xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 2-8 ธ.ค.2561

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

1.สนช.ผ่าน กม.ดัดหลัง “คนหนีคดี” ไม่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาผู้อื่น ด้านทนาย นปช.เหน็บ กม.ขัดหลักนิติธรรม-สิทธิมนุษยชน!
นายทักษิณ ชินวัตร หนีคำพิพากษาศาลฎีกาฯ จำคุก 2 ปี คดีซื้อที่รัชดาฯ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หนีคำพิพากษาศาลฎีกาฯ จำคุก 5 ปี คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ได้มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 5 มาตรา ในวาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่มีนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้แก่ มาตรา 5 ห้ามประชาชนเป็นโจทก์ฟ้องคดีผู้อื่นโดยไม่สุจริต หรือเพื่อกลั่นแกล้งกัน ซึ่ง กมธ.ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า หากพบว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งเอาเปรียบจำเลย ถือเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้อง หรือไม่รับฟ้องได้ และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีในเรื่องเดียวกันอีก ซึ่งจะครอบคลุมถึงกรณีผู้ปฏิเสธคำสั่ง คำพิพากษาศาลในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เช่น กรณีที่ศาลตัดสินลงโทษจำคุกหรือปรับ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น หลบหนีไป บุคคลผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิไม่ให้มาฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้อีก เพราะกฎหมายไม่ควรให้สิทธิผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา อย่างไรก็ตามการตัดสิทธิการฟ้องคดีอาญาดังกล่าว ไม่รวมถึงการไปดำเนินคดีผ่านช่องทางตำรวจและอัยการ

ทั้งนี้ หลังจาก สนช.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 149 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 เสียง

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ได้ออกมาเหน็บ สนช.ที่ผ่านร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตัดสิทธิบุคคลที่หลบหนีคดีไม่สามารถฟ้องคดีอาญาได้ว่า กฎหมายหลายฉบับที่ออกมาขัดต่อหลักนิติธรรม ขัดหลักสิทธิมนุษยชน ตอบโจทย์คนส่วนน้อยที่นั่งชูคออยู่ในอำนาจ ไม่เคยถูกกระทำย่ำยี ฉะนั้นอย่าเข้าข้างตนเองว่าเพื่อความยุติธรรมแล้ว ต้องตัดสิทธิคนหนีคดี ตัดสิทธิพวกไม่สุจริตไม่ให้ฟ้องคดีอาญาได้ ตรงนี้สะท้อนความต้องการแบบเห็นแก่ตัวมากไปหรือไม่

2.ที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย เคาะวันเลือกตั้ง 24 ก.พ. ด้าน คสช.รอเคาะอีกครั้งปลดล็อกพรรคการเมือง ไม่เกิน ธ.ค.นี้!
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระหว่างประชุม และหลังประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮไลต์อยู่ที่การประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ประกอบด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), รัฐบาล, คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลที่ไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สายว่า เพราะที่ผ่านมา กฏกติกาต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อเอาเปรียบพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่ว่าผลประชุมจะออกมาอย่างไร ทางพรรคพร้อมปฏิบัติตามด้วยความอดทน แม้จะเป็นกฏกติกาที่บิดเบี้ยว พร้อมยืนยัน พรรคจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายต่อประเทศ

ขณะที่พรรค ปชป.ชี้แจงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สายว่า เพราะไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมือง พร้อมมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหลายสถานะ ทั้งนายกฯ, หัวหน้า คสช. และจะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์จึงมีส่วนได้เสียโดยตรงกับการเลือกตั้ง จึงไม่มีความชอบธรรมที่จะนั่งหัวโต๊ะการประชุมวันที่ 7 ธ.ค.เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน

หลังประชุม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมมีการพูดเรื่องขั้นตอนต่างๆ หลังจากนี้ ที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค. รวมถึงกรอบเวลาจนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะอยู่ประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2562 นอกจากนี้ กกต.ยังได้ชี้แจงบางขั้นตอนที่พรรคการเมืองจะนำไปปฏิบัติ รวมทั้งเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองซักถาม ซึ่งมีข้อสังเกตหลายอย่างจากพรรคการเมือง เช่น กังวลเรื่องเวลาการสังกัดพรรคการเมืองเพื่อให้คุณสมบัติครบที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้ และค่าสมาชิกพรรค ซึ่งหัวหน้า คสช. และประธาน กกต.จะนำไปพิจารณาและดำเนินการต่อไปเท่าที่ทำได้ ส่วนวันเลือกตั้ง มีการยืนยันว่ายังเป็นวันที่ 24 ก.พ. 2562

นายพุทธิพงษ์เผยด้วยว่า วันปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ จะอยู่ภายในเดือน ธ.ค.นี้แน่นอน ซึ่งจะมีการหารือในที่ประชุม คสช.เร็วๆ นี้ พร้อมยืนยันด้วยว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงกรณีพรรคการเมืองใหญ่ไม่มาร่วมประชุม มีแต่หัวหน้า คสช.ได้ขอบคุณทุกพรรคการเมืองที่มาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่างๆ ซึ่งจะนำไปปรับปรุงให้การเลือกตั้งเรียบร้อยต่อไป และว่า รัฐบาลไม่ต้องทำหนังสือแจ้งพรรคการเมืองใหญ่ที่ไม่ได้มาร่วมหารือ เพราะเชื่อว่าคงได้ติดตามอยู่

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงปฏิทินทางการเมืองว่า วันที่ 2 ม.ค. 2562 จะประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งจะเริ่มหาเสียงได้ และเริ่มคิดค่าใช้จ่าย, วันที่ 4 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส.แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้ง สถานที่สมัคร, วันที่ 14-18 ม.ค.จะเปิดรับสมัคร ส.ส. และพรรคแจ้งชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี รวมระยะเวลา 5 วัน ส่วนวันที่ 25 ม.ค. กกต.จะประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อของทุกพรรค

จากนั้นเดือน ก.พ. 2562 วันที่ 4-16 ก.พ.จะเป็นวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร, วันที่ 15 ก.พ. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องหยุดการพิจารณากฎหมาย, วันที่ 17 ก.พ.จะเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า และวันที่ 24 ก.พ.จะเป็นวันเลือกตั้งตามข้อเสนอของ กกต. ขณะที่เดือน มี.ค. 2562 ไม่มีการชี้แจงกิจกรรม เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ กกต.รับรองผลเลือกตั้ง

หลังจากนั้น วันที่ 25 เม.ย.จะเป็นวันสุดท้ายของการประกาศผลเลือกตั้ง และวันที่ 28 เม.ย.จะเป็นวันสุดท้ายที่ คสช.จะคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ครบ 250 คน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ และรอการประกาศแต่งตั้ง ส.ว.

ส่วนความคืบหน้าการรับสมัคร ส.ว.นั้น เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.เผยว่า จากการตรวจสอบระบบ มีการตกหล่นของยอดผู้สมัครทั่วประเทศ สรุปยอดผู้สมัครทั่วประเทศอย่างเป็นทางการมีทั้งสิ้น 7,215 คน แบ่งเป็นสมัครด้วยตนเอง 6,706 คน และองค์กรเสนอชื่อ 509 คน หลังปิดการรับสมัครได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ซึ่งผู้อำนวยการเลือกได้ตัดสิทธิไม่ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้สมัครจำนวน 158 คน ส่วนใหญ่ถูกสิทธิเพราะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือเป็นเครือญาติกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครทั้งหมดสามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ จนถึงวันที่ 8 ธ.ค. โดยการเลือก ส.ว.ระดับอำเภอจะมีขึ้นในวันที่ 16 ธ.ค. คาดว่าศาลฎีกาจะพิจารณาเสร็จภายในวันที่ 12-14 ธ.ค.

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ได้ออกมาเตือนพรรคการเมืองและผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า วันที่ 11 ธ.ค. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลใช้บังคับ อย่าทำอะไรที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม หรือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เพราะบทลงโทษของการเลือกตั้งค่อนข้างรุนแรง

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ได้เปิดแถลงเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่า จะเข้าไปสู่พรรคการเมืองในบัญชีรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ และรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลที่เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ประกาศว่าจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรค และ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีการปฏิเสธใดๆ พล.อ.ประยุทธ์จึงอยู่ในฐานะของผู้แข่งขันในตำแหน่งนายกฯ ไม่สามารถทำหน้าที่อื่นหรือเป็นกรรมการใดได้อีกต่อไป

3.ครม.ไฟเขียว “ช็อปช่วยชาติ” ลดหย่อนภาษี สินค้า 3 ประเภท 15 ธ.ค.61-16 ม.ค.62 พร้อมทุ่ม 2 หมื่นล้านช่วยชาวสวนยาง-ปาล์ม!
สินค้า 3 ประเภท ที่เข้าข่าย ช็อปช่วยชาติ
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ (ช็อปช่วยชาติ) โดยปีนี้จะให้ความสำคัญกับการกระตุ้นผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตกต่ำ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการเรียนรู้ทางหนังสือ และส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชน

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวกำหนดให้ผู้มีรายได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.61-16 ม.ค.62 ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมาตรการดังกล่าวจะคร่อมปี ดังนั้นขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายว่าเกิดขึ้นในช่วงปีใดก็จะสามารถนำไปหักลดหย่อนได้ในปีนั้น หรือหากซื้อทั้ง 2 ปี ก็จะสามารถหักได้ทั้ง 2 ปี แต่รวมกันต้องไม่เกิน 15,000 บาท โดยสินค้าที่เข้าข่ายได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี มี 3 ประเภท

1.สินค้าโอท็อปที่ลงทะเบียนไว้กับกรมการพัฒนาชุมชน โดยผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และต้องระบุว่าเป็นการซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ 2.หนังสือหรือ e-book แต่ไม่รวมถึงนิตยสารและหนังสือพิมพ์ โดยต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ได้รับจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเช่นกัน 3.ยางล้อรถยนต์ ล้อรถจักรยานยนต์ และล้อรถจักรยาน โดยซื้อจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายซึ่งซื้อวัตถุดิบจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดยผู้มีเงินได้จะต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และหลักฐานที่เป็นคูปองจาก กยท.

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบโครงการช่วยเหลือและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรชาวสวนยาง ปี 2561-2562 โดยเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือไร่ละ 1,800 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ โดยแบ่งเป็น เจ้าของชาวสวนยางได้รับเงิน 1,100 บาทต่อไร่ ส่วนคนกรีดยางได้รับ 700 บาท เจ้าของสวนยางที่จะได้รับการช่วยเหลือ มีจำนวน 999,065 ราย คนกรีดยางจำนวน 304,266 ราย รวมเนื้อที่ที่ให้การช่วยเหลือ 9,448,447 ไร่ ระยะเวลาการช่วยเหลือ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ย.2562 ใช้งบประมาณ 17,512 ล้านบาท

ไม่เท่านั้น ครม.ยังเห็นชอบโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน โดยจะจ่ายเงินช่วยชาวสวนปาล์มไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ โดยจะช่วยเหลือเป็นเวลา 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ย.2562 ใช้งบประมาณ 3,458 ล้านบาท

ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม.ได้มีมติอนุมัติเพิ่มค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จากเดิมที่เคยได้รับ 600 บาท เพิ่มเป็น 1,000 บาท เหตุที่เพิ่มค่าตอบแทนให้ เนื่องจาก ครม.เห็นว่า ไม่ได้มีการเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม.มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และ อสม.ก็มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มขึ้นค่าตอบแทนให้ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบัน มี อสม.ทั่วประเทศ 1,054,729 คน ปกติงบค่าตอบแทนอยู่ที่ 4,218 ล้านบาท เมื่อปรับเพิ่ม จะมีวงเงิน 12,656 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติวงเงิน 763 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหา ซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัยให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประมาณ 1,000 แห่ง จากทั้งหมด 9,800 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงโรงพยาบาลไปแล้วประมาณ 5,000 แห่ง

ไม่เท่านั้น ครม.ยังเห็นชอบให้แจกซิมโทรศัพท์มือให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี เพื่อให้เข้าถึงแหล่งข้อมูลและข่าวสารที่จำเป็นต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และหลุดพ้นความยากจน หากคนที่มีซิมมือถือและอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว จะเพิ่มจำนวนอินเทอร์เน็ตฟรี ส่วนผู้ที่ยังไม่มีซิมมือถือ จะแจกซิมมือถือพร้อมอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ต้องรอ กสทช.คำนวณค่าใช้จ่ายและจำนวนอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมและเพียงต่อการใช้งานอีกครั้ง

4.ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก “เสก โลโซ” 5 วัน รอลงอาญา 2 ปี คดียิงปืนขึ้นฟ้าในวัดที่นครศรีธรรมราช!
นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย
ความคืบหน้าคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย อายุ 43 ปี หรือ "เสก โลโซ" ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย เป็นจำเลย ในความผิดพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชนโดยใช่เหตุ จากกรณีเสกยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัด เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.2560 หลังเล่นคอนเสิร์ตถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในวัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาตำรวจ สภ.พรหมคีรี ได้ขอศาลออกหมายจับเสก ข้อหาดังกล่าว และคุมตัวส่งอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

ต่อมา เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2561 ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อ่านคำพิพากษาจำคุกเสกเป็นเวลา 5 วัน ปรับเงิน 2,000 บาท ซึ่งเสก ได้ยื่นอุทธรณ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ศาลอุทธรณ์ได้นัดอ่านคำพิพากษา โดยเสกได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความส่วนตัว และอีฟ แม็กซิม แฟนสาว ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกจำเลย 5 วัน และให้ปรับเงิน 2,500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากศาลเห็นควรให้จำเลยมีโอกาสกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีของสังคมต่อไป

5.ศาลพิพากษาจำคุก "ฟิล์ม รัฐภูมิ" กับพวก 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี บำเพ็ญประโยชน์ 24 ชม. เปิดบริการชำระเงิน “เพย์ออล” ไม่ได้รับอนุญาต!
นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักแสดงชื่อดัง
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด โดยนายศราวุฒิ นนทะภา กรรมการผู้มีอำนาจ, นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม อายุ 33 ปี นักแสดงชื่อดัง, นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และนายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ อายุ 38 ปี กรรมการบริษัท เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือน ต.ค. 2559 - 20 ก.พ. 2560 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสี่บังอาจร่วมกันประกอบกิจการ ให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ภายใต้ชื่อ ‘เพย์ออล’ (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก รหัสผ่านในการใช้งาน และเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติม ตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย รวมทั้งนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้ามาชำระค่าสินค้าและค่าบริการต่างๆ แทนเงินสด

การกระทำของพวกจำเลย มีลักษณะร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการโอนสิทธิการถือครองเงิน และการโอนสิทธิการถอนเงิน หรือหักเงินผ่านบัญชีหรือแอปพลิเคชันของผู้ใช้บริการโดยไม่จำกัด และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ทั้งนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ ประวัติครอบครัว การทำงาน การศึกษาของพวกจำเลย และอื่นๆ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบคำพิพากษา

ด้านศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดกรรมเดียวฐานประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาปรับบริษัท เพย์ออลฯ จำเลยที่ 1 จำนวน 2 แสนบาท ส่วนจำเลยที่ 2-4 จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 1 แสนบาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ บริษัท เพย์ออลฯ จำเลยที่ 1 จำนวน 1 แสนบาท ส่วนจำเลยที่ 2-4 คงจำคุกคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 5 หมื่นบาท ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะฯ แล้วเห็นว่า พวกจำเลยมีทึ่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี ให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปี และให้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ด้านฟิล์ม กล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า ขอขอบคุณศาลที่เมตตา และให้ตนได้กลับมาพัฒนาธุรกิจและแอปพลิเคชั่น เพย์ออล ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และว่า ไม่มีอะไร เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2559 ซึ่งเราพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้อง วันนี้พาดหัวข่าวที่ออกไปอาจจะมองว่าตนทำอะไรผิดกฎหมายหรือเปล่า จริงๆ แล้วไม่ใช่ เป็นเรื่องที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่า ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจก่อนที่จะได้รับใบอนุญาต และตอนนี้ก็กลับมาแก้ไขและได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว และทำธุรกิจตามปกติ

ฟิล์มกล่าวด้วยว่า คำตัดสินที่ออกมา ให้เป็นตัวอย่างว่าการทำธุรกิจนั้น เราต้องศึกษาให้ถ่องแท้ก่อน ถ้าเกิดข้อผิดพลาดก็ไม่ต้องไปกลัว เพราะต้องดูที่เจตนาว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ยินดีน้อมรับและแก้ไข เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังจะเริ่มสตาร์ทธุรกิจ ดูเป็นแบบอย่าง ซึ่งตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจ เพย์ออล มาตลอดระยะเวลา 2 ปี ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้เสียหายแม้แต่รายเดียว และธุรกิจเราก็ยังดำเนินการตามปกติอยู่ แต่ส่วนใดที่ไปข้องเกี่ยวกับแบงก์ชาติ เราก็ได้หยุดดำเนินการในส่วนนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบเกี่ยวกับทางด้านการเมืองที่กำลังจะสมัคร ส.ส.และโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไทยหรือไม่ ฟิล์มกล่าวว่า ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ไม่มีผลอะไร เพราะเป็นเรื่องของบริษัท ยืนยันว่า ยังคงสมัครรับเลือกตั้งพรรคพลังท้องถิ่นไทย

6.เผยผลสอบ ฮ. “เจ้าสัววิชัย” ตก “คันเหยียบ” ไม่เชื่อมต่อใบพัด!
เฮลิคอปเตอร์ของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวไทย เจ้าของทีมฟุตบอลสโมสรเลสเตอร์ ซิตี
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. สำนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษ ( AAIB) เผยผลตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวไทย เจ้าของทีมฟุตบอลสโมสรเลสเตอร์ ซิตี ในอังกฤษตกเมื่อวันที่ 27 ต.ค.บริเวณด้านนอกสนามแข่งคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ หลังเกมแข่งขันพรีเมียร์ ลีก นัดระหว่างทีมเลสเตอร์ ซิตี เจ้าบ้าน กับทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตพร้อมกัน 5 คนว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ทั้งคันเหยียบและใบพัดด้านหลังเครื่อง โดยพบว่าคันเหยียบของเครื่อง ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกับใบพัดด้านหลัง

เมื่อใบพัดด้านหลังไม่ทำงาน จึงทำให้นักบินทั้งสองไม่สามารถควบคุมการบินของเครื่องขณะลอยอยู่กลางอากาศได้ ส่งผลให้เครื่องหมุนเคว้งก่อนตกลงพื้นหลังบินขึ้นได้เพียง 400 ฟุต อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษจะเดินหน้าตรวจสอบต่อไปว่าเหตุใดคันเหยียบจึงไม่เชื่อมต่อกับใบพัดด้านหลัง
กำลังโหลดความคิดเห็น...