ครับ เพราะฉะนั้นที่ตกลงกันนะ ตั้งแต่สิงคโปร์มาล้มเหลว เพราะว่าไม่ได้ปฏิบัติตามต่อเนื่องกันมาเลย เพราะฉะนั้นจะว่ากันไป เกมนี้เหมือนกับในอดีตนะครับ กลับมาสู่การเริ่มต้นใหม่ ว่าจะทำยังไงขึ้นมาตอบ เพราะที่คุยๆกันยังไม่มีการปฏิบัติตรงไหนเลย


นงวดี- คือมีความรู้สึกว่าท่าทีของคุณทรัมป์ตอนนี้กับคู่กรณีต่างๆ ในจุดต่างๆในภูมิภาคของโลก คือเหมือนกับว่าอาจจะมีโจทย์เรื่องของการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป เข้ามาอยู่เป็นปัจจัยในการตัดสินใจว่าจะกำหนดท่าทีอะไร อย่างไรต่อไป อย่างกรณีเทรดวอร์ หรือว่าสงครามการค้ากับเกาหลีเหนือแบบนี้ เราจะเห็นภาพคุณทรัมป์ที่เป็นมิตร ยินดีจับมือพูดคุยเจรจา อาจารย์แต่ถ้าไปดูภาพกรณี สหรัฐกันอิหร่าน ร้อนฉ่าขึ้นมาเลยแล้วก็เป็นเรื่องของนิวเคลียร์เหมือนกันซะด้วย อาจารย์มองตรงนี้ยังไง ทรัมป์กำลังทำอะไรอยู่ณ ขณะนี้


สมชาย- มันเห็นได้ชัด ทรัมป์ชอบรับ ทางอิหร่านก็บอกคุณทำท่าเหมือนเกิดสงคราม พี่เขาจะหยุดเลย ซึ่งอันนี้จะจริงหรือไม่จริง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้วกลัวกันมาก ที่กำลังจะยิง ที่จะส่งอะไรเข้ามาตอนนี้ เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ ก็เกิดอะไรขึ้นครับ เอาเข้าจริงๆ ปรากฎว่าทรัมป์เองก็รู้ ว่ามีที่ปรึกษาเป็นพวกขวาจัดเลยนะ เพราะทรัมป์เองก็อยู่ในสามัญสํานึก การที่จะเกิดประทะกันอันนี้ยิ่งจะกระทบกับเรื่องของความไม่มั่นคงในโลก เพราะสิ่งที่เขาถอนเขาต้องการถอนออกจากข้อตกลง 6 ฝ่าย ลึกๆคือต้องการบีบทางด้านของอิหร่าน ไปสู่การที่จะต้องไม่เป็นภัยคุกคามในด้านการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เพราะตามข้อตกลงที่มี 6 ฝ่าย มันจบลง 2025 กลับมาที่ 2. ตัดเงินที่อิหร่านจะได้มาจากการค่อยๆผ่อนคลายเรื่องแซงชั่น ทำให้น้ำมันก็ขายได้ แล้วเขามองว่าเงินตรงนี้ อิหร่านเอาไปขยายแสนยานุภาพ ไปขยายทางด้านส่งเสริมทางก่อการร้าย แล้วค่อยขยายอิทธิพลซึ่งกระทบกับทางด้านอิหร่าน กระทบกับซาอุดิอาระเบีย เพราะฉะนั้นต้องการบีบเพื่อมาเจรจา แต่ว่าในระยะหลังบีบแรงเกินไป แรงถึงขนาดเล่นงานแซงชั่นต่อ ผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็น เพราะฉะนั้นทางด้านอิหร่านพูดง่ายๆ ว่ารู้สึกว่าทำเกินไป แต่อิหร่านก็ยังเคารพข้อตกลงอยู่ เพราะว่าในข้อตกลงนั้นอียู ก็ยังรักษาอยู่เพียงแต่เขาตำหนิอียูว่าคุณรักษาแต่คุณไม่ได้ช่วยทำให้การค้า อียูก็กำลังหาเส้นทางนี้อยู่ เพราะอิหร่านก็ใช้วิธีในอีกแง่หนึ่งก็คือว่าตัวเลขที่ออกมา1-2 วันนี้ ลิมิตที่เขาจะเอนริชตัวยูเรเนียม มันสุดลิมิตแล้ว มีข่าววันนี้ด้วยซ้ำว่าเลยลิมิต เพราะในกรณีก็หมายความว่า ที่ผมตกลงผมชักจะไม่เคารพนะ เพราะในที่สุดผมถูกบีบอย่างแรงเลย และวันนี้ยังแรงมากขึ้น ที่นี้ส่วนที่ขัดแย้งอันนี้เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งผมเองก็ตอบไม่ได้เช่นในเรื่องของการทำลาย เรื่องของเรือ เรื่องน้ำมัน เพราะฉะน้ันในกรณีก็เกิดอะไรขึ้น เช่นมีการยิงโดรน ยิงโดรนนี้ใช่ถือว่าโดรนตัวนี้มันเข้าไปอยู่ในเขตของเขา เพราะฉะนั้นถ้าออกมาเป็นแบบนี้ ทางด้านทรัมป์ก็ทำท่าจะตอบสนอง แต่ดูแล้วว่ามันไม่คุ้มเพราะว่าจริงๆต้องยอมรับ เพราะเข้ามาอยู่ในเขตเขา สถานการณ์อันนี้จึงไม่ควรที่จะทำให้เกิด เพราะทรัมป์เองต้องนึกถึงเสถียรภาพหรือความมั่นคงและต้องคิด เพราะฉะนั้นการเป็นแบบนี้ทำให้เกิดสงคราม เพราะฉะนั้นนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่อธิบายว่า ทรัมป์เองดูจากเรื่องเข้มข้น ถ้ารู้จักบันยะบันยังตัวไหนเกินขอบเขตหรือด้านขอบเขตเป็นยังไง ทั้งๆที่ฝ่ายขวาจัดของเขา เดี๋ยวต้องให้มาเล่นงานแต่ลองสังเกตดู หลังจากไม่เล่นงานก็กลัวว่าถูกมองว่าเป็นเสือกระดาษ เพราะฉะนั้น จอห์น โบลตัน ก็ออกมาเตือนทางด้านอิหร่านไว้ คุณครับอย่าคิดว่าการที่เราให้ความสำคัญกับการระมัดระวังกลายมาเป็นวิสเน็ด เพราะฉะนั้นในกรณีนี้อย่าไปตีความอย่างนี้ เพราะในกรณีก็บอกเลยว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ออฟพลิเคชั่น เล่นให้หมดเลยก็ต้องที่ต้องการให้ผมต้องการบอกว่า เห้ย ที่ผมเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ผมอ่อนลงนะครับ อย่าไปตีความอย่างนี้เชียว ผมคิดว่าไม่อยากให้สถานการณ์มันรุนแรงเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น เพราะมีการยิงเฉพาะที่มันไม่มีคนอยู่ กรณีนี้ก็คือเรื่องของอิหร่านก็ยังเป็นลักษณะ แต่เขาเอาคะแนนเสียงส่วนหนึ่งมาจากไหน ที่เขาได้พวกล็อบบี้ พวกยิวหรือพวกในอเมริกาย้ายสถานทูต เพราะฉะนั้นเขาก็มีพวกสนับสนุนพวกพรรคริพับลิกันส่วนหนึ่งเล่นตัวนี้ก็หวังส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง เพระาคะแนนเสียงส่วหนึ่งคะแนนของยิวเขามีบทบาทสำคัญมากเลย


นงวดี- ถ้าอาจารย์ประเมินภาพของบรรยากาศทั้งเศรษฐกิจและการเมืองโลกใน ช่วงที่เหลือของครึ่งปีนี้ ดูแต่ละจุดๆ แล้วสถานการณ์จะร้อนเขึ้นหรือเย็นลงอย่างไร


สมชาย - บอกได้ครับ สถานการณ์โลกในระหว่างมหาอำนาจไม่มีการรบกันแน่นอน ดูว่าจะตึงเครียดอย่างไรขนาดปูตินยึดไครเมีย นาโตยังไม่กล้าเล่นอะไรเลย แต่ทั้งนี้ต้องอธิบายด้วยกฎหมายระหว่างประเทศด้วยทางการเมือง ไครเมีย ยูเครน สมาชิกนาโตแต่มีความผูกพันธ์กับนาโต เพราะตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศนาโตนั้นจะมีมาตรา 5 ประเทศใดก็ตามที่จะเป็นสมาชิกถ้าถูกคุกคามประเทศอื่นต้องเล่นงานด้วย แต่ว่ายูเครนอย่าเข้านะ ทางด้านนาโตไม่ยอม รัสเซียก็ไม่อยากให้เข้าเพราะฉะนั้นยึดไครเมียไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่เป็นแบบนี้เพราะนาโตในตอนนั้นไม่คิดว่ารัสเซีย ซึ่งสมัยก่อนหน้ากลัว สหภาพโซเวียตตอนนี้กลายเป็น 15 ประเทศ รัสเซียเป็นหนึ่งไม่คิดว่าจะมีฤทธิ์เดช ตอนนี้ตื่นจากความฝันละครับตั้งแต่ปี 2014 ที่มีการยึดไครเมีย นาโตต้องตื่นขึ้นมาบอกเลยต้องเพิ่มงบประมาณทหาร 2 เปอร์เซ็นต์จีดีพี ซึ่งอันนี้ทำให้ทรัมป์ทะเลาะกับอียู เพระาอีกหลายประเทศเลยยังไม่เท่ากับ 2 เปอร์เซ็นต์ เยอรมนีว่ารวยๆ ยังแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ทำให้เกืดขึ้นเพราะกรณีผมก็คิดว่าโลกอันนี้ขั้นแรกมหาอำนาจจะมีลักษณะที่ผมบอกได้จะมีตัว 3ซี ซีหนึ่งคือเผชิญหน้านี่หนีไม่พ้น เป็นการเผชิญหน้าแต่ไม่รบ จีนกับอเมริกาจะเผชิญหน้าที่ เซาธ์ ไชน่า ซี เราจะเห็นได้ว่าทางทรัมป์พูดถึงอินโด - แปซิฟิก โดยดึงเอาทางด้านของอินเดียมาด้วยละ 2.อีกทางด้านหนึ่งรัสเซียจะเผชิญหย้าที่สำคัญกับทางด้านนี้ในตะวันออกกลาง แต่ไม่รบเพราะฝ่ายหนึ่งสนับสนุนอิหร่าน อีกฝ่ายสนับสนุนซาอุฯ และในแง่ของตัวซีที่ 2 ต่างคนต่างแย่งกันหาคู่ความหมายคือทางด้านจีนก็พยายามขยายไปหาพรรคพวก ทางด้านรัวสเซียขยายยูเรเซีย กับอีกตัวหนึงเกลียดกันแค่ไหนก็ร่วมมือ ความร่วมมือเข้าแลกเรื่องของการก่อการร้าย ความร่วมมืออันที่ 2 ซึ่งดันเป็นทรัมป์ ก็คือเรื่องของโลกร้อนเพียงแต่ทรัมป์ไม่ยอมร่วมมือด้วย ถอนออกไปทางด้านปูตินทางด้านนี้หนีไม่พ้น เพราะฉะนั้นในกรณีนี้มันจะมีบ้างประเด็น ที่ต่างฝ่ายต้องร่วมมือกันและกัน เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ผมเรียกว่า 3 ซี ตัวเผชิญหน้านั้นจะฮึ่มๆแต่ไม่นำไปสู่การรบ อาจมาปะทะกันแบบบังเอิญอะไรทำนองนี้ อย่างที่เราเห็นชัดว่าโดรนมีอยู่ ปีหรือ 2 ปี ปรากฎว่าเครื่องบินของตุรกียิงเครื่องบินของรัสเซีย เพราะการรบกันจะไม่มีด้วย 3 ตัวนี้


นงวดี- อาจารย์คะ มีประเด็นหนึงน่าคุยมากเลยคือคำพูดของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน พูดก่อนที่จะประชุม จี 20 เขามีการพูดถึงว่าระบบการบริหารประเทศแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย มันเชยแล้วมันล้าสมัยจะเห็นได้จากสภาพความเป็ฯอยู่ของประชาชนในประเทศเหล่านั้น ซึ่งอาจจะมองได้ว่าเขาพูดกระทบไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ว่าในขณะเดียวกันประธานาธิบดีทรัมป์กับคู่กรณี ก็มีลักษณะการปกครองในลักษณะอำนาจนิยม ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีเหนือ รัสเซีย อิหร่านเป็นต้น อาจารย์คิดว่าตรงนี้แนวโน้มมันเป็นไง


สมชาย - จริงๆแล้วกระทบกับทางด้านยุโรปตะวันตก เขาเรีกยว่าวัฒนธรรมตะวันตกแต่ขณะเดียวกันทรัมป์คือคนที่เขาชมว่าเป็นลักษณะเหมือนเขาเลย เพราะฉะนั้นเขากำลังบอกว่าโลกที่พัฒนามาตั้งแต่ประชาธิปไตยเสรีนิยมกำเนินขึ้นมาประมาณ 200 กว่าปี จากในอเมริการัฐประชาธิปไตย 176 รัฐธรรมนูญของปฏิวัติฝรั่งเศส การมาเป็นประธาธิปไตยเสรีนิยมทั่วโลก ในอเมริกายุโรปตะวันตก ในอังกฤษและยิ่งหลังสงครามโลก คอมมิวนิสต์ล่มสลาย โอ้โห้ประธาธิปไตยเสรีนิยมก็นึกว่ากำลังรุ่งโรจน์ เอาเข้าจริงๆ เขาบอกว่า วีนนี้มันล้าสมัยแล้ว เพราะอะไรครับ มันตั้งอยู่บนหลักการของเสรีนิยม สิทธิเสรีภาพ เสรีภาพให้คนจากข้างนอกเข้ามาแย่งอาชีพของคนภายใน เสรีภาพที่ไหน เขายังบอกเลยว่าคุณให้คนล้านหนึงเข้าไป คนจนๆพวงนี้ต้องมาต่างๆ นี่คือเสรีภาพ ในที่สุดคุณก็ไปทำร้ายคนในนั้นเองและอันที่ 2 คุณดูอย่างในฮังการี โปแลนด์ ดูอย่างผมสิ 19 ปี แล้วคะแนนเสียงยังออกมาเป็นแบบนี้เขาต้องการสิ่งที่เขาเรียกว่าออเดอร์ เพราะฉะนั้นความหมายนี้คืออะไร ออเดอร์ในที่นี้คืออะไร คืออำนาจนิยมแม้ว่าเขาจะอ้างว่าเขาเป็นประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกันเขาก็มีประเด็นสิทธิเสรีภาพถูกจำกัดมาก แต่เขาบอกนี้ละครับคือระบบที่โลกต้องการต้องการให้มันมีออเดอร์ หลายประเทศกำลังเอาตรงนี้แล้วนะครับ เลียนแบบจากปูติน จิ้นผิงก็มาเน้นตัวนี้ ทางด้านบราซิลขวาจัดก็ขึ้น ในยุโรปตะวันออกเรียงแถวเลย กลุ่มวิสแคบ ฮังการี คาวินสกี โปแลนด์ตามมาด้วยเช็กเกียและในอิตาลี ขวาจัดนี้ก็ขึ้น เพราะฉะนั้นแนวคิดที่ว่าด้วยเสรีนิยมต่างๆ มันล้าสมัยแล้ว เขาเลยบอกว่าโมเดลที่ดีคือของเขาและยังชมทรัมป์เลย ทรัมป์เป็นคนเห็นการไกล เห็นไหมครับจะมีปัญหาป้องกันสิทธิเสรีภาพ ไม่ยอมพวกลี้ภัย เป็นโจรอะไรต่างๆ เหล่านี้ ในกรณีนี้เขาก็ชมว่าเห็นการไกล เพราะฉะนั้นสิ่วที่เขาพูดคือต้องการตอกย้ำความแตกแยกในยุโรปตะวันตก เพราะในยุโรปตะวันตกพวกขวาจัดกำลังขึ้นในฝรั่งเศสก็มีเลอแปง แต่ต้องยอมรับสิ่งต่างๆเหล่านี้ โลกที่ขวาจัดกำลังขึ้นถูกตีกลับบ้างแล้ว ในบางประทเศกระแสหลักกลับเข้ามาแล้วในสเปนรัฐบาลที่ขึ้นมาคือกระแสหลักแล้วเป้ฯพรรคสังคมนิยม เพราะฉะนั้นเหตุการณ์นี้กระแสหลักถูกตีวุ่นไปอยู่ในรัฐสภายุโรปแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง พรรคอนุรักษ์นิยม ป๊อปปูล่าปาร์ตี้ พีเพิลปาร์ตี้ สังคมนิยม พวกคอนเซอร์เวทีฟ พวกสังคมนิยม พรรคเดโมแครต รวมกันยังมากกว่าครึ่งเลย ไอ้พวกที่ขวาจัดซ้ายจัด ยังไม่ถึง 1 ใน 3 ตอนแรกกลัวกันมากยังไม่สามารถบล็อกได้เลย ถ้าจะว่ากันไปแล้วกระแสหลักที่ตอนแรกกำลังถอยนะ ยังเป็นกระแสที่ทุกคน โลกจะยังไงก็ตามมนุษย์คือมนุษย์นะ มันต้องการมีกินมีใช้อย่างเดียวนะครับ ต้องการสิทธิเสรีภาพคุณไปแคุมเขาเล่นอะไรต่างๆ เหล่านี้ แต่อย่างน้อยที่สุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ผู้นำคนหนึ่งสมัยก่อนถ้าคุณเป็นเผด็จการนะ จะรู้สึกเจี๋ยมเจี้ยม แต่วันนี้เขาสามารถบอกว่านี้คือระบบที่ดีกว่าคุณ อย่าลืมนะว่าความหมายที่ต้องการนี้ ลิเบอเลอ ซิสเตม ตัวเขาเองมองว่าเขาเป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่เขาโจมตีว่าเหตุที่เกิดขึ้นใน 200 กว่าปี ไปผสมพันธ์ของทางด้านเสรีนิยมอันนี้ อดัม สมิธ กำลังล้าสมัยแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งหนึ่งที่พร้อมโจมตี พอโจมตีเสร็จนะทางด้านของผู้นำก็ออกมาโจมตีกลับ เทเรซ่า เมย์จับมือกับปูตินหน้าหงิกเลยในภาพรู้สึกไม่พอใจเลยมาโจมตีคนที่กำลังพูดในสิทธิเสรีภาพได้อย่างไร เพราะฉะนั้นนี้ก็คือคอนเซ็ปต์ที่น่าตื่นเต้นในการประชุมครั้งนี้ แต่ที่ปูตินพูดคือก่อนจะมาประชุมให้หนังสือพิมพ์แต่ก็เป็นที่โจษจันในการประชุมครั้งนี้ครับ


นงวดี- ซึ่งถ้าฟังอาจารย์พูดแบบนี้เราก็ลองมองย้อน สะท้อนกลับมาที่เรื่องของสงครามการค้าที่เราเริ่มกันไว้ มันก็เป็นเหมือน ผลของการพิสูจน์กันว่าเรื่องใดจะชนะจะดีกว่า


สมชาย - ดีมากเลย เพราะที่กีดกัน คือโจมตีเสรีนิยม เสรีในประเทศก็กลายเป็นทุนนิยมสิทธิเสรีภาพ เสรีนิยมต่างประเทศคือเออีซี เรื่องการเปิดเสรีทางการค้า ทรัมป์ก็บอกว่าคุณเสรีการค้าคนของผมผิวขาวถูกแย่ง นี่ก็เป็นการต่อสู้ในลักษณะที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้


นงวดี- เอาละคะ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นภาพแล้วนะคะว่าที่เราพูดกันถึงว่าแค่สงครามการค้า สงครามการค้าจริงๆถ้ามองย้อนกลับไปดูถึงต้นตออุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละประเทศ ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการที่แตกต่างกันไปเราก็จะเห็นว่าสงครามการค้ามันเป็นภาพสะท้อนที่ออกมาถ้าดูการขับเคี่ยวกัน 2 ขั้ว เราจะดูว่าท้ายที่สุดผลจะออกมาเป็นแบบใด เช่นนั้นก็อาจถูกเครมว่าแบบฉันดีกว่าแบบของเธอเป็นต้นใช่ไหมคะอาจารย์ แต่ว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบลงแค่หยุดรบเท่านั้น จะต้องติดตามตอนต่อไปช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ต้องบอกว่าปัจจัยเรื่องการเมืองในสหรัฐอเมริกาเองคงเป็นปัจจัยที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกับการตัดสินใจหรือท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐด้วยนะคะ สำกหรับวันนี้ขอบคุณอาจารย์มากคะ


สมชาย - ครับ สวัสดีครับ


นงวดี- หมดเวลาแล้วคะ คนเคาะข่าวมาพบกันทุกคืนวันจันทร์-วันพฤหัสบดี 21.00 นะคะ วันนี้สวัสดีคะ





กำลังโหลดความคิดเห็น...