xs
xsm
sm
md
lg

คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนฯ จัดซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในพื้นที่จริงเป็นครั้งแรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นการฝึกซ้อมในพื้นที่จริงครั้งแรก

วันนี้ (17 เม.ย.) เวลา 16.35 น. คณะอนุกรรมฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จัดการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นการฝึกซ้อมในพื้นที่จริงครั้งแรก

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 ขบวนพยุหยาตราสถลมารคเลียบพระนคร อันเป็นริ้วขบวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ จากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง ไปทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร-วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม-วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ด้วยพระราชยานพุดตานทอง รวมระยะทาง 6.77 กม.ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยริ้วขบวนมีความยาวเกือบ 500 เมตร

เส้นทางที่ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เริ่มจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เลี้ยวซ้ายประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาประตูวิเศษไชยศรีมุ่งหน้าสู่ถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายแยกศาลหลักเมืองถนนราชดำเนินใน แล้วเลี้ยวขวาแยกผ่านภิภพลีลา ถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนตะนาว ตรงไปยังเกยวัดบวรนิเวศวิหาร ระยะทาง 1.9 กม.

ต่อมาออกจากวัดบวรนิเวศเลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ และเลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินกลางตรงไปยังแยกโรงแรมรัตนโกสินทร์แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองหลอด ตรงไปจนถึงแยกถนนอัษฎางค์แล้วเลี้ยวขวา เข้าถนนเฟื่องนครไปตามเส้นทางหลังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ระยะทาง 3.18 กม.

จากนั้นขบวนออกจากเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตรงไปเลี้ยวขวาถนนเจริญกรุง มุ่งหน้าสู่แยกท้ายวัง เข้าสู่ถนนท้ายวังตรงไปยังเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ระยะทาง 500 เมตร

ต่อมาริ้วขบวนออกจากเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทางถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาถนนมหาราช มุ่งหน้าสู่แยกท่าช้างแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน ตรงไปจนถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรี และเลี้ยวขวาเข้าประตู ตรงไปจนถึงประตูพิมานไชยศรีเลี้ยวซ้ายกลับไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทาง 6.77 กม.

สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้นเป็นการเดินตามเสียงกลองนับก้าว 85 ก้าวต่อนาที ก้าวละ 40 ซม. ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลง ได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ใช้พลแบกหาม 32 นาย และจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลแบกหามทุก 500 เมตร

รูปแบบริ้วขบวนเริ่มจากม้านำ 2 ม้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดุริยางค์ทหารบกนำขบวน 109 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นผู้บัญชาการกองผสม 1 นาย ทส.ผบก.กองผสม 1 นาย นายทหารประจำกองผสม 8 นาย กองพันทหารเกียรติยศนำจาก ร.1.รอ.166 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 นำริ้ว 1 นาย ต่อมาเป็นกลองมโหรทึก 16 นาย สารวัตรกลอง 4 นาย กลองชนะลายเงิน 40 นาย กลองเงิน 40 นาย กลองชนะแถวลายทอง 40 นาย กลองชนะลายทอง 40 นาย สารวัตร 2 นาย แตรฝรั่ง 20 นาย แตรงอน 32 นาย สังข์ 8 นาย

ถัดมาเป็นตอนผู้อำนวยการริ้ว ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 13 นาย ตามด้วยเครื่องสูงหน้าประกอบด้วย ธงสามชาย 4 นาย ฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า 40 นาย

จากนั้นเป็นพระราชยานพุดตานทอง ที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั่งอยู่ ซึ่งจะมีคู่เคียงพระราชยาน อันเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายทหารอยู่คู่เคียงพระราชยานทั้ง 2 ฝั่ง ถัดมาเป็นฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง 40 นาย ดุริยางค์กองทัพบก 74 นาย และปิดท้ายด้วยกองพันตามจากทหารกองพันเกียรติยศ ร.11.รอ.จำนวน 166 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มีประชาชน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจมานั่งชมตลอดสองข้างทางที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน บางคนก็นำกล้องถ่ายภาพส่วนตัวบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในพื้นที่จริงจะมีอีก 2 ครั้งคือวันที่ 21 เม.ย.และวันที่ 28 เม.ย.นี้