xs
xsm
sm
md
lg

กัญชาต้องไม่ถูกผูกขาด และเราควรสามารถปลูกเองเพื่อรักษาโรคได้ : กัญชาชน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สนทนากับสมาชิกเพจ “กัญชาชน” หนึ่งในกลุ่มคนแถวหน้าที่ต่อสู้ผลักดันเรื่อง “กัญชารักษาโรค” หรือกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ลั่น...กัญชาไม่ควรต้องถูกผูกขาด อีกทั้งผู้ป่วยทั่วไปก็ควรจะสามารถปลูกกัญชาเพื่อรักษาเยียวยาตัวเองได้

“ไกด์ - รัฐพล แสนรักษ์” หนึ่งในผู้ก่อตั้งเพจ กัญชาชน เปิดบ้านพูดคุยกับทีมข่าวสัมภาษณ์เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ในประเด็นที่เป็นเรื่องร้อนๆ อยู่ในตอนนี้อย่างเรื่องกัญชาที่ยังยากจะคาดเดาได้ว่าจะจบลงอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการที่มีต่างชาติมาจดสิทธิบัตรในเมืองไทย ความกลัวต่อความเป็นไปได้ที่เรื่องกัญชาจะถูกผูกขาดอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง รวมไปจนถึงโอกาสที่ชาวบ้านประชาชนทั่วไปจะสามารถปลูกกัญชาไว้ใช้เพื่อการรักษาโรคได้

ทั้งหมดนี้ จะเป็นไปหรือควรจะเป็นไปในทิศทางไหนอย่างไร?
มาฟังมุมมองของเขากัน...

ผมมองว่า ประเทศเราเจ็บปวดกับการผูกขาดอะไรมามาก แล้วสุดท้ายมันก็นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ จนทำให้สังคมมันพัง เพราะฉะนั้น ประเด็นเรื่องกัญชา เราค่อนข้างคัดค้านในเรื่องของการผูกขาดเป็นอย่างมาก แล้วเราก็เป็นห่วงในเรื่องของสิทธิบัตร เรื่องการผูกขาดของบริษัทต่างชาติ เรื่องการผูกขาดของกลุ่มทุนในประเทศและกลุ่มทุนต่างชาติต่างๆ

“สำหรับคนในสังคม ผมคิดว่าตอนนี้เราค่อนข้างมีความตื่นตัวและติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการออกกฎหมายกัญชา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การจดทะเบียนอะไรต่างๆ และมีกลุ่มหลายกลุ่มที่พยายามผลักดันให้กัญชาไม่ถูกผูกขาดโดยใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ซึ่งจริงๆ เราทุกคนก็ต้องติดตามกันครับ เพราะสุดท้ายผลกระทบมันจะตกกับประชาชนทุกคน

“เราค่อนข้างเห็นด้วย กับการที่คนป่วยสามารถที่จะใช้กัญชารักษาโรคได้ มันจะไม่เป็นการผูกขาดของนายทุนและบริษัทยาเท่านั้น แต่ควรจะกระจายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้ด้วยตัวเอง

“จริงๆ การทำยาที่เป็นรูปแบบสารสกัด โดยปริษัทใหญ่ๆ ตรงนั้นเราไม่ได้มีปัญหา บางคนต้องการยาที่เป็นสารสกัดจากพวกบริษัทยาก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งคือการปลูก สกัด เพื่อใช้ในครัวเรือน หรือใช้ในตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งถ้าเราสามารถเปิดได้ มันก็จะไม่เป็นการผูกขาด แต่เป็นการกระจายอำนาจให้ทุกคนมีสิทธิ์เลือก ถ้าเราไม่มีกำลังซื้อ เราก็สามารถปลูกเอง ใช้เองก็ได้ ซึ่งผมมองว่า การเปิดเพื่อให้คนเข้าถึงได้มากที่สุด มันจะช่วยลดภาระของคนไปได้เยอะ ลดภาระของภาครัฐลงได้ ลดการนำเข้ายา ลดการใช้เคมีต่างๆ ประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้อย่างทั่วถึง

“ผมคิดว่าถ้าเราสามารถกระจายโอกาสในการเข้าถึงยา จะสามารถช่วยผู้ป่วยให้เขาสามารถมียาใช้ในครัวเรือนของตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องไปซื้อยาจากบริษัทต่างชาติ สามารถผลิตยาใช้เองได้ ลดยาเคมีอะไรต่างๆ ซึ่งทางเราสนับสนุนอยู่แล้ว ในโมเดลที่ผู้ป่วยสามารถที่จะปลูกเองได้

“แต่ในทางตรงกันข้าม การให้คนปลูกเองได้ในระดับเล็ก มันก็ต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน"

ที่กล่าวมา ดูเหมือนว่าจะเป็นการเปิดให้ “กัญชาเสรี” ใช่ไหม?

“คำว่ากัญชาเสรีนั้นจริงๆ มันไม่มีจริงในโลกใบนี้ ผมยกตัวอย่างแอลกอฮอล์และบุหรี่ พวกนี้มันก็ไม่ใช่เสรี ไม่ใช่ว่าใครจะผลิตหรือขายก็ได้ และไม่ใช่ว่าใครจะซื้อก็ได้ เพราะฉะนั้นมันไม่มีคำว่าเสรี แต่ว่าพวกนี้เขาทำแบบถูกกฎหมาย มีกฎหมายควบคุม กัญชาก็เช่นกันครับ ไม่ใช่ว่าใครจะปลูก จะขาย หรือจะเสพอะไรตรงไหน อายุเท่าไหร่ก็ได้ มันไม่เกิดขึ้นจริงอยู่แล้วในโลกใบนี้

“มันต้องมีกฎบางอย่างขึ้นมาเพื่อเป็นข้อตกลงกันระหว่างคนในสังคม ใครจะปลูก ก็ต้องมีการขออนุญาตอย่างชัดเจน ว่าปลูกยังไง ปลูกที่ไหน เพื่ออะไร ใครจะขายก็เหมือนกันครับ ขายที่ไหนอย่างไร ขายกับใครได้หรือไม่ได้ คนเสพก็เหมือนกันครับ จำกัดในการซื้อ ปริมาณพกพาได้เท่าไหร่ เสพแล้วห้ามขับรถไหม เสพแล้วห้ามเสพในที่สาธารณะหรือเปล่า หรือเสพแค่ภายในบ้านของคุณ

“คือทุกอย่างมันต้องมีกฎเกณฑ์เพื่อเป็นข้อตกลงให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างพอดี” ผู้ก่อตั้งเพจกัญชาชน กล่าวสรุป



กำลังโหลดความคิดเห็น...