xs
xsm
sm
md
lg

น้ำผุดขึ้นมาจากพระพุทธรูปเปิดเศียร! เป็น ๑ ใน ๑๐๘ น้ำศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบรมราชาภิเษก!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค

หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์
พระพุทธรูปองค์หนึ่ง มีลักษณะแปลกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆ คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้ โดยรอยต่อจะสนิทแนบเป็นเนื้อเดียวกันไม่ปรากฏรอยให้เห็น ภายในพระเศียรเป็นบ่อลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดเหงื่อ เป็นน้ำใสบริสุทธิ์ สามารถดื่มได้ และไม่ขาดแห้ง แม้จะตักออกหมดแล้วเช็ดให้แห้ง น้ำในพระเศียรก็ยังผุดขึ้นมาอีกอย่างมหัศจรรย์ และเป็นเช่นนี้มาแต่โบราณ จึงนำมาเป็น ๑ ใน ๑๐๘ ของแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้

พระพุทธรูปที่ว่านี้มีชื่อว่า “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” ประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูปของวัดตูม ตั้งอยู่ริมถนนอยุธยา-อ่างทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวัดโบราณสร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากอยู่นอกเกาะกรุง จึงไม่ถูกพม่าเผาทำลายเมื่อครั้งเสียกรุง

ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง และในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวประวัติของวัดไว้ว่า

 “วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”

คำว่า “ลงเครื่อง” หมายถึง การทำพิธีชุบพระแสงตามตำราพิชัยสงคราม โดยนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์มาให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์เป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน จากนั้นจะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นเลขยันต์นั้น จนมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบ ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนนำพระแสงดาบเข้าไปเข้าเตาเผา แล้วจึงไปชุบลงในสระน้ำที่อยู่ข้างพระอุโบสถอีกแห่งหนึ่ง เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาเป็นที่อัศจรรย์ หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่ง

หลวงพ่อทองสุขเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร สร้างแต่สมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง ทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิราชาธิราช สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อเสียกรุงก็ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ ชาวบ้านผู้สูงอายุเล่าว่าเคยเห็นเพชร พลอย ทับทิม ประดับตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีแล้ว

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินที่วัดนี้หลายครั้ง จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งของกรุงเก่า สมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุดใน พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัสตรา

กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๘

วัดตูมและหลวงพ่อทองสุขได้รับความสนใจกล่าวถึงกันมากอีกครั้งหนึ่งในขณะนี้ เนื่องจากน้ำในพระเศียรหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ และน้ำศักดิ์สิทธิ์ในบ่อข้างพระอุโบสถ ของวัดตูม ได้ถูกนำมาเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพียงแห่งเดียวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


กำลังโหลดความคิดเห็น...