xs
xsm
sm
md
lg

ภารกิจหัวใจติดปีก “อนุทิน ชาญวีรกูล” คนง่ายๆ ผู้พร้อมสนับสนุนทุกคนที่ช่วยเหลือสังคม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ณ เวลานี้ “เสี่ยหนู - อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือจุดที่แสงสปอตไลท์กำลังส่องไปอย่างเจิดจ้า ในฐานะอีกหนึ่ง “ตัวแปรสำคัญ” ซึ่งมีพลังมากพอที่จะกำหนดเส้นทางอนาคตของการเมืองไทย!

ณ วันที่อุณหภูมิการเมืองเร่งองศาเดือดไม่แพ้แดดหน้าร้อน เราพาไปเปิดใจทำความรู้จักกับนักการเมืองแถวหน้าที่แก่ทั้งพรรษาและมากประสบการณ์ ผ่านสมรภูมิการเมืองมานานกว่า 30 ปี โดยมีสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือ การเป็นคนเรียบง่ายที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือทุกๆ คนที่เขาเห็นว่า สามารถที่จะนำพาสังคมหรือช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนไปสู่จุดที่ขึ้นได้

หลายคนคงรู้ว่า นอกเหนือไปจากบทบาททางการเมือง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือ “เสี่ยหนู” ยังประกอบภารกิจช่วยเหลือสังคมในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องว่างเว้นจากงานการเมืองเป็นเวลานาน 5 ปี ในระหว่างนี้ เขาได้อาสาตนเองให้กับปฏิบัติการ “ภารกิจหัวใจติดปีก” ซึ่งช่วยเหลือชีวิตของผู้ป่วยได้มากกว่า 20 ชีวิต

โดยหลักๆ ภารกิจหัวใจติดปีก ก็คือ การบินเพื่อไปรับอวัยวะที่มีผู้บริจาค แล้วนำไปส่งต่อให้กับ “ผู้ป่วย” ที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยจุดเริ่มต้นง่ายๆ ของ “กัปตันหนู” เขาเล่าว่า เกิดขึ้นหลังจากได้คุยกับเพื่อนซึ่งเป็นนายแพทย์ คือ “นพ. พัชร อ่องจริต” แพทย์หน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก ฝ่ายศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งมีหน้าที่ไปรับอวัยวะ เช่น หัวใจ ตับ ไต ต่างๆ จากผู้ที่กำลังจะเสียชีวิตเพื่อไปเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ที่เจ็บป่วยจากอวัยวะที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่แข็งแรง

โดย นพ.พัชร อ่องจริต ได้ติดต่อสายตรงเข้ามาสอบถามเพื่อขอความช่วยเหลือว่า “ช่วยบินให้หน่อยได้ไหม มีความจำเป็นมาก หาการสนับสนุนจากสายการบินไหนไม่ได้เลย ไม่มีไฟล์ท หน่วยงานราชการก็ไม่สะดวก มีเคสต้องไปรับหัวใจจากจังหวัดอุดรธานี มากรุงเทพฯ คืนนี้ตอน 5 ทุ่มกว่าๆ พอจะสะดวกไปไหม?”

ได้ยินดังนั้น “กัปตันอนุทิน” ก็รับปากอาสาทันที
“แค่บอกผมว่า เอาหัวใจจากคนหนึ่งที่กำลังจะสิ้นชีวิต ไปให้อีกคนหนึ่งที่กำลังจะสิ้นชีวิตเหมือนกัน เท่ากับว่า แทนที่จะตายสองคนก็มีรอดหนึ่งคน แค่นี้ผมก็ทำแล้วครับ ไม่ถาม ไม่พูดพล่ามทำเพลง ถามแค่จะไปกี่โมงแล้วก็ทำทุกอย่างให้พร้อม”

สำหรับกัปตันหนู การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ใน “ภารกิจหัวใจติดปีก” เป็นความสุข อีกทั้งช่วยบรรเทาความรู้สึกเป็นทุกข์ให้กับตนเองได้ด้วย เพราะการบินไปรับอวัยวะกับคณะแพทย์ ทั้งระนอง ร้อยเอ็ด อุบล เชียงราย หาดใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครพนม ฯลฯ แค่คิดถึงก็ทำให้มีความสุขและทำให้ความทุกข์ต่างๆ ที่แบกอยู่ ก็ผ่อนคลายลง

ถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่าเสี่ยหนู “ขับเครื่องบิน” ได้ด้วยหรือ?
ที่จริง การเป็นนักบินนี่คือความฝันของเขาตั้งแต่วัยเด็กแล้ว และเมื่อมีโอกาสได้นั่งเครื่องบินของเพื่อนคนหนึ่งซึ่งพาเขาบินไปหลายที่หลายแห่งทั่วประเทศ เขาก็เริ่มมีความสนใจในการบิน จนกระทั่งไปสมัครเรียนเป็นศิษย์การบิน เรียนอยู่ราวๆ สองปีจึงสำเร็จการศึกษาและเป็นนักบินได้สำเร็จ จากนั้นจึงซื้อหาเครื่องบินส่วนตัวมาฝึกฝนต่อจนเชี่ยวชาญ

แน่นอนว่า เมื่อได้รับคำขอความช่วยเหลือ เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะอาสาปฏิบัติการในภารกิจ “หัวใจติดปีก” เพราะนี่ไม่ใช่แค่เพียงเป็นการเติมเต็มความฝันในวันเยาว์ให้สมบูรณ์ แต่ยังมีส่วนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ด้วย

“ผมได้ให้คำมั่นสัญญาว่าผมจะทำ เพราะผมขับเอง ผมไม่ได้ไปรบกวนใคร และค่าใช้จ่ายผมก็มีแค่ค่าน้ำมัน ก็อยู่ในวิสัยที่ตัวผมเองจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้”

การให้ความสำคัญต่อภารกิจดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้เป็นอย่างดี เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีนัดเจอกับใครล่วงหน้าก็ตาม แต่ถ้ามี “เคส” เกิดขึ้น เขาจะเลื่อนนัดนั้นไปก่อน เพราะ...

“รู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบ เราเคยกับตัวเอง คุยไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำว่า ถ้าผมติดภารกิจนัดหัวใจ ต่อให้ผมนัดใคร คุณต้องเข้าใจ ถ้าผมจะยกเลิกนัดแล้วไป นั่นคือเอกสิทธิ์ของเราที่จะเลือกไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า เป็นการต่อชีวิตคนหนึ่ง”

"ผมปวารณาไว้เลย เรื่องการช่วยเหลือชีวิตคน ไม่ใช่แค่เฉพาะหมอพัชร แต่รวมถึงทุกๆ คุณหมอที่มีจิตใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ครับ"

การช่วยเหลือสังคมหรือชีวิตคน จึงคือสิ่งหนึ่งซึ่งเขายึดมั่น
บนเส้นทางสายกัปตันหรือนักบิน
เขาช่วย “ต่อชีวิต” คนได้มากกว่า 20 ชีวิต ในภารกิจหัวใจติดปีก
แล้วบนเส้นทางสายการเมืองล่ะ เขาจะต่อชีวิตให้กับใคร?
คำถามนี้ คงต้องรอดูต่อไป อีกสักพัก จนกว่าจะมีคำตอบจากกัปตัน!



กำลังโหลดความคิดเห็น...