xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 20-26 ม.ค.2562

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

1.โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว ด้าน กกต.เคาะวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. สอบ GAT/PAT 23-26 ก.พ.!
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 โดยระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า สมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.ฎ.นี้ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หลังโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมและมีมติเคาะวันเลือกตั้งทันที โดยมติเสียงข้างมากกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. เป็นวันเลือกตั้ง, วันที่ 28 ม.ค.-19 ก.พ.เป็นวันเปิดให้ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาขจักร ได้ลงทะเบียน โดยสามารถยื่นคำขอผ่านนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น สถานเอกอัครราชทูต ผ่านช่องทางไปรษณีย์หรืออินเทอร์เน็ต

จากนั้นวันที่ 4-8 ก.พ. เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมบัญชีผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น วันที่ 4-16 มี.ค. จะเป็นวันออกเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร, วันที่ 17 มี.ค. เป็นวันออกเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตจังหวัด รวมถึงออกเสียงเลือกตั้งในสถานเลือกตั้งกลางของผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ

ส่วนกรณีที่ยังไม่ชัดเจนว่า กรอบเวลาที่ต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน หมายรวมถึงการประกาศผลเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่า กกต.เคยคุยกันแล้ว ถ้ามีความจำเป็น กกต.ต้องคุยกันและมีมติที่ชัดเจน แต่ขณะนี้ กกต.มุ่งเน้นเรื่องเตรียมการเลือกตั้งให้เรียบร้อย และประกาศผลให้เร็ว แม้กฎหมายจะกำหนดให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน แต่ถ้าทำการเลือกตั้งให้เรียบร้อย ก็ประกาศผลได้ก่อน ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง 60 วัน

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วว่า เป็นข่าวดีของคนที่อยากเลือกตั้ง คนที่อยากเลือกตั้งคงได้เลือกตั้งสมใจ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศแล้ว ผมขอให้ทุกฝ่ายเคารพและเดินหน้าสู่การ #เลือกตั้ง 62 โดยความเรียบร้อย เพื่อความสงบสุขของประเทศนะครับ”

เป็นที่น่าสังเกตว่า วันเดียวกัน หลังมีการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ปรากฏว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการพรรค พปชร.เข้าพบที่ห้องทำงานชั้น 1 ตึกบัญชาการ

หลังพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง นายสนธิรัตน์รีบเดินออกจากห้องทำงานนายสมคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่มีอะไร มาเรื่องงาน ขออนุญาตไม่พูด” ก่อนขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

ขณะที่นายอุตตมะได้เดินออกมาพร้อมนายสมคิด ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามถึงความชัดเจนเรื่องการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายอุตตมกล่าวสั้นๆ ว่า “ยัง เดี๋ยวก็รู้เร็วๆ นี้”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามนายสมคิดถึงกรณีที่เรียกนายอุตตมและนายสนธิรัตน์เข้าพบ นายสมคิดกล่าวทีเล่นทีจริงว่า “เขาคงมาเยี่ยมไข้” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ได้พูดคุยกันเรื่องที่ 4 รัฐมนตรีจะลาออกด้วยหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า “ไม่มีอะไรเลย”

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายอุตตม ได้กล่าวระหว่างเปิดแนวนโยบายของพรรค พปชร.ถึงการเสนอชื่อบุคคลให้เป็นนายกฯ ในบัญชีของพรรคว่า ขณะนี้ยังไม่มีการทาบทามใครทั้งนั้น แต่กระบวนการจะต้องทำให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า จะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 4-8 ก.พ. นายอุตตมยังรับรองด้วยว่า ถ้าสังคมได้เห็นชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคแล้ว จะมีเฮแน่นอน

มีรายงานว่า แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรค พปชร. แม้ตามขั้นตอนทางพรรคจะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ได้ภายในวันที่ 28 ม.ค. แต่พรรคได้วางตัวบุคคลไว้เบื้องต้นแล้วตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด 3 คน โดยชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ลำดับที่ 1 ชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ลำดับที่ 2 และชื่อนายอุตตมะ สาวนายน ลำดับที่ 3

ด้านพรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ชื่อของพรรคไม่เกินวันที่ 8 ก.พ.นี้ เช่นกัน

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้เรียกร้องให้ กกต.เร่งกำหนดรายละเอียดระเบียบในการหาเสียงเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งแล้ว แต่ กกต.ยังไม่กำหนดจุดที่จะติดป้ายหาเสียง

ส่วนความคืบหน้าวันสอบ GAT/PAT หรือการทดสอบความถนัดทั่วไป และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ ที่ก่อนหน้านี้ มีการเลื่อนวันสอบจากวันที่ 23-26 ก.พ. เป็นวันที่ 16-19 ก.พ. เนื่องจากขณะนั้นคาดว่า วันเลือกตั้งอาจเป็นวันที่ 24 ก.พ. ปรากฏว่า หลังมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง และ กกต.มีมติให้วันที่ 24 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้ง หน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ, ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ฯลฯ จึงได้มีมติให้เลื่อนวันสอบ GAT/PAT เป็นวันที่ 23-26 ก.พ.ตามเดิม

2.ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 1 ปี “3 เกลอสายล่อฟ้า” หมิ่น “ปู ว.5 โฟร์ซีซั่นส์” แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี!
(ล่าง) นายเทพไท เสนพงศ์ นายศิริโชค โสภา และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งจัดรายการ สายล่อฟ้า
เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ศาลอาญา ได้นัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), นายเทพไท เสนพงศ์ และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นฯ, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328 และ 332

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ. 2555 จำเลยทั้งสาม ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ "สายล่อฟ้า" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องบลูสกาย ร่วมกันใส่ร้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำนองว่า ไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภา ไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ (ว.5 โฟร์ซีซั่นส์) ทำนองว่า ประพฤติผิดจริยธรรม ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี

ต่อมา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 50,000 บาท โดยโทษจำคุก ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี หลังจากนั้นโจทก์ร่วม และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ โจทก์ร่วม ได้ยื่นฎีกาขอไม่ให้ศาลรอการลงโทษจำเลย ส่วนจำเลยทั้งสาม ก็ยื่นฎีกา ขอให้ศาลยกฟ้องคดีนี้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยทั้งสามได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความสำนึกผิด และขออภัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมขอบคุณที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ติดใจเอาความ หลังจากนั้นมีรายงานว่า ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นขอถอนฎีกาเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2561ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีจำเลยทั้งสามอีกต่อไป ซึ่งเดิมศาลนัดฟังคำสั่งว่า จะอนุญาตให้ถอนฎีกาหรือไม่ในวันที่ 20 พ.ย.2561 แต่ภายหลังได้มีการเลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นวันที่ 24 ม.ค.2562

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมถอนฎีกาคดีนี้ เนื่องจากศาลได้ทำคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว และส่งให้ศาลชั้นต้นอ่าน จึงให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาต่อไป

ด้านศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาว่า คดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งศาลพิจารณาบริบทของคำพูด ท่าทางทั้งหมดที่เชื่อมโยงกัน การที่จำเลยทั้งสามตั้งคำถามให้โจทก์ร่วมชี้แจงถึงการไม่เข้าร่วมประชุมสภา แต่เดินทางไปยังโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ในลักษณะ ว.5 หมายถึงเป็นความลับ เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมในฐานะฝ่ายค้าน แต่หาใช่ทำได้ตามอำเภอใจโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย เพราะการตรวจสอบต้องทำภายใต้กรอบกฎหมายกำหนด แต่ที่โจทก์ร่วมปกปิดการปฏิบัติภารกิจเป็นความลับ สร้างความหวาดระแวงสงสัยเรื่องเพศหรือไม่ โดยไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ จำเลยจึงมีสิทธินำข้อสงสัยมาตรวจสอบโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายกฯ เกี่ยวกับจริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม

อย่างไรก็ตาม การใช้ถ้อยคำของจำเลยทั้งสามที่บอกว่า "เอาอยู่" ประกอบภาพป้ายข้อความแขวนลูกบิดประตู เช่น "No Disturb" ซึ่งแม้จำเลยจะต่อสู้ว่า คำว่า "เอาอยู่" เป็นคำที่โจทก์ร่วมเคยพูดช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แต่การใช้ถ้อยคำดังกล่าวของจำเลยทั้งสามประกอบภาพป้าย ย่อมทำให้วิญญูชนเข้าใจไปในทางว่า โจทก์ร่วมซึ่งมีสามีและบุตรอยู่แล้ว ประพฤติมิชอบเรื่องชู้สาว ทำให้โจทก์ร่วมเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ใช่การติชมด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นความผิดตามมาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาทนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

และเห็นพ้องให้โทษจำคุก รอลงอาญาไว้ 2 ปี เนื่องจากศาลเห็นว่า การที่โจทก์ร่วมไม่เข้าร่วมประชุมสภา และไม่ชี้แจงต่อสาธารณชนว่าไปทำอะไรที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เพียงแต่เบิกความต่อศาลว่า ไปพบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งศาลเห็นว่า หากเป็นความจริง ก็ไม่มีเหตุต้องปกปิด การปกปิดเรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยแก่สาธารณชนและสื่อมวลชน แม้ว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นวิธีการที่มิชอบ แต่ยังแฝงเจตนาดีในการตรวจสอบ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ฎีกาของโจท์ร่วมที่ขอให้ไม่รอการลงโทษจำเลย จึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้รอลงอาญาจำเลย 2 ปี

3.“บิ๊กตู่” ออกแถลงการณ์ 9 มาตรการลดฝุ่น PM2.5 ด้าน “กรีนพีซ” เผย 10 เมืองของไทยที่ผจญฝุ่นสูงสุดในปี 2561!
สภาพอากาศช่วงเช้าวันที่ 26 ม.ค.62 เวลา 06.47 น. (ภาพจากเฟซบุ๊ก FM91 Trafficpro)
ความคืบหน้าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีปริมาณเกินค่ามาตรฐาน โดยในส่วนของไทยกำหนดค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งที่ผ่านมาหลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับ 59-97 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และมีคำแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย N95 เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 หรือหากใส่หน้ากากอนามัยธรรมดา ให้ใส่ 2 ชั้น เนื่องจากชั้นเดียวไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ค่อนข้างไม่พอใจที่มีเสียงติติงว่า รัฐบาลไม่ให้ความสนใจเรื่องฝุ่น PM 2.5 พล.อ.ประยุทธ์ จึงออกมาบอกว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ต้องแก้ที่ต้นตอ ไม่ใช่ติติงรัฐบาล และว่า ทุกคนต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติอย่างไร เราไม่สามารถแก้ธรรมชาติได้ จึงต้องแก้ที่คนของเราด้วย หากบอกให้ตนแก้จริงๆ ถามว่าโรงงานทำหรือยัง ลดการใช้น้ำมันดีเซลมาใช้ B20 ทำหรือยัง หากทุกคนไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ได้ทุกเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยได้เร่งสั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรีบแก้ไขและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1.เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นน้ำในอากาศ ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น.ทุกวัน 2.แจกหน้ากากอนามัย N95 ในพื้นที่สวนลุมพินี บางคอแหลม จตุจักร บางกะปิ บางขุนเทียน 3.เข้มงวดตรวจจับรถควันดำและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 4.ตั้งคณะกรรมการร่วมในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองจากเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้า 5.ตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาคารสูงและระบบสาธารณูปโภค 6.แก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด รวมถึงเข้มงวดไม่ให้จอดรถริมถนนสายหลัก 7.เข้มงวดไม่ให้มีการเผาขยะหรือเผาในที่โล่ง 8.รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ที่มีมลพิษสูง 9.ปฏิบัติการฝนหลวง และใช้โดรนพ่นน้ำผสมสารเคมี เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง

เป็นที่น่าสังเกตว่า มาตรการข้อ 8 ที่รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการนั้น มีรายงานว่า ปกติแล้ว เวลามีประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล รถยนต์ของผู้ติดตามและรถติดตามขบวนของรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่จอดในโรงจอดรถและที่จอดรถข้างตึกบัญชาการ 1 ผู้ติดตามจะนั่งรอในรถและสตาร์ตเครื่องยนต์รอจนกว่าการประชุมจะเสร็จสิ้น โดยทำอย่างนี้เป็นประจำ ซึ่งหลังจากเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้ย้ำให้หน่วยงานราชการไม่ต้องติดเครื่องรอนาย รวมทั้งรถยนต์ของตนก็ไม่ต้องติดเครื่องรอเช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังประชุม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 หากปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกิน 75-100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้ผู้ว่าฯ กทม.ประกาศกำหนดให้เขตที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ หากสถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น มีค่าฝุ่นเกิน 100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้เรียกประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อพิจารณามาตรการแก้ไขผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ก่อนเสนอนายกฯ ให้ใช้อำนาจหรือสั่งการ เพื่อลดมลพิษทางอากาศ

นายประลอง เผยด้วยว่า การประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ สามารถสั่งยุติกิจกรรมที่ก่อมลพิษได้ โดยเป็นดุลพินิจของผู้ว่าฯ กทม. แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ เนื่องจากค่าฝุ่นไม่ได้เกินมาตรฐานทั้ง 50 เขต

ด้านกรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ช่วงเช้าวันที่ 26 ม.ค.ว่า เนื่องจากสภาพอากาศมีหมอกบางในตอนเช้า อากาศลอยตัวได้ไม่ดีมากนัก ลมพัดอ่อน และไม่มีฝน ส่งผลให้ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ทุกพื้นที่ โดยฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม. ) จำนวน 41 พื้นที่

ขณะที่กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงได้ เผย 10 อันดับเมืองที่มีปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทย ในปี 2561 ประกอบด้วย 1. ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 2. ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 3. ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 4. ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 5. ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 6. ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 7. ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 8. ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 9. ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ 10. ริมถนนอินทรพิทักษ์ ธนบุรี

4.ลุ้น “เสือดำ” จะตายฟรีหรือไม่ ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดพิพากษา “เปรมชัย” และพวก 19 มี.ค.นี้!
ภาพขณะนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ จับได้ว่าล่าสัตว์
ความคืบหน้าคดีฆ่าเสือดำที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ เป็นจำเลยที่ 1-4 ใน 6 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และ 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งต่อมา ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้นัดสืบพยานโจทก์รวม 10 นัด และสืบพยานจำเลย 6 นัด ในเดือน พ.ย.-ธ.ค.2561 โดยการสืบพยานจำเลยเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพยานปากสุดท้ายคือ นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 มีอาการนอนไม่หลับจนป่วยเป็นโรคความดันสูง จึงไม่สามารถขึ้นสืบพยานได้ ขณะที่ฝ่ายอัยการโจทก์ไม่ติดใจที่จะสืบปากนายธานีอีกต่อไป วันดังกล่าวศาลจึงให้ทั้งสองฝ่ายยื่นแถลงการณ์ปิดคดีให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ม.ค.2562

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ ได้มอบหมายให้นายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีของฝ่ายโจทก์ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิเรียบร้อยแล้ว

และวันเดียวกัน นายวิภาช อัมพรกลิ่นแก้ว ทนายความจำเลย ได้เข้ายื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีของฝ่ายจำเลยต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิเช่นกัน

หลังจากนี้ ฝ่ายโจทก์และจำเลยทั้งสี่ จะต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

5.ประชาชน-ศิษยานุศิษย์หลั่งไหลวางดอกไม้จันทน์ “หลวงพ่อคูณ” ก่อนพระราชทานเพลิง 29 ม.ค.นี้!
(บน) ขณะเตรียมเคลื่อนร่างครูใหญ่หลวงพ่อคูณขึ้นรถโบราณไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ล่าง) เมรุลอยรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค.นี้
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.พร้อมด้วยคณะกรรมการพิธีพระราชทานเพลิงครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้จัดพิธีเคลื่อนร่างครูใหญ่รวม 646 ท่าน ไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. เพื่อเข้าพิธีขอขมาครูใหญ่ และพิธีสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 21-28 ม.ค.นี้

นอกจากนี้ได้ประกอบพิธีเปลี่ยนจีวรและบรรจุสรีรสังขารหลวงพ่อคูณในโลงไม้จันทน์หอม ก่อนเคลื่อนร่างครูใหญ่หลวงพ่อคูณขึ้นรถโบราณไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข.เช่นกัน

รศ.ดร.ชาญชัย กล่าวว่า ร่างของหลวงพ่อคูณที่เป็นครูใหญ่ ผ่านการผ่าร่างกาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนทางกายวิภาค และมีชิ้นเนื้อบางส่วนที่เหลือจากการศึกษา ได้ห่อและนำไปใส่ในโถ เพื่อบรรจุไว้ในหีบที่บรรจุร่าง พร้อมปิดฝาลงสกรู และใช้กาวปิดทับ ซึ่งหีบนี้จะไม่มีการเปิดอีกต่อไป โดยในวันพระราชทานเพลิง วันที่ 29 ม.ค.นี้ จะนำหีบดังกล่าวใส่เข้าไปในเตาเผาชั้นบนสุด

ด้าน รศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดี มข.เผยว่า ในพิธีพระราชทานเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณ มข.จะไม่ทำวัตถุมงคลใดๆ ทั้งสิ้น ทำเพียงหนังสือที่ระลึกในงานทั้งหมด 3 แบบ แบบที่ 1 แจกเฉพาะญาติครูใหญ่ 800 เล่ม แบบที่ 2 แจกผู้มาร่วมงาน 300,000 เล่ม และแบบที่ 3 แจกแขกสำคัญ 5,000 เล่ม สำหรับดอกไม้จันทน์ที่จะใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น ทาง มข.เตรียมไว้ 1 ล้านดอก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายนิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ได้พาผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นฌาปนสถานชั่วคราวสำหรับพิธีพระราชทานเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่งฌาปนสถานดังกล่าวอยู่ที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ด้านพระครูศรีปริยัติพิธาน เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เผยว่า วัดบ้านไร่จะจัดพิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณเช่นกัน โดยทุกอย่างจะทำคล้ายกับที่ มข.แต่ที่วัดบ้านไร่เป็นการฌาปนกิจหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณ โดยพิธีต่างๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24-30 ม.ค.

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในแต่ละวัน มีผู้ไปวางดอกไม้จันทน์และกราบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. จำนวนมาก รวมทั้งเข้าชมความงดงามของฌาปนสถานชั่วคราว นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 22.6 เมตร ที่วัดหนองแวง

ด้านนายยุทธพงศ์ มาตยวิเศษ นายช่างเมรุลอยนกหัสดีลิงค์หลวงพ่อคูณ และอาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. เผยว่า ฤกษ์เผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณคือ เวลา 22.15 น.วันที่ 29 ม.ค. และว่า “ในตัวเมรุลอยที่เป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก จะไม่ได้ทำหน้าที่ในการเผาร่างของหลวงพ่อคูณ แต่จะเป็นเตาเผาข้างในที่ก่อด้วยอิฐสีทอง มีคุณสมบัติทนความร้อนได้อย่างดี ภายในเตาเผาจะมีการวางโลงศพและไม้จิก แยกเป็น 4 ชั้น ชั้นแรกเป็นโลงศพบรรจุร่างหลวงพ่อคูณ ชั้นถัดมาเป็นท่อนไม้จิก ถัดลงมาเป็นตะแกรงเหล็ก ทำหน้าที่กรองวัสดุที่มีขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่เถ้าอัฐิ และชั้นล่างสุด คือ โลงที่ทำจากสแตนเลสทนความร้อน ทำหน้าที่ในการรองรับเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณ”

นายยุทธพงศ์ เผยด้วยว่า “เมื่อพิธีพระราชทานเพลิงเสร็จสิ้น โลงสเตนเลสที่รองรับเถ้าอัฐิจะถูกปิดอย่างมิดชิด ล็อกด้วยกุญแจ 4 ดอก โดยลูกกุญแจแต่ละดอก แยกเก็บไว้กับบุคคลสำคัญ 4 คน ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง มั่นใจว่าเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณจะไม่เล็ดลอดออกจากเตาเผาอย่างแน่นอน จะไม่มีผู้ใดนำไปแอบอ้างทำวัตถุมงคลหรือสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ”

ขณะที่นายเผด็จ สุขเกษม วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย เผยถึงพิธีลอยอังคารอัฐิหลวงพ่อคูณในวันที่ 30 ม.ค.ว่า เวลา 07.00 น. นำกล่องบรรจุเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณขึ้นรถ เดินทางไปถึงจังหวัดหนองคายในเวลา 10.00 น. จากนั้นเชิญกล่องบรรจุเถ้าอัฐิขึ้นวางบนแท่นที่ลานริมโขง, 12.00 น. พิธีเชิญกล่องบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณลงเรือ ล.169 จากนั้นเคลื่อนขบวนเรือทวนน้ำไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ให้ประชาชนที่รอบนตลิ่งได้กราบไหว้ แล้วหันเรือกลับไปประกอบพิธีลอยอังคารที่พระธาตุกลางน้ำ วนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ ทำพิธีโปรยเถ้าอัฐิทั้งหมดไม่ให้เหลือ สำหรับประชาชนที่จะเข้าร่วมกราบไหว้เถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ ขอให้แต่งกายโทนสีขาว ชุดสุภาพ สำรวม และไม่เข้าใกล้แท่นวางกล่องบรรจุอัฐิมากเกินไป นอกจากนี้ระหว่างประกอบพิธี ประชาชนสามารถยกมือไหว้อธิษฐานจิตไปด้วยได้ เพื่อน้อมส่งหลวงพ่อคูณในวาระสุดท้าย
กำลังโหลดความคิดเห็น...