xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ "นิพนธ์" ถูกขวางร่วมครม. "ประยุทธ์" บอกคดีใน ป.ป.ช.-สตง. แค่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. รายการคนเคาะข่าว เปิดใจ "นิพนธ์ บุญญามณี" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกับหลายข้อกล่าวหา ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายเรื่องมาก หากได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.มหาดไทย อาจมีผลต่อพยานหลักฐานในไต่สวน สอบสวนของป.ป.ช.ได้ ดังนี้

1.โครงการประมูลซื้อรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ชนิด 10 ล้อ 2 คันวงเงิน 52 ล้านบาท แต่ไม่ยอมเบิกจ่ายเงินให้กับผู้ชนะประมูลตามสัญญา จนเอกชนนำความไปฟ้องคดีต่อศาลปกครองสงขลา และศาลได้พิพากษาให้ อบจ.ต้องจ่ายเงินทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา ซึ่งเป็นเหตุให้ราชการเสียหาย กรณีดังกล่าวได้มีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ด้วยแล้ว

2.โครงการเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาจังหวัดสงขลา โดยใช้เงินงบประมาณปี 2558-2559 ซึ่งใช้งบประมาณไม่ถูกต้องเกินกว่าอำนาจหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ทำให้รัฐสูญเสียเงินไปกว่า 34 ล้านบาท เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีมติให้เรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนทั้งหมด แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้คืนให้ อบจ. มีผู้นำไปร้องเรียนเอาผิดต่อ ป.ป.ช.แล้ว

3.โครงการจัดซื้อจัดจ้างรถอุบัติเหตุฉุกเฉินในราคาแพงเกินเหตุ ตั้งไว้ที่ 5.7-6 ล้านบาท/คัน ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเอาผิดแล้วและป.ป.ช.สอบสวนอยู่

4.โครงการสร้างสวนสาธารณะเมืองสงขลาเพื่อการท่องเที่ยว ใช้งบกว่า 375 ล้านบาท อ้างว่าเป็นโครงการที่สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ แต่กลับไม่ได้ขอพระราชทานอนุญาตจากกรมราชเลขานุการในพระองค์ ผ่านสำนักนายกฯตามกฎหมาย รวมทั้งโครงการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย ร.9 และราชินี ซึ่งมิได้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรตามกฎหมายด้วย ซึ่งมีการนำไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองสงขลาและร้องเรียนป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน

5.การอนุมัติงบโครงการให้ 4 อำเภอในสงขลามากกว่าอำเภออื่นๆ ทำให้ขาดความเสมอภาคและบริษัทที่ได้งานรับเหมาก็เป็นบริษัทเดิมๆ ที่เคยทำงานให้ อบจ.ยุคที่นายนิพนธ์ เป็น นายกอบจ. จึงเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กัน ซึ่งเรื่องนี้ ป.ป.ช.รับเรื่องไว้สอบสวนแล้ว





คำต่อคำ : เปิดใจ "นิพนธ์"ว่าที่รัฐมนตรี กับหลายข้อกล่าวหา : คนเคาะข่าว 17/06/2019

เติมศักดิ์- สวัสดีครับขอต้อนรับเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว วันจันที์ที่ 17 มิถุนายน 2562 วันนี้เราว่ากันด้วยเรื่องของกระแสข่าวความกระเพื่อมภายในพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ในรัฐบาลประยุทธ 2 นะครับ วันนี้เราเปิดใจกับรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โผล่าสุดถูกวางไว้ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณนิพนธ์ บุญญามณี ครับ สวัสดีครับคุณนิพนธ์ ครับ

นิพนธ์- ครับ สวัสดีครับ

เติมศักดิ์- ล่าสุดที่คุณศรีสุวรรณ จรรยา ไปยื่นเรื่องคัดค้านดำรงตำแหน่งของคุณนิพนธ์ โดยอ้างกรณีทุจริตตอนที่ปฏิบัติหน้าที่ที่นายกฯ อบจ. สงขลาว่าเรื่องยังอยู่ที่ ป.ป.ช. ข้อเท็จจริงตรงนี้เป็นยังไงครับ

นิพนธ์- ผมขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นก่อนนะครับว่าเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ไม่ได้กล่าวหาว่าผมทุจริต กล่าวหาว่าผมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นะครับว่า ก็คือว่าเรื่องที่อยู่ที่ ป.ป.ช. คือเรื่องที่ก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ อบจ. เนี่ย ก่อนหน้านั้น ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างรถซ่อมบำรุงทาง บำรุงถนนเนี่ยนะครับ ซ่อมบำรุงเนี่ย ของ อบจ. สงขลา ก่อนหน้านั้นซื้อมาแล้ว 1 คัน ซื้อคันที่ 2 และก่อนผมไปซื้อคันที่ 3 ที่ 4 แล้วจัดซื้อจัดจ้างเสร็จแล้ว มาส่งมอบกันตอนที่ผมเข้าไป พอผมเข้าไปเนี่ย มีการร้องเรียนกันว่า การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เรียกว่ากฎหมายสมยอมราคา หรือกฎหมายฮั้วที่เราพูดกันนะครับ ผิด พ.ร.บ. นี้ เพราะฉะนั้นเนี่ย ผมเองก็พอมีการร้องเรียนเนี่ย ผมก็ต้องระมัดระวัง เพราะว่ากรณีนี้มันคล้ายๆ กับกรณีรถดับเพลิงของ กทม. ในอดีต เพราะว่ารถดับเพลิง ผู้ว่าฯ คนก่อน ท่่านจัดซื้อจัดจ้างไว้ ผู้ว่าฯ คนใหม่มา มาตรวจรับแล้วมาออกเช็คจ่ายค่ารถ ในที่สุด ป.ป.ช. ชี้มูลว่าทำให้ กทม. เสียหายท่านก็ต้องรับผิดชอบไป เพราะฉะนั้นผมก็นึกถึงประเด็นนี้ครับ ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ต้องระมัดระวัง เอ่อ ประกอบกับว่าให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเนี่ย จังหวัดสงขลาได้มีหนังสือมาถึง อบจ. สงขลาถึงผมเนี่ย ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 7 มกราคา 2557 เดือนมกรา ปี 57 นะครับ จัดซื้อจัดจ้างเกิดขึ้นเดือนเมษา ปี 56 ก่อนที่ผมจะเข้าไปดำรงตำแหน่งนายกฯ อบจ. ผมเข้าไปประมาณเดือนกันยา ตุลา นะครับ ทีนี้ในหนังสือมีเรื่อง มีไป 4 ข้อ ในข้อที่ 4 เนี่ยที่ผู้ว่าส่งมาถึงผมก็คือข้อ 4 ผู้ร้องในฐานะผู้มีอาชีพขายพัสดุ ที่องค์การบริหารจังหวัดสงขลา ประกาศประมูลซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายรถซ่อมบำรุงทาง ที่ถูกกีดกันการกระทำดังกล่าว จึงขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน นะครับ เขียนไว้ให้ระงับการจ่ายเงิน และก็จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาต่อไป ขอแสดงความนับถือ ท่านรองผู้ว่าฯ ในขณะนั้นคือท่านพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีหนังสือมาถึงผม ว่ามีผู้ร้องอย่างนี้ และผู้ร้องขอให้ผมระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน ผู้ว่าฯ ก็เซ็นมาหาผม ผมว่าเป็นหนังสือของจังหวัดที่ลงนามมาถึงผม ไม่ระงับการจ่ายเงิน ต่อมา

เติมศักดิ์- นี่ผู้ว่าฯ มีลงหนังสือเดือนเมษายน 2556 นะครับ

นิพนธ์- วันที่ 7 มกราคม 2557 มีหนังสือมา

เติมศักดิ์- 7 มกรา 57

นิพนธ์- ต่อมามีหนังสือมาอีกวันที่ 5 มิถุนายน 57 นะครับ ผู้ว่าฯ ก็ลงนามมาถึงผม ว่าให้ดำเนินการการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขาย เพราะผู้ขายร้องไปที่จังหวัดนะครับ อันนี้ผู้จัดขาย คนที่ไม่ได้เข้าขาย ถูกกีดกัน ร้องมาครั้งแรก และก็บอกว่าอย่าให้ อบจ. จ่ายเงินนะ ต่อมาผู้ขายนะครับก็ร้องไปจังหวัดว่า อบจ. ไม่จ่ายเงินตามเอสการนี้ ที่บอกไม่ได้จ่ายเงิน ก็ร้องไป จังหวัดสั่งไปว่าเมื่อตรวจของครบถูกต้องแล้ว ต้องจ่ายเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าในข้อความท้าย อนึ่งสำหรับประเด็นที่มีข้อร้องเรียนนะครับว่า ตามประกาศประกวดราคาซื้อซ่อม ซื้อรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์จำนวน 2 คัน ลงวันที่ 10 เมษายน 2556 ไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เสนอราคาการกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติของรถนั้น ก็ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปให้แล้วเสร็จ หากประเด็นมีมูลตามข้อร้องเรียนให้ดำเนินการทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย กับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไปและผลเป็นประการใดให้รายงานให้จังหวัดทราบด้วยว่าเป็นหนังสือสั่งให้ อบจ. สอบข้อเท็จจริงของฝ่ายที่ร้องเรียนว่ามีการล็อกสเปก พูดภาษาบ้านเราให้ผมสอบด้วย ทีนี้ถ้าผมไม่สอบให้เสร็จก่อนแล้วผมจ่ายเงิน ตามวรรคแล้ว แล้วถ้าหากผลสอบออกมาว่าผิด ตามร้องเรียนจริง เมื่อจ่ายเงินไปแล้วเอาคืนยังไง ผมก็เลลต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ผมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง เป็นความผิดตามร้องหรือไม่ อบจ. จึงตั้งกรรมการไปสอบข้อเม็จจริง ระหว่างสอบข้อเท็จจริงนะครับ ระหว่างผู้ขายรถก็ไปร้องศาลปกครอง ให้ อบจ. ชำระค่าเงิน ฟ้องสาลปกครองพอฟ้องศาลปกครองตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง ในกรณีที่มีคดีอยู่ในศาลแล้ว คดีความอยู่ในศาล ห้ามองค์กรปกครองท้องถิ่นไปชำระเงินใดๆ ทั้งสิ้นจนกว่าคำพิพากษาจะถึงที่สุด เขากลัวว่าจะแกล้งกัน กลั่นฟ้องกันเอาศาลเป็นเครื่องมือ แล้วมาตกลงราคากันแล้วทำยอมไง เพราะฉะนั้นต้องให้ศาลพิพากษาถึงที่สุด จึงจะจ่ายได้ อันนี้เป็นเหตุการณ์ทางแพ่ง นะครับ เรื่องแพ่งนะครับที่ฟ้องกันที่ศาลปกครอง เรื่องแพ่ง แต่ว่าเรื่องอาญา เขาก็ไปร้องที่ ป.ป.ช. ตรงนี้ครับว่าผมนี่ละเว้น คือไม่จ่ายเช็คให้เขา เป็นการละเลยปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ฟ้องว่าผมทุจริตนะครับ ไม่ได้ฟ้องว่าผมทุจริต แต่ว่าฟ้องว่าผมไม่จ่ายตังค์ ซึ่งผมถือว่าการไม่จ่ายตังค์ของผมเป็นการรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน เพราะมีการสอบข้อเท็จจริงอยู่ว่า มีการทำผิดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างกันอยู่หรือไม่ มีการทำผิดกฎหมายฮั้วจริงหรือไม่ตามที่มีการร้อง ซึ่งในที่สุดคณะกรรมการ อบจ. สงขลาตั้งให้ไปสอบข้อเท็จจริง ผลสรุปออกมาว่้ามีมูลอันน่าเชื่อว่ามีการฮั้วกันตริง เพราะว่าคนที่มาจัดซื้อจัดจ้างทั้ง 4 คัน อยู่ในเครือเดียวกันหมดที่อยู่เว็บไซต์อะไร ก็ใช้เว็บไซต์เดียวกันหมด แม้ว่าจะแยกเป็นคนละบริษัท ไอ้ทำนองนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการจัดซื้อครั้งนี้ น่าจะผิดปกติ ก็รายงานมาสรุบแบบนี้ แต่ว่าในขณะนี้เรื่องอยู่ในศาลปกครองสูงสุดอยู่ ยังไม่มีผลชี้ชัดออกมา เพราะฉะนั้นข้อมูลนี้ ในคดี ต้องแยกกันระหว่าง ประเด็นทางแพ่งกับทางอาญาที่ เขาไปร้องที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. คือร้องอาญา ร้องทางแพ่งคือร้องที่ศาลปกครอง เพราะฉะนั้นฟ้องทางแพ่งให้จ่ายปกติ ถ้าหากว่าสุจริต อบจ. ก็พร้อมจ่ายเพราะเงินงบประมาณก้อนนี้ยังกันอยู่ที่ อบจ. ไม่เอาไปไหน ยังกันอยู่ไม่ได้เปลี่ยนโยกย้ายงบประมาณไปซื้ออะไร ถ้าศาลพิพากษาส่วนนี้ก็มีอนู่แล้วกัน ไม่ได้โอนเงินไปทำอะไร เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องนี้จริงกราบเรียนว่า ไม่ได้มีเจตนาหรือว่ามูลทุจริตแต่อย่างไร มันเป็นการฟ้องว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็คือไม่จ่ายเงินค่ารถ ซึ่งผมก็มีเหตุผลว่า การที่ไม่จ่ายคือปฏิบัติตามหนังสือจังหวัด ฉบับที่ลงวันที่ 7 มกราคม 2557 และหนังสือฉบับที่ 2 ก็คือวันที่ 5 มิถุนายน 2557 สองฉบับนี้เป็นฐานอ้างอิงของผมว่า เมื่อจังหวัดสั่งให้ระงับการจ่าย เมื่อจังหวัดสั่งให้สอบข้อเท็จจริงก่อนก็ต้องสอบข้อเท็จจริงก่อน

เติมศักดิ์- เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่หนักใจ

นิพนธ์- ไม่หนักใจ

เติมศักดิ์- เพราะว่าถือว่าปกป้องผลประโยชน์

นิพนธ์- ใช่ครับ

เติมศักดิ์- ของจังหวัด

นิพนธ์- ของจังหวัด ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เพราะฉะนั้นส่วนในเรื่องของข้อสองที่บอกร้องเรียนว่าซื้อรถพยาบาล แพงนะครับ อันนี้เป็นการซื้อตามประกาศบัญชีนวัตกรรม ของกรมบัญชีกลาง ราคาห้าล้านเจ็ด คือราคาที่กรมบัญชีกลางกำหนด แต่ว่ารถพยาบาลนี้เราเทียบไม่ได้กับการไปซื้อรถตู้ มาทำรถพยาบาล ท่านที่เห็นบ้านเราเอารถตู้มาทำรถพยาบาล นี่เราดัดแปลงโครงสร้างมันไม่ได้มาตรฐานเหมือนรถพยาบาลทั่วไป รถพยาบาลทั่วไปเราจะเห็นเป็นสี่เหลี่ยมใหญ่ โครงส้รางมันเป็นเหล็กที่ป้องกันอะไรได้แข็งแรงกว่าแล้วข้างในมีเครื่องที่ปั๊มหัวใจได้อะไรได้ เพราะฉะนั้นมันราคามันจึงต่างกับรถที่เคยชินว่าซื้อรถตู้มาก็ สองล้าน แต่พอเป็นรถนี้ทำไมห้าล้านกว่าบาท แล้วราคาห้าล้านกว่าบาท ไม่ได้เป็นราคาที่ อบจ. กำหนดเอง เป็นราคามาตรฐานที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้ในบัญชีนวัตกรรม เป็นนวัตกรรมครับเรื่องนี้ ซื้อทำรถพยาบาลโดยคนไทยเลยครับ

เติมศักดิ์- แล้วเรื่องทำสวนสาธารณะ 3 ร้อยกว่าล้าน

นิพนธ์- เรื่องของสวนสาธารณะ 3 ร้อยกว่าล้าน เขาไม่ได้ฟ้อง เขาไม่ได้ร้องผมเรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง เขาร้องผมว่าการที่ผมเอาสนามกอล์ฟเดิมที่ข้างโรงแรมสหมิหลา ชายทะเล ไปทำสวนสาธารณะ ผมไม่ได้ทำประชาพิจารณ์ ผมไม่ได้ฟังความเห็นของคนในเมือง ซึ่งผมก็โดนฟ้องเป็นคดีที่ศาลปกครองอยู่สองเรื่อง แต่บัดนี้ศาลปกครองจำหน่ายคดีออกจากระบบหมดแล้ว ทั้งสองเรื่อง แล้วผู้ฟ้องก็ไปถอนกันเองเพราะเข้าใจแล้ว ที่เข้าใจว่าโอนที่ดินกันไม่ถูกต้อง กรมธนารักษ์มอบที่ดินให้อบจ.อย่างไม่ถูกต้อง เคลียร์ชัดทุกปัญหา มีเอกสารราชการมาเคลียร์หมดเลย ว่าการให้ใช้ที่ดินถูกต้องตามระเบียบราชการหมด การใช้ที่ดินแปลงนี้ก็กรมธนารักษ์มอบให้อบจ.เป็นคนดำเนินการ อบจ.ดำเนินการตามหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่มอบหมายให้อบจ.นำที่ดิน แปลงนี้ไปทำสวนสาธารณะ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนทั้งเมือง เมื่อก่อนเป็นสนามกอล์ฟ ก็คนเล่นกอล์ฟอยู่จำนวนซักประมาณ 20 คน 4-5 ก๊วน ซึ่งถือว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ อันนี้แปลงเปลี่ยนประโยชน์การใช้ที่ดิน ซึ่งก็มีคนได้รับผลกระทบไปร้องที่ศาลปกครองว่าผมไม่ได้ทำประชาพิจารณ์อะไรทั้งสิ้น ซึ่งตอนหลังคดีเหล่านี้ก็จบไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องที่ร้องผมมันชี้แจงได้ทั้งหมด


เติมศักดิ์- เอางบไปอุดหนุนสโมสรฟุตบอล


นิพนธ์- อันนี้ผิด อันนี้เป็นการกล่าวหาที่ผิดเลยถ้าผมบอกว่าเอางบไปอุดหนุนสโมสรฟุตบอลผมไม่เคยเอาเงินไปอุดหนุนสโมสรฟุตบอล ไม่มีเด็ดขาดไปดูได้เลยครับ อันนี้เป็นการเข้าใจผิดแล้ว แล้วสื่อหลายฉบับ หลายเว็บไซต์แล้วเอาไปบอกว่าอบจ.เอาเงินไปอุดหนุนสโมสรฟุตบอลอันนี้เป็นความเท็จ ที่จริงอบจ.อุดหนุนไปที่สมาคมการกีฬาจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกัฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็อบจ.มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมการกีฬาก็อุดหนุนหน่วยงานนี้ได้ เพราะฉะนั้นในช่วงนั้นปี 59 เราเตรียมที่จะจัดกีฬาแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ ก็ไปเตรียมนักกีฬาว่าในฐานะเจ้าภาพ นักกีฬาก็ต้องมีความพร้อม ก็อุดหนุนไปที่สมาคมให้เขาเตรียมความพร้อมในการแข่งขันปี 58-59 แต่ว่า มันมีข้อโต้แย้งการกระทำบางอย่างมันไม่มีอำนาจ บางอย่างมันผิดระเบียบ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไปว่ากระบวนการตามที่ถ้าหากสมาคมไปใช้ผิดระเบียบก็ต้องคืนเงินให้อบจ. เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ อบจ.ที่ไปใช้เงินแล้วบอกว่าให้สโมสร การที่สโมสรมันเป็นนิติบุคคล มันเป็นที่ตั้งเพื่อแสวงหาผลกำไร ถ้าไปใช้อย่างนั้นมันผิดกฎหมาย แต่ไปอุดหนุนสมาคมกีฬาไม่ผิดกฎหมาย ทำได้ตามอำนาจหน้าที่ เพราะฉะนั้นมีเว็บไซต์ที่ไปลงว่าผมอุดหนุนอบจ. โดยผมอุดหนุนที่สโมสรฟุตบอลอันนี้ผิดเลยนะครับ เป็นการใส่ความเลย เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ทำจริงๆแต่ สื่อข่าวออกไปอย่างนั้น ที่ผมบอกว่าผมได้มอบหมาย ให้ฝ่ายกฎหมายผมไปดำเนินการเพราะถือว่าใส่ความผม


เติมศักดิ์- คิดว่าข้อกล่าวหาพวกนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไง


นิพนธ์- ผมเรียนด้วยความเคารพ ว่าขณะนี้ก็กำลังสืบหาแหล่งที่มาอยู่ มันมีแต่คำบอกเล่า ไม่มีพยานพอที่ไปยืนยัน ว่าคนนั้นคนนี้ทำ ผมเองก็พยายามแต่ผมเองก็สังเกตไปอย่างหนึ่งว่าข่าวอย่างนี้มาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมารอบนี้ทุกครั้งที่ผมเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าในระดับพรรค ระดับไหนก็ดี จะมีข่าวอย่างนี้มาดิสเครดิตหรือข่าวพวกนี้จะมาทำร้ายผมอยู่เป็นระยะๆ จัดส่งไปที่หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ส่งไปที่คนสำคัญๆบ้าง ว่าอย่างนี้ไม่ควรให้เป็นรองหัวหน้าพรรค อย่างนี้มีตลอด อันนี้เมื่อก่อนก็วนเวียนอยู่ในท้องถิ่น อยู่ในสื่อ ปัจจุบันพอผมจะมีแคนดิเดตเป็นระดับชาติก็ตามมาระดับชาติ เพราะฉะนั้นผมก็เข้าใจว่าอันนี้เป็นเรื่องที่จงใจจะทำลายผม เป็นการที่จะไม่ให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่ทางการเมือง ทั้งหลายทั้งปวงผมยืนยันคุณเติมศักดิ์ได้ว่า ไม่มีการทุจริต ผมไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าทุจริต เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนด้วยความเคารพว่าข่าวอย่างนี้จะมาเป็นเทศกาลช่วงที่ผมจะเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญๆ


เติมศักดิ์- เป็นเรื่องของคนในพรรคไหมครับ


นิพนธ์- ผมไม่อยากจะชี้อย่างนั้น แต่เอาเป็นว่าคนกลุ่มนี้เข้าอาจจะมีอะไรบ้างอย่างที่ไม่พอใจผม หรือผมอาจจะเป็นคู่แข่งขันทางการเมือง อันนี้สันนิษฐานเอาได้เป็นข้อสันนิษฐาน แต่ว่ามันมีข้อสันนิษฐานเลยเถิดไปถึงกับว่าผมเป็นนายกอบจ.อยู่แล้ว ทำไมยังต้องมาเป็นแคนดิเดตเป็นรัฐมนตรีอีก ซึ่งมันจะต้องทำให้ลาออกจากนายกอบจ. ประเด็นนี้ผมได้เรียนชี้แจงในพรรคไปแล้วว่า ผมเป็นนายกอบจ.ปีนี้มาเป็นปีที่ 6 กว่าๆแล้วนะครับ ผมธรรมดาวาระแค่ 4 ปี แต่เนื่องจากเราอยู่ในที่ประกาศของ คสช. ห้ามไม่ให้มีการเลือกตั้ง ก็ผมก็รักษาการมา 2 ปี นี้ทำมาเป็นปีที่ 6 แล้ว เพราะฉะนั้นในการปฎิบัติหน้าที่ ถ้าผมหยุดการปฎิบัติหน้าที่หรือลาออกก็จะต้องมีคนมารักษาการแทนนั้นก็คือปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่ต้องเลือกตั้งซ่อม ไม่ต้องจ่ายงบประมาณให้เปลืองงบประมาณในการเลือกตั้งซ่อมแทนผมครับ


เติมศักดิ์- ยกตัวอย่างคุณ สาธิต วงศ์หนองเตย บอกว่าคุณนิพนธ์ลาออกจากพรรคไปทำงานการเมืองท้องถิ่น แต่ตอนนี้ลาออกจากการเมืองท้องถิ่นเพื่อกลับมาเป็นรัฐมนตรี มันไม่ยุติธรรมกับคนในพรรค นี้คุณสาธิตว่านะครับ


นิพนธ์- ที่นี่ประเด็นคือผมว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะวันที่ผมไปทำงานท้องถิ่น ในวันนั้นผมลาออกจากส.ส.จริง แต่เป็นส.ส.เป็นระบบบัญชีรายชื่อ การลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อเราก็เลื่อนคนใหม่ขึ้นมาแทน พอเลื่อนคนใหม่ขึ้นมาผมไปลงนายกอบจ. ซึ่งเป็นการทำนำเอานโยบายกระจายเอาอำนาจของพรรคไปใช้ในการปฎิบัติ ผมเป็นนายกอบจ.ของพรรคที่นำนโยบายเช่นว่า นโยบายอาหารเช้าให้เด็กนักเรียนตชด.ให้ได้กินแล้วก็ไปดูว่าถ้าเราเริ่มนโยบายหลังจากที่เราประสบความสำเร็จ ในการทำนโยบายทำอาหารกลางวันให้เด็กที่โรงเรียนทานแล้ว ต่อไปถ้าประชาธิปัตย์จะเริ่มอาหารเช้า นำร่องให้โรงเรียนเด็กได้ทานอาหารเช้าจะสำเร็จหรือไม่ ผมนำไปใช้ใน 11 โรงเรียนตชด.ได้ผลมาก อย่างนี้จะเอามาเป็นนโยบายของพรรค ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ประกาศนโยบายนี้ นโยบานยหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือการนำเอายางพารามาทำถนนยางพารา อันนี้ผมทำเป็นอบจ.แรกในประเทศไทย แล้วทำมาถึงวันนี้ก่อนที่มาถึงวันนี้ ประมาณ 24 สายทางแล้ว เพราะฉะนั้นการเอายางพารามาทำถนนมันจะเป็นการระบายยางพาราออกจากสต็อก มันจะทำให้ความต้องการยางมากขึ้น มันจะทำให้ยางพาราในตลาดสูงขึ้น อันนี้เป็นการที่อบจ.สงขลา ผมเป็นคนทำครั้งแรกเลยเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเมื่อออกไปแล้ว ไม่เป็นธรรมไม่ได้เพราะว่าผมไปทำงานให้กับพรรค ผมลงในนามพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ไม่ได้ไปทำลงในส่วนตัววันที่ไปลงนายกอบจ.


เติมศักดิ์- ดูเหมือนสาย กปปส.จะไม่พอใจที่มีชื่อคุณนิพนธ์ เป็นว่าที่รัฐมนตรี


นิพนธ์- อันนี้ด้วยความเคารพอาจจะเป็นความเห็นที่ต่างกันได้ ในทางการเมืองพรรคเดียวกันอาจจะไม่ต้องเห็นเหมือนกัน อาจจะเห็นไม่เหมือนกันได้ แต่ในที่สุดเมื่อพรรคมีพรรคมีมติอย่างไร ประชาธิปัตย์ก็ต้องปฎิบัติไปตามมติพรรค


เติมศักดิ์- ได้เคลียร์กันมั้งหรือยังครับกับสายกปปส.


นิพนธ์- ผมคิดว่าก็ได้พูดคุยกันหลายท่าน หลายท่านที่ได้พูดคุยกันไปแล้วเขาเข้าใจจนกระทั่งว่ามีการกระเซ้าเย้าแหย่ แล้วเราต้องมาถ่ายรูปรวมกันแล้วก็ต้องทำงานรวมกัน ผมคิดว่าพรรคจะเดินหน้าได้มันต้องช่วยกัน ทุกคนต้องขับเคลื่อนเป็นเฟืองจักรตัวเดียวกัน


เติมศักดิ์- แล้วข่าวที่คุณนิพนธ์แลกกระทรวงกับคุณจุติ กลางดึกก่อนที่ผลจะออกมาล่าสุดข้อเท็จจริงเป็นยังไง


นิพนธ์- ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ก็คือว่ามติพรรคเดิม มอบหมายให้ผมเป็นรัฐมนตรี คือพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งที่จริงการมอบให้ผมก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะปี 39-40 ผมเคยเป็นเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมมาแล้ว ผมรู้ก่อนจะแยกมาเป็นกระทรวงพม. ผมเดิมอยู่กระทรวงแรงงาน มก็เป็นเลขารัฐมนตรีว่าการก็ดูแลภารกิจนี้อยู่แล้ว พอเข้าใจได้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นทันทีที่มอบหมายให้มันเกิดช่องว่างอยู่อย่างหนึ่งพอท่านอดีตเลขาธิการพรรค ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านไปเป็นผู้ช่วยมหาดไทย ซึ่งที่จริงต้องยอมรับว่าท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการไอซีทีมาก่อนแล้ว แล้วท่านเป็นถึงอดีตเลขาธิการพรรค ผมเองก็คิดว่าท่านไปอยู่ในตำแหน่งที่ท่านไม่ถนัดแล้วก็ท่านเคยเป็นว่าการมาก่อน ในมุมมองของผมต้องให้เกียรติท่าน ผมมาเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก ถ้าขึ้นช่วยว่าการก็ไม่แปลกอะไรเพราะฉะนั้นผมเติมใจในการที่จะแลกเปลี่ยนกัน ท่านก็เติมใจที่จะแลกเปลี่ยนกับผม เราก็ถือว่าทุกอย่างเป็นเรียกว่าทำให้เกิดความลงตัวที่สุด ในการที่จะไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมด้วยพูดตรงๆเพราะว่าท่านอิสสระเอง หรือท่านศิริวรรณเอง ก็เห็นพ้องตรงกันหมด โอเคมีความลงตัวในการที่จัดคนลงถูกตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นที่มามีการเขียนเป็นญัตติโดยท่านอิสสระ สมติมชัย เขียนถึงท่านเลขาธิการพรรคของอนุญาตที่จะปรับแก้มติโดยแจ้งเวียน ซึ่งปกติการแจ้งเวียนกรรมการบริหารก็ทำกันบ่อยในช่วงเลือกตั้ง เวลาเราเปลี่ยนผู้สมัครในขณะนั้น พอเลือกตั้งแล้วเราไม่สามารถเรียกประชุมได้ทัน เราก็ใช้ระบบการแจ้งเวียน ซึ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันทำได้สะดวกแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการแลกเปลี่ยนกันก็จำทำให้ประสิทธิภาพในการปฎิบัติหน้าที่มีมากขึ้นครับ


เติมศักดิ์- การจัดสรรบุคคลลงตำแหน่งรัฐมนตรี


นิพนธ์- คนของเรามีความพร้อมอยู่แล้วนะครับ แต่ทุกคนก็พยายามสร้างความหมุนเวียน ประสบการณ์การสร้างเอาความรู้ หมุนเวียนการใช้ความรู้ความสามารถของแต่ละคนแล้วแต่โอกาสว่าจะให้มอบภารกิจ ปฏิบัติหน้าที่ที่ไหนอย่างไร


เติมศักดิ์- คิดอย่างไรถ้าคนบอกว่าไม่ต้องมีโควต้าพวกนี้ได้ไหม คนที่ประชาชนเห็นแล้วแบบ นี่คือคนที่สอดคล้องกับการปฏิรูป นี่คือคนที่สอดคล้องกับการเมืองแบบใหม่ เท่าที่เห็นยังไม่เห็นความรู้สึกนั้นคุณนิพนธ์


นิพนธ์- คือในของพรรคต้องเคารพว่าเวลาคุณเป็นผู้แทนชาวบ้านแล้วเป็นผู้แทนประชาชนแล้ว ในแต่ละพื้นที่ก็คาดหวังต่อผู้แทนของตัวเอง ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อุตส่าเลือกกันมาตั้ง 4-5 สมัย บางคน 7-8 สมัยแล้ว ไม่ได้เป็นอีก ผู้แทนเราเป็นอย่างไรไม่หยิบมาเป็นรัฐมนตรีสักที นี่ก็เป็นปัญหาในเชิงพื้นที่อีก การแก้ปัญหามันต้องผสมผสานกัน ผมคิดว่าหลักการผสมผสาน หลักเอาความรู้ความสามารถ และก็กระจายตัว ไม่กระจุกตัว โอเค มาบริหารจัดการได้ครับ


เติมศักดิ์- เขาบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ เสียงปริ่มน้ำแบบนี้ และสถานการณ์แบบนี้ จะมีอายุสั้นๆ


นิพนธ์- ก็ต้องเคารพคำวิพากษ์วิจารย์เหล่านั้น เพราะในทางการเมืองมันพอวิเคราะห์ได้และพอเห็นได้ แต่สิ่งอย่างหนึ่งก็ต้องมองในมุมกลับการที่เสียงปริ่มน้ำ มันทำให้รัฐบาลตื่นตัวอยู่ตลอดไม่ประมาท ถ้าคิดในมุมกลับแบบนี้ทุกคนต้องตื่นตัว ประชาธิปัตย์จึงออกเกณฑ์นะครับในรอบนี้ ถ้ามาจากบัญชีรายชื่อ ถ้าถูกคัดมาเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องลาออกจาก การเป็น ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ เลื่อนขยับคนที่ไม่เป็นรัฐมนตรีขึ้นมา เพื่อมาทำหน้าที่ในสภาโดยเฉพาะ คนที่พรรคคัดไป ส่งไปทำหน้าที่รัฐมนตรีจะได้มีเวลาทำงานบริหารบ้านเมืองอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลกับการมีตำแหน่ง ส.ส. ในสภา ต้องยกมือโหวต ต้องยกมือลงคะแนน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ประชาธิปัตย์มีเงื่อนไขต่อมา แม้จะไม่มีในข้อบังคับ แต่มีเงื่อนไขของคณะกรรมการบริหารบอกว่า ส.ส.บัญชีราชชื่อของพรรคหากถูกคัดเลือกมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก็จะต้องลาออกจาก ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อแล้วขยับคนลำดับถัดไปมาทำหน้าที่ ส.ส. ในสภาแทน เพื่อที่ไม่ต้องกังวลกับการโหวตการลงคะแนนแล้วไปทำหน้าที่ในสภาในการบริหารบ้านเมืองในการบริหารกระทรวงได้อย่างเต็มความสามารถ


เติมศักดิ์- ได้คุยกันเรื่องการหมุนเวียนไหมครับ ว่าอาจจะอยู่สักระยะหนึ่งก็ค่อยๆ


นิพนธ์- อันนี้ยังไม่ได้คุยครับ เพียงแต่ว่าคุยเรื่องเราต้องสร้างระบบการทำงานร่วมกันทั้งหมด เช่น ท่านหัวหน้าพรรคท่านได้กำหนดแล้วว่าต่อไปหาดว่ามีโปรดเกล้าแล้ว ต่อไปเวลาประชุมทุกอาทิตย์ต้องมีการประชุม ครม. ของพรรคอย่างนี้ ก็จะได้ประชุมกันที่พรรคก่อน เช่น วันจันทร์ อังคารก็ประชุม ครม. วันจันทร์ก็มาประชุม ครม. ของพรรคสะก่อนดูประเด็นที่จะเข้า ครม.ให้ถ้วนถี่สะก่อน


เติมศักดิ์- คิดอย่างไรกับการมีคนบอกว่า เอาละคุณนิพนธ์ที่ถูกคุณศรีสุวรรณร้องแบบนี้ข้อกล่าวหาต่างๆ ก็ยังไม่ใช่ก็เรียกว่าไม่ใช่สีดำแต่ถ้าจะบอกว่าอย่างนี้สีเทาควรมีสปีริตในการไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี


นิพนธ์- ผมคิดว่าถ้าเราถือมาตรฐานแบบนี้ต่อไปเชื่อผมเถอะครับจะมีการร้องกันทุกคนเลย เอาแค่ร้องแล้วไม่ได้เป็นมันจะร้องกันเยอะเลย การเขียนรัฐธรรมนูญ การเขียนกฎกติกา คุณสมบัติของรัฐมนตรีเปลี่ยนไปเยอะเลย เพระาต่อไปถ้าร้องเรื่องใดเรื่องหนึ่งสำคัญไม่สำคัญขอให้มีเรื่องร้อง ถ้าถือบรรทัดฐานนี้ต่อไป ร้องทุกคนไว้เลยที่เป็น ส.ส. เพื่อไม่ให้มีโอกาสเป็นผู้บริหาร เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องระมัดระวัง บางคนลงทุนน้อยใช้กระดาษ A4 แผ่นเดียว ร้องเรียนเพื่อนไม่รู้จริงไม่จริงไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วบอกเป็นไม่ได้แล้วเพราะมีเรื่องร้องเรียน อยย่างนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนถูกเหมือนกัน ผมคิดว่านี่คือเรื่องสำคัญนะครับผมคิดว่าในยุคที่โซเชียลมีเดียมีการแพร่หลายกันมาก อยู่ที่ปลายนิ้ว ทุกอย่างไม่รู้จริงไม่จริง พอโพสต์เรื่องอย่างนี้ออกไปคนสับสนเชื่อบางส่วนทำให้มันเสียหายและอย่างนี้ต้องระมัดระวัง อย่างนี้เป็นที่มาที่เวลาในกฎหมายคอมพิวเตอร์ใครนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ต้องรับผิดชอบ อันนี้กฎหมายมันประกันหลักนี้ไว้ ไม่อย่างนั้นก็จะใช้ช่องทางนี้ไปโจมตีให้ร้ายบุคคลอื่น เขาเสียหายนะครับ อย่างเช่นนักการเมืองบางคนที่มีข่าวแล้วโดนมาตรา 44 อะไรก็แล้วแต่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วต้อมาบอกยกเลิอกแล้วไม่มีความผิด เขาเสียหายแล้วนะครับ และกว่าจะสร้างความเชื่อมั่นมาได้มันใช้เวลาอีกนานนะครับ เพราะฉะนั้นแบบนี้ต้องให้ความเป็นธรรม


เติมศักดิ์-บรรทัดฐานใหม่ของประชาชนอาจรู้สึกว่าเอาแบบที่คลีนๆ ไม่ต้องมี ข้อร้องเรียนอะไรเลย


นิพนธ์- ก็ต้องไปเขียนให้ชัดว่ามีอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่าพอร้องเรียนนิดเดียวก็โดน ผมว่าอันนี้ต้องให้ความเป็นธรรม ผมเรียนด้วยความเคารพ บางเรื่องเขาชี้แจงได้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติคนที่ทำงานยากที่จะไม่มีใครไม่ถูกร้องเรียน โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่นมันเป็นเมืองเล็กๆ ใครไปอยู่ท้องถิ่นมายากที่จะไม่ร้องถ้ามีคู่แข่ง เพราะคู่แข่งต้องการร้องไว้ก่อน เพื่อให้เวลามาแข่งกับเราอีกเราจะได้บอกรอบหน้าว่ามีเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช. จริงไม่จริงไม่รู้ไปว่าเอา เพระาฉะนั้นหลักประกันนี้ต้องมี


เติมศักดิ์- การร่วมรัฐบาลกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐมีเงื่อนไขไม่ครับว่าทางแกนนำของพรรค รัฐมนตรีของพรรค แกนนำต้องไม่มีเรื่องอื้อฉาว


นิพนธ์- คืออย่างนี้ครับ ถ้านำไปสู่ข้อที่ชี้ให้เห็นได้ว่ามีพฤติกรรมให้เห็นได้ว่าทุจริตเกิดขึ้น อันนี้ปนะชาธิปัตยืเราถือปฏิบัติมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว เวลาเราร่วมรัฐบาลกับใครกฎกติกาข้อนี้เป็นข้อแรกที่จ้องปฏิบัติเงื่อนไขนี้เป็ฯเงื่อนไขแรก ถ้ามีการทุจริตคอรัปชันเกิดขึ้นเราต้องพิจารณาเป็นลำดับต้นๆ เลย


เติมศักดิ์- ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างที่พรรคพลังธรรมเคยตั้งบรรทัดฐานไว้ ถ้าเกิดมีเหตุคดีทุจริตแล้วพรรคพลังธรรมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ และพปชร.จะมีลักษณะคล้ายๆอย่างนั้นไหม


นิพนธ์- ต้องถือว่าต้องไปดูว่าเรื่องที่ทำมีเหตุอันควรเชื่อหรือไม่ ว่าก่อให้เกิดอย่างนั้นแล้วผู้บริหารยับยั่งสิ่งเหล่านั้นหรือยัง หรือเห็นชอบไปด้วย เพราะฉะนั้นต้องไปพิจารณาในรายละเอียดว่าเกิดลักษณะอย่างไร แต่ผมเชื่อในหลักการของพรรค ในอุดมการณ์ของพรรค และในอดีตที่ผ่านมาประชาธิปัตย์จะถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล


เติมศักดิ์- คนในพรรคเองอย่างคุณวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ก็พูดในทำนองว่าจะตรวจสอบรัฐมนตรีของพรรคที่ไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ้ามีการทุจริตจะเอาให้ถึงที่สุด


นิพนธ์- ผมคิดว่าดีนะครับ อย่างคุณวิลาศ คุณชาญชัยเอย วัชระเอย หลายคนที่เรามีอย่างนี้อยู่เขาได้ทำงานถนัดในด้านนี้ก็ต้องส่งเสริมให้ทำ ผมคิดว่าประชาธิปัตย์มีหลายท่านที่สนใจงานด้านนี้และตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยแม้ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนเหล่านี้ก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องเลย มีอะไรขึ้นมาก็ทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งมาตลอด


เติมศักดิ์- คิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะอายุยืนนานแค่ไหน อย่สงที่บอกว่าไม่เกิดนสิ้นปี


นิพนธ์- ผมคิดว่ามันเคยมีบทเรียนให้เห็นในสมัยประชาธิปัตย์ เราเกิดครึ่งไป 10 กว่าเสียง แต่เราอยู่ได้ 2 ปีกว่า ก็ต้องถือว่าอย่างที่ผมได้เรียนเบื้องต้น ยิ่งน้อยยิ่งทำให้เราต้องระมัดระวังตลอดเวลา ไม่ประมาท มากเรื่องจำนวนถ้าเราบริหารจัดการไม่ดีอาจทำให้สภาหล่นได้ ทำให้เป็นเสียงข้างน้อยได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันอยู่มที่การจัดการ เรื่องการจัดการตรงนี้ที่ต้องเรียกว่าใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ มันต้องมีความรู้และประสบการณ์มาบริหารจัดการในเรื่องวิป คณะประสานงานต้องมีประสบการณ์ต้องนำความรู้ความสามารถมาเต็มที่ ต้องมีปฏิภาณที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญต้องพูดกันก่อน ต้องเจรจากันอย่าเอาไปเจรจาในสภาโดยตรงก่อนนำเรื่องนี้เข้ามาปรับความเข้าใจกันในทุกพรรคการเมือง ให้แต่ละพรรคเห็นชอบเสียก่อน อะไรที่เป็นข้อขัดแย้ง อย่าเพิ่งนำเข้ามาอันนี้เป็นหลักถ้าเราสามาถบริหารนี้ได้ รัฐบาลก็สามารถอยู่ได้และอย่างที่เราพูดแบบนี้ อย่าก่อให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้นมันจะกระทบกระเทือนต่อฐานคณะรัฐบาลแน่นอน


เติมศักดิ์- โผรัฐมนตรีของประชาธิปัตย์ นิ่งแล้วใช่ไหม


นิพนธ์- ตามมติพรรคถือว่านิ่งแล้ว


เติมศักดิ์- นิ่งแล้วนะครับ คิดว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนวินาทีสุดท้ายนะครับ


นิพนธ์- ถือว่านิ่งแล้ว ส่งไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีหมดแล้ว


เติมศักดิ์- ขอบคุณครับ คนเคาะข่าวลาไปก่อนนะครับสวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...