xs
xsm
sm
md
lg

“โอ๊ค” โต้ข่าวเผ่นนอกหนีคดีฟอกเงิน ท้าคนแฉเอาตะกร้อครอบปาก-“เสริมสุข” ลั่นพร้อมขอขมาหากไม่จริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“โอ๊ค” ฉุนจัด! ท้า “เสริมสุข” เอาตะกร้อครอบปาก ถ้าตนไม่ได้เผ่นนอกหนีคดีฟอกเงินจริง เชื่อรับจ๊อบเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความล้มเหลวของรัฐบาล ด้าน “เสริมสุข” ท้ากลับให้ตั้งโต๊ะแถลงจะไม่หลบหนี พร้อมน้อมรับคำพิพากษา แล้ววันไปศาลจะเอาดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมา

จากกรณีที่ นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ นักข่าวอาวุโสสายทหาร ได้ออกมาแฉว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร ได้หนีออกนอกประเทศ ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมแล้ว เพื่อหนีคดี เนื่องจากจำเลยปากสำคัญในคดีฟอกเงินกฤษดามหานคร เผยถึงเบื้องหลังโอนเงินกินเปล่าสิบล้านเข้าบ้ญชี นายพานทองแท้ หลังรัฐบาลทักษิณอนุมัติเงินกู้เกือบหมื่นล้านบาท พร้อมกับตั้งข้อสังเกตด้วยว่า นายพานทองแท้ ใช้ภาพเก่าโพสต์อินสตาแกรม แสร้งว่ายังอยู่ไทย

วันนี้ (27 ธ.ค.) นายพานทองแท้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โต้กลับ นายเสริมสุข โดยหยิบยกประเด็นในอดีต ที่นักข่าวอาวุโสเคยออกมาโจมตีเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิร้าว จนโดนต้นสังกัดไล่ออก พร้อมท้าด้วยว่า หากตนยังอยู่ไทย ให้อีกฝ่ายเอาตะกร้อมาครอบปาก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความปากพล่อย

“ใครพอจะจำ “นักเต้าข่าว” ที่เคยประโคมข่าวเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิแตกร้าว โดยใช้เทคนิคในการถ่ายภาพ ทำให้ดูเสียหายมากกว่าของจริง ตอนช่วงรัฐประหารปี 49 ได้บ้างครับ?

การกระทำของเขา ส่งผลให้ชื่อเสียงของประเทศไทยเสียหายไปทั่วโลก จน นสพ. ต้นสังกัดฯ ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนับพันล้านบาท ในที่สุด นสพ. ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการให้นักข่าวคนดังกล่าวออกจากงานเสีย

ส่วนเรื่องที่เขาโจมตีเอาไว้ ในที่สุดก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่โดนประโคมข่าวจนเสียชื่อเสียงยับเยิน ยังคงเปิดให้บริการ รองรับเที่ยวบินจนถึงปัจจุบัน ทะลุล้านเที่ยวบิน ขนนักท่องเที่ยวมาเมืองไทย หลายร้อยล้านคนมาแล้ว

“โดยในภายหลังเมื่อรู้ตัวว่า คนพูดให้ประเทศชาติเสียหาย ก็ไม่เคยออกมาขอโทษประเทศไทยอันเป็นที่รักของทุกคนเลยสักครั้ง” ...เวรกรรมจริง...

อยู่ๆ มาวันนี้ คนเดิมออกมาเต้าข่าวใหม่อีกครั้ง นัยว่าจะเป็นการรับจ๊อบเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความล้มเหลวของรัฐบาลหรือไม่ก็ไม่ทราบ ครั้งนี้มาพร้อมสคริปต์ใหม่ “ยืนยันหนักแน่น ฝ่ายความมั่นคงเผย พานทองแท้ไม่อยู่เมืองไทยแล้ว” โถ... ถถถถถถถถ!!

ตบท้ายด้วยการท้าพิสูจน์ ให้ผมโพสต์โชว์ตัวว่ายังอยู่เมืองไทย..!! แหม่...ถ้าอยากจะรู้เรื่องส่วนตัวกันมากขนาดนั้น คงต้องถามกันก่อนว่า พูดให้เสียหายกันแบบนี้ ถ้าผมอยู่เมืองไทยไม่ได้ไปไหน คนเต้าข่าวจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร..??

เอาแบบนี้มั้ยครับ ถ้าผมแสดงตัวว่าผมอยู่ไทยจริง คนเต้าข่าวยอมเอาตะกร้อมาครอบปากตัวเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความปากพล่อยของตัวเอง ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายทั้ง 2 ข่าว 2 ครั้ง มั้ยครับ..?

ถ้าโอเคเดี๋ยวผมจัดให้ โพสต์แบบสิ้นสงสัยว่าอยู่ที่ไหนกันแน่? แต่ถ้าไม่กล้าก็หุบปาก และเลิกเรียกตัวเองว่าสื่อ คอยเต้าข่าวใส่ร้ายผู้อื่นให้เสียหาย จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่านี้เยอะครับ!!” นายพานทองแท้ ระบุ

ล่าสุด นายเสริมสุข ก็ได้โพสต์โต้กลับทันที โดยไม่เชื่อว่า นายพานทองแท้ เป็นคนเขียนข้อความในเฟซบุ๊กเอง เนื่องจากวุฒิภาวะไม่สามารถเขียนอะไรซับซ้อนเกินสามบรรทัดได้ แต่เป็นฝีมือของแอดมินที่มีด้วยกันหลายคน รวมถึงนักนักหนังสือพิมพ์ใหญ่ ส่วนเรื่องเสนอข่าวสนามบินสุวรรณภูมิร้าวนั้นก็ไม่ได้ทำการบ้านมา เพราะสุดท้ายแล้วศาลฎีกาแรงงานได้ตัดสินให้ตนชนะในคดีนี้ พร้อมกับท้า นายพานทองแท้ ถ้ายังอยู่ไทยจริง ให้ควง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าจะไม่หนี พร้อมน้อมรับคำพิพากษา แล้ววันที่ไปศาล ตนพร้อมนำดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาเลย

“ขอท้ากลับ นายโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน แน่จริงเจอกันวันที่ศาลมีคำพิพากษาในคดีฟอกเงิน...

เป็นประเด็นร้อนฉ่าจากโพสต์ในเฟซหลังอ้างแหล่งข่าวทะลวงไส้ ยันโอ๊ค พานทองแท้ เพ่นแนบ พร้อมเจ๊แดงที่ปักหลักที่ กพช. ก่อนหน้านี้ ไม่มีการเคลื่อนไหวในไอจีตลอดช่วงสองวันที่ผ่านมา มาวันนี้มีการเคลื่อนไหวทั้งในหน้าเฟซ และไอจี พร้อมคำท้าทาย...

ในหน้าเฟซเท้าความถึงการเป็นนักเต้าข่าวเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิร้าวปี 2548 ข้อความในเฟซที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของแอดมินที่มีด้วยกันหลายคน ทั้งนัก นสพ. ใหญ่ ที่หากินกับฝ่ายการเมืองจนอ้วนพี และ นายโครมันยอง มนุษย์กินตับ บอกข่าวที่นำเสนอเรื่องรันเวย์ร้าวเป็นเรื่องเท็จ ไม่มีรอยร้าวบนพื้นรันเวย์อย่างที่มีการนำเสนอ และ นสพ. ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลายพันล้านบาท จากการเต้าข่าวที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย...อ่านดูก็รู้ว่าคนเขียนในหน้าเฟซที่รับจ้างมาทำงานโพสต์ข้อความให้ ไม่ได้ทำการบ้านมาเลย วุฒิภาวะอย่างนายโอ๊คเขียนอะไรซับซ้อนเกินสามบรรทักไม่ได้ร๊อค

หลังเสนอข่าวรันเวย์ร้าว นายทักษิณ ชินวัตร ได้กดดันผ่านคนใกล้ชิดให้ ผบห.บางกอกโพสต์ บีบให้ลาออกพร้อมเสนอเงินชดเชยร่วมเกือบสี่ล้านบาท แต่ได้ปฏิเสธข้อเสนอไปทำให้ถูกไล่ออกเลิกจ้าง นำไปสู่การสู้คดีในศาลแรงงาน ครั้งประวัติศาสตร์ เพราะต้องการให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบรรทัดฐานของวงการสื่อมวลชนในเมืองไทย ที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน และนี่คือ เหตุผลที่ไม่ขอรับเงินชดเชยและต้องการเปิดโปงความระยำของฝ่ายการเมืองจากนักการเมืองที่ชื่อนายทักษิณ ชินวัตร

ฝ่ายโจทก์ต่อสู้ในเรื่องเนื้อหาของข่าวที่นำเสนอมีความรอบด้าน พร้อมสัมภาษณ์ จนท. และ รมต. ของรัฐบาลในขณะนั้น รวมถึง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณอยุธยา รมว.กลาโหม ในขณะนั้น

พยานโจทก์ท่านหนึ่งในคดีนี้ คือ พี่ยุวดี ธัญศิริ ที่มายืนยันกับศาลว่าในช่วงที่ผ่านมา มีความพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของบางกอกโพสต์จากฝ่ายการเมือง ซึ่งก็คือนายทักษิณ ชินวัตร เพราะไม่พอใจบทวิเคราะห์ในหน้าinside politics ที่ร่วมรับผิดชอบอยู่มาร่วมสิบปี พี่ยุวดีบอกกับศาลโดยเชื่อว่าการกดดันให้ลาออกมาจากการกดดันของฝ่ายการเมือง

ฝ่ายโจทก์ยังได้ต่อสู้ในเรื่องข้อเท็จจริงสนามบินมีรอยร้าวจนถึงต้องปิดซ่อมรันเวย์ในหลายครั้ง ทุกวันนี้ก็ยังมีการปิดสนามบินเพื่อซ่อมรันเวย์ อันเป็นผลจากการทุจริตในการสร้างสนามบินและรันเวย์

ในเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางคมนาคมได้ถอนฟ้องหลังบางกอกโพสต์เลิกจ้างนักข่าวที่เสนอข่าวนี้ บอกให้เห็นถึงความผิดปกติของฝ่ายการเมือง ใช้ทุกหนทางเพื่อให้เลิกจ้างนักข่าวที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทักษิณ นับเป็นยุคสมัยแห่งความอัปยศ ที่นักการเมืองแทรกแซงการทำงานของสื่อ ใช้ ปปง.ตรวสอบธุรกรรมทางการเงินของคนข่าวที่ไม่ยอมสยบให้อำนาจรัฐของนายทักษิณ

จากการต่อสู้คดียาวนานร่วม 10 ปี ศาลฎีกาแรงงานได้ตัดสินให้ชนะในคดีนี้ ในเดือนมิถุนายน 2558 เป็นการยืนยันในสิ่งที่ได้เสนอไป และเห็นว่า การที่บางกอกโพสต์เลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม...

สรุปอย่างย่อถึงเรื่องที่โพสต์ในเฟสบุ๊คจะได้เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นว่าข่าวที่นำเสนอเป็นข่าวที่เต้าขึ้นมาหรืออยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ซึ่งมีผลให้ศาลตัดสินให้ชนะคดีนี้

มาเรื่องคำท้าที่นายโอ๊คโพสต์เห่าหอนในเฟสและไอจี..

ต้องเท้าความถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนมาโพสต์เรื่องนายโอ๊คเผ่นหนีในคดีฟอกเงิน 10 ล้าน ให้เห็นความเกี่ยวโยงของเรื่องทั้งหมด เพราะคนในตระกูลนี้มีประวัติในเรื่องการทุจริตและหลบหนีการตัดสินของศาลยุติธรรมทำให้นำเสนอรายงานข่าวในหน้าเฟสอย่างที่ปรากฏ

ก่อนโพสต์ข่าวนายโอ๊คเผ่นหนี ได้เสนอข่าวเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หลบหนีเข้ากัมพูชาหลังมีข่าวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ยอมเปิดปากชี้แจงในคดีจำนำข้าวที่มีข่าวว่าพาดพิงถึงนางเยาวภาโดยตรง ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางหลบหนีก่อนที่ปปช.จะส่งคำฟ้องให้ศาลในคดีจำนำข้าวล๊อตสอง 14 ล้านตัน

ในช่วงเดียวกันแหล่งข่าวให้ข้อมูลนายโอ๊ค ได้หลบหนีเช่นกัน หลังจากจำเลยในคดีฟอกเงินของกฤษดามหานคร ให้ข้อมูลชี้แจงถึงเรื่องเงินสิบล้านบาทที่โอนเข้าบัญชี นายพานทองแท้ จนนำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาฟอกเงิน ได้โพสต์ข้อความในหน้าเฟซระบุนายพานทองแท้ได้หลบหนีออกไปในช่วงจังหวะที่เจ๊แดงเดินทางออกจาก กพช. ไปไต้หวันก่อนไปที่ดูไบ ถือเป็นการรายงานข่าวในหน้าเฟซบุ๊กอย่างที่เคยทำมาตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายความมั่นคงตั้งข้อสังเกตถึงการเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศหลังมีการให้ข้อมูลจากจำเลยในคดีฟอกเงิน

ขำขำกับการท้าทายให้แสดงความรับผิดชอบในรายงานข่าวที่นำเสนอว่าสร้างความเสียหายต่อนายพานทองแท้ ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะที่คนทำงานสื่อต้องตรวจสอบ เพราะถูกตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตในธุรกรรมทางการเงินช่วงรัฐบาลนายทักษิณปี2547 หากไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศอย่างที่ถูกตั้งข้อสังเกต ก็ควรตั้งโต๊ะแถลงข่าว ชี้แจงสังคม ให้เกิดความชัดเจน จะให้ดีต้องให้นางเยาวภามาร่วมแถลงข่าวด้วยเพื่อสยบข่าวลือทั้งหมด เชื่อว่าผู้คนในสังคมอยากได้ยินจากปากจะต่อสู้คดีนี้จนถึงที่สุด ในคดีฟอกเงิน และคำยืนยันจะไม่หลบหนีอย่างที่บิดา และอาแดะแดะ สองนักโทษหนีคดี ได้กระทำในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงข่าวลือสะพัดการหลบหนีของนาง เยาวภา ในคดีจำนำข้าวที่ถูกซัดทอด

เป็นหน้าที่ของคนที่ทำงานการเมืองต้องแสดงความรับผิดชอบในเรื่องที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่มาท้าทายเห่าหอนอย่างที่ทำ เพราะพวกมรึงคือบุคลสาธารณะที่ต้องถูกตรวจสอบได้ การโพสต์ข้อความในหน้าเฟส คือการตรวจสอบนักการเมืองที่ปากอ้างเป็นปชต. แต่กลับทำทุกอย่างเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะนักการเมืองในตระกูลชินวัตร

การนำเสนอข่าวสารในหน้าเฟซตลอดช่วงที่ผ่านมาได้อ้างแหล่งข่าวที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตน เป็นแหล่งข่าวที่ประสงค์ให้ข้อมูลแต่ไม่ต้องการเปิดตัว รวมถึงข่าว การใช้ยาสลบช่วยหมูป่าออกจากถ้ำขุนน้ำนางนอนซึ่งถูกวิจารณ์อย่างมากในช่วงแรกว่าเป็นข่าวมโนนึกเอาเองของคนรายงาย แต่ในภายหลังมีการยืนยันว่ามีการใช้ยาสลบเคตามีนเพื่อช่วยในปฏิบัติการขนหมูป่าออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย...

แน่จริงตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกับนางเยาวภาจะไม่หลบหนีอย่างที่มีการปล่อยข่าว ประกาศให้ชัดพร้อมรับคำพิพากษาในคดีฟอกเงินที่เป็นจำเลยเพราะมีเงินเข้าบัญชีแบบไม่มีที่มาที่ไป หากกล้ารับคำท้านี้ ในวันที่มีคำพิพากษาจะนำธูปเทียนดอกไม้ไปขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินและดูถูกไว้ว่าต้องหลบหนี เพราะมีตัวอย่างหลบหนีของคนในตระกูลชินให้สังคมเห็น

นี่คือ คำท้าทายถึง นายโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร....

บอกหลายทีแล้วว่าฟ้ามีตา แน่จริงประกาศรับคำท้ามาแล้วจะรู้ว่านรกมีจริงหรือไม่..” นายเสริมสุข ระบุ





กำลังโหลดความคิดเห็น...