xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 31 มี.ค.-6 เม.ย.2562

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

1.ยื่น กกต.ยุบ อนค.ส่อล้มล้างสถาบันฯ แจ้งจับ “ปิยบุตร” เป็นภัยต่อ ปท. ด้าน “ธนาธร” เจอ ม.116 -ถูกจับโกหกเรื่องหุ้น!
(ซ้าย) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  (ขวา) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสในโลกโซเชียลเริ่มตรวจสอบประวัติและแนวคิดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เนื่องจากจะได้เป็น ส.ส.มีที่นั่งในสภา สังคมและโลกโซเชียลจึงเริ่มห่วงว่า แนวคิดของนายปิยบุตรที่สังคมเคยรับรู้ทั้งผ่านคลิปและคำพูดจากปากนายปิยบุตรในงานเสวนาหรือหนังสือที่เจ้าตัวเขียนในอดีต ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดด้านลบต่อมาตรา 112 ต้องการแก้ไข/ยกเลิกมาตรา 112 (กฎหมายเอาผิดผู้ที่ดูหมิ่นหรืออาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์) และยังมีการกล่าวในลักษณะที่ทำให้คนฟังรู้สึกได้ว่า สถาบันกษัตริย์อาจได้รับความเสียหายหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ประชาชนเริ่มมองว่า นายปิยบุตรเหมาะสมที่จะเป็น ส.ส.หรือไม่ เพราะหากเข้ามาเป็น ส.ส.หรือร่วมเป็นรัฐบาล จะนำไปสู่การยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 รวมถึงเป็นการสั่นคลอนหรือทำลายสถาบันฯ หรือไม่

แม้ว่านายปิยบุตรจะพยายามอ้างว่า คลิปหรือคำพูดต่างๆ เป็นการพูดถึงกษัตริย์ประเทศอื่น แต่หลายคนที่ฟังและอ่านต่างยืนยันว่า นายปิยบุตรพูดถึงกษัตริย์ของประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศอื่น ทั้งยังเป็นการพูดถึงกษัตริย์ ในห้วงเวลาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์อยู่ด้วย ส่งผลให้หลายภาคส่วนเริ่มออกมาเตือนสติผู้ที่คิดไม่ดีต่อสถาบัน ขณะที่บางคนเข้าแจ้งความต่อตำรวจให้ดำเนินคดีฐานเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากสถาบันกษัตริย์เป็น 1 ในสถาบันหลักของชาติ นอกจากนี้ยังมีประชาชนเข้าชื่อเพื่อถอดถอนนายปิยบุตรออกจาก ส.ส.ด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของกองทัพบกต่อสถานการณ์การเมืองเมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับวาทกรรมที่มีการแบ่งแยกระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ จึงอยากถามว่า ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เป็นคนไทยด้วยกันหรือไม่ วาทกรรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่ออะไร ต้องการให้เกิดสงครามกลางเมืองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร

พล.อ.อภิรัชต์ ยังเตือนสติผู้ที่อาจมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยด้วย “ผมขอร้องนิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ ข้าราชการหลายท่านไปร่ำไปเรียนศึกษาต่างประเทศกันมา ไม่ว่าจะประเทศใดก็ตาม บางท่านได้ทุนของราชการไป หรือได้ทุนของในวังไปร่ำไปเรียนมา ผมไม่ได้ว่า จะไปเรียนระบอบประชาธิปไตยของประเทศอะไรมา แต่ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรมระบอบประชาธิปไตยของตัวเอง ...เราอยู่กันแบบไทยๆ นี่คือวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ขอให้รักกัน จะไปร่ำไปเรียนที่ไหนมา ไปเอาตำราประเทศไหนมาแล้ว มาดูด้วยว่า ควรจะมาดัดแปลง แต่ไม่ใช่พยายามจะเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่าไปเอาความซ้ายจัดที่ไปเรียนมาแล้วมาดัดจริต ประเทศอื่นไม่มีที่จะมีแบบนี้ นี่คือเมืองสยาม เมืองแห่งรอยยิ้ม เมืองที่มีระบอบประชาธิปไตยของเราแบบนี้”

ด้านนักร้องชื่อดัง น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ หลังจากได้ดูคลิปที่นายปิยบุตรพูดในงานเสวนาเรื่อง ”การเมือง ความยุติธรรม และกษัตริย์” ซึ่งจัดขึ้นที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2556 ที่มีการแชร์กันจำนวนมากในโลกโซเชียลแล้ว รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เพราะมองว่าคำพูดของนายปิยบุตรส่งผลลบต่อสถาบันกษัตริย์ของไทย จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจกองปราบฯ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ให้ตรวจสอบว่า คลิปคำพูดของนายปิยบุตรขัดต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ โดยนำหลักฐานคลิปวิดีโอความยาว 51 นาที พร้อมสำเนาบทถอดคำพูดอย่างละเอียดมอบให้พนักงานสอบสวน

น.ส.หฤทัยกล่าวว่า แม้ตนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่ในฐานะพลเมืองไทยที่ดี จึงมาร้องทุกข์ เพราะนี่เป็นความเสียหายต่อรัฐ จึงต้องการให้รัฐตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดเกี่ยวกับความมั่นคงหรือไม่ เนื้อหาที่นายปิยบุตรกล่าวถึง อาจทำให้ผู้คนทั้งชาวไทยและทั่วโลกเกิดความเข้าใจผิดกับสถาบันหลักของชาติหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะงานเสวนาดังกล่าว นายปิยบุตรยังอยู่ระหว่างดำรงตำแหน่งอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายสุรวัชร สังขฤกษ์ ประธานกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ได้เข้ายื่นหนังสือคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เนื่องจากเห็นว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่งและวรรคสอง เข้าข่ายล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีหลักฐานเป็นภาพและคลิปการปราศรัยหาเสียงของพรรค ซี่งหาก กกต.รับรองพรรค อนค.จะเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทย รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีมายาวนาน เนื่องจากพรรค อนค.ได้มีการรวบรวมนักวิชาการที่มีแนวคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการปราศรัยปลุกระดมให้เกลียดชังสถาบันฯ โดยใช้วาทกรรมว่าคือประธาธิปไตย และให้ต่อต้านรัฐธรรมนูญที่มาจาก คสช.

นายสุรวัชรกล่าวด้วยว่า กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ไปให้
สัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2554 เข้าข่ายหมิ่นเหม่ ตนไม่ต้องการคนที่มีแนวคิดล้มล้างสถาบันและความมั่นคงของประเทศ “หากคุณคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดีพอ และประเทศไม่ดีพอสำหรับท่าน ท่านก็ไปอยู่ประเทศฝรั่งเศสที่ท่านจบการศึกษา จะมาก้าวล่วงไม่ได้”

ทั้งนี้ ได้มีผู้เปิดล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนนายปิยบุตรออกจาก ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ผ่านเว็บไซต์ Change.org โดยระบุว่า นายปิยบุตรเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อประเทศอย่างร้ายแรง ไม่ควรมีบุคคลที่คิดจะล้มล้างสถาบันฯ อยู่ในระบบราชการของประเทศไทยโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวเช่นกัน โดยอ้างว่า พล.อ.อภิรัชต์ มีแนวคิดและนโยบายเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยฯ

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ปรากฏว่า เรื่องโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อ ให้แม่ นายธนาธรก็ยังชี้แจงไม่เคลียร์ แถมมีพิรุธให้สื่อจับผิดได้เรื่อยๆ เช่น อ้างว่า โอนหุ้นให้แม่ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562 ไม่ใช่ 21 มี.ค. แต่ในที่สุด คำอ้างของนายธนาธรก็กำลังส่อว่าเป็นการโกหกหรือไม่ เนื่องจากสำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า วันที่ 8 ม.ค.2562 นายธนาธรไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ตามที่อ้าง แต่ไปช่วยผู้สมัครของพรรค อนค.หาเสียงอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ แล้วจะโอนหุ้นให้แม่ในวันนั้นได้อย่างไร โดยสำนักข่าวอิศราได้แค็บภาพจากสื่อมวลชนหลายสำนักเพื่อยืนยันว่า วันที่ 8 ม.ค.2562 นายธนาธรช่วยผู้สมัครอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์จริง

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราได้ถามนายธนาธรถึงเรื่องวันที่ 8 ม.ค.62 นายธนาธรถึงกับออกอาการไปไม่เป็น และพูดกลับไปกลับมา โดยผู้สื่อข่าวถามว่า "วันที่ 8 ม.ค. นายธนาธรได้หาเสียงอยู่ต่างจังหวัดใช่หรือไม่" นายธนาธรตอบว่า "ก็ใช่ไง" เมื่อถามต่อว่า "แล้วจะโอนหุ้นได้อย่างไร" นายธนาธรตอบว่า “อ๋อ ไม่ใช่ วันที่ผมไปหาเสียงก็คือวันที่ อะไรนะ 10 เท่าไรนะ แต่คุณเข้าใจผิดแล้ว” เมื่อถามย้ำว่า "วันที่ 8 ม.ค.นายธนาธรอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือไม่" นายธนาธรกล่าวว่า "ใช่ๆ คุณเข้าใจผิดแล้ว"

นอกจากเรื่องโอนหุ้นให้แม่ที่พบพิรุธมากมายแล้ว นายธนาธรได้ถูกตำรวจ สน.ปทุมวันออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น ทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ในวันที่ 6 เม.ย. เวลา 10.00 น. จากกรณีการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้าน คสช.ที่นำโดยนายรังสิมันต์ โรม และพวก ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2558 ซึ่งมีการออกหมายเรียกไปแล้วจำนวนหนึ่ง มีรายงานว่า เหตุที่ตำรวจออกหมายเรียกนายธนาธร เนื่องจากสอบสวนพบว่า นายธนาธรเข้าไปเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังและพบว่า มีการใช้รถตู้พาผู้ต้องหาหลบหนี โดยตรวจสอบพบว่า วันดังกล่าว นายธนาธรอยู่ที่บริเวณที่ชุมนุมของกลุ่มนายรังสิมันต์ด้วย

ด้านนายธนาธร หลังได้รับหมายเรียก ได้โพสต์ภาพหมายเรียกพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กโวยว่าถูกออกหมายเรียกความผิดมาตรา 116 พร้อมอ้างว่า เป็นอำนาจมืดที่พยายามเล่นงานพรรคอนาคตใหม่ และยังพูดทำนองปลุกระดมให้ประชาชนยืนเคียงข้างตน “ผมเชื่อมั่นว่า มีประชาชนหลายล้านคนที่รักความเป็นธรรมยืนเคียงข้างผม และพร้อมจะแสดงออกว่าพวกเขาไม่ยอมทนกับอำนาจมืดที่จ้องทำลายอนาคตใหม่ แล้วพบกันครับ”

เป็นที่น่าสังเกตว่า นายธนาธรให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งถึงกรณีที่ตนโดนข้อกล่าวหามาตรา 116 ว่า “เชื่อว่า หากกระบวนการยุติธรรมโปร่งใสจริง คดีที่เกิดกับตน และ อนค.ทั้งหมด ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะลงโทษได้ในทุกคดี เชื่อในความบริสุทธิ์ใจ”

2.กกต.ประเดิมสั่งเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วยใน 5 จังหวัด-นับคะแนนใหม่ 2 หน่วย จ.ขอนแก่น!

ความคืบหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านไปได้ 2 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายแสวง บุญมี รองเลขธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ได้มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 2 หน่วยเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ขอนแก่น คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ 1 ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง และหน่วยเลือกตั้งที่ 5 หมู่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง หลังพบว่า การขีดคะแนนไม่สัมพันธ์กับการขานคะแนน โดย กกต.จะแจ้งมติไปยัง กกต.เขต และทาง กกต.เขตจะไปพิจารณากำหนดวันในการนับคะแนนใหม่

นอกจากนี้ กกต.ยังสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน 6 หน่วยเลือกตั้งใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย 1.จ.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 จำนวน 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 5 ต.ปางหลวง อ.เกาะคา และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 2 ต.ศาลา อ.เกาะคา 2.จ.ยโสธร เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย 3.จ.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 ต.เข็กน้อย ต.เขาค้อ 4.จ.พิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม และ 5.กรุงเทพฯ เขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เนื่องจากพบว่าผลการนับคะแนน มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนและไม่ตรงกับลายเซ็นที่ต้นขั้วบัตร จำนวนบัตรที่ถูกใช้ไปคือ บัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน ไม่ตรงกับผลการนับคะแนน สำหรับวันเลือกตั้งใหม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต.คาดว่าจะเป็นหลังสงกรานต์ และเลือกตั้งใหม่พร้อมกันในวันเดียวกัน โดยผู้สมัครยังคงเป็นชุดเดิมทั้งหมด สามารถหาเสียงได้ แต่ค่าใช้จ่ายจะต้องลดจำนวนลงตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ กกต.ได้สั่งให้ยุติเรื่องปัญหาการนับคะแนนใน 4 หน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า สาเหตุและเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ได้แก่ จ.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ 1 บ้านกลางเวียง ต.เวียงชัย ซึ่งจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนน เพราะมีการฉีกบัตร ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 2.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ 2 ต.บางน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนน เพราะผู้มีสิทธิมาแสดงตนใช้สิทธิโดยใช้ใบขับขี่และสำเนาบัตรประชาชน แต่เมื่อใช้สิทธิแล้ว พับสำเนาบัตรประชาชนหย่อนในหีบบัตร แล้วนำบัตรเลือกตั้งออกไป เจ้าหน้าที่ตามตัวและเจอบัตรเลือกตั้งในรถ จึงแจ้งความดำเนินคดีข้อหานำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้งแล้ว 3.จ.สระแก้ว เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 4 ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร และ จ.พิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 18 หมู่ 17 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง พบปัญหาผู้มาใช้สิทธิแสดงตนและลงรายชื่อในบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ลงรายมือชื่อในต้นขั้วบัตร

ส่วนวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ศูนย์ปฏิบัติการด้านการข่าวสำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า สำนักงาน กกต.ได้นำวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นวิธีที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 และ 129 ซึ่งได้ปรึกษาหารือและนำเสนอ กกต.แต่ละท่านทราบเป็นเบื้องต้นแล้ว และ กกต.แต่ละท่านมีข้อคิดเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ซึ่งผลจากการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อโดยใช้ข้อมูลจากการประกาศผลการนับคะแนนของทุกเขตเลือกตั้ง ในเบื้องต้น มีพรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต.ชี้แจงว่า นี่เป็นเพียงการคำนวณโดยใช้ผลคะแนนรายเขตเลือกตั้งที่สำนักงาน กกต.ได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ หากผลจากการที่ กกต.ได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ผลคะแนนรวมของพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง จะต้องนำคะแนนที่ได้รับมาใหม่มาคำนวณด้วยวิธีการเดิมอีกครั้งหนึ่ง โดยการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะดำเนินการได้เสร็จสมบูรณ์ครั้งแรกก็ต่อเมื่อ กกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตไม่น้อยกว่าร้อยละ 95

ด้านนายปกรณ์ มหรรณพ กกต. เผยว่า ขณะนี้ กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกือบ 300 เรื่อง ได้เร่งรัดให้สำนักงาน กกต.ดำเนินการสอบสวน โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดใน 66 เขต ถูกร้องเรียน หากสอบสวนแล้วเป็นจริง จะมีผลต่อการให้ใบส้ม (ระงับสิทธิสมัครชั่วคราว 1 ปี) ซึ่งจะส่งผลให้คะแนนที่จะมาคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อต่างไปจากเดิมทันที และว่า ถ้าการสอบสวนเรื่องร้องเรียนยุติลงเมื่อไหร่ กกต.สามารถประกาศผล ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ภายใน 10 นาที

3.ผบ.ตร.เด้งฟ้าผ่า “บิ๊กโจ๊ก” เข้ากรุ อ้างเพื่อให้การปฏิบัติราชการเรียบร้อย-มีประสิทธิภาพ!
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.)
เมื่อช่วงดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งเด้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นช่องทางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ หรือเสนอข่าวการทำงานแต่ละวันทั้งเรื่องส่วนตัว และการปฏิบัติภารกิจของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ที่มีผู้ติตามจำนวนมาก ก็มีการปิดเพจเช่นกัน

ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะมีข่าวถูกเด้ง ช่วงเช้าวันที่ 5 เม.ย. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยังคงแถลงผลการดำเนินการจับกุมขบวนการลักลอบค้าสินค้าเถื่อนออนไลน์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนช่วงบ่ายมีหมายแถลงข่าวจับ 7 มือแชร์แคมเปญล่าชื่อถอดถอน กกต.ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เนื่องจากทาง กกต.มีการแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่ล่าชื่อถอดถอนโดยให้ข้อมูลใส่ร้าย กกต. แต่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ได้เดินทางไปเป็นประธานแถลงข่าวดังกล่าว เนื่องจากติดประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 นายตำรวจคนสนิทเป็นผู้แถลงข่าวแทน

ล่าสุด วันนี้ (6 เม.ย.) มีการเปิดเผยถึงหนังสือคำสั่งที่ ตร.232/2562 ลงนามโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยหนังสือคำสั่งให้เหตุผลในการโยกย้ายว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตํารวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จึงให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตําแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.2562 เป็นต้นไป

สำหรับประวัติเส้นทางชีวิตของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็น นรต.รุ่น 47 เป็นนายพลตำรวจคนแรกที่มีอายุราชการน้อยที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยย้ายไปเป็นผู้กำกับ สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บ้านเกิด จนได้พบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เส้นทางชีวิต พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าในชีวิตราชการตำรวจอย่างมาก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มีชื่อเล่น 2 ชื่อคือ “โจ๊ก” กับ “โจ๊ะ” ชีวิตในวัยเยาว์ไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ทราบกันว่า เขาเป็นเด็กในบ้าน พล.ต.อ.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตนายตำรวจใหญ่ พ่อตานายทักษิณ ชินวัตร ด.ช.โจ๊ก หรือโจ๊ะ เป็นบุตรชายของพ่อบ้าน “นายเหมอ” มีหน้าที่เสมือนเลขาฯ ใกล้ตัว ทั้งขับรถ บอดี้การ์ด เรียกว่าเจอ พล.ต.อ.เสมอตรงไหนก็ต้องเจอโชเฟอร์คู่ใจตรงนั้น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ คอยประสานและช่วยแก้ปัญหาให้พี่ๆ น้องๆ แทบทุกราย โดยยึดคติประจำใจเพื่อให้ทุกคนที่เดินเข้ามาหาเข้าใจตรงกันว่า “ตำแหน่งเรื่องหนึ่ง ความรับผิดชอบเรื่องหนึ่ง เพื่อน-ความสัมพันธ์ก็เรื่องหนึ่ง ความรัก ความหลัง ความรู้ ความสามารถเรื่องหนึ่ง เงินเรื่องหนึ่ง นายเรื่องหนึ่ง ลูกน้องอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อนร่วมงานก็เรื่องหนึ่ง”

ส่วนที่มาของฉายา “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” นั้น เนื่องจากเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ขั้นดีเลิศ เพื่อนๆ พี่ๆ ผู้บังคับบัญชาในทุกระดับล้วนประทับใจ มักจะได้ยินได้ฟังเสมอกับคำว่า “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน คิดถึงเสมอ เป็นห่วงเสมอ มีอะไรโทร.มายินดีรับใช้ “

4.“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ชนะคดีหมิ่นกระทรวงพลังงาน หลังศาลฎีกาพิพากษากลับยกฟ้อง ใช้เวลาต่อสู้ 6 ปี!
หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์  เกษมศรี
ความคืบหน้าคดีที่กระทรวงพลังงานเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี เป็นจำเลย ในคดีหมิ่นประมาท ความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีหม่อมหลวงกรสิวัฒน์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ ‘คุยกับหม่อมกร’ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2556 เกี่ยวกับราคาน้ำมันดีเซลที่ส่งไปขายยัง สปป.ลาว ซึ่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14(1) เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนัก ฐานนำข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี และปรับ 30,000 บาท โดยโทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนดเวลา 2 ปี หลังจากนั้นโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2559

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 เม.ย. หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องคดีนี้แล้ว "ตามที่กระทรวงพลังงาน โดยนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงพลังงานในขณะนั้นได้ มอบอำนาจให้นายเอกศักดิ์ ญาโนทัย เป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาตนในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2556 นั้น"

"เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2562 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง “…เห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยที่จำเลยนำสืบมีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า การกระทำของจำเลยมีเจตนาใส่ความโจทก์ด้วยภาพและข้อความอันเป็นเท็จ และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตซึ่งโปรแกรมเฟซบุ๊กของจำเลยอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ... ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดและลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง”

5.“ในหลวง” ห่วงฝุ่นควันภาคเหนือ “บิ๊กตู่” นำคณะขึ้นเชียงใหม่ถกแก้ปัญหา ล่าสุด สถานการณ์ดีขึ้น!
เจ้าหน้าที่พยายามดับไฟป่าที่ จ.เชียงราย
ความคืบหน้าสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ที่ยังคงสูงเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นควัน รวมทั้งให้กำลังใจกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงปัญหาฝุ่นควัน กำชับมาให้แก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด “รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน และยืนยันว่า ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะลงมาในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบการทำงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่ยังเกิดปัญหา หากไม่มีการแก้ไข ต้องลงโทษและปลดออกตามลำดับ และให้ทำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวเสนอตามสายงานและส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นกราบทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบต่อไป”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาระยะสั้น ได้กำชับให้จังหวัดและกองทัพในพื้นที่เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ จัดพื้นที่เซฟตี้โซนสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงการปราบปรามการลักลอบเผาป่าและจับกุมผู้กระทำความผิด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้การแก้ปัญหาหมอกควันเห็นผลใน 7 วัน โดยเฉพาะการลดฮอตสปอตหรือจุดความร้อน

ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เผยว่า นายกฯ ได้สั่งการให้กองทัพบกนำเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ 17 จำนวน 4 ลำ และเครื่องบินของกองทัพอากาศเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงเรื่องนี้ รับสั่งว่าทหารได้มีการฝึกฝนการผจญเพลิงในป่าหรือไม่ “ทบ.ได้นำพระราชดำรัสและพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพฯ ขยายผลโดยติดต่อไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกาและสถานทูตออสเตรเลีย ที่มีหน่วยดับเพลิงในป่าโดยเฉพาะ เพื่อเอามาปรับปรุง ส่งเจ้าหน้าที่ไปเรียน ไปอบรม ซึ่งทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาและสถานทูตออสเตรเลียได้ให้ความร่วมมือและสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งคนมาฝึกให้กับกำลังพล”

ทั้งนี้ วันที่ 31 มี.ค. ได้มีอาสาสมัครดับไฟป่าตกเขาเสียชีวิต 1 ราย คือ นายอาโล๊ะ อาซังกู่ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 หมู่ 5 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยเหตุเกิดขณะช่วยดับไฟป่าบริเวณพื้นที่สูงระหว่างหมู่บ้านป่าคาสุขใจ ต.แม่สลองนอก ด้านมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานกรรมการ ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนายอาโล๊ะประมาณ 2 แสนบาท แม้นายอาโล๊ะจะถือบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติก็ตาม แต่ถือว่าได้ร่วมเป็นอาสาสมัครปฏิบัติภารกิจตามเงื่อนไขของมูลนิธิฯ

ส่วนการจับกุมผู้จุดไฟเผาป่านั้น นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เผยเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ว่า เจ้าหน้าที่สายตรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวได้จับกุมนายบุญปั๋น แสนคำหมื่น อายุ 56 ปี หลังจุดไฟบริเวณป่าหลังรีสอร์ตบ้านแสนคัม ต.เชียงดาว ห่างจากจุดที่เจ้าหน้าที่กำลังไฟป่าบริเวณม่อนพระจันทร์ทรงกลดประมาณ 500 เมตร ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่าจุดไฟเอง ไม่มีใครสั่งการ อ้างว่าแค่อยากช่วยกำจัดเชื้อเพลิงสะสมที่ทับถมมานาน ไม่มีเจตนาเผาป่า เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข คุมตัวส่ง สภ.เชียงดาว ปรับ 500 บาท ก่อนปล่อยตัวไป นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการเผาป่าบริเวณดอยหลวงเชียงดาวบางจุด พบธูปเทียน ไฟแช็ก รถจักรยานยนต์และยาบ้า 1 เม็ดในที่เกิดเหตุ แต่คนร้ายหนีไปได้

นายสมหวังเผยด้วยว่า ที่ผ่านมาได้จับกุมผู้ลักลอบเผาป่าแล้วกว่า 10 ราย และจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขอีก 20 ราย รวมเป็น 30 ราย

ล่าสุด วันนี้ (6 เม.ย.) มีรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นควันภาคเหนือเริ่มคลี่คลาย หลังเจ้าหน้าที่ปรับแผนเฝ้าระวังไฟป่า และยกระดับทำความเข้าใจกับประชาชน โดยผลการตรวจสอบคุณภาพอากาศของกรมควบคุมพิษ พบว่า PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ในเกณฑ์สีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ลดลง จาก 17 จุด เหลือเพียง 6 จุด คือ เชียงราย 1 จุด เชียงใหม่ 3 จุด ลำพูน 1 จุด และแม่ฮ่องสอน 1 จุด
กำลังโหลดความคิดเห็น...