xs
xsm
sm
md
lg

สมเด็จพระสังฆราชประทานเงิน 1 ล้านช่วยผู้ประสบภัย “พายุปาบึก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ประยุทธ์” ขอบคุณคนไทย ขอไทยรวมพลังไทยช่วยไทยอีกครั้ง ในรายการ “รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้” เผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้นํารายได้จากงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว "สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์" มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกในครั้งนี้ พร้อมทั้ง สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานเงินจํานวน 1 ล้านบาทในการช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย

เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 7 ม.ค. 62 ณ ห้องส่ง 5 ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถนนพระราม 9 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมรายการ “รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้” ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ศิลปิน ดารา รับสายโทรศัพท์สำหรับผู้บริจาคเงิน ผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด และภาคกลางตอนล่าง 2 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งสิ้น 16 จังหวัด กระทบไปถึงภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ชลบุรี ตราด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ คงมีสถานการณ์อุทกภัย และน้ำทะเลหนุนสูงในบางพื้นที่ ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร มีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลได้สั่งการให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติสํารวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ยังคงมีผลกระทบจากพายุปาบึกใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร โดยนครศรีธรรมราชยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มในอำเภอชะอวด ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ ถนนสามารถสัญจรได้ทุกเส้นทาง มีโรงครัวพระราชทาน 2 จุด ที่อำเภอปากพนัง และอำเภอทุ่งสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี น้ำท่วมขังใน 12 อําเภอ 57 ตําบล ในจังหวัดชุมพร ประชาชนกลับที่พักอาศัย ท่าอากาศยาน ทางรถไฟ ให้บริการตามปกติ ถนนสามารถสัญจรตามปกติ มีโรงครัวพระราชทาน ณ อำเภอเมืองชุมพร

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสํารวจความเสียหายใน 16 จังหวัด เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 4 รายในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดปัตตานี ได้รับความช่วยเหลือ เบื้องต้นตามระเบียบกฎหมายของทางราชการแล้ว โดยทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์

ด้านที่อยู่อาศัย มีบ้านเรือนเสียหายรวม 11,849 หลัง ทั้งเสียหายทั้งหลังและเสียหาย บางส่วน 11,743 หลัง โดยเสียหายทั้งหลังรัฐบาลจัดสร้างให้ใหม่โดยกําลังพลจากส่วนราชการ พลเรือน ทหาร ตํารวจ จิตอาสา สถาบันอาชีวศึกษา ภาคเอกชน สําหรับที่เสียหายบางส่วน รัฐบาลจะเร่งซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ และสั่งการเร่งสํารวจเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่การเกษตรและเรือประมงได้รับความเสียหาย ดังนี้ นาข้าว 20,437 ไร่ และพืชไร่ 4,556 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 91,145 ไร่ บ่อปลา 12,429 ไร่ บ่อกุ้ง/ปู/หอย 9,620 ไร่ กระชัง 3,677 ตารางเมตร โค/กระบือ 46,280 ตัว แพะ/แกะ 58,032 ตัว สัตว์ปีก 1,093,971 ตัว เรือประมง 18 ลํา ถนน 55 สาย สะพาน 5 แห่ง สถานที่ราชการ 45 แห่ง ศาสนสถาน 157 แห่ง ใน 12 จังหวัด สำหรับภูเก็ต สตูล พังงา และเพชรบุรี ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า จะดําเนินการช่วยเหลือประชาชนต่อไปอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านเรือนของประชาชนรัฐบาลจะเร่งซ่อมแซม ระดมทรัพยากรจากทุกหน่วยงาน รวมทั้งสั่งการให้จังหวัดในภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่างที่ติดชายฝั่งทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี ชลบุรี ตราด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ สํารวจความเสียหายเพิ่มเติม

ขณะนี้จังหวัด อําเภอ อปท.ยังคงเร่งสํารวจความเสียหาย และระดมเจ้าหน้าที่จิตอาสาพระราชทานร่วมทําความสะอาดสถานที่สําคัญต่างๆ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และยังคงจัดตั้งโรงครัวพระราชทานให้แก่ประชาชนในจุดที่มีความเสียหายมาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างขวัญกําลังใจ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณคนไทยทุกคนที่ร่วมกันเสียสละ แสดงน้ำใจในครั้งนี้ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นํารายได้จากงานอุ่นไอรักฯ มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกในครั้งนี้ อีกทั้งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกได้ประทานเงินจํานวน 1 ล้านบาทในการช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังร่วมมอบเงินบริจาคส่วนตัว จำนวน 1 แสนบาท แก่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกด้วย

สำหรับบรรยากาศการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ในสตูดิโอ 5 ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ภายใต้งาน “รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้” นั้น เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมรับสายโทรศัพท์รับบริจาคเงินด้วยตนเอง พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ภาครัฐ เอกชน ศิลปิน ดารา โดยมียอดรวมการรับบริจาคเป็นเงินทั้งสิ้น 132,341,341.06 บาท

รายการ “รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้” จัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมบริจาคเงินผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0

ทั้งนี้ ผู้บริจาคเงินสามารถนำหลักฐานในการบริจาคไปใช้แสดงการลดหย่อนภาษีได้




กำลังโหลดความคิดเห็น...