xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าของบ้านบอกโจร “ไม่ต้องเข้ามาแล้ว” อุกอาจพังประตู-วงกบทุกห้อง โวย “สภ.ปลายบาง” เกียร์ว่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าของบ้านหลังหนึ่งในซอยวัดส้มเกลี้ยง จ.นนทบุรี เขียนป้ายถึงโจร “ไม่ต้องเข้ามาแล้ว” หลังถูกงัดบ้าน 4 ครั้ง ในรอบ 9 ปี รอบนี้อุกอาจพังประตู-วงกบทุกห้อง เผย คราวที่แล้วขโมยไม่พอ ฉกบัตรเครดิตไปรูด 8 หมื่น พบเด็กติดยาแถววัด หลักฐานมัดแน่น แต่ถึงตอนนี้อัยการไม่ส่งตัวดำเนินคดีจนเกิดเหตุซ้ำ แถมตำรวจ สภ.ปลายบาง เกียร์ว่างไม่รับแจ้งความ พอลงมาทำคดี กลับทำหลักฐานสำคัญหายไป

วันนี้ (10 ธ.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Art Euro” ได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก เป็นป้ายที่เขียนด้วยฟิวเจอร์บอร์ดติดอยู่หน้าบ้านเดี่ยวสองชั้น เขียนด้วยปากกาเมจิกสีดำและสีน้ำเงิน ระบุว่า “กราบเรียนคุณโจร บ้านหลังนี้ไม่มีทรัพย์สินมีค่า ไม่ต้องเข้ามาแล้วนะครับ! วันที่ 29 พ.ย. 2559 คนร้ายเข้างัดบ้าน รู้ตัวคนร้าย หลักฐานพร้อม ยังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่วันที่ 7 ธ.ค. คนร้ายเข้างัดบ้านอีกครั้ง พื้นที่ดูแล สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี” ภาพดังกล่าวถูกแชร์ในโลกโซเชียล และมีคนแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก



ผู้สื่อข่าว MGR Online สอบถามไปยัง นายธวัชชัย แก้วสว่าง อายุ 36 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก “Art Euro” ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านที่ตนปลูกเอง อยู่มานานกว่า 9 ปี อยู่ในซอยวัดส้มเกลี้ยง ถนนกาญจนาภิเษก หลังศูนย์การค้าพลัสมอลล์ บางใหญ่ ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เคยถูกงัดบ้านครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2559 หลังกลับจากที่ทำงาน ถึงบ้านเวลาประมาณ 20.30 น. ได้ทรัพย์สินเป็นพระเครื่อง รองเท้า และคนร้ายยังได้นำบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเก็บไว้ในบ้านไปด้วย จึงได้แจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี ไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 30 ธ.ค. 2559 ก่อนออกไปทำงานได้เปิดตู้รับจดหมาย พบว่า มีใบแจ้งยอดบัตรเครดิตส่งมา โดยมียอดใช้จ่ายกว่า 8 หมื่นบาท จึงได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับตำรวจ สภ.ปลายบาง แต่พบว่าตำรวจไม่รับแจ้งความ อ้างว่า คนร้ายนำบัตรไปรูดซื้อสินค้าที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี ในท้องที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ แต่ตนยืนยันว่า บัตรหายที่บ้าน แต่เมื่อขับรถไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ กลับบอกว่าให้ตนกลับไปแจ้งความที่ สภ.ปลายบาง

และเมื่อกลับไปที่ สภ.ปลายบาง กลับไม่รับแจ้งความ ให้ไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ อีกรอบ จึงได้รับความอนุเคราะห์จาก รอง ผกก.สภ.รัตนธิเบศร์ ให้ไปดูกล้องวงจรปิดของทางห้างฯ จึงทราบว่าคนร้าย คือ นายอนุกูล สมบัติจินดา อายุ 30 ปี เด็กติดยาละแวกวัดส้มเกลี้ยง นำบัตรเครดิตของตนไปรูดซื้อนาฬิกาข้อมือ ทองรูปพรรณ และโทรศัพท์มือถือ เมื่อค่ำวันที่ 2 ธ.ค. 2559 เมื่อกลับไปที่ สภ.ปลายบาง กลับไม่รับแจ้งความอีก จึงให้น้องหัวหน้าที่ทำงาน รอง ผกก.สน.มักกะสัน โทรศัพท์ไปที่ สภ.ปลายบางอีกครั้ง ถึงยอมรับแจ้งความ

ต่อมาตนได้แกะรอยหาหลักฐานด้วยตัวเองว่าคนร้ายนำบัตรเครดิตไปใช้ที่ไหนบ้าง ก่อนจะส่งใบบันทึกรายการ (เซลล์สลิป) จากร้านค้า 10 ใบ ไปให้ตำรวจ สภ.ปลายบาง ที่รับผิดชอบคดี ซึ่งตนต้องหยุดงานเพื่อพาตำรวจไปสอบปากคำพนักงานขายทุกร้าน ระหว่างนั้นนายอนุกูลไปบำบัดยาเสพติด จนครบกำหนดบำบัดออกมา ได้ไปติดต่อขอมอบตัวที่ สภ.ปลายบาง เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2560 ได้มีการเขียนลายมือเพื่อเปรียบเทียบกับเซลล์สลิป บัตรเครดิต พบว่า เป็นลายมือเดียวกัน ต่อมาได้ส่งตัวนายอนุกูลในชั้นศาล และได้รับการประกันตัวออกมา

จากนั้นวันที่ 7 พ.ค. 2560 นายปิยะ อัยการจังหวัดนนทบุรี ที่รับผิดชอบคดี ได้ขอเอกสารเพิ่มกับทางตำรวจ กระทั่งสิ้นปี 2560 นายปิยะ ได้ย้ายไปที่อื่น นายสิริชัย เป็นอัยการที่รับทำคดีต่อ ต่อมาเอกสารเซลล์สลิป 10 ใบ อัยการส่งมาให้ตนเพียง 4 ใบ ส่วนอีก 6 ใบหายไป สอบถามไปยังตำรวจ สภ.ปลายบาง ที่รับผิดชอบคดี ก็กล่าวว่า ได้มาแค่ 4 ใบ ทำให้ตนถึงกับพูดไม่ออก จนตอนนี้ทางอัยการ ยังไม่สั่งฟ้อง หรือดำเนินการกับผู้เสียหายใดๆ ทั้งสิ้น

นายธวัชชัย กล่าวว่า ล่าสุด วันที่ 7 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา บ้านของตนก็ถูกคนร้ายงัดอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ที่ปลูกบ้านหลังนี้ แม้จะมีระบบล็อก 3-4 ชั้นก็ตาม ได้นาฬิกาข้อมือไป 5 เรือน และต่างหูเพชร ที่รู้สึกไม่สบายใจคือความปลอดภัย เนื่องจากคนร้ายงัดประตู และวงกบทุกห้อง พังเสียหายทั้งหมด ตนติดใจว่าที่ผ่านมามีหลักฐานมากพอ คนร้ายกลับยังไม่ถูกดำเนินคดี และไม่แน่ใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุใช่คนร้ายคนเดิมมาก่อเหตุซ้ำหรือไม่ ครั้งนี้ตนได้แจ้งความไว้กับ สภ.ปลายบาง อีกครั้ง โดยนัดสอบปากคำในวันที่ 13 ธ.ค. นี้

“ผมไม่ได้คาดหวังแล้ว คราวก่อนหลักฐานแน่นขนาดนั้น คนร้ายยังลอยนวล รอบนี้ผมปลงอย่างเดียว” นายธวัชชัย กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...