xs
xsm
sm
md
lg

“ปานเทพ” แจง 7 ข้อเสนอจากกิจกรรม “เดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ปานเทพ” แจง 7 ข้อเสนอต่อรัฐบาล จากกิจกรรม “เดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค” ย้ำผู้ป่วยต้องเข้าถึงง่าย ราคาไม่แพง



วันที่ 12 มิ.ย. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันการแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน”

โดย นายปานเทพ กล่าวว่า เราจะได้รับชัยชนะจากการถอดบทเรียน จากการเดินของอาจารย์เดชา ส่วนตัวได้ข้อเสนอ 7 ข้อต่อรัฐบาลใหม่ ข้อแรก กัญชาอัดแท่งและกัญชาสด ซึ่งมีการจับกุมได้ที่ ป.ป.ส. มีหลายตัน สามารถทำเป็นยาได้หลายร้อยกิโล ที่บอกว่ามีสารพิษปนเปื้อน สอบถามนักวิจัยยังไม่ค่อยเชื่อใจ เพราะว่านับจำนวนแล้ว ถ้าคุณตรวจทุกอย่างไม่มีทางเสร็จภายในไม่กี่สัปดาห์ เพราะมันเยอะมาก แล้วทำไมสุดท้ายบอกทั้งหมดนั้นสามารถใช้สกัดทางการแพทย์ได้แค่ 7 กิโลกรัม

กัญชาเป็นพืชดูดทุกชนิด ดูดทุกอย่างจริง จึงไม่มีก้อนไหนไม่ปนเปื้อน คำถามคือปนเปื้อนเกินมาตรฐานหรือไม่ ไม่มีใครตอบ ไม่บอกตัวเลข จุฬาฯบอกว่าขอที่ปนเปื้อนมาวิจัย ทดลองการสกัด ยังไม่ได้เลย จะเผาทิ้ง มันถูกหรือผิด โปร่งใสหรือไม่ จึงเรียกร้องขอตรวจกัญชาอัดแท่งที่ยึดมา ก่อนเผาทั้งหมดแล้วเป็นข้ออ้างในการนำเข้า

สอง สิ่งที่เป็นพืชที่ไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เสพติดและเมา คือ กัญชง หรือ HEMP มีสาร CBD เป็นสารกลุ่มกัญชา ช่วยลดความเครียดแต่ไม่เมา ไม่หลับ ช่วยเรื่องลมชัก พาร์กินสัน มีประโยชน์มาก อันนี้ต้องปลดล็อกเสรีเลย สามารถเอาดอกมาสกัดสาร CBD โดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเลย อีกอย่างคือกระท่อม มีฤทธิ์เมาแต่ไม่เสพติด ช่วยลดไข้ มีกำลัง ทนแดดได้ดีขึ้น ก็ควรปลดล็อกทันที ซึ่งตอนนี้สิทธิบัตรต่างชาติจดกันเกลื่อนแล้ว

สาม ห่วงกัญชามีสารปนเปื้อน จึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้ไกลโฟเซต พาราควอต แล้วจะช่วยหยุดสารพิษทั้งประเทศรวมไปถึงพืชทุกชนิด อย่าบีบให้ทุกคนต้องใช้กัญชาระบบปิดซึ่งมีราคาแพง

สี่ เราต้องกำหนดให้น้ำมันกัญชา ซึ่งสกัดเต็มส่วนไมได้แยก CBD และ THC ให้ถือว่าเป็นยาแผนโบราณ เพราะองค์การอนามัยโลกระบุว่าถ้าเป็นยาแผนโบราณให้ใช้ได้ในมนุษย์ทันที แล้วกัญชาอยู่ในสรรพคุณเภสัชของเวชศาสตร์ฉบับหลวงรัชกาลที่ 5 ระบุสรรพคุณ วิธีใช้ชัดเจน น้ำมันกัญชาจึงต้องเป็นยาแผนโบราณ

ห้า เพาะปลูก ขอให้ผู้ป่วยปลูกได้สำหรับตัวเองเมื่อมีใบรับรองแพทย์ สถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน สามารปลูกและสกัดเพื่อคนไข้ตัวเองได้

หก ให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติด แล้วเป็นพืชควบคุม เพราะมันเสพติดยากกว่าเหล้าบุหรี่

เจ็ด ต้องให้อยู่ในบัญชียาหลักของชาติ โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้คนเข้าถึงง่าย

คำต่อคำ : บทสรุป และ 7 ข้อเสนอ จากกิจกรรม "เดินเพื่อผู้ป่วยกัญชารักษาโรค" คนเคาะข่าว 12/06/2019


เติมศักดิ์- สวัสดีครับขอต้อนรับเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 วันนี้ เรามาสนทนาครับว่า สังคมไทยควรได้รับรู้อะไรบ้างจาก 20 วันของกิจกรรมเดินรณรงค์ เดินเพื่อผู้ป่วย จากจังหวัดพิจิตร ถึงจังหวัดสุพรรณบุรี จาก 21 พฤษภาคม ถึง 9 มิถุนายน 268 กิโลเมตร ที่มาพร้อมกับคำประกาศอิสรภาพกัญชารักษาโรค วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กับคณบดีสถาบันการแพทย์แผนบูรณาการและเวชาศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ครับ สวัสดีครับอาจารย์ปานเทพครับ


ปานเทพ- สวัสดีครับ สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ


เติมศักดิ์- อาจารย์ครับ อะไรคือบทสรุปและข้อเสนอจากเวทีแล้วก็กิจกรรมเดินเพื่อผู้ป่วยครั้งนี้ครับอาจารย์ครับ


ปานเทพ- ข้อแรกก่อน เป็นการเดินทางเพื่อรณรงค์นะครับ โดยท่านอาจารย์เดชา ศิริภัทรถือว่าเป็นผู้เสียสละ เอาตัวเองเข้าแลก ตั้งแต่ช่วงเวลาให้มีการนิรโทษกรรม เรื่องการครอบครองกัญชา ก็ทำการแจกทั้ง น้ำมันกัญชา เมล็ดกัญชา ต้นกัญชา และก็ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ มาพร้อมกับองค์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปลูก วิธีการสกัด วิธีการใช้ และก็นอกจากนั้นก็กระบวนการแจกทั้งหมดก็ผ่านวัด ผ่านพระสงฆ์ คือการมีส่วนร่วมผ่านประชาชนให้นึกถึงไม่ใช่้เฉพาะเรื่องกัญชา ยังบูรณาการเรื่องอาหาร การใช้ชีวิตไปจนถึง ทางจิตใจในเรื่องของศีลธรรมนะครับ ถือว่าเป็นการบูรณาการด้านสุขภาพ ทั้งกายและจิตเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แค่มิติแค่ผลิตภัณฑ์นะครับ หลังจากเสียสละและทำให้เกิดกระแสความสนใจของสื่อมวลชนทั้งประเทศนะครับ ก็ปรากฎว่ามีประชาชนไปที่มูลนิธิข้าวขวัญทุกวัน วันละ 500 คน นะครับ ปัจจุบันมีคนลงรายมือชื่อเพื่อจะขอเป็นอาสาสมัครในการรับกัญชา ประมาณสี่หมื่นกว่ารายในปัจจุบันนี้ และก็เป็นประชาชนที่มีความเดือดร้อนเพราะว่าได้รับปัญหา ในเรื่องสุขภาพที่เห็นว่าการรักษาในแผนปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ และก็เสาะแสวงหาเรื่องของกัญชาและก็หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า หนึ่งในจำนวนทีม่มีผู้ป่วยไปขอรับ ที่จะเป็นอาสาสมัครในการรับกัญชานั้น จำนวนใากเป็นเรื่องนอนไม่หลับ และเรื่องนอนไม่หลับเรื่องเดียวมันส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน ต่่อวิถีชีวิต ต่อกายและจิตและสุขภาพโดยรวมนะครับ
ปานเทพ- การจดสิทธิบัตรเหล่านี้ โดยการบอกว่าเราชนะแล้วไม่ให้เขาจดสิทธิบัตร แล้วไม่ถอดองค์ความรู้จากสิ่งที่เขาจดสิทธิบัตร เราเท่ากับศูนย์เสียโอกาสในทางทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาได้วิจารณ์ในต่างชาติแล้ว จดสิทธิบัตรแล้วด้วย กำลังจะทดลองในมนุษย์แล้วก็มีมนุษย์จำนวนมากในประเทศไทยแอบใช้แล้วได้ผลดี เท่ากับเราละเลยในสิ่งที่มีวัฒนาการนอกประเทศ ในช่วงเวลาที่เราถูกกำหนดห้ามวิจัยในมนุษย์ตั้ง 40 ปี ถ้าเรายังมั่วโง่อยู่ ขออภัยนะครับ มั่วโง่อยู่เราต้องรอวิจัยของเราก่อน เราล้าหลังเขา 40 ปีและไม่มีทางตามทัน แต่ถ้าเรารู้ว่าเขาวิจัยไปถึงไหนแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือรักษาประโยชน์ชาติจากสิ่งที่เราถูกหลอกมา 40 ปี ก็คือเราจะทำอย่างไรจากองค์ความรู้เหล่านั้น มาพัฒนาวิธีการเพาะพันธุ์พืช ผสมพันธุ์พืชกัญชา เพื่อให้ได้สารสำคัญที่เราต้องการมากขึ้น วิธีสกัดใช้สดหรือใช้แห้ง ใช้อุณหภูมิเท่าไหร่ เคี้ยวด้วยอุณหภูมิเท่าไหร่ ระยะเวลานานเท่าไหร่ เพื่อให้สารสำคัญที่เมืองนอกเขาวิจัย ให้มันสูงเด่นขึ้นแล้วให้มันรักษาองค์รวมแบบพืช โดยที่ไม่ต้องสกัดสารสำคัญมันออกมาเป็นการจำเพาะก็ได้ แต่ถ้าเราล้าหลังมั่วแต่บอกว่าไม่ได้ ถ้าจะใช้ในมนุษย์ ถ้าคนไทยจะเริ่มใช้ต้องหลอดทดลองก่อน 2 ปี ใช้เงินด้วย เอกชนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ ไม่มีหลอดทดลองด้วย เสร็จแล้วมาวิจัยในสัตว์ทดลอง เสร็จแล้วมาวิจัยในมนุษย์ 10 ปีกว่าจะได้ใช้ แล้วก็ต้องทุ่มเงินอย่างมโหฬาร ถ้าเราคิดว่าน้ำมันแค่กัญชาซึ่งสกัดง่ายๆ ชาวบ้านก็ทำเป็น กลายเป็นยาสมัยใหม่ที่ต้องเขากระบวนการแบบนี้ สุดท้ายประเทศก็จะสูญเสียอิสรภาพการรรักษาและการพึ่งพาตัวเอง ตกเป็นของทรัพย์สมบัติของบริษัทต่างชาติที่จดสิทธิบัตรมาก่อนเรานี้คือประเด็นนะครับ

เติมศักดิ์- หรือว่าจะมองในแง่ดีได้ไหมครับว่า มองในแง่เภสัชศาสตร์เขาต้องรอบคอบไว้ก่อนการจะให้คนป่วยได้ใช้มันจะต้องผ่านการทดลองอย่างเข้มงวด

ปานเทพ- ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเขารักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติจริงๆ สิ่งที่ควรทำไม่ควรวิจัยซ้ำ ในสิ่งที่เมืองนอกทำแล้ว เขารู้กันหมดแล้วว่าทำอะไร ในตอนนี้จนถึงขั้นจะจดสิทธิบัตร ถ้าเรามั่วแต่บอกว่าเราต้องคุ้มครองผู้บริโภค เราต้องวิจัยที่ละขั้นแล้วที่เขาใช้ต่างชาติมาถึงขึ้นจนหนูทดลองแล้วเราจะต้องเริ่มต้นใหม่หรอกหรือ ผมคิดว่านี้คือความล้าหลัง จิตใจคับแคบ แล้วก็มีอัตราส่วนตัว หวงเรื่องประโยชน์ส่วนตัวและอัตราส่วนตัว มากกว่าประโยชน์ของชาติมันควรจะต่อยอดจากสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว ไปไกลกว่าสิ่งที่เราควรจะรู้มากกว่าเดิม และรักษาผลประโยชน์ให้อยู่กับคนภายในชาติให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ล่าช้าที่สุด แล้วก็ถ่วงดึง ถ่วงรั้ง อย่างกรณีที่ผมพูดถึงว่ารัษาสำคัญ เมื่อกี้เราพูดถึงสารสำคัญที่ช่วยรักษามะเร็งสมอง เราเคยกลับไปดูไหมว่า สารซีบีจี ซึ่งคนไทยไม่ค่อยรู้จัก ซึ่งเป็นสารสำคัญเป็นการช่วยให้ลดมะเร็งลำไส้ ช่วยรักษาเรื่องของมะเร็งลำไส้ร่วมกับสิทธิบัตรที่เขามี พร้อมบริษัทยายักษ์ใหญ่ เรารู้เลยว่ามันคือสารซีบีจี และถามว่าสารซีบีจี คืออะไรครับ คือสารกลุ่มกัญชา ก่อนที่จะเป็นสารทีเฮชซี และสารซีบีดี คือก่อนที่จะเป็นสารสำคัญที่ออกฤทธิ์เมาและลดอาการความเครียด และอย่างนี้ต้องมีความรู้แล้วว่า ถ้าเป็นมะเร็งลำไส้ใบสดหรือกัญชาสดก่อนที่มันจะเเห้ง มันมีประโยชน์ต่อการรักษาด้วย เพียงแค่นี้เราก็มีความรู้แล้วในการวิธี การเลือกว่าจะสดหรือแห้งในการรักษาอะไร เหมือนมหาวิทยาลัยรังสิต ไปวิจัยในหนูทดลอง พบว่าสารซีบีเอ็น ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งปอด ชาวบ้านไม่สามารถสกัดสารซีบีเอ็น ออกมาได้ แต่เราต้องรู้แล้วว่า สารทีเฮชซี ซึ่งเป็นสารทำให้เมา เมื่อมันโดนออกซิเจน แล้วเกิดปฏิกิริยาออกซิเจน มันจะกลายสภาพเป็นซีบีเอ็น ผมยกตัวอย่างถ้าเรามีความรู้ เราให้ความรู้กับประชาชนถ้าคุณเป็นมะเร็งปอด คุณอย่าใช้สดนะ ให้คุณใช้แห้ง เพราะว่าซีบีเอ็น จะเกิดขึ้นหลังที่เอากัญชามาตากแห้งแล้วเท่านั้น มันเป็นองค์ความรู้ที่เราสามารถที่เราเอามาต่อยอดได้เลย องค์ความรู้สมัยใหม่เข้ามาผนวกกับภูมิปัญญาไทยในการปรับปรุงตำรับยาไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างกรณีมะเร็งปอดเรารู้เสร็จ เราควรจะเคี่ยวไหมเพื่อให้เกิดออกซิเจนเข้าไปมากขึ้น ทำปฏิกิริยามากขึ้น ร้อนอุณหภูมิเท่าไหร่ถึงจะพอดี และก็จะไม่เมาแล้วด้วย ซึ่งจะมีรดอกาสให้เราใช้กัญชาได้มากขึ้น โดยที่ไม่เมาเพื่อรักษาหรือช่วยบำบัดรักษามะเร็ง ถ้าเรามั่วแต่ล้าหลังเราจะพ่ายแพ้ให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ ถ้าเรามั่วแต่ล้าหลังตำรับยาไทยก็จะแต่แบบของเดิม โดยที่ทิ้งช่วงมา 40 ปีไม่เห็นมีใครสืบทอด รู้อย่างจริงว่า เมื่อไหร่ใช่สด เมื่อไหร่ใช้แห้ง เมื่อไหร่ใช้เคี่ยว เมื่อไหร่ใช้คั่ว ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ภูมิปัญญาบอกไม่หมด แต่ถ้าเราอาศัยงานวิจัยยุคใหม่มาผนวกกับภูมิปัญญาเราจะฉลาดขึ้น เช่น น้ำมันตำรับยาชื่อสนั่นไตรภพ เป็นรูปของน้ำมันเลยครับ เคี่ยวนานเราต้องเข้าใจว่าเขามารักษามะเร็งลำไส้หรือมะเร็งตับ ถ้าไปที่มะเร็งลำไส้ควรจะใช้สดหรือแห้ง เราต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้ แต่ตอนนี้เราต่างคนต่างเดา เพราะเราทิ้งช่วงภูมิปัญญาขาดหายมาถึง 40 ปี ถ้าเรามั่วมีแต่อัตราทั้งการแพทย์แผนไทยทั้งเภสัชศาสตร์ หรือการแพทย์แผนปัจจุบันและมั่วแต่นับ 1 เราไม่มีทางทันเขาเลย และจะพ่ายแพ้ต่อบริษัทต่างชาติทั้งสิ้น คำถามก็คือว่าเราจะได้รับชัยชนะจากบทเรียนที่เกิดขึ้นยังไง จากการเดินของอาจารย์เดชา ส่วนตัวผม ผมเสนอไป 7 ข้อ

เติมศักดิ์- ถ้าจะสรุปตรงนี้ ขอเสนอเป็นการต่อเสนอของรัฐบาลใหม่ใช่ไหมครับ

ปานเทพ- ข้อแรกก่อนเลย คือกัญชาอัดแท่งและกัญชาสดทั้งหลาย ซึ่งมีการจับกุมได้ที่ป.ป.ส. ผมจำได้ว่าตอนนี้มีหลายร้อยตัน ขออภัยหลายร้อยกิโลกรัมครับ สามารถทำเป็นยาได้หลายร้อยกิโลกรัมด้วย

เติมศักดิ์- ที่เขาอ้างว่ามันมีปนเปื้อนสารพิษ

ปานเทพ- ผมสอบถามนักวิจัยเขาบอกว่า เขายังไม่ค่อยเชื่อใจ ที่ไม่เชื่อเพราะว่านับจำนวนแล้ว คุณตรวจทุกอย่าง ไม่มีทางจะเสร็จภายในไม่กี่สัปดาห์แบบนี้

เติมศักดิ์- ทำไมได้ข้อสรุปเร็วจัง

ปานเทพ- เพราะมันเยอะมากครับ หลายร้อยตัน สุ่มตัวอย่างกี่อันหรือตัวทุกก้อนไหม ทำไมสุดท้ายเหลือ 7 กิโลกรัม ผมว่ามันดูเกิดความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชนมาก นี้คือแบบที่1.นะครับ แบบที่ 2. ต้องเข้าใจว่ากัญชาเป็นพืชที่สูดทุกชนิด เวลาจะเร่งดอกเพื่อเพิ่มความเครียดเสียบราก บิดกิ่ง เพื่อให้เกิดความเครียดแล้วบีบเค้นให้มันออกดอกให้มาก มันจะเร่งดูดทุกอย่างเข้าไปในรากแล้วก็ขึ้นต้นไม้ เพราะฉะนั้นถ้ามีโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืช ขึ้นหมดตามธรรมชาติจริง แต่ผมมีคำถามข้อเดียว มันดูดแล้ว เมื่อสกัดเป็ฯกัญชาอัดแท่งแล้ว ไม่มีก้อนไหน ไม่ปนเปื้อนหรอกครับ คำถามคือมันปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ ไม่มีใครตอบ ที่ว่าเกิน เกินเท่าไหร่ ในแต่ละชนิด

เติมศักดิ์- คือตอนนี้มีข้อมูลที่มันคลุมเครือ

ปานเทพ- คลุมเครือมาก แล้วไม่บอกตัวเลขแล้วสำคัญคือบอกว่า ถ้าสมมุติปนเปื้อนต่อหน่วยเท่าไหร่ที่ว่าต่อหน่วยบริโภคแล้วเกินไหม เพราะว่าสมมุติสารพิษ 10 กรัมกับในน้ำดื่ม 20 กรัม เราพูดถึง 10 กรัมเท่ากันแต่มันครึ่งๆอันตราย แต่สมมุติ 10 กรัม กับน้ำ 1 ล้านกรัม

เติมศักดิ์- มันก็เกิดความเจือจางนะ

ปานเทพ- ผมก็ถามว่า 1 หน่วยบริโภคมันเท่ากันไหมในสารพิษและอย่างที่ว่า มันเกินค่ามาตรฐานไหม ไม่มีใครมีคำตอบเพราะในที่สุดแล้วกัญชาที่อัดแท่งคุณต้องบีบมาเป็นน้ำมันแล้วหรือสกัดเป็ฯน้ำมันแล้ว ค่อยไปวัดที่น้ำมันว่าเกินไหม แล้วเกินแล้วเวลาที่เขาผสมเจือจางแล้ว มันยังเกินอยู่ไหม ถ้าไม่เกินค่ามาตรฐานจะไปห้ามเขาได้ยังไงครับ โดยเฉพาะของอาจารย์เดชา 3 เปอร์เซ็นต์ถ้าปนเปื้อนจาก 2 เปอร์เซ็นต์เราพูดถึง 2 เปอร์เซ็นต์ใน 3 เปอร์เซ็นต์ มันเกินค่ามาตรฐานไหม ไม่มีตัวเลขชัดเจนและประการถัดมาที่ผมจะบอกว่าสิ่งที่ประชาชนยังสงสัยต่อมาก็คือว่า เวลาบอกว่ามันปนเปื้อน ผมเห็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอที่ปนเปื้อนมานั้นและ เพื่อจะขอวิจัยวิธีการสกัดว่ามันใช้อย่างอาจารย์เดชา มันได้สารสำคัญออกมากี่เปอร์เซ็นต์ วิธีแอลกอฮอล์กี่เปอร์เซ็นต์ วิธีบีบ วิธีใช้หรืออื่นๆ หรือว่าน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ออกมาแบบไหนได้ประสิทธิภาพมากที่สุด จะมีปนเปื้อนก็ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้ใช้ในมนุษย์

เติมศักดิ์- คือสูตรขออาจารย์เดชามีวิธีที่ทำให้มันเจือจาง

ปานเทพ- เจือจางมากครับ แล้วก็สกัดมา เสร็จแล้วก็เจือจาง คำถามก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแค่สัก 10 กิโลกรัม ไม่ได้มาใช้ในมนุษย์เลยจะขอว่าทดลองว่าสกัดแบบไหนผลฤทธิ์ออกมาเป็นอย่างไร ผลลัพธ์สารสำคัญเป็นอย่างไรยังไม่ได้เลยครับ ถามว่าจะเผาทิ้งมันถูกหรือผิด อย่างนี้โปร่งใสหรือไม่โปร่งใส อาจารย์เดชาจึงขอตรวจซ้ำ โดยภาคประชาสังคม ให้ภาคประชาสังคมเลือกองค์กรที่ตัวเองไว้วางใจที่เป็นสถาบันการศึกษา อาจจะมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้ อาจจะมีมหาวิทยาลัยรังสิตก็ได้ พร้อมตรวจอยู่แล้วครับ แล้วก็ยันข้อมูลว่าจริงหรือเท็จก่อนทำลายเพราะว่าดูเหมือนเร่งทำลาย

เติมศักดิ์- ตอนนี้ภาครัฐดูเหมือนจะทำลายเผาทิ้งทั้งหมด

ปานเทพ- ทั้งหมดไม่ให้เหลือเลย พอเผาทิ้งหมดก็ไม่เหลือของกลางทั้งที่จะใช้เอามาเป็นวัตถุดิบได้ให้กับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าอาจารย์เดชา การแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย เผาทิ้งให้หมดแล้วจะเหลือของใครครับ เหลือขององค์การเภสัชกรรมที่ใช้พันธุ์พืชนำเข้าจากต่างชาติทั้งหมด

เติมศักดิ์- โดยอ้างว่าถูกเผาไปแล้ว

ปานเทพ- มันไม่เหลือแล้ว คนไทยไม่เหลือแล้ว คนไทยที่เหลือถูดจับกุมกวาดล้าง ห้ามค้าขายในตลาดใต้ดินเพราะหมดช่วงเวลานิรโทษกรรม ของกลางก็ถูกเผาทิ้งปนเปื้อนทั้งหมด อันตรายทั้งหมด มันก็เหลือแต่องค์การเภสัชกรรมที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด

เติมศักดิ์- มันดูคล้ายที่จะเผาทิ้งเพื่อเป็นข้ออ้างให้ต้องนำเข้าใช่ไหม

ปานเทพ- นำเข้าไม่ใช่ขององค์การเภสัช ก่อนหน้านี้มีข่าวเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว บอกว่าจะนำเข้าตัวน้ำมันกัญชาเข้ามาเลย ตัวน้ำมันเลยนะครับอาจจะบอกว่า 1 ต่อ 1 ผมไม่รู้ แต่บอกว่าเพื่อทดแทนในสิ่งที่ขาดแคลนในประเทศไทย ไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันกัญชาเพียงแต่มันอยู่ใต้ดิน มีมากเพียงพอ วันนี้ผมเดินไปที่ไหนใครๆก็มีน้ำมันกัญชาทั้งสิ้น ผมไม่เห็ฯว่ามันจะเป็นของที่หายากเลยครับ เพียงแต่ว่ามันตกเป็นเหยื่อของพ่อค้าแม่ค้าที่เขาขูดรีดสำหรับบางคน บางคนมีสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน บางคนโดนหลอก บางคนโดนเจือจางแล้วก็ไม่มีฤทธิ์ทางยา บางคนเป็นยาปลอม

เติมศักดิ์- เพราะฉะนั้นนี้คือข้อเรียกร้องเร่งด่วนที่สุดใช่ไหมครับ ขอตรวจกัญชาอัดแท่งของกลางที่ยึดๆมา ขอตรวจว่ายังไงการมีสารปนเปื้อน สามารถทำให้เจือจาง ก่อนที่มันจะถูกเผาทั้งหมด เพื่อเป็นข้ออ้างในการนำเข้า

ปานเทพ- ใช่และผลิตภัณฑ์สุดท้ายอย่างอาจารย์เดชา ที่ใช้แค่ 3 เปอร์เซ็นต์ สารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในการบริโภคหรือเปล่า คือถ้าไม่มีชัดเจนผมคิดว่า มันเป็นเรื่องที่น่าเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ นี้คือข้อที่ 1. นะครับ ข้อที่ 2. เราเห็นว่าสิ่งที่เป็นพืชที่ไม่ออกฤทธิ์ทำให้เสพติด และไม่ทำให้เมาคือกัญชงหรือหรือ เฮมพ ซึ่งจะมีสารซีบีดี เป็นสารกลุ่มกัญชาเหมือนกัน ลดความเครียดแต่ไม่หลับ ไม่เมา เฉยๆนิ่งๆ ซึ่งคนเลยไม่นิยมมันไม่เกิดอาการ High หรือว่าเคลิบเคลิ้มเมา แต่มันนิ่งๆ ลดความเครียดแล้วก็ช่วยเรื่องโรคลมชักและโรคพาร์กินสัน มีประโยชน์มากนะครับกัญชงตอนนี้ต้องปลดล็อกเสรีเลยครับ เพราะมันไม่เมาไม่ออกฤทธิ์จากจิตประสาท ไม่หลับ คือคนจะกลัวกัญชา 2 เรื่องด้วยกัน คือเมากับหลับเพราะมันเกิดอุบัติเหตุได้ แต่ถ้ามันไม่มี 2 สิ่งนี้ มันต้องปลดล้อกแล้วครับ ซึ่งถ้าปลดล็อกเราจะมี 11 จังหวัดในภาคเหนือซึ่งปลูกกัญชงอยู่แล้ว เพียงแต่เขาปลูกเพื่อเอาใยมาเป็นผ้าอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไฟเบอร์

เติมศักดิ์- ซึ่งภาครัฐผูกขาดในการเพาะปลูก

ปานเทพ - รัฐผูกขาดเป็นของรัฐทั้งหมด รัฐปล่อยให้เสรีก็รอให้มันแค่ออกดอก และเอาดอกมาสกัดน้ำมันมาเป็นยา CBD ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเลยใช้ได้เลย แล้วใยผ้าก็ยังเหมือนเดิม ใยก็มาทำเป็นสิ่งทอได้เหมือนเดิมแต่ได้สิ่งอื่นมากขึ้นคือสาร CBD

เติมศักดิ์ - ยังให้ภาครัฐในการเอามาผลิต

ปานเทพ - ใช่ อย่าไปอ้างว่าไม่พอต้องนำเข้า เพราะคุณมีอยู่แล้ว แค่ปลดล็อกเรื่องที่สำคัญๆ ที่คุณจะปลดล็อกได้ กระท่อมเมาจริง แต่ว่าไม่เสพติด เพราะไม่มีงานวิจัยทั้งโลกบอกว่ากระท่อมเป็นยาเสพติด ลดไข้ ช่วยลดอาการเสพติดเฮโรอีน มีกำลัง ทนแดดได้ดีขึ้น กระท่อมก็ควรจะปลดล็อกได้ทันทีเพราะตอนนี้สิทธิบัตรต่างชาติจดกันเกลื่อนแล้วถ้าขืนเราช้าอยู่เราแพ้เช่นเดียวกัน ประการถัดมาก็คือ อันที่ 3 ก็คือ เราห่วงว่ากัญชามีสารปนเปื้อน สิ่งที่ควรทำนอกจากการปนเปื้อนที่อ้างว่ากัญชามีปนเปื้อน ขอรัฐยกเลิกไกลโฟเซต ยกเลิกพาราควอต หยุดสารพิษการนำเข้าทั้งประเทศ เหมือนกับที่ต่างชาติเขาทำกันเพียงแค่นี้ก็หยุดสารพิษในกัญชาโดยปริยายแล้ว และพืชทุกชนิด ไม่ว่าผัก ผลไม้ เพราะฉะนั้นอย่าแก้กัญชาที่ปลายเหตุ เพื่อบีบให้ทุกคนต้องใช้กัญชาในระบบปิดราคาแพง หยุดยั้งที่ยาฆ่าแมลงยาฆ่าวัชพืช จบไปครับอันที่ 3 อันที่ 4 ก็คือ นโยบายเร่งด่วนก็คือเราต้องกำหนดให้น้ำมันกัญชาซึ่งสกัดเต็มส่วนไม่ได้แยก CBD ไม่ได้แยก KSC ออกมา ถ้าสกัดเต็มส่วนตามลักษณะพืชของเขาให้ถือว่าเป็นยาแผนโบราณ เพราะองค์การอนามัยโลกบอกว่า ถ้าเป็นยาแผนโบราณให้ใช้ได้ในมนุษย์ทันที ไม่ต้องรอสัตว์ทดลองในมนุษย์ เหตุผลเพราะว่ากัญชาอยู่ในสรรพคุณเภสัชของเวชศาสตร์ฉบับหลวงรัชกาลที่ 5 149 ปีที่แล้ว ระบุสรรพคุณและวิธีการใช้ชัดเจน วิธีการสกัดของประเทศไทยมีตั้งแต่การหมัก ดอง ด้วยแอลกอฮอล์ สุรา เป็นยาไทยอยู่แล้ว ดังนั้นเรารู้องค์ความรู้นี้ รู้จักวิธีเคี่ยว เอาสารละลายสำคัญออกเหลือเพียงแต่ยาดิบเหมือนกับฝิ่น เราก็ทำแบบเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นน้ำมันกัญชาจึงต้องเป็นยาแผนโบราณ ถ้าเป็นยาแผนโบราณเราก้าวกระโดดไปสู่ในมนุษย์ เหลือเรื่องเดียวสกัดเป็นน้ำมันแล้วมันมีปริมาณยาเกิดขนาด เพราะฉะนั้นวิธีการก็คือรัฐต้องมีหน้าที่บอก 1 หน่วยบริโภคต้องให้น้ำมันกัญชา ซึ่งเราสกัดในยุคนี้ซึ่งเข้มข้นมากต้องผสมน้ำมันมะพร้าวจนเจือจางเหลือกี่เปอร์เซนต์ใน 1 หน่วยบริโภค พอแล้วครับ มันก็จะเท่ากับยาในต่างชาติ อย่างเช่น ซาติเวกซ์ อย่างเช่นไม่เกิน 3.5 มิลลิกรัม ต่อ 1 ฉีด เราก็กำหนดว่า 1 หยด มีน้ำมันมะพร้าวกี่เปอร์เซนต์ มีน้ำมันกัญชากี่เปอร์เซนต์ ซึ่งอาจารย์เดชาผ่านเลยครับในกระบวนการแบบนี้

เติมศักดิ์ - แต่ว่าข้อเรียกร้องนี้ ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขว่าเป็นน้ำมันกัญชาแบบไม่แยกส่วน

ปานเทพ - ไม่แยกส่วนสำคัญ ถ้าเป็นสารสำคัญต้องถือเป็นยาแผนปัจจุบัน เพราะเราต้องไปทดลองตามกระบวนการขั้นตอน

เติมศักดิ์ - แต่อันนี้เป็นยาแผนโบราณที่ไม่ต้องเริ่มทดลองในสัตว์ทดลองอะไรต่างๆ

ปานเทพ - ไม่ต้อง ใช้ในมนุษย์ ก้าวข้ามเลย เหมือนกับขมิ้นชัน ซึ่งเป็นสมุนไพรเดี่ยว เหมือนกับฟ้าทะลายโจรซึ่งเป็นสมุนไพรเดี่ยว ซึ่งแพทย์แผนไทยไม่เคยใช้ฟ้าทะลายโจรอยู่ในตำรับยาไทยเลยครับ ฟ้าทะลายโจรมาเป็นสมุนไพรใส่แคปซูลได้อย่างไร ยาไทยโบราณมีแคปซูลเหรอครับ ไม่มี ทำไมเป็นยาแผนโบราณได้ ทำไม้เป็นสมุนไพรเดี่ยวไม่เคยอยู่ในสรรพคุณเภสัชในอดีตมาก่อน ไม่เคยอยู่ในตำรับยาไทยของชาติมาก่อน ทำไมไทยมีสิทธิใช้ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรเดี่ยวได้ หรือ พญายอกลีเซอรีน พญายอ เป็นพืชที่ลดอาการเริ่ม ปรากฎว่าเขามาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ ไล่แอลกอฮอล์ทิ้งแล้วมาผสมกลีเซอรีนซึ่งไม่ใช่ยาไทยเลย ยังถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณของอภัยภูเบศรเลย คำถามก็คือว่ารูปแบบเดียวกัน ทำไมแยกกัญชาออกมาต่างหาก เพราะเขาต้องการกัญชาเป็นยาแผนปัจจุบันใช่หรือไม่ คนไทยจึงจะไม่มีโอกาสใช้แบบนี้ แบบพึ่งพาตัวเองได้ ถ้า พญายอกลีเซอรีน เป็นของยาแผนโบราณ ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร กัญชาก็ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ถ้ากลัวโอเวอร์โดส ยาทุกชนิดที่ผมพูดถึงมันก็โอเวอร์โดสได้ทั้งนั้น เราก็กำหนดโดสที่เหมาะสม หรือปริมาณยาที่เหมาะสม 5 ก็คือ เรื่องการเพาะปลูกเราสรุปก็คือว่าขอผู้ป่วยปลูกได้สำหรับตัวเอง เมื่อมีใบรับรองแพทย์ ขอสถานพยาบาลไม่ว่ารัฐหรือเอกชน ไม่ว่าจะเป็นคลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกแพทย์แผนปัจจุบัน ต้องสามารถเพาะปลูกเพื่อปรุงยาให้คนไข้หรือสกัดยาให้คนไข้ของตัวเองได้

เติมศักดิ์ - แล้วก็จะจำกัดจำนวนหรือเปล่าครับ

ปานเทพ - ถ้าจำนวนของผู้ป่วย ต้องจำกัด เพราะว่าเขาใช้ไม่เกินต่อคน แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลต้องอยู่ที่ความสอดคล้องกับปริมาณคนไข้ ถ้าเกิดคนเข้ามาเยอะๆ เราจะบอกให้เขาปลูกน้อยก็ไม่ได้ ในทำนองเดียวกันถ้าเป็นหมอพื้นบ้านอย่างอาจารย์เดชาที่มีส่วนร่วมกับประชาสังคม เช่น วัด ช่วยกันดูเรื่องศีลธรรมอันดีงาม ช่วยกันดูแลเรื่องวิธีการปลูก เขาก็จะดูแลปกป้องในพื้นถิ่นของตัวเอง ใครมาแอบปลูกแข่ง เขาก็จะบอกได้ว่าคนเหล่านั้นผิดกฎหมาย เขาจะเป็นผู้สอดส่องแทนรัฐเองโดยปริยาย โดยชุมชนนี้แหละครับ และสุดท้ายก็จะทำให้หมอพื้นบ้านมีสิทธิรักษาคนไข้ในราคาที่ถูกได้ แบบนี้เขาเรียกว่าเป็นการพึ่งพาตัวเอง ก็คือ ให้ใช้เสรีทางการแพทย์อย่างแท้จริง ประการที่ 6 ที่เราเสนอก็คือว่า ขอให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติด และเป็นพืชควบคุม ไม่ใช่เอากัญชาเป็นยาเสพติดแล้วจับคนเข้าคุก เพราะมันเสพติดยากกว่าเหล้าและบุหรี่ และประการที่ 7 ก็คือ เสนอว่าต้องให้กัญชาอยู่ในบัญชียาหลักของชาติ ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

เติมศักดิ์ - เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย

ปานเทพ - เข้าถึงแจกฟรี ไม่ต้องมีเงินก็ใช้ได้ เพียงเท่านี้นะครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือสิ่งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายก็พึ่งพาตัวเอง บีบให้นักวิจัยทั้งหมดและหมอทั้งหลายอย่าไปแย่งชาวบ้านทำในสิ่งที่เขาพึ่งพาตัวเองได้ หัดพัฒนาตัวเองให้เก่งและพัฒนาเพื่อพัฒนาโรคที่ร้ายแรง จะมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่าครับ

เติมศักดิ์ - ทั้งหมดนี้คือข้อเรียกร้อง 7 ข้อ ที่มันยังเป็นอุปสรรค ที่มันยังเป็นข้อจำกัดจนถึงเวลานี้ การปลดล็อกกัญชาเพื่อ เพื่อผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงยารักษาโรคชนิดนี้ได้ง่ายขึ้น เห็น ไบโอไทย เขาโพสต์เมื่อเช้าบอกว่า อีกอันหนึ่งที่น่าลุ้นเหมือนกันว่ากรมการแพทย์แผนไทยจะให้การรับรองตำรับน้ำมันเดชา เป็นตำรับยาพื้นบ้านหรือไม่ ซึ่งน่าจะนำไปสู่การผลิตการจำหน่ายต่อไปได้ใช่ไหมครับอาจารย์ เรื่องนี้สำคัญอย่างไรครับ

ปานเทพ - คือผมอยากจะบอกว่า อาจารย์เดชา ศิริภัทร ผสมน้ำมันกัญชา 3 เปอร์เซนต์ น้ำมันมะพร้าว 97 เปอร์เซนต์ แล้วอาจารย์เดชา แจก แล้วคนถามว่าแล้วอาจารย์เดชาเอาเงินมาจากไหน คำตอบก็คือว่า เงินมาจากคนเข้าฝึกอบรมไม่แพงครับ 2,000 บาท พัก 3 วัน 2 คืน มีที่พักค้าง มีอาหารด้วย แล้วฝึกอบรมตั้งแต่วิธีการปลูก หารมอง การสกัด การใช้ พูดถึงกรรม พูดถึงศีลธรรม เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการสุขภาพกายและจิตครบวงจร มีเรื่องอาหารแสลง ไม่ใช่แค่เรื่องกัญชาอย่างเดียว ใครมองมิติของอาจารย์เดชา เป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ คือคิดไม่ครบวงจร คำถามก็คือว่า ก่อนหน้านี้มีคนสงสัยเรื่องสารพิษ แต่วันนี้พอเป็น 3 เปอร์เซนต์ พอถามว่าตรวจแล้วมีสารพิษเกินเท่าไหร่ ไม่มีใครยอมบอกซึ่งแปลกประหลาดมาก ไม่ยอมรับเพราะตอนแรกบอกว่าสกัดโดยแนฟทา แต่งานวิจัยพบว่าถ้าสกัดโดยแนฟทาก็จะมีสาร THC สูงขึ้น เขาใช้ความร้อนสกัดเข้มข้นออกไป รัฐถ้าสงสัยเรื่องแนฟทา ว่าจะเป็นสารพิษรัฐก็ต้องตรวจว่าแนฟทาเกินไหม มาตรฐานใน 3 ประเด็นที่ว่านี้ มิติเรื่องความไม่ปลอดภัยตอนนี้จบแล้ว ทุกคนมองว่าไม่มีอันตราย อันนี้ 1 นะครับ แต่ประการที่ 2 เขาเริ่มสงสัยว่า 3 เปอร์เซนต์มีสรรพคุณออกฤทธิ์ทางยาไหม อันนี้มีนักวิชาการที่จะโจมตีเรื่องนี้ ซึ่งผมก็คิดว่ามี มีน้ำหนักที่ฟังดูเหมือนว่าอาจจะเป็นไปได้เพราะมันแค่ 3 เปอร์เซนต์ ปลอดภัย ปลอดภัยแน่ มันมีฤทธิ์ทางยาไหม

เติมศักดิ์ - คือก่อนจะให้การรับรองเป็นตำรับยาพื้นบ้านต้องผ่านด่านพวกนี้ก่อนใช่ไหม

ปานเทพ - ต้องผ่านด่านพวกนี้ แต่ผมอยากจะบอกว่า ของอาจารย์เดชา ถามว่ามีฤทธิ์ทางยาไหม ผมก็ยังไม่เคยตรวจนะครับ แต่ผมอยากจะบอกว่ามีผู้หายป่วยเป็นจำนวนมาก คำถามก็คือว่า เวลาเขาตรวจ เขาตรวจแบบไหนที่บอกไม่มีฤทธิ์ทางยา มัน 3 เปอร์เซนต์ใน 1 หน่วยบริโภค 1 หยด แล้วบอกไม่มีฤทธิ์ทางยา แต่อาจารย์เดชาพูดถึง 10 หยด ในผู้ชาย 5 หยดในผู้หญิง สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไป เพราะอย่างที่ผมบอกว่าสาร THC 10 กรัม หรือสารพิษเหมือนกัน มันเจือจางต่างกัน มันก็ใช้ปริมาณได้ไม่เท่ากัน คำถามคือ ได้ตรวจวินิจฉัย ปริมาณการใช้ต่อ 1 หน่วยบริโภค แล้วหรือยัง ว่าประชาชนได้รับผลดีหรือผลเสีย ที่สำคัญก็คือวันนี้ยังไม่มีผลลัพธ์เลยว่าตกลงการศึกษา 5,000 กว่าคนของอาจารย์เดชา ได้ผลดีจริงหรือเปล่า จริงๆ รัฐควรต้องเริ่มต้นจากการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตหรือการดูผลย้อนหลังจากสิ่งที่ทำมาแล้ว และถ้าจะดูผลจากในอนาคต ก็ปล่อยให้เขาทำ ถ้ามันปลอดภัยแล้วมีผลดีด้วยและติดตามผลในอนาคตตามรูปแบบใหม่ที่งานวิจัยพึงจะต้องไปเก็บข้อมูลเขา ไม่ใช่ไปเปลี่ยนโมเดลเขา เพราะโมเดลของอาจารย์เดชาไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์ มันมีโมเดลมิติทางสังคม ในเรื่องการพึ่งพาตัวเองได้โดยที่รัฐไม่ต้องมายุ่งเลย ไม่ต้องเอาสวัสดิการไปช่วยเขาเลย เพราะอะไรครับ อาจารย์เดชาได้เงินอบรมมาก็เป็นค่าสกัดและตัวกัญชามาจากไหน เขาแจกพันธุ์พืชให้ชาวบ้านไปปลูกครับ พอออกดอกมาอาจารย์เดชาก็มาสกัด แล้วก็แจกฟรี คือเป็นลักษณะของการเกื้อกูล พึ่งพา หมุนเวียนทั้งระบบ โดยใช้ศีลธรรมควบคุมดูแลคือวัดเป็นศูนย์กลางในการสกัด เพราะฉะนั้นแล้วผมก็คิดว่า อาจารย์เดชา ไม่ผ่าน หรือ ผ่าน ยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะอาจารย์เดชาตั้งใจจะ ถ้าจะขายก็คือเม็ดละบาท ทลายตลาดมืดเกลี้ยงเลย

เติมศักดิ์ - ถ้าผ่านก็ขายได้

ปานเทพ - ครับ หรือจะไม่ขายจะแจกฟรียังได้เลย แต่อยากจะบอกว่าต่างชาติมาเจอผงะ แจกฟรีจะทำอย่างไร คุณต้องพัฒนาในสิ่งที่ก้าวหน้ากว่า แพทย์แผนไทยก็เหมือนกัน ถ้าแพทย์แผนไทยได้ใช้มันก็ไม่ต้องไปเข้าสู่กระบวนการทางยาคือมันใช้ได้เลย พอใช้ได้เลยก็จะเสียผลประโยชน์คนหลายกลุ่มเลย นำเข้า ตลาดใต้ดิน ทำอย่างไร แล้วก็วงการหมอแผนปัจจุบัน จะรับได้ไหมในสิ่งที่เกิดขึ้น

เติมศักดิ์ - เพราะฉะนั้น น้ำมันเดชาออยล์ ตำรับน้ำมันอาจารย์เดชา ผ่าน ไม่ผ่าน

ปานเทพ - สำคัญ

เติมศักดิ์ - ผู้ป่วยเป็นหมื่นๆ รออยู่นะครับ ถ้าผ่านเขาก็สามารถไปรับเพื่อนำมารักษาอาการของเขาได้ แต่ถ้าไม่ผ่าน ผู้ป่วยก็แย่เหมือนกัน

ปานเทพ - ก็จะแย่ครับ เพราะว่าเขาใช้ใต้ดินอยู่และพออาจารย์เดชาแจกไม่ได้ ทุกคนก็มุดลงใต้ดินไปซื้อในราคาที่แพงมาก ผมฟังแล้วเศร้านะครับ มีอยู่จังหวัดหนึ่ง สุรินทร์ มีหมอแผนไทยท่านหนึ่งมาอบรมในกรมการแพทย์แผนไทยเพื่อใช้กัญชา เขาบอกขวดเล็กๆ ขวดเดียว 17,000 บาท กับคนจนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง กับคนจนชาวบ้านที่ต้องขายทรัพย์สิน ผมว่ารัฐยิ่งล่าช้ายิ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อน และผมคิดว่าเป็นเรื่องอำมหิตเกินไปที่ปล่อยให้สิ่งที่ชาวบ้านจะพึ่งพาตัวเองได้ กลายเป็นสิ่งที่จะต้องอยู่ภายใต้การทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ รักษาแบบหลบๆ ซ่อนๆ เป็นไปได้อย่างไรครับขึ้นทะเบียนคนครอบครองเฉพาะผู้ใช้ แต่ต้นทางกลับไม่มีใครพูดถึงว่าเขานำเข้ามาจากไหนและก็ไม่ยอมรับว่ามีอยู่จริง แล้วก็คิดว่าจะต้องไปนำเข้าจากต่างประเทศอย่างเดียว ต้องเผาทิ้งของกลางอย่างเดียว ผมคิดว่ารัฐต้องยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหาจากความเป็นจริงจึงจะมีโอกาสแก้ปัญหานี้ได้ครับ

เติมศักดิ์ - ครับ ขอบคุณมากนะครับอาจารย์ปานเทพ และนี้คือบทสรุปจาก 20 วันของ กิจกรรมรณรงค์เดินเพื่อผู้ป่วย ของอาจารย์เดชา ศิริภัทร นะครับ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...