xs
xsm
sm
md
lg

(Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน) ปีติ "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงจักรยานอุ่นไอรัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 1-15 ธ.ค. 2561)

ปีติ "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงจักรยานนำประชาชนเปิดงานอุ่นไอรัก

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรอรับเสด็จ ทอดพระเนตรการแสดงนิทรรศการ “พระมหากรุณาธิคุณแห่งสายน้ำ” และกิจกรรมต่างๆ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานดังกล่าว เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความใกล้ชิดกัน โดยจะจัดงานไปจนถึงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562



จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงจักรยานพระที่นั่ง นำขบวนพสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรม "Bike อุ่นไอรัก" เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต ถึงสวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ไป-กลับ รวมระยะทาง 39 กิโลเมตร โดยทรงบีบแตรสัญญาณปล่อยขบวนปั่นจักรยาน บริเวณจุดปล่อยตัวหน้ากองทัพภาคที่ 1 เมื่อเวลา 18.27 น. ท่ามกลางประชาชนต่างสวมใส่เสื้อสีเหลืองเฝ้ารับเสด็จ พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ทั้งนี้ มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 638,601 คน

อันดับ 2 : คสช. ปลดล็อกการเมือง - รัฐบาลอัดฉีดคนจน 500 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ความเคลื่อนไหวการเมืองรอบครึ่งเดือนที่ผ่านมา 11 ธ.ค. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนและพรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง สาระสำคัญคือ ยกเลิกคำสั่ง คสช. 9 ฉบับ ยกเลิกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของนักการเมือง ยกเลิกเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่ คสช. กักตัว ที่ห้ามออกนอกประเทศ ห้ามร่วมชุมนุมและสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง ยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองจัดประชุม ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง การจัดตั้งพรรคการเมืองและรับเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. หารือร่วมระหว่างรัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และพรรคการเมือง ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า จะประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 2 ม.ค. 2562 ซึ่งจะเริ่มหาเสียงได้ และเริ่มคิดค่าใช้จ่ายหาเสียง, 14-18 ม.ค. 2562 จะเปิดรับสมัครผู้สมัคร ส.ส. และแจ้งผู้เสนอเป็นนายกรัฐมนตรี โดยวันเลือกตั้งยังเป็นวันที่ 24 ก.พ. 2562 โดยกรอบเวลาจนถึงได้รัฐบาลชุดใหม่ จะอยู่ประมาณเดือน พ.ค. - มิ.ย. 2562



อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14.5 ล้านคน ต่างออกมากดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยจำนวนมาก เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พ.ย. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4 มาตรการ วงเงิน 38,730 ล้านบาท หนึ่งในนั้นคือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปี 500 บาทต่อคน แม้จะมีเสียงวิจารณ์จากฝ่ายการเมืองว่าเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า อีกทั้งยังมีผู้ถือบัตรที่จนไม่จริงมาใช้สิทธิ์ แต่นายกรัฐมนตรี ก็กล่าวว่า เงิน 500 บาทที่รัฐบาลให้ เพื่อผู้มีรายได้น้อยอยู่ได้ ขอทุกคนอย่าใช้สุรุ่ยสุร่าย ส่วนการอ้างตัวเป็นผู้มีรายได้น้อยนั้น ให้กระทรวงการคลังพิจารณา

อันดับ 3 : คนไทยถูกยิงเสียชีวิตในตลาดคริสต์มาส ฝรั่งเศส ตำรวจวิสามัญได้ในอีกสองวันถัดมา

เกิดเหตุเศร้าสลดเมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 11 ธ.ค. เมื่อมีคนร้ายกราดยิงในตลาดคริสต์มาส เมืองสตราส์บูร์ก ประเทศฝรั่งเศส ทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 3 ราย หนึ่งในนั้นคือนักท่องเที่ยวชาวไทย ทราบชื่อคือ นายอนุพงษ์ สืบสมาน อายุ 45 ปี เจ้าของกิจการโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางไปท่องเที่ยวกับภรรยา ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ภรรยาปลอดภัย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้เข้าช่วยเหลือภรรยาพร้อมติดตามและประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ของฝรั่งเศส

ต่อมาทางการฝรั่งเศสทราบชื่อคนร้ายรายนี้ คือ นายเชรีฟ เชกัตต์ อายุ 29 ปี เป็นคนในพื้นที่ มีชื่ออยู่ในประวัติของหน่วยงานความมั่นคง DGSI ตามบัญชีบัญชี S จัดอยู่ในบุคคลหัวรุนแรงทางศาสนา เขาได้รับบาดเจ็บจากการยิงต่อสู้กับทหาร และจับคนขับแท็กซีไว้เป็นตัวประกันเพื่อหลบหนี ต่อมารายงานว่า นายเชกัตต์ ถูกตำรวจวิสามัญในพื้นที่นอยดอร์ฟ แมโนของเมืองสตาร์สบูร์ก เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. หลังตำรวจ 3 นายพบผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าเป็นนายเซกัตต์ เมื่อแสดงตัวเข้าจับกุมกลับยิงใส่ตำรวจจึงยิงตอบโต้ดังกล่าว

อันดับ 4 : จำคุก "ธาริต เพ็งดิษฐ์" 1 ปี หมิ่นประมาท "สุเทพ เทือกสุบรรณ" กล่าวหาเท็จโกงโรงพัก

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 1 ปีโดยไม่รอลงอาญา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเวลา 1 ปีโดยไม่รอลงอาญา หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กรณีแถลงข่าวกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำสัญญาก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่งเป็นรายภาค แต่ให้รวมสัญญาเพียงรายเดียว ทำให้ก่อสร้างเสร็จไม่ทัน ซึ่งเป็นเท็จทำให้โจทก์เสียหาย หลังศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง



ศาลให้เหตุผลว่า การแถลงข่าวดังกล่าวหมิ่นประมาทนายสุเทพจริง ที่ศาลล่างพิพากษานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ส่วนที่จำเลยขอถอนคำให้การเป็นรับสารภาพ ไม่อาจถอนคำให้การได้ในชั้นฎีกา ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้บรรเทาผลร้ายโดยวางเงิน 1 แสนบาท และเจรจาไกล่เกลี่ยสำเร็จนั้น ศาลเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่ประนีประนอม ถือว่ายังอยู่ในระหว่างเจรจาไกล่เกลี่ย จากนั้นนายธาริตได้ถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ก่อนหน้านี้ นายธาริตยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอถอนคำให้การเดิมเปลี่ยนเป็นรับสารภาพพร้อมขอเลื่อนวันพิพากษาออกไป 60 วัน แต่หากศาลไม่อนุญาตขอความกรุณาลงโทษสถานเบารอลงอาญา ต่อมาให้ทนายความแถลงข่าวรับสารภาพและขอโทษนายสุเทพ ยอมรับว่าล่วงเกิน ทั้งที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาและผู้มีพระคุณ จากนั้นได้นำเงิน 1 แสนบาทวางศาลอาญา อ้างว่าเยียวยาต่อโจทก์ แต่นายสุเทพไม่ยอมความและไม่รับขมา เพราะนายธาริตผิดวิสัยของผู้ผดุงความยุติธรรม โจมตีเพื่อสอพลอผู้มีอำนาจ และเห็นว่าสังคมไม่ควรอภัย

อันดับ 5 : รถเบนซ์หักหลบไม่ทันชนท้ายรถส่งของจอดเสีย คนงานร่วงลงทางด่วนดับ 2

อุทาหรณ์ของผู้ใช้ทางพิเศษชนรถที่จอดเสีย จนคนที่ลงมาจากรถตกลงจากทางด่วนเสียชีวิต เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อช่วงสายของวันที่ 11 ธ.ค. รถเบนซ์สีดำ รุ่นอี 200 ทะเบียน 1 กจ 914 กทม. ชนท้ายรถส่งสินค้าของบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ปิกอัพสีขาว ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ถถ 797 กทม. ทำให้นายคริษฐ์ วรากลาง อายุ 22 ปี และนายวุฒิชัย สุราชา อายุ 32 ปี พนักงานบริษัท ถูกชนตกลงมาจากทางด่วนสูงกว่า 10 เมตร กระแทกพื้นเสียชีวิตทันที บริเวณทางพิเศษศรีรัช ขาเข้า บริเวณหน้าวัดบัวขวัญ ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี



ส่วนคนขับรถเบนซ์ คือ นางสุรางค์ สุภรสุข อายุ 70 ปี ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถจากเมืองทองธานี จะไปถนนรัชดาภิเษก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพจอดเสียอยู่ข้างทาง หักหลบไม่ทันพุ่งเข้าชนท้าย คนงานทั้งสองคนยืนอยู่หน้ากระโปรงรถ ถูกแรงกระแทกตกลงไปด้านล่างเสียชีวิต เบื้องต้นตั้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้เสียชีวิต และทรัพย์สินของราชการเสียหาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ขาดเสาหลักของบ้าน โดยนายวุฒิชัยมีลูกอายุ 3 ขวบครึ่งที่ต้องดูแลพร้อมภรรยา ส่วนนายคริษฐ์กำลังวางแผนจะแต่งงานสิ้นปีนี้ แต่ก็เกิดเหตุเสียก่อน

อันดับ 6 : ปิดตำนานพระเอกตบจูบ “เปี๊ยก-พิศาล อัครเศรณี” หัวใจล้มเหลววัย 73 ปี

นับเป็นความสูญเสียของคนในวงการบันเทิงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ ผู้กำกับชื่อดังและนักแสดงรุ่นใหญ่ “เปี๊ยก-พิศาล อัครเศรณี” วัย 73 ปี ผู้กำกับ-นักแสดง เจ้าของฉายา “ผู้กำกับซาดิสต์และพระเอกตบจูบ” เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เวลา 02.00 น. ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว หลังลูกชายคนเล็ก โอ๊ต-นนทพร อัครเศรณี นำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อกลางดึกของวันที่ 3 ธ.ค. ก่อนย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยศพได้ประกอบพิธีทางศาสนาที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ท่ามกลางความโศกเศร้า



สำหรับเปี๊ยก-พิศาล อัครเศรณี เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2488 เป็นน้องชายของกิตติ อัครเศรณี อดีตผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชื่อดัง จบการศึกษาด้านการแสดงที่โรงเรียนการกำกับการแสดง วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา สร้างชื่อจากละครผู้ชนะสิบทิศ ออกอากาศทางช่อง 9 รับบทเป็นมังตรา และกำกับภาพยนตร์เรื่อง เพลงสุดท้าย ได้รับฉายาว่า "พระเอกตบจูบ" หรือ "ผู้กำกับซาดิสต์" เพราะมักได้รับบทหรือกำกับละครหรือภาพยนตร์ที่พระเอกมักจะทำร้ายนางเอกด้วยการตบตี แต่ลงท้ายด้วยการจูบจนใจอ่อน





นายพิศาลสมรสกับนางสุดารักษ์ อัครเศรณี มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ โอ-อัครพล อัครเศรณี ลูกชายคนโต เคยเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว, อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล ลูกสาวคนที่สอง นักแสดงหญิงและผู้จัดละคร, อ๋อ-ศิรดา อัครเศรณี เมเยอร์ ลูกสาวคนที่สาม และโอ๊ต-นนทพร อัครเศรณี ลูกชายคนเล็ก พิธีฌาปนกิจศพได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. โดยลูกชายทั้งสองได้ปลงผมบวชหน้าไฟให้แก่บิดา ซึ่งลูกๆ ทั้งหมดไม่ติดใจสาเหตุเสียชีวิต โดยเชื่อว่าแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่แล้ว และเดินหน้าตามรอยทำงานเบื้องหลังต่อไป

อันดับ 7 : ประเทศไทยเหลื่อมล้ำไม่ใช่อันดับ 1 ของโลก สภาพัฒน์โต้ข้อมูล "บรรยง พงษ์พานิช"

กลายเป็นประเด็นร้อนทางเศรษฐกิจ ที่สังคมพากันแตกตื่นกับข้อมูลที่อ้างว่า ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก เมื่อนายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. หยิบยกรายงานของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม อ้างว่าคนรวยร้อยละ 1 มีเกินครึ่งของคนทั้งประเทศ เอาทรัพย์ของคนเกือบทั้งประเทศไปหมด สะท้อนว่าคนครึ่งประเทศ เป็นพวกหาเช้ากินค่ำ เดือนชนเดือน ไม่มีเหลือเก็บเหลือออม



อย่างไรก็ตาม ได้มีชาวเน็ตบางรายออกมาจับผิดข้อมูลที่นายบรรยงนำมาโพสต์ พบว่าเป็นข้อมูลเก่าเมื่อปี 2549 มาเชื่อมโยงกับปี 2561 บางส่วน อีกทั้งข้อมูลอ้างอิงไม่มีฉบับไหนแสดงถึงการถือครองมูลค่าทรัพย์สินของคนรวย 1% ของประเทศไทย ส่วนนายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ข้อมูลล่าสุดปี 2558 ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยอยู่อันดับที่ 40 จาก 67 ประเทศ ปรับตัวดีขึ้นจากในปี 2556 ที่อยู่ในอันดับ 46 จาก 73 ประเทศทั่วโลก
กำลังโหลดความคิดเห็น...