xs
xsm
sm
md
lg

“พิภพ” แนะนักการเมืองเก่าวางมือ เพื่อประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พิภพ” แนะ “ประยุทธ์” วางมือทางการเมือง ถอนตัวไม่นั่งนายกฯ หากดันทุรังเกิดวิกฤตในสังคมแน่ รวมถึง “ชวน-ทักษิณ” ต้องเลิกชักใยการเมือง และนักการเมืองเมืองเก่าๆ ควรหยุดได้แล้ว เพื่อให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่เช่นนั้นเลือกตั้งกี่ครั้งก็ได้แบบเก่าๆ



วันที่ 13 พ.ค. นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน”

โดย นายพิภพ กล่าวช่วงหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรวางมือทางการเมืองในจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งก็คือช่วงนี้ อย่าให้ไปถึงวันโหวตนายกฯ ขอถอนตัวก่อนเลย ถ้าดันทุรังต่อไปจะเกิดวิกฤตในสังคม แล้วทหารจะถูกตั้งคำถามว่ารับผิดชอบประเทศมา 5 ปี ไม่สามารถกำจัดนโยบายประชานิยมได้

การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้านายทักษิณกำหนดเกมการเมืองถูกต้อง พรรคของทักษิณจะได้คะแนนเยอะกว่านี้ แต่พลาดพรรคของนายธนาธรจึงได้ส้มหล่นไป แต่ถึงยังไงพรรคอนาคตใหม่ก็ยังไม่ทำภาพชัดเจน ว่าจะหนุนทักษิณหรือจะเป็นประชาธิปไตยอิสระจริงๆ อันนี้เป็นความล้มเหลวของพรรคอนาคตใหม่

นายพิภพ กล่าวอีกว่า การลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของ นายอภิสิทธิ์ หลังได้ไม่ถึง 100 ที่นั่ง ทำจริงตามที่พูดไว้ แบบนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในประชาธิปัตย์ นอกจากหัวหน้าพรรคคนใหม่อยู่ภายใต้ร่มธงของ นายชวน หลีกภัย ตนอยากบอกว่าไม่เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น นายชวนก็ควรวางมือทางการเมืองได้แล้ว ไม่งั้นจะเสียคน รวมถึงทักษิณและนักกาารเมืองเก่าๆ คนอื่นด้วย

ที่การเมืองไทยไปไม่ได้เพราะยังได้คนเก่าๆ ผลประโยชน์เก่าๆ ประชาชนก็ยังเลือกตั้งในมิติแบบเก่าๆ เห็นได้จากกระแสเอาไม่เอาทักษิณ

คนต่อคำ

เติมศักดิ์- สวัสดีครับ ขอต้อนเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 คนเคาะข่าววันนี้ขอพูดเปิดใจ 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ได้รับอภัยโทษและปล่อยตัวจากเรือนจำวันศุกร์ที่ผ่านมา อาจารย์พิภพ ธงไชย สวัสดีครับอาจารย์ครับ

พิภพ- สวัสดีครับ

เติมศักดิ์- วันนี้จะตั้งใจว่าจะคุยเรื่องการเมือง เรื่อง 27 ปีพฤษภาประชาธรรม กับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ว่าก่อนจะไปเรื่องนั้น อาจารย์พิภพ ธงไชยครับ 87 วันในเรือนจำ อยากจะบอกเล่า อยากจะบอกความในใจอะไรบ้างกับพ่อแม่พี่น้อง เชิญครับ

พิภพ- ก็เกือบ 3 เดือน หย่อนไป 2 วัน อยากจะบอกว่า 2 เดือนแรกผมมีความสุขกับการติดคุก

เติมศักดิ์- เพราะอะไรครับ

พิภพ- เพราะเราได้อ่านหนังสือ ห้องสมุดในคุกก็มีหนังสือดีๆ เยอะ และหนังสือบางเล่มเราก็ไม่เคยเจอข้างนอก แล้วมีเวลาอ่านหนังสือเยอะ คิดดู 2 เดือน อ่านหนังสือไป 10 กว่าเล่ม ทั้งหนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือการศึกษา ทั้งหนังสือเรื่องเศรษฐกิจ ก็มีความสุข และได้คุยกับนักโทษ ซึ่งเป็นของใหม่ระหว่างเรา ปกติผมเป็น MGO ทำงานกับชาวบ้าน เราได้เจอกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา แล้วก็จากโครงการใหญ่ๆ ของรัฐฯ หรือของกลุ่มทุน วันนี้เข้าไปอยู่ในคุกเราได้เจอกับคนที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนยุติธรรมทั้งระบบ ทั้งระบบตั้งแต่ทนาย ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นคนที่ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมทุกคนนะ แต่ว่าความไม่เป็นธรรมมันก็ปรากฏอยู่ในผหมู่นักโทษที่ได้รับ แล้วก็ผมก็คิดว่าเป็นคำถามสำคัญของหมู่นักโทษว่า ทำไมเขาไม่ได้รับประกันตัว นักโทษที่ไม่ได้รับประกันตัว โดยเฉพาะคดียังไม่ได้ถูกพิจารณาในศาลก็มี อันนี้เป็นข้อแรก 2.บอกว่านักโทษไม่ว่าคดีอะไร ก็มีความเป็นมนุษย์ที่อยากมีโอกาสที่จะปรับตัวและทำดี ปัญหาว่ากระบวนการในคุกได้ให้โอกาสเขาไหม ในการเปลี่ยนตัวเองโดยใช้การศึกษา ผมเลยมีความคิดว่าเราควรมีความคิดเรื่องเปลี่ยนคุกให้เป็นมหาวิทยาลัย คือใช้กระบวนทั้งหมดที่คนพวกนี้ไปอยู่ในคุก ซึ่งมีเวลาว่างมาก ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้รับการศึกษาใหม่ๆ อันนี้ที่ผมคิดว่ากรมราชทันฑ์ขาดมิติเรื่องนี้ ผมยกตัวอย่าง เราถูกต้อนขึ้นเรือนนอนตั้งแต่ 3 โมงครึ่งเย็น ทุกคนต้องขึ้นเรืนนอนหมด มีตึกเดียว แล้วก็มีห้องต่างๆ 10 ห้อง ห้อง 1 มีนักโทษประมาณ 30 กว่าคนที่นอน วันแรกที่เราไปอยู่ เราถูกต้อนอยู่ในห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้สูงอายุอยู่ร่วมกับผู้มีความผิดปกติทางเพศ น่าสนุกนะ ผมก็เอ๊ะทำไมจึงเอาผู้สูงอายุกับผู้มีความผิดปกติทางเพศ เป็นเกย์ เป็นอะไร อยู่ด้วยกัน เขาคงเชื่อว่าผู้สูงอายุคงไม่มีความกอยากในเรื่องนี้ แล้วก็ไม่มีการที่จะปล้ำกันในเรื่องนี้ แต่การปล้ำเป็นไปไม่ได้ เพราะเปิดไฟตลอด เราก็ต้องนอนท่ามกลางมีแสงไฟ นี่เราก็อยู่ในห้อง 1 ห้องหนึ่งก็มีประมาณ 30 มี 10 ห้อง 300-400 และก็มีซอยกลาง ซอยกลางนี่ก็คือนักโทษไม่อยู่ในห้อง ที่เราต้อนเข้าไปอยู่และโทรทัศน์เปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึง 3 ทุ่มครึ่ง ไม่มีข่าว มีแต่ละครและก็หนังบางเรื่อง ไม่มีความรู้ เช่น รายการในหลวงรัชกาลที่ ๙ เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ทำไมไม่ให้พวกเราดู แล้วหลายคนอยากกลับไปที่เป็นชาวนา ที่มีที่ดิน อยากกลับไปมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง นี่ยกตัวอย่าง

เติมศักดิ์- ที่จริงการขัดเกลา การใก้การศึกษาผ่านทางโทรทัศน์ ก็เป็นอีกแบบช่องทางหนึ่ง

พิภพ- ผมพูดในช่วงที่เขาบังคับให้ดูโทรทัศน์ ส่วนช่วงอื่นๆ ช่วงเวลาตอนกลางวัน เราเข้าไป เราจะตื่นนอนกันประมาณตี 5 ครึ่ง รายการธรรมะจะมาแล้ว ทุกคนก็จะต้องตื่น ฟังธรรมะ ผมนี่จะตื่นนอนประมาณตี 4 ครึ่ง ฝึกโยคะ ฝึกการทำสมาธิแบบหลวงพ่อเทียน แล้วก็ทำกายบริหารบ้าง ตี 5 ครึ่งก็ฟังธรรมะ ฟังธรรมะเสร็จ เพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วก็นับจำนวน เรื่องนับจำนวนนี่สนุกนะครับ ผู้คุมจะกังวลมากว่านักโทษจะไม่มีหายนะ วันหนึ่งเรานับกี่ครั้ง ก่อนลงเรือนนอน 1 ครั้ง ลงเรือนนอนแล้วไปเข้าแถวเคารพธงชาตินั่งฟังธรรมะนับอีก 1 ครั้ง และจะย้ายไปอยู่ห้องต่างๆ ห้องกีฬา ห้องนู้นห้องนี้ นับอีก 1 ครั้ง กินข้าวกลางวันเสร็จนับอีก 1 ครั้ง ก่อนขึ้นเรือนนอนนับอีก 1 ครั้ง ทีแรกผมก็สงสัยนับทำไม อ๋อรู้แล้วว่านี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าขาดใครไปสักคน เป็นเรื่องใหญ่ของผู้คุม ก็เลยนับกันอยู่เรื่อย แต่ห้องสมุดดี ผมถามผู้ช่วย ผู้คุม ที่เป็นนักโทษ ซึ่งทำตัวเป็นบรรณารักษ์ เขาก็บอกว่ามีคนอ่านประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ ห้องสมุดก็เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง และผมได้ไปพบหนังสือดีๆ ในห้องสมุด เยอะจนกระทั่งผมจะเอาความคิดจากหนังสือเหล่านั้นมาทำงานต่อ นี่คือสภาพในคุก สิ่งที่ผมไม่ชอบในคุกที่สุดคือเรื่องอาหาร อาหารไม่อร่อยเลย พูดง่ายๆ แต่นักโทษที่มีสตางค์ เขาให้ใช้เงินวันละ 300 บาท หมายความว่าถ้าคุณเติมศักดิ์ไปเยี่ยมผม สงสารผมก็เอาไปเติมในบัญชีผม มีเท่าไหร่ก็แล้วแต่ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินให้เราคนละหมื่นทั้งแกนนำ เราก็จะใช้ได้วันละ 300 บาท เท่านั้น ไม่ได้แตกเงินนะครับ ระบบตรงนี้ดี เราก็ไปที่ร้านค้า ไปสั่งอาหารอะไรต่างๆ วันหนึ่งก็สั่งกันประมาณ 270 บาท 280 บาท แล้วเขาจะบอกว่าเงินเราเหลือเท่าไหร่ อันนี้ดี เราก็ซื้ออาหาร สั่งอาหารแบบนี้ ที่ให้แดน 4 ทำ รู้สึกจะเป็นแดน 4 ซึ่งเขาทำอาหารรวมใหญ่มาแล้ว ก็ทำพิเศษให้เราอีกสัก 2-3 อย่าง แต่รสชาติมันก็ไม่เอาไหน อันนี้เป็นข้อที่ถ้าคุกอยากจะปรับปรุง เพราะว่าอาหารมันเป็นความสุขที่สุดของมนุษย์จะทำให้มีชีวิต 2.ปรับปรุงเรื่องเรือนนอน อากาศมันแย่ ตอนเราขึ้นไป 4 โมงเย็น มันร้อนเหมือนเตาอุ่นนะ ไม่ใช่เตาอบ ร้อนไปจน 2-3 ทุ่ม ฝนตกที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ตกที่คุกเรา ก็ปรับปรุงการนอนสะหน่อย ให้ที่นอนลูกฟูม 3 ผืน ปู 2 ผืน ใช้ห่มนอน 1 ผืน หนุนหัวด้วย แต่ผมพิเศษได้หลายพื้นเพราะว่าผมมีอาการเจ็บกระดูกข้างหลัง แต่นอนผมก็เห็นนักโทษหลายคนอ่านหนังสือ อันนี้ก็เป็นปัญหาของเรือนจำเหมือนกัน บางทีก็ไม่ให้พกหนังสือขึ้นไปบนห้องนอน แต่กับแกนนำเราได้รับพิเศษนะ เราจะเอาขึ้นไปกี่เล่มก็ได้ นักโทษบางคนยังต้องฝากผมเลย บอกอาจารย์ช่วยหนังสือเล่มหนึ่ง หิ้วไปให้หน่อย เดี๋ยวขึ้นไปอ่านข้างบน นักโทษก็อยากอ่านหนังสือ แต่พบว่าเรือนจำยังบริการเรื่องนี้ไม่เป็นนโยบายที่ชัดเจน ให้ยืมหนังสือห้องสมุดขึ้นไปอ่านได้ อันนี้ผมว่าเสียโอกาส ผมอยากให้มีการพัฒนาโดยการใช้กระบวนการศึกษา เหมือนคุณเติมศักดิ์กับผมถ้าไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ ป.1 เราเป็นอย่างนี้ไหม อันนี้ผมคิดว่าจะต้องทบทวน

เติมศักดิ์- สิ่งที่อยากจะให้มีการปฏิรูปกระบวนยุติธรรมที่อาจารย์เห็น

พิภพ- คืออันแรกนะ ผมคิดว่าต้องสร้างองค์ความรู้จากของจริง เช่น การที่พวกเราเข้าไปในคุก 3 เดือน เราได้องค์ความรู้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนทำงานวิจัยเรื่องคุกแล้วปล่อยคำถามคำตอบให้พวกเราเขียน ไม่ได้เรื่อง และพวกนักศึกษาหรือครูบาอาจารย์ที่เข้าไปเยี่ยมคุกก็เป็นผักชีโรยหน้า

เติมศักดิ์- ผักชีโรยหน้า

พิภพ- แล้วนักโทษก็ร่วมมือนะ เราก็ต้องทำตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย ปกติเราก็เรียบร้อยอยู่แล้ว เพราะเราตระหนักอยู่เสมอว่า 1.เราเป็นนักโทษ 2.เราติดคุก เราต้องรู้ตัวเรื่องนี้เสมอ เพราะฉะนั้นอย่าไปเรียกร้องอะไรมาก สิ่งที่ผมอยากเสนอก็คือ ให้เปิดวิชาเกี่ยวกับคุกศึกษา ให้นักโทษที่เรียนจบปริญญาตรีไปเรียน แล้วที่ออกไปแล้วไปเรียน แล้วก็ให้ผู้คุมไปเรียน และให้นักวิชาการมา ผมคิดว่าจะทำให้กระบวนศึกษาเรื่องคนคุกมันชัดเจนขึ้น อันนี้ผมคิดว่าต้องทำเรื่ององค์ความรู้ แล้วก็ให้เรียนลำดับปริญญาโทเลย 2 คณะนิติศาสตร์ทั้งหมดจะต้องมีวิชาเกี่ยวกับคุกศึกษาขึ้นมา แล้วก็ให้คนที่เรียนทางกฎหมายได้รู้ความจริงของกฎการใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรม ต้องรู้ความจริงไม่ใช่คุณปล่อยให้นักศึกษาท่องตัวบทกฎหมายไม่มีประโยชน์ ก็มีประโยชน์แต่ไม่ได้ช่วยการแก้ไขปัญหา 2 เราต้องมีทัศนะคติในการมองคนคุกใหม่ แล้วคนพวกนี้เป็นมนุษย์อยากจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เราจะให้โอกาสเขาไหมต้องถามว่ารัฐจะให้โอกาสไหมที่จะให้พวกนี้ออกมา คือรัฐก็มีความตั้งใจที่จะให้พวกคนคุกออกมาแล้วประกอบอาชีพที่สุจริตเป็นต้น แต่ผมคิดว่าเรายังทำไม่เพียงพอ นี้เขาให้โบรชัวร์ถ้ามีอะไร เงินทองต้องการใช้ในการดำรงชีพ ก็ให้บอกไปที่เรือนจำเขาก็มีกระบวนการรองรับอยู่ แต่ผมคิดว่าในกระบวนการคุกทั้งหมด ยังไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางทัศนะคติ แต่ก็ต้องก่อนนะครับ ผมติดแค่ 3 เดือนหรืออยู่แค่แดนเดียว เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 8 แดน เราอยู่แดน 1 ซึ่งก็มีซักประมาณ 300 10 ห้องก็ประมาณ 3,000 ก็ประมาณ 4,000 แต่แดน 2-3 ก็จะมีมากขึ้น

เติมศักดิ์- เห็นว่าอยากเขียนหนังสือ

พิภพ- ผมเขียนแน่ ผมจะเขียนข้อเสนอ 2 ความรู้ที่ได้จากในคุกที่เกี่ยวกับเรื่องกับเรื่องการศึกษาและการพัฒนาเด็ก ผมจะมาทำที่มูลนิธิเด็ก ผมจะเปิดห้องเรียนฉลาดแบบยิว เห็นแก่ตัวแบบพุทธ เพราะโดนดูถูกโจมตีว่าเห็นแก่ตัว แล้วพุทธเป็นคำสอนที่ลดความเห็นแก่ตัว ผมก็เลยใช้คำล้อ ห้องเรียนฉลาดแบบยิว แล้วก็เห็นแก่แบบพุทธ ดูมันแย้งๆกันอยู่ ผมจะทำเดือนพฤษภาปีการศึกษาหน้าที่มูลนิธิเด็ก เราจะใช้กระบวนการฝึกความฉลาดแบบยิว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3,000 ปี ของยิวดูแล้วน่าสนใจเราเคยได้ยินไอสไตน์พูดว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ไม่เข้าใจเขาก็มาพูดให้พวกผมฟังบ่อย พออ่านหนังสือเล่มนี้จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เพราะยิวดำรงชีวิตอยู่ได้แล้วจนสืบเนื่องไปถึงประวัติเพราะจินตนาการ ได้แก่พระเจ้าก่อน ยิวจะไม่มีภาพของพระเจ้าที่เป็นรูปเป็นร่างเพราะฉะนั้นคนที่นับถือศาสนายิวก็จะมีจินตนาการว่าพระเจ้าเป็นยังไง อันนี้ก็จะทำ

เติมศักดิ์- ได้มีโอกาสสรุปบทเรียนกับเพื่อนผอง น้องพี่บ้างไหมครับว่าตกลงแล้วคดีชุมนุมทางการเมืองกับกระบวนการยุติธรรม ณ วันนี้มันควรจะมีการ

พิภพ- สมมุติว่าวันแรกท่านอธิบดีไปพบพวกเรา 5 คนในวันแรกเลยก็ยอมรับกับคำว่าคดีทางการเมืองมันไม่มีนิยามในกฎหมายไทย เพราะว่าอันนี้มันต้องทำก่อนเพราะของเราทั้งหมดที่พันธมิตรพี่น้องภาคพันธมิตรเคลื่อนไหว พี่น้องกปปส. ประกอบด้วยพี่น้องพันธมิตรประกอบเข้าไปร่วมด้วยก็เป็นเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง เผื่อเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่พอไม่มีคำว่าคดีทางการเมืองรัฐก็เอาใช้วิธีคดีบุกรุก คดีทำลายทรัพย์สินไป อย่างเช่นเราโดน 8 เดือนข้อหาบุกรุกเข้าสถานที่ราชการคือธรรมเนียบ เราบุกรุกไปเพื่ออะไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แล้วก็สนามหญ้าอาจจะ 5-6 ล้าน แต่ไม่มีคำว่าคดีการเมืองหรือพวกเราจะโดนคดีอาญาธรรมดา อันนี้ผมว่าต้องทำที่สรุปบทเรียน 2 ผมหมายถึงรัฐใช่รัฐบาลเท่านั้น รัฐต้องดูว่าประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวจำนวนมาก ซึ่งมี 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ปกป้องคุณทักษิณอย่างชัดเจน แต่อีกกลุ่มหนึ่งมีความต้องการมีอำนาจทางการเมือง หรือหนุดพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง หรือนักการเมืองใด นักการเมืองหนึ่ง ซึ่งผิดกับอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าฐานะของเรา ของพี่น้องพันธมิตร พี่น้องกปปส. ในการเคลื่อนไหวทั้งหมด มันเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นเราถึงได้อนิสงค์ในเรื่องคดีล้อมรัฐสภาคราวนี้ชัดเจนว่าพวกเราชุมนุมอย่างสงบและสันติ เพราะฉะนั้นผมว่าต้องแก้คดีต่างๆใหม่ ที่คนคุกทั้งหลายติดอยู่ ต้องมีการศึกษาใหม่ที่ผมเสนอว่าวิชาคุกศึกษา อันนี้ก็จะต้องทำ แล้วต่อไปก็จะถามต่อคนเข้าไปติดในคุกเยอะ แล้วบางทีผิดก็โดนที่อาจจะแก้ไขได้ แล้วจะไปทำไรกับคนเก่งพวกนี้ เราจะใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการควบคุมเขาไม่ให้สามารถทำพฤติกรรมความผิดแบบเดิมได้ แต่ให้ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก แล้วได้ทำประโยชน์หลายๆเรื่องดีไหม กระบวนการยุติธรรมเรานี้ใช้ ขบวนระบบที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาควบคุมผู้กระทำผิดนี้น้อยมากที่ เราเรียกว่ากำไลที่ติดที่เท้า อันนี้ผมคิดว่าเราควบคุมคนที่ทำผิด ยังไม่ได้ใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ 2. เรายังทำให้คนที่ไม่ผิด ต้องกลายเป็นคนผิดผมคิดว่าอันนี้ต้องทบทวนใหม่ในกระบวนการทั้งหมด

เติมศักดิ์- ต้องปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบเลยนะครับ

พิภพ- ทั้งระบบ คือผมเห็นใจกรมราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์เป็นที่รองรับสุดท้ายที่ตัวเองปฎิเสธไม่ได้ ศาลสั่งลงโทษไม่ให้ประกันตัว กรมราชทัณฑ์ก็ต้องรับหมด ความจริงกรมราชทัณฑ์ ได้งบประมาณน้อย เจ้าหน้าที่ก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบสูงกว่าข้าราชการทั่วไป ที่ผมเล่าว่านักโทษหายไปซักคนเจ้าหน้าที่โดนสอบสวนตายเลยนะ ก็เงินเดือนน้อย แล้วงบประมาณก็น้อย คิดดูว่าทั้งประเทศมีนักโทษเกือบ 4 แสน แต่ที่พูดกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพราะที่จริงสภาพคุกทั้งประเทศรับได้ไม่ถึง 2 แสน ผมว่างบประมาณนักการเมืองก็ไม่สนใจในเรื่องงบประมาณให้กรมราชทัณฑ์สามารถ พัฒนานักโทษ

เติมศักดิ์- หรือเรามักจะได้ยินคนที่เข้าคุกนี้ยิ่งไปเพิ่มทัศนะคติที่เลวร้ายต่อสังคมแล้วก็พฤติกรรมแทนที่ราชทัณฑ์จะเป็นที่แก้ไขหรือขัดเกลาอันนี้ก็เป็นเพราะว่าระบบด้วยและบางส่วนด้วย

พิภพ- ผมดูแล้วกระบวนการนักโทษที่จะไปเรียนรู้เพื่อไปพัฒนาการไปทำผิด ผมไม่ค่อยเห็นในแดนหนึ่ง แต่เขาอาจจะคุยซุบซิบกัน

เติมศักดิ์- เรามักอาจจะได้ยินแบบนั้น

พิภพ- ใช่ เรามักจะได้ยินแบบนั้น 2 เรามักจะได้ยินว่าในเรือนจำมักมีห้องแอร์ ไม่จริง ไม่มี มีอภิสิทธิ์สำหรับนักโทษบางคน มีจริง แล้วก็ชมผู้คุมนะหรือพนักงานกรมราชทัณฑ์ คงจะไม่เคยได้ยินผู้คุมใช้วาจาไม่ดี หรือด่าทอนักโทษเลย ไม่ได้ยินเลย ทุกคนอยู่ด้วยความให้เกียรติกันก็ต้องชม

เติมศักดิ์- นักโทษด้วยกัน

พิภพ- แล้วเขาก็ใช้นักโทษด้วยกันเอง มาเป็นผู้ช่วยเพราะฉะนั้นผู้คุมเกิดจะไม่ได้ทำไร ค่อยดูให้ระบบมันเดินไป นักโทษก็เป็นคนทำ นักโทษก็ไม่เคย มาบีบหรือพูดไม่ดีใส่กับเพื่อนนักโทษด้วยกัน แล้วผมไม่เคยการเห็นทุบตี หรือความขัดแย้งในแดนหนึ่ง ไม่มี ไม่เห็นมีการทะเลาะเบาะแว้ง ก็มีอาจจะมีชาวต่างชาติ 2 คนที่ไปเจออาละวาด นักโทษเขาก็จัดการกันเรียบร้อยแล้ว

เติมศักดิ์- ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน มุมมองประสบการณ์ชีวิตกันด้วยหรือเปล่าครับอาจารย์กับนักโทษรายอื่นๆ ที่อยู่ด้วยกัน

พิภพ- ก็ได้คุย ได้รู้รายละเอียดที่เขาถูกลงโทษคือมีนักโทษหลายคน ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการทางยุติธรรม ผมยกตัวอย่างรายหนึ่งถูกตำรวจเกลี้ยกล่อม ผมไม่พูดรายละเอียดเดี๋ยวจะไปเดาได้ว่าเป็นใคร เกลี้ยกล่อมบอกให้รับสารภาพแล้วจะได้รอลงอาญา ปรากฎพอขึ้นศาลแล้วไม่จริงเลย ติดคุก 8-9 เดือน แต่ตำรวจต้องการจะปิดคดี แล้วทั้งที่วันที่ขึ้นศาล พอบอกถูกลงโทษ 8-9 เดือน ภรรยาเขาตะโกนว่า "ไหนว่าจะรอลงอาญาไง" อันนี้กระบวนการหลอกกัน ในการทำคดีผมว่าทำให้เกิดผลที่ไม่เป็นธรรมกับในหลายคดี กลายนักโทษหลายคน

เติมศักดิ์- สุดท้ายอาจารย์อยากจะบอกกับพี่น้องพันธมิตร ที่อาจจะรู้สึกว่าแกนนำไม่น่าต้องติดคุก อาจารย์อยากจะบอกยังไงครับ

พิภพ- ก็อยากจะบอกว่ามีทั้งดีและไม่ดี เรารู้สึกตัวอยู่เสมอว่าเราถูกกฎหมายธรรมดา กฎหมายอาญาธรรมดา แล้วก็อาจจะติดคุกได้ เดิมที่เราคิดว่าไม่น่าจะติด เพราะดูคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วเป็นผลดีกับเราแต่สุดท้ายศาลฎีกาก็สั่งให้เราติดคุก 8 เดือน ก็เป็นเรื่องที่บอกกับสังคมว่าแกนนำก็สามารถติดคุกได้ แล้วก็จะต้องร่วมทุกข์ ร่วมสุข กับประชาชน ไม่ได้ถูกยิงบาดเจ็บ มีคุณสนธิ คนเดียวที่ถูกยิง การเข้าไปติดคุกก็ทำให้เป็นที่ยอมรับว่าแกนนำก็มีความกล้าพร้อมที่จะติดคุก 2 ศักยภาพของแกนนำ และความสามารถของแกนนำในการรณรงค์ความถูกผิด ผมคิดว่าความรู้ในคุกจะทำให้พวกแกนนำออกมาบอกกับสังคมว่าเราจะปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม อย่างไร แล้วสังคมก็ต้องฟังเพราะเราได้ติดมาแล้ว

เติมศักดิ์- งั้นของพักสักครู่นะครับ ช่วงหน้า 27 ปี พฤษภาประชาธรรมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เข้าสู่เรื่องการเมืองนะครับ สักครู่หนึ่งครับ เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคนเคาะข่าว วันนี้เราเปิดในอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาจารย์พิภพ ธงชัย ถึงช่วงนี้จะว่าด้วยเรื่องการเมืองนะครับอาจารย์ครับ 27 ปี นับจากพฤษภาประชาธรรม 2535 ปีนี้ 2562 เรามาถึงจุดที่พูดถึงเรื่องการต่อต้านการสืบทอดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง อาจารย์มองอย่างไรครับกับเรื่องนี้

พิภพ- มันก็เป็นปัญหาเก่า ตั้งแต่ 2475 ซึ่งสลับกันระหว่างการเลือกตั้งกับการรัฐประหาร มันเป็นปัญหาเก่าซึ่งแก้ไม่ตก เหตุที่แก้ไม่ตกก็คือว่า โอกาสที่คณะราษฎร ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กับกระบวนการที่ต่อต้านคณะราษฎร เป็นมาตลอด มันทำให้การเมืองก็เป็นอย่างนี้แล้วทหารซึ่งไม่ได้ถูกดึงมาเล่นการเมืองเต็มตัวในระยะแรก ก็ค่อยๆ ถูกดึงเล่นการเมืองเต็มตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้มาถึงจุดที่การสืบทอดอำนาจ แล้วสืบทอดอำนาจผมคิดว่าครั้งแรกที่ประชาชนรู้สึกก็คือสมัย จอมพล ถนอม กิตติขจร ที่รู้สึกว่าทหารกำลังคิดจะสืบทอดอำนาจ มันไปเริ่มที่จุดนั้น ต่อมาก็ที่ชัดเจนก็คือ พฤษภา 2535 ที่มีความรู้สึกว่า ทหาร โดยเฉพาะ พลเอก สุจินดา คราประยูร ต้องการสืบทอดอำนาจ อันนั้นก็เป็นความรู้สึกที่ต่อกันมา จนกระทั่งทำให้เกิดเหตุการณ์พฤษภา 35 แต่สุดท้ายความรู้สึกที่ทหารต้องเข้ามายุ่งทางการเมืองก็ถูกลาก เมื่อพี่ น้อง พันธมิตร ได้เคลื่อนไหว ใช้ชื่อ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทหารก็มาทำรัฐประหาร คือ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ก็มาทำรัฐประหาร และทำรัฐประหาร โดยไม่มีเป้าหมายที่จะพัฒนาประชาธิปไตยให้เข้าแข็ง ผมคิดว่าไม่มีเป้าหมายเพียงแต่จำเป็นต้องเอาทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรีตอนนั้น นี้ก็เป็นกระบวนการ ก็ทำให้เกิดประบวนการที่จะต่อต้านจาก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็มาเป็น กปปส. แล้วคนไทยก็เอาตัวเองออกจากการดึงทหารมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ แล้วคงยอมรับกันนะครับ ว่าประชาชนจำนวนหนึ่ง รู้ว่าพลังของประชาชนมันไปได้ที่จุดๆ หนึ่ง แต่ถ้าอยากจะมีเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและจัดการนักการเมืองที่ ทุจริต คอรัปชั่น ต้องมีทหารเข้ามา อันนี้คงต้องยอมรับกัน สมัย กปปส. ที่คุณสุเทพ นำ ก็มีความรู้สึกว่ากระบวนการนำของ กปปส. มีความเชื่อมโยงกับทหารคือคุณ ประยุทธ์ อันนี้ก็เป็นที่รู้กัน สุดท้ายทหารจะต้องมาเป็นคนจัดการอำนาจเก่า แล้วความผิดหวังของพี่ น้อง ประชาชน ทั้งพันธมิตร และ กปปส. ก็คือ ทหารกลับไม่ยอมจัดการอำนาจเก่าแบบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง กลับมาสร้างอำนาจใหม่ของตัวเอง แล้วความรู้สึกสืบทอดอำนาจ ตั้งแต่ พฤษภา 35 ตั้งแต่ จอมพล ถนอม กิตติขจร มันก็กลับไปอีก เราจะออกจากวงจรนี้ได้อย่างไร ผมว่าเป็นโจทย์อันนี้มากกว่า

เติมศักดิ์- ครั้งนี้ อย่างที่อาจารย์คงได้ติดตามการเมืองนะครับผ่านหนังสือพิมพ์ใช่ไหมครับ

พิภพ- เรือนจำอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งคือ เดลินิวส์ แล้วต้องอ่านช้าไปหนึ่งวัน ข่าวทาง ทีวี ไม่มีเลย แต่ว่าข่าวจากผู้มาเยี่ยมเยือนเนี่ยมีมากกว่า แล้วต้องยอมรับว่าผู้ต้องหาบางคนมีศักยภาพที่จะรู้เบื้องหลังกลไกทางการเมือง ผมยกตัวอย่างเช่น การประกาศ ในคุกมีบางคนรู้แล้วว่าจะประกาศในวันศุกร์ ที่ 3 อะไรอย่างนี้เป็นต้น ผมไม่รู้เขารู้มาอย่างไร เดิมทีผมก็เดานะ คิดว่าจะประกาศในวันที่ 4 อะไรอย่างนี้เป็นต้น เอาหล่ะ เรื่องการเมืองที่เรารู้จากผู้มาเยี่ยม กลไกบางอย่างของคนคุยเนี่ย เขาก็มีเครื่องไม้ เครื่องมือในการ ก็ได้แค่นี้ ทีนี้ปัญหาที่ผมอยากจะพูดต่อ ผมพูดบนเวทีพันธมิตรมาตลอด ว่าระบบประชาธิปไตยที่ล้มเหลวมีเยอรมันเป็นตัวอย่าง เพราะ ฮิตเลอร์ ได้เป็นผู้นำมาจากกระบวนการเลือกตั้ง แล้วก็นำประเทศไปสู่เผด็จการ มีหลายครั้งที่มีการเปรียบเทียบว่า คุณทักษิณมีลักษณะแบบฮิตเลอร์ คือนำประเทศไปสู่เผด็จการแบบทุนนิยม แต่เยอรมันได้รับบทเรียนใหญ่โตตรงที่นำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพ่ายแพ้สงคราม นักคิด ปัญญาชนและนักการเมืองเยอรมัน บอกว่า ต้องคิดใหม่ จะคิดพัฒนาประเทศแบบยุคฮิตเลอร์ไม่ได้แล้ว สิ่งที่เขาจะทำคืออะไร 3 เรื่อง ผมพูดบนเวทีพันธมิตรบ่อย ก็คือ 1.ปฏิรูปเศรษฐกิจ ให้เป็นเสรีประชาธิปไตยและไม่เกิดการผูกขาด 2.ปฏิรูปการเมือง 3.ปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเราทำไม่สำเร็จทั้ง 3 เรื่อง เศรษฐกิจ กลายเป็นผูกขาดมากขึ้น การเมืองไม่ถูกการเกิดพัฒนาเปลี่ยนแปลงเราจึงได้เห็นสภาพนักการเมืองวันนี้ ก็คือนักการเมืองเมื่อหลัง 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 มาตลอดแล้วก็มีทหารเข้ามารัฐประหารตลอด ก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ตอนโน้นวันนี้คุณมีชัย ออกแบบทางการเมืองใหม่โดยเฉพาะการเลือกตั้ง แต่ก็ผลปรากฏก็คือเกิดพรรคเล็กพรรคน้องเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราไม่ได้ทำคือปฎิรูปการศึกษา วันนั้นผมพูดกับท่านผู้ชม ตราบใดที่เรายังไม่ปฎิรูปการศึกษาการเมืองก็จะเป็นแบบนี้ เพราะคนก็จะมีจินตนาการในการเลือกแบบระบบการศึกษาของตัวเองที่ได้รับมา

เติมศักดิ์- แล้วก็ อย่างที่อาจารย์ก็คงทราบ ในการติดตามข่าวก็คือว่า ณ วันนี้ 2 เดือนผ่านไป หลังการเลือกตั้ง ก็ยังไปไม่ถึงไหน การจัดตั้งรัฐบาลก็ยังทำไม่ได้ แต่ว่าวันนี้เมื่อมีการรับรอง ส.ส. 498 คนแล้ว แล้วก็กำลังจะมีการประกาศชื่อ ส.ว. 250 ที่จะมาโหวตนายกรัฐมนตรีในสภาก็เป็นที่พูดกันว่าในที่สุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คงได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในสภาพที่เสียงปริ่มๆ น้ำ แล้วก็ต้องไปเอา ส.ว. 250 มาช่วยหนุนด้วย

พิภพ- เสียงในเรือนจำว่าอย่างไรรู้ไหมครับ บอกว่าคุณ ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

เติมศักดิ์- เพราะอะไรครับ อยากฟังเสียงจากเรือนจำ

พิภพ- เขามีตัวเก็ง 2 คน แต่ผมเอ่ยชื่อไม่ได้นะ ผมอยากจะดูเหมือนกันว่า เสียงในเรือนจำ จะเป็นอย่างนั้นไหม

เติมศักดิ์- ฟันธงจากเรือนจำ

พิภพ- ฟันธงจากเรือนจำเลย ว่าคุณ ประยุทธ์ จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี การเลือกนายกรัฐมนตรี จะนำไปสู่ก๊อก 2

เติมศักดิ์- คนนอก

พิภพ- คนนอก นี้เสียงในเรือนจำนะ ไม่รู้เขารู้กันได้ไง ผมก็ยังทึ่งอยู่ แต่ว่าเสียงในเรือนจำเนี่ยเคยทำนายเรื่องการอภัยโทษถูกมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องบอกว่าทำนาย เพราะตอนนั้นเราพูดก่อนจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เติมศักดิ์- คนนอกนี้หมายถึง คนนอกสภาไปเลย คนนอกมี 2 ความหมาย นอกแคนดิเดตนายก ซึ่งอาจจะอยู่ในสภาก็ได้ อย่างคุณชวน นี้ถือว่าเป็นคนนอก

พิภพ- ในเสียงจากเรือนจำบอกว่าคนนอกไปเลย นี้เสียงในเรือนจำนะ ผมจะดูว่ากระบวนการรอบแรกก็จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ นี้อยากจะดูเหมือนกัน แต่ประเด็นของผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนนอกแบบไหน คนนอก คนใน หรือว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีรรอบแรกสำเร็จหรือไม่สำเร็จ การเมืองไทยไม่พัฒนาขึ้น ในความเห็นผม เพราะว่าไม่มีการปฎิรูปการศึกษา แล้วคุณมีชัยเห็นประเด็นนี้ คุยกับผมนอกรอบ กินข้าวด้วยกัน ก่อนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ได้เห็นเรื่องนี้ แล้วจึงได้เอาเรื่องการปฎิรูปการศึกษาไปไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่กลไก รวมทั้งปฎิรูปตำรวจด้วย แต่กลไกการปฎิรูปต้องใช้คนในระบบเดิม ในระบบความคิดเดิมมันไปไม่ได้ ผมยังไม่รู้ว่าเมืองไทยจะหาทางออกอย่างไรเลย ในเมื่อใช้คนในความคิดเดิม ในระบบเดิม มาอยู่ในองค์กรอิสระ ก็นำพาองค์กรอิสระไปอย่างที่เราเห็นแล้วว่าไร้ประสิทธิภาพ ผมยกตัวอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชุดแรก เราเลือกคนที่ดีที่สุด ที่เราคิดว่าเป็นนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน ปรากฎว่าบริหารจัดการล้มเหลว นี้ผมยกตัวอย่างแล้วตอนนี้ปฎิรูปการศึกษาก็ยังใช้คนในกลไกเดิม ในระบบเดิม มันถึงจะไปไม่รอด แต่ก็มีข้อดีๆใน ข้อเสนอในการปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้ แต่ ตำรวจนี้ล้มทันที เพราะฉะนั้นปัญหาของเราก็คือว่า เราไม่ใช่ไม่มีความคิดดีๆ และไม่มีรัฐธรรมนูญที่พยายามจะเขียนหาทางออกให้สังคมไทย มี แต่ปัญหาว่าเราจะใช้คนดั่งเดิมตีฝ่าเรื่องนี้ได้ไหม ตอนนี้ผลก็คือ มันตีฝ่าไม่ได้ นักการเมืองเราก็ใช้ชุดเดิมอีก ใช่ไหมครับ มีชุดใหม่ มีกลุ่มคุณ ธนาธร เท่านั้น ผมยังไม่รู้ว่าเมืองไทยจะหาทางออกอย่างไรเลย ในเมื่อใช้คนในความคิดเดิม ในระบบเดิม มาอยู่ในองค์กรอิสระ ก็นำพาองค์กรอิสระไปอย่างที่เราเห็นแล้วว่าไร้ประสิทธิภาพ ผมยกตัวอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชุดแรก เราเลือกคนที่ดีที่สุด ที่เราคิดว่าเป็นนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน ปรากฎว่าบริหารจัดการล้มเหลว นี้ผมยกตัวอย่างแล้วตอนนี้ปฎิรูปการศึกษาก็ยังใช้คนในกลไกเดิม ในระบบเดิม มันถึงจะไปไม่รอด แต่ก็มีข้อดีๆใน ข้อเสนอในการปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้ แต่ ตำรวจนี้ล้มทันที เพราะฉะนั้นปัญหาของเราก็คือว่า เราไม่ใช่ไม่มีความคิดดีๆ และไม่มีรัฐธรรมนูญที่พยายามจะเขียนหาทางออกให้สังคมไทย มี แต่ปัญหาว่าเราจะใช้คนดั่งเดิมตีฝ่าเรื่องนี้ได้ไหม ตอนนี้ผลก็คือ มันตีฝ่าไม่ได้ นักการเมืองเราก็ใช้ชุดเดิมอีก ใช่ไหมครับ มีชุดใหม่ มีกลุ่มคุณธนาธรเท่านั้นเองที่ดูใหม่หน่อย นอกนั้นชุดเดิมหมดเลย นักการเมืองที่ได้มา และยังเลือกคนชุดเดิม

เติมศักดิ์- บทบาทของ ส.ว. 250 ที่แน่นอน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนเลือก ได้คุยกันไหม ตกลง ส.ว. 250 คนนี่อยู่ในกำมือของ พล.อ.ประยุทธ์จริงไหม

พิภพ- ไม่จริง เสียงในคุกบอกไม่จริง

เติมศักดิ์- โอเคได้มาอีกหนึ่งฟันธงละ ว่า ส.ว. 250 เสียงไม่จริง

พิภพ- ผมเคยพูดในรายการนี้ด้วยก่อนติดคุก ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบในเรื่องของอำนาจทางการเมืองพูดรวมๆ เลย ไว้เพื่อรองรับทหาร พล.อ.ประยุทธ์นั้นเอง แต่ฐานอำนาจทางการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงอันนี้สิจะเป็นตัวแปร แต่ผมยังไม่เห็นรายชื่อของ ส.ว. ยังไม่เคยมาจัดกลุ่มว่ากลุ่มไหนมีรากความคิดอย่างไร แต่มีความคิดแบบเดิม คือเรายังใช้คนเดิมที่มีความคิดในระบบแบบเดิมมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่ดีขึ้นสำหรับประเทศไทย

เติมศักดิ์- และอาจารย์ก็ยังเชื่อใช่ไหมครับว่า ส.ว. 250 เสียง จะไม่ได้เป็นเอกภาพ ชูพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯทุกคน

พิภพ- ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะหนุน พล.อ.ประยุทธ์ แล้วผมคิดว่าพูดด้วยความรัก พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยความเคารพ พล.อ.ประยุทธ์ ควรวางมือทางการเมืองในจังหวะที่เหมาะสม อย่าดันทุรังเป็นต่อเลย

เติมศักดิ์- ถ้าดันทุรังเป็นต่อภาพของปี 2535 จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

พิภพ- อาจจะเกิดแต่ไม่ใช่เกิดแบบปี 2535 มันจะเกิดวิกฤตในสังคม ปี 2535 มันวิกฤตทหารนะ แต่อันใหม่จะเกิดวิกฤตทางสังคมแล้วทหารจะถูกตั้งคำถามว่าคุณรับผิดชอบประเทศมา 5 ปี คุณไม่สามารถขจัดนโยบายประชานิยมไปได้ ถ้าคุณทักษิณกำหนดเกมทางการเมืองที่ถูกต้องได้ พรรคคุณทักษิณจะได้คะแนนมากกว่านี้เยอะเลย แต่เพราะการกำนดทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง เลยพลาดพรรคของคุณธนาธรเลยส้มหล่นไปประมาณครึ่งหนึง แต่คุณธนาธรก็ไม่ได้ทำภาพชัดเจนว่า ว่าตัวเอลจะหนุนการเมืองกลุ่มทักษิณหรือจะเป็นนักประชาธิปไตยอิสระจริงๆ ผมคิดว่าอันนี้เป็นความล้มเหลวของพรรคอะไรนะ อานคตใหม่ บอกได้เลยว่าล้มเหลว ทำให้ประชาชนกังขาว่าคุณมีส่วนที่สนับสนุนอำนาจเก่าในระบบทักษิณอยู่

เติมศักดิ์- กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี้ข้อเรียกร้องของอาจารย์คือให้ยุติบทบาททางการเมืองในเวลาที่เหมาะสม คือหมายความว่าก่อนที่จะ

พิภพ- คือเวลานี้เหมาะสมที่สุด

เติมศักดิ์- อย่าต้องไปให้ถึงการโหวตนายกฯ เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในสภา

พิภพ- พล.อ.ประยุทธ์ อาจบอกว่าขอถอนตัวในการที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เหมือนที่คุณอภิสิทธิ์บอกจังหวะก้าวของตัวว่าถ้าแพ้คะแนนเสียงไม่ถึง 100 จะออก ซึ่งตอนนั้นคุณอภิสิทธิ์เชื่อว่าคะแนนเสียงมันจะเกิดร้อยนะ ไม่ได้คิดว่าจะขนาดนี้จะ 40 กว่าเสียง แต่คุณอภิสิทธิ์เป็นสุภาพบุรุษที่พูดคำไหนคำนั้น และลาออก และประชาธิปัตย์จะเกิดความเปลี่ยนแปลงนอกจากคนที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ใต้ร่มธงของคุณชวน หลีกภัย แล้วผมอยากบอกว่าไม่ใช่เรียกร้องแต่คุณประยุทธ์ คุณชวนควรลามือทางการเมืองได้แล้วเป็นผู้อาวุโสในพรรคประชาธิปัตย์ไม่งั้นคุณชวนจะเสียคน ผมอยากจะเรียนด้วย ผมเคารพ ผมเรียกพี่ชวน เพราะนักการเมืองเก่าๆควรวางมือ คุณทักษิณจังหวะพลาดไม่วางมือ แล้ววันนี้มาให้สัมภาษณ์ว่าเพราะไม่มีคนบอกให้ผมวางมือ

เติมศักดิ์- น่าจะมาบอกผม พูดในทำนองนี้

พิภพ- เอ่อ ใช่ น่าจะมาบอกผม ผมไม่รู้ว่าคุณทักษิณหมายถึงใคร เพราะงั้นถ้าคุณทักษิณจังหวะที่จะออกทางการเมืองคนไทยจะนึกถึงคุณทักษิณ แต่ตอนนี้จะตราหน้าว่าคุณคือคนที่ก่อความวุ่นวายให้กับประเทศ คุณทักษิณจะเอาอย่างไร มีทางเลือก แล้วการเมืองที่มันไปไม่ได้ อยู่ทุกวันนี้ก็คือเรายังได้คนเก่าๆ ที่มีความคิดแบบเก่าๆ มีผลประโยชน์แบบเก่าๆ เข้ามาวงการเมือง แล้วคุณเลือกประชาชน ก็ยังเลือกในมิติแบบเก่าอยู่ คุณจึงเห็นได้ใช่ไหมกระแสเอาหรือไม่เอาทักษิณมันจึงกลับมาอีก

เติมศักดิ์- คุณอนุทินละ ตอนนี้ก็ลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นนายกฯได้เหมือนกัน

พิภพ- ผมไม่รู้จักคุณอนุทิน

เติมศักดิ์- อ่อ

พิภพ- วิเคราะห์ไม่ได้ว่าได้เป็นนายกฯ ผมวิเคราะห์ได้ว่าคุณอนุทินก็มาจากนักการเมืองเก่า และความคิดทางการเมืองเก่า ประเด็นของผมคืออันนี้นะ ถ้าคนไทยไม่สามารถหลุดจากความคิดทางการเมืองเก่า ไปสู่ความคิดทางการเมืองใหม่ได้ มันก็จะย้่ำเท้าอยู่กับที่แบบนี้ แต่ที่นี้คนที่สามารถที่จะแก้ไขสังคมไทยได้มันไม่มีโอกาส ญี่ปุ่นใช้คนนอกคือสหรัฐฯ เยอรมนีก็ใช้กลไกข้างนอกคือสหรัฐฯ ด้วยความเป็นนักคิดของคนเยอรมนีก็ทำให้หาทางออกทางการเมืองในสมัยฮิตเลอร์ได้ เราไม่มี

เติมศักดิ์- ถ้าผลลัพธ์ได้นายกฯ คนนอก หมายถึงนอกสภาเลย หมายถึงนายกฯคนกลางใช่ไหม อาจารย์พิภพครับความหมายนั้น

พิภพ- ไม่รู้คนกลางหรือเปล่าแต่นอกสภา

เติมศักดิ์- ถ้าผลลัพธ์เป็นอย่างนั้นจริงๆ จะเป็นโอกาสที่ดีไหมในการจะทำให้เปลี่ยนแปลง

พิภพ- ไม่แน่ใจ เพราะผมยังไม่รู้ที่จริงผมมีชื่ออยู่ในสมอง แต่ว่ามันพูดออกอากาศไม่ได้หรอก ซึ่งผมยังไม่เห็นคุณภาพของคนที่อยู่ในหัวผมจะพาประเทศชาติออกจากวงจรเดิมได้ แต่ก็น่าลองนะ น่าลองคนใหม่สำหรับผมก็คิดว่าน่าลอง แต่ผมคิดว่าทั้งหมดเนี่ยมันมีความสัมพันธ์กันที่ทำให้สังคมไทยไม่สามารถออกจากวงจรเดิมได้

เติมศักดิ์- ครับ

พิภพ- แต่ประชาชนจะเห็นปัญหาแล้วจะมาจัดการปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนแปลงการเลี้ยงดู การให้การศึกษา กับลูกหลานตัวเองใหม่ มันจึงจะนำทางออกจากวงจรเดิมได้ จำได้ไหมสมัยรัชกาลที่5 พระองค์ท่านเอาโอรสของท่านไปเรียนและขุนนางใหม่ๆไปเรียนมันจึงเกิดความคิดใหม่กลับมาไง และวันหนึ่งในหลวงรัชกาลที่5 บอกกับนักเรียนนอกที่ทำหน้าที่ฑูตที่อังกฤษ บอกให้คิดมาสิว่าจะเสนออะไรใหม่ที่จะทำการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศสยาม ก็เสนอมาจริงๆนะ อันนี้ประวัติศาสตร์เรื่องนี้มันยาว

เติมศักดิ์- ครับ

พิภพ- เพราะฉะนั้นมันต้องมีคนที่คิดใหม่แบบที่รัชกาลที่5 พระองค์ท่านได้มอบภาระกิจอันนี้ให้กับคนที่เป็นนักเรียนนอก

เติมศักดิ์- สุดท้ายครับถ้าเราเอาประวัติศาสตร์ปี 35 เป็นตั้งแล้วสรุปบทเรียนเนี่ย เราจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งแบบนั้น ยังมีหนทาง ยังโอกาส ยังมีช่องทางอยู่ใช่ไหมอาจารย์ครับ ในครั้งนี้

พิภพ- อย่างนี้คุณเติมศักดิ์ อย่าไปกังวลเรื่องความขัดแย้ง สิ่งที่เราควรกังวลมากที่สุดคือความขัดแย้งนั้นต้องเป็นสันติวิธี แต่ความขัดแย้งจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่ต้องเป็นอย่างสันติวิธี โลกพันธมิตรเราเราก็เสนอให้เกิดความขัดแย้งความเปลี่ยนแปลงต้องเป็นสันติวิธีเพราะว่ามันจะเกิดความขัดแย้งอย่าไปกังวลเรื่องความขัดแย้ง สิ่งที่สังคมไทยควรกังวลคือความขัดแย้งไม่ให้เกิดการนองเลือดได้อย่างไร

เติมศักดิ์- นี่ละครับที่เป็นห่วงมันจะนองเลือดอีกครั้งหรือเปล่า

พิภพ- ผมคิดว่าสังคมไทยมีบทเรียนมากพอ 2.สังคมไทยผ่านการนองเลือดมาแล้ว และสามารถควบคุมการนองเลือดและความขัดแย้งได้ ให้อยู่ในวงจำกัดได้ ผมยกตัวอย่างนะพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ทหารมีศักยภาพพอที่จะให้พรรคคอมมิวนิสต์อยู่บนภูเขาเท่านั้น อยู่ที่ราบไม่ได้ และเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ สามารถควบคุมความรุนแรงใน 48 ชั่วโมง ยกเว้นพฤษภา 35 ยกเว้น 14 ตุลาฯ ซึ่งความรุนแรงกินเวลา แต่ถึงกระนั้นก็สามารถควบคุมได้ นี่ศักยภาพคนไทยจริงๆนะ ผมต้องชมเรื่องนี้ว่ามันเป็นวัฒนธรรม ผมยกตัวอย่างในคุกแถมสักนิดหนึ่ง ผมนึกไม่ถึงเลยว่าคนคุกมีปฏิกิริยากับคนที่ทำผิดกับการละเมิดทางเพศ เขาจะจัดการเลย เอ่อวัฒนธรรมนี้มันเกิดได้อย่างไรกับคนคุก คนไทยต้องดูให้ดีมันมีวัฒนธรรมบางตัวทางการเมืองที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ แต่ความขัดแย้งมีแน่ ผมอยากสรุปตอนท้ายว่าสิ่งที่คุณประยุทธ์ไม่ได้ทำคือไม่สามารถแก้นโยบายประชานิยมให้เป็นรัฐสวัสดิการ ผมว่าถ้าแก้ตัวนี้ได้นะ 2.ให้มีปฏิรูปการศึกษา เมืองไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่หนุนหลังอย่างสมบูรณ์อยู่แล้วไปได้ และจะเป็นประเทศหน้าอยู่

เติมศักดิ์- ครับ และต้องย้ำว่าการตัดสินใจทางการเมืองของ พลเอก ประยุทธ์ ในเวลาที่เหมาะสมคือตอนนี้จะเป็นตัวปลดล็อคเงื่อนไขได้

พิภพ- ใช่ แล้วคุณประยุทธ์ ก็ได้รับการยอมรับว่าตัวเองไม่มีความมัวหมองเรื่องทุจริตคอรัปชั่น มันมีความมัวหมองเฉพาะคนรอบๆตัวซึ่งคุณประยุทธ์จัดการไม่ได้ คุณประยุทธ์ต้องยอมรับตรงนี้นะ จัดการคนรอบๆตัวในการควบคุมการทุจริตคอรัปชั่นไม่ได้

เติมศักดิ์- เพราะฉะนั้น พลเอก ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจให้ดีนะว่าจะลากประเทสไปสู่เงื่อนไขนั้นอีกหรือเปล่านะครับ

พิภพ- ถ้าคุณประยุทธ์ ไม่ตัดสินใจลาวางมือนะ นั่นจะนำประเทศไปสู่ความขัดแย้งซึ่งคุณเติมศักดิ์ก็กังวลว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ที่เกิดการนองเลือดหรือเปล่า แต่ผมก็อธิบายไว้แล้วว่าสังคมไทยมันคุมตัวนี้ได้

เติมศักดิ์- ครับ วันนี้ขอบคุณมากนะครับ และคงต้องกราบลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...