xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : ชงยุบพรรค "ไทยรักษาชาติ" | กลับออสเตรเลียเสียที "ฮาคีม" | "ฟ้ารักพ่อ" สะเทือนเลือกตั้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 9-15 ก.พ. 2562)

อันดับ 1 : ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง กกต. ยุบ "พรรคไทยรักษาชาติ" เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง

กรณีพรรคไทยรักษาชาติ เสนอพระนาม "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ก่อนที่จะมีพระราชโองการในคืนวันเดียวกัน ประกาศว่า การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง เป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ 13 ก.พ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92

กระทั่งวันที่ 14 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องวินิจฉัย ให้โอกาสชี้แจงภายใน 7 วัน นัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 13.30 น. ด้านความเคลื่อนไหวพรรคไทยรักษาชาติ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค แถลงข่าวว่า ทางพรรคจะงดการรณรงค์หาเสียง การปราศรัย รวมถึงการจัดกิจกรรมพบปะประชาชนจำนวนมากเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน ส่วนนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ อ้างมีกลุ่มครอบงำเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองเช่นกัน

อันดับ 2 : กลับเสียที! "ฮาคีม" ถูกปล่อยตัวกลับออสเตรเลีย บาห์เรนยกเลิกขอตัว-อัยการถอนฟ้อง

กรณีที่นายฮาคีม อัล-อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยกักตัวไว้เมื่อ 27 พ.ย. 2561 เนื่องจากมีหมายจับของตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) หลบหนีคดีทำลายทรัพย์สินของรัฐระหว่างการชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่ประเทศบาห์เรนเมื่อปี 2555 ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. อัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นปล่อยตัวนายฮาคีม เนื่องจากทางการบาห์เรนไม่ติดใจขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก่อนปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กลับประเทศออสเตรเลียในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ ทางการบาห์เรนตัดสินใจยกเลิกขอตัวนายฮาคีม หลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปยังประเทศบาห์เรนเพื่อเข้าเฝ้าเจ้าชายซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งบาห์เรน เพื่อหารือกรณีนายฮาคีม โดยเห็นว่าไทยไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงไม่อยากให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกกดดันโดยไม่ชอบธรรม และไม่อยากให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่บาห์เรนขอสงวนสิทธิ์เรื่องคดีของนายฮาคีมกับออสเตรเลีย ขณะที่นายฮาคีมขอบคุณออสเตรเลีย ยืนยันว่ารักออสเตรเลีย และขอตายบนแผ่นดินออสเตรเลีย

อันดับ 3 : สะเทือนเลือกตั้ง "ฟ้ารักพ่อ" จุดกระแส "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ดังข้ามคืน

นับว่าเป็นการใช้โซเชียลมีเดียเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างน่าสนใจ สำหรับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่องานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายธนาธรได้เข้าร่วมงาน มีกลุ่มแฟนคลับขอถ่ายรูปพร้อมตะโกนคำว่า "ฟ้ารักพ่อ" อยู่หลายครั้ง กระทั่งมีแฮชแท็ก "ฟ้ารักพ่อ" ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ เปรียบเทียบนายธนาธรกับตัวละครเรื่องดอกส้มสีทอง เจ้าตัวถึงกับกล่าวว่า "ดีใจหรือหรือใจดี ดูเหมือนจะแก่นะครับ" และ "พ่อก็รักฟ้าและประชาชนทุกคนครับ" ทำให้นายธนาธรโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม กระแสคำว่า "ฟ้ารักพ่อ" ทำให้มีหลายพรรคการเมืองดัดแปลงประโยคดังกล่าวเรียกคะแนน เช่น พรรคพลังประชารัฐ มีแฮชแท็กว่า "ฝากถึงฟ้า รักใครไม่ว่า ขอให้ฟ้ารักประเทศไทย" ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ "หมอเอ้ก-นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์" มีประโยคว่า "ถึงฟ้าจะรักพ่อ แต่หมอก็ห่วงใยฟ้า" พร้อมกับจัดกิจกรรม FREE HUG เนื่องในวันวาเลนไทน์ร่วมกับ "ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ" ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีประโยคว่า "ถึงฟ้าจะรักพ่อ แต่ป๊าขอโอกาสบ้าง" เป็นต้น

อันดับ 4 : โจ๋ยิงตำรวจ-ตำรวจยิงโจ๋ เด็กเทคโนบางกะปิดับ

เหตุชุลมุนอันเนื่องมาจากความเข้าใจผิด เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 ก.พ. นายเอกชัย บุญรัตน อายุ 22 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีบางกะปิ ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตที่ถนนร่มเกล้า บริเวณปากซอยร่มเกล้า 6 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ หลังกลับจากงานเลี้ยงฉลองวันสถาปนา ระหว่างนั้นเพื่อนร่วมสถาบันตะโกนด่าว่าพร้อมท้าต่อยท้าตีกับตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่ง ยศดาบตำรวจ เพราะเชื่อว่าเป็นคนยิง กระทั่งตำรวจนายนี้ชักปืนยิงจนผู้คนวิ่งหนีตายอลหม่าน แล้วมีรถตำรวจมารับตัวไป

ก่อนเกิดเหตุ ชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจนครบาล 4 จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 5 คน มีจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ ขับประกบรถกระบะอีกชั้นหนึ่ง พบกลุ่มผู้ตายขี่จักรยานยนต์โดยมีรุ่นน้องนั่งซ้อนท้าย แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ตำรวจยิงตอบโต้เป็นเหตุให้นายเอกชัยเสียชีวิตคาที่ ภายหลังพบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่านายเอกชัยเป็นคนใช้ปืนยิงใส่ตำรวจและผู้ต้องหาบนรถกระบะก่อน ดาบตำรวจถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่ต่อสู้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนบิดาผู้ตายร้องขอความเป็นธรรม เชื่อว่าเป็นการจงใจยิง

อันดับ 5 : อุทาหรณ์เด็กแว้น! ซิ่งเย้ยตำรวจ-เกี่ยวกันเองล้มระนระนาด 15 คัน ตาย 1 เจ็บ 18

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กแว้นจนเป็นโศกนาฎกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 10 ก.พ. เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เกี่ยวกันเอง แล้วชนกันจนล้มระเนระนาด บนถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ กม. 35+800 ต.บางกระเจ้า อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พบรถจักรยานยนต์ล้ม 15 คัน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย คือ นายจิรศักดิ์ จันเปรี้ยง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ 4 ต.โพธิ์กระสังข์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ สภาพกะโหลกแตกเลือดไหลนองพื้น ส่วนผู้บาดเจ็บมี 18 คน แต่ละคนศีรษะแตก แขนหัก และมีรอยแผลถลอกตามร่างกายอีกหลายแห่ง

สำหรับกลุ่มเด็กแว้นดังกล่าว นัดแข่งรถบนทางสาธารณะบนถนนพระราม 2 ถนนเพชรเกษม และใกล้เคียงเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน ไม่มีใครกล้าขวางทางเพราะจะถูกรุมทำร้าย ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ยอมรับว่า กวดขันปราบปรามมาตลอด แต่กลุ่มเด็กแว้นมักเปลี่ยนจุดรวมพลอยู่ตลอดเวลา วันเกิดเหตุตำรวจเฝ้าระวังแล้ว แต่กลุ่มเด็กแว้นย้ายไปจอดฝั่งตรงข้าม ขี่เย้ยตำรวจก่อนชนกันเอง ตายเจ็บจำนวนมาก ส่วนบิดาอ้างว่า ลูกชายนิสัยดี ไม่ใช่เด็กดื้อรั้น ตั้งใจทำมาหากิน แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกไปแข่งรถกับเพื่อน

อันดับ 6 : ดรามา "น้ำแดงราดหิมะ" วอนคนไทยเลิกทำ ด้านหนุ่มไทยอ้างทำหน้าบ้านตัวเอง

กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโซเชียลมีเดีย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ระบุว่า "ขอความกรุณาคนไทยที่จะมาเล่นสกีที่นี่ เลิกเอาน้ำแดงมาราดหิมะเล่นกันได้แล้ว มีคนไทยโดนเจ้าหน้าที่เตือนแล้วนะครับ อย่าสร้างพฤติกรรมเลียนแบบบ้าๆ บอๆ อะไรแบบนี้กันเลย แค่คนจีนเต็มสกีรีสอร์ตตอนนี้ก็น่าเบื่อมากแล้ว อย่าให้คนไทยคนอื่นต้องอายเพราะเรื่องแบบนึ้อีกเลย" มีผู้แชร์โพสต์ดังกล่าวกว่าพันครั้ง และพบว่ามีการใช้ภาพจากเพจ “ฮอกไกโดแฟนคลับ” ที่เคยราดน้ำหวานลงในหิมะมาเผยแพร่

ด้านแอดมินเพจ “ฮอกไกโดแฟนคลับ” ได้เฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เปิดใจว่า ตนไม่ได้กินหิมะแบบมั่ว แต่กินหิมะที่ตกหน้าบ้านตัวเองเท่านั้น หากเป็นการกระทำที่ผิดพร้อมจะยอมรับ ยืนยันว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก ตนเคยเตือนคนไทยที่ติดตามเพจแล้วว่า หิมะตามพื้นที่ทั่วไปอันตราย ห้ามรับประทาน ตนทำคลิปเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตากินจริงจัง พร้อมย้ำว่า หิมะอาจมีเชื้อโรคจริงๆ ตามข่าว ตนเองนั้นเพียงแค่ลองชิมเท่านั้น

อันดับ 7 : จำคุก 6 แกนนำพันธมิตรฯ 8 เดือน คดีชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คนละ 8 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ กรณีชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ในทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 26 ส.ค. ถึง 3 ธ.ค. 2551 ทำให้สนามหญ้าและไม้ประดับได้รับความเสียหาย 5 ล้านบาท รวมทั้งระบบกล้องวงจรปิดเสียหาย 10 ตัว มูลค่ารวม 1.7 ล้านบาท

โดยศาลเห็นว่า ลักษณะการชุมนุมแบบดาวกระจาย แยกย้ายกันไปตามสถานที่ราชการสำคัญ พฤติการณ์ของจำเลยและผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลที่ล็อกไว้ ตัดโซ่และทำลายทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่าแม้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสาธารณสมบัติแต่เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์รวมหน่วยงานราชการหลายแห่ง ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งหกเป็นเวลา 8 เดือน ไม่รอลงอาญาเหมาะสมแล้ว

อนึ่ง คดีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ ยังเหลือคดีล้อมรัฐสภาวันที่ 7 ต.ค. 2551 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 4 มี.ค. 2562 ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นฎีกา 2 คดี คือ คดีล้มประชุมอาเซียน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกแกนนำ นปช. 13 คน เป็นเวลา 4 ปี และคดีนำม็อบบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกแกนนำ นปก. 5 คน คนละ 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา รวมทั้งคดีแกนนำและแนวร่วม นปช.รวม 24 คน ก่อการร้ายในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คาดว่าในเดือน ก.ย. 2562 ศาลอาญาจะนัดตัดสินเช่นกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...