xs
xsm
sm
md
lg

ประเทศกูมี (ดีๆ) ให้เลือกทำ : “Damnsweet” แร็ปเปอร์-คนข่าว-ประชาชน ชี้ต้องมีสติ อย่ามุขปาฐะปกิณกะก่อนความยังไม่สิ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เกิดเป็นกระแสทั้งแง่บวกและแง่ลบมากมายตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทั่งจนถึงตอนนี้ถึงความควรหรือไม่ควร ของบทเพลงฮิปฮอป “ประเทศกูมี” ของกลุ่มศิลปินแร็ปวัยรุ่นไทยที่ได้ตั้งคำถามผ่านบททำนองกลอน Rhyme ตามอย่างหน้าที่ต้นกำเนิดเพื่อเสถียรภาพความเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากการถกถึงข้อกรณีดังกล่าว อีกคำถามที่ควรคิดต่อก็คือ “จุดกึ่งกลาง” ของการแก้ไขเรื่องจริงที่เกิดขึ้นใต้พรมอย่างไรจะหมดไปอย่างถาวร นั่งจึงเป็นทางออกอย่างสมบูรณ์แบบในการอยู่ร่วมกันโดยสิทธิพื้นฐานและรากของสังคมส่วนรวม

Manager Online จึงเดินทางไปพูดคุยกับหนึ่งในศิลปินฮิปฮอป และคนข่าว รวมไปถึงประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำหน้าที่หลากหลายบทบาทได้ดี อย่าง “ชิงชัย ถนอมชาติ” หรือที่รู้จักกันในนาม “ชิง คนมันพันธ์อาสา” และ “ชิง Damnsweet” เพื่อขอความคิดเห็นในเรื่องนี้
“ตอนที่ได้ดูครั้งแรก รู้สึกถึงความสามัคคีและความมีบทบาทในสังคมของแร็ปเปอร์ คือคนที่ทำเพลงแร็ป หรือคนที่คุณเข้าใจว่าศิลปินฮิปฮอป รู้สึกว่าในบ้านเรามีกลุ่มคนที่เขาเห็นเรื่องของส่วนรวมสำคัญพอที่จะใช้เวลาไปนั่งประชุมกัน ใช้ความคิดกันจะทำอย่างไรกันดี แล้วก็ใช้ทุนในการอัดเพลง-มิกซ์เพลง

...แสดงว่าเขาให้ความสำคัญพอสมควร เพลงถึงออกมาดีขนาดนั้น

เจ้าตัวเอ่ยปากก่อนเริ่มสนทนาเพื่อหวังว่าคนที่เลือกฝั่งแล้ว หรือใครก็ตามที่ยังไม่เลือกตัดสินใจ ควรมีสติคิดย้อนมองด้วยวิจารณญาณกันอีกครั้ง
 
“เขาให้ความสำคัญกับสังคมและตั้งใจทำงานผลงานเลยออกมาดี เป็นเพลงที่ดี คือมีคุณภาพในมุมมองเพลงแร็ป เนื่องจากทุกคนที่เราเห็นภาษามันสละสลวย แต่อาจจะมีคำหยาบคายในอารมณ์ของเพลง ก็รู้สึกว่ามีอะไรที่มาสร้างอะไรบ้าง”

• เยาวชนหันมาสนใจสาระสำคัญของชาติ ส่วนตัวมองเรื่องนี้ไปในทิศทางไหนบ้าง

เมื่อก่อนก็มี จริงๆ มันเหมือนกับว่ามีมานานมากแล้วตั้งแต่เพลงเพื่อชีวิตสมัยก่อนทำเพลงในขบวนประท้วง เพลงที่นักศึกษาเล่น หรือประชาชนเล่น ตรงนี้มีแต่ข้อมูลรู้แค่คร่าวๆ เขาก็มีเพลงพวกนี้เล่นอยู่ในสังคมอยู่แล้ว เขาอาจจะเรียกว่าเพลงใต้ดินหรือว่าอะไร แต่เมื่อก่อนถ้าถามว่าทำไมไม่เกิดกระแสแบบนี้ที่ถึงขั้นว่าจะจับกุม ถามว่ามันถูกจำกัดไหม โดนโจมตีด้วยผู้ปกครองแผ่นดินหรือไม่ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่ามันอาจจะมีการไปจับกุมโดยที่เราไม่รู้เพราะโลกไม่ได้รวดเร็วขนาดนี้ หรือเพราะมันน้อยคน อาจจะไม่ได้ทำกันเยอะ-ฟังเสพสนใจกันเยอะ มันก็เลยไม่สามารถทำให้มันออกมาเหมือนเมืองนอกที่เข้าทำเป็นเพลง popular ที่นิยมที่คนอื่นสามารถเอาไปร้องกันได้เลย

แสดงว่ามันสามารถทำได้ แต่มีขอบเขตของมันหรือเปล่า ถ้าว่ารัฐบาลสอดส่องหรือว่ามันผิดกฎหมายอะไรจริงๆ มันก็น่าจะมีอะไรที่เราได้เห็นมาบ้างเป็นตัวอย่างตั้งนานแล้ว เราก็ต้องเคยเห็นเพราะเราก็เห็นเพลงพวกนี้มาเยอะตั้งแต่ที่เราบอกเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งเราก็ไม่รู้อีกว่ามันเป็นเพราะกฎหมายบางตัวหรืออะไร เราไม่มีความรู้เรื่องนั้น เรารู้แต่ว่าฟิลลิ่งการทำงานแบบ อันเดอร์กราวนด์มันคงไม่ได้สนอะไรแบบนั้น มันคือการทำงานแบบหัวขบถ เราจะแบบว่าต้องพูดด้วยอารมณ์ที่มันขัดแย้งแล้วมันถึงได้ผลจากการพูดคุยกันเหรอ ถ้าพูดภาษานักเลงต้องต่อยกันสักหมัดถึงคุยกันรู้เรื่อง ถึงจะได้คุยกันจริงๆ จังๆ แบบเปิดอก เคสนี้ก็เพิ่งเคยเห็นในบ้านเราเหมือนกันที่กระแสสังคมมีพลังแรงเป็นผลดันทั้งด้านบวกด้านลบ แสดงว่าอะไรแบบนี้มันก็สามารถจุดอะไรบ้างบางอย่างได้เหมือนกัน

• ดีหรือไม่ดี…

อยากให้มองที่บทสรุปก้าวต่อไปของบ้านเมืองเรามากกว่าว่าดีหรือไม่ดี อย่างที่เห็นคือบางคนเขาก็อาจจะรู้สึกว่ามันใช่ มันเป็นความจริงและต้องยอมรับมัน บางคนก็มองว่ามันเป็นความจริงแต่พูดออกมาแล้วมันเสียหายมากกว่า คืออีกฝั่งหนึ่งที่เขามองว่าโจมตีประเทศตัวเอง คือประเทศอื่นเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศของเราในตอนนี้ซึ่งมันอาจจะส่งผลกระทบภาพใหญ่ มันอาจจะเกิดการขาดเสถียรภาพ นักลงทุนไม่ลงทุนอย่างที่เขาบอก ด้วยความที่เราเป็นประชาชนธรรมดาเราก็ไม่รู้ข้อมูลพวกนี้ แต่สมมติว่ามันเป็นผลเสียขั้นระดับนั้นจริงๆ ครั้งนี้มันก็อาจจะเป็นบทเรียนที่สำคัญของเราที่เราต้องช่วยกัน ไม่ให้เกิดเรื่องหรือเกิดเหตุการณ์ใต้พรมจนต้องออกมาพูดคุยหรือสื่อสาร เราอาจจะแก้ไขมันได้และช่วยให้บ้านเราพัฒนาขึ้น

ดนตรีมันก็เหมือนเป็นดาบ เป็นอาวุธ แล้วแต่ว่าเราจะใช้อาวุธนี้ในด้านไหน ถ้าใช้ในการเข่นฆ่าอีกฝั่งก็คือตาย ใช้ในการปกป้องคนข้างหลังก็รอด ทีนี้มันแล้วแต่มุมมองว่าคนเรามันเหมือนสะท้อนความคิดไปสู่การทำอะไรบางอย่าง ทำอะไรไม่เป็นเลยก็พูดเฉยๆ ขึ้นสเตตัสเฟซบุ๊ก แต่ตอนนี้ยิ่งดนตรีฮิปฮอปเป็นอาวุธที่ทรงพลังอานุภาพมากเพราะคนสนใจเยอะ มันก็เลยเหมือนกับว่าเป็นระเบิดทิ้งบอมบ์ลงกลางเมือง ทำให้อยู่ในที่แจ้งมากขึ้น ถามว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่เราไม่รู้หรือ เรารู้กันหมด ไม่มีเรื่องที่เราไม่รู้หรอก แต่เราไม่ได้ทำอะไรเลยในการที่จะให้มันเป็นอะไรขึ้นมา แต่นี่คือกลุ่มคนที่เขาสื่อสาร เป็นผู้สื่อสาร ตัวแทนของประชาชนธรรมดาในการที่สร้างอะไรเพื่อสื่อสารออกไป

• เป็นคำถามที่หาการเปลี่ยนแปลงในสังคมให้ดีขึ้น ไม่ถูกซุกอยู่ใต้พรมแบบเดิมๆ
คือสมมติว่าประเทศไทยอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ พ่อแม่ลูกหลานเหลน นี่แค่เป็นฟีลของเด็กคนหนึ่งที่ชอบตั้งคำถาม ทำไมเป็นอย่างนั้น ทำไมต้องทำอย่างนี้ และทำไมคนอื่นทำได้แต่เขาทำไม่ได้ มันอาจจะถึงจุดที่มันจะต้องทำอะไรแบบนั้นแล้วหรือเปล่า เพราะว่าแต่ละเรื่องที่เขาพูดกันในเพลงมันก็คือข่าวที่เรารู้มาจากหนังสือพิมพ์ แต่ที่สำคัญคือแล้วบทสรุปมันคืออะไร อันนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดต่อ

ประเด็นเดียวที่ติด คือ มันสุ่มเสี่ยงความเข้าใจคนใจชาติ คือ MV อย่างที่เราเห็นกันในภาพ ภาพนั้นมันต้องเกิดการศึกษาเพิ่มเติมและอธิบายกันเพิ่มเติม มันเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ก่อนหน้านั้นเราไม่มีประชาธิปไตยใช้ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น ฉะนั้นเหตุการณ์ครั้งนั้นมันเหมือนเป็นแผลของประเทศเราครั้งใหญ่โต เป็นบทเรียนที่เราต้องจดจำและเอามาศึกษา มันอาจจะเหมือนหรือแตกต่างจากครั้งนี้ คนรุ่นนี้ที่ยังไม่ได้รู้เหตุการณ์ที่ผ่านมามากพอมันอาจจะสับสนก็ได้ว่าจริงๆ แล้วเกิดเหตุขึ้นอะไรยังไง เหตุการณ์ครั้งนั้นมันมีคนพูดถึง มีคนรำลึกทุกปีอยู่แล้ว แต่อยากให้ศึกษาให้จริง-เข้าใจ ถามว่ามันผิดไหม ส่วนตัวมองว่าไม่ผิดมันอ้างอิงกันได้ แต่ว่ามันจะถูกโดนตราหน้าโดนตีความผิดไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ปัญหาหลายๆ อย่างในบ้านเมืองเรานั้นมันเกิดจากต้นตอต่างที่มาต่างวาระ ทหารเมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้เหมือนกันไหม การเมืองเมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้เหมือนกันไหม ประชาชนเมื่อก่อนมีความรู้เท่าเดี๋ยวนี้ไหม บรรทัดฐานก็ไม่เหมือน ไม่ใช่ว่าใครจะมาปลุกปั้นคนกันได้ง่ายๆ การย้ำแบบนี้ก็เหมือนการโยนความผิดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบ มันก็เกิดความขัดแย้ง

• จุดกึ่งกลางในฐานะทั้งศิลปินฮิปฮอปและคนทำสื่อข่าว รวมไปถึงประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ทำอย่างไรถึงอยู่ร่วมกันได้

สมมติเราคิดว่าการทำงานในวงการของเราเป็นยุทธจักร ยุทธจักรหนึ่งก็จะมีจอมยุทธ์หลากหน้าที่หลายบทบาทไป เพลงนี้ก็คือเพลงหนึ่งที่จอมยุทธ์กลุ่มหนึ่งได้ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ในบทบาทของตัวเอง ถามว่าส่วนตัวรู้สึกยังไงกับการที่กฎหมายเข้าไปบอกว่าคุกคาม จริงๆ ก็อยากให้ผู้นำได้ศึกษาได้รู้จักตัวบทกฎหมายจริงๆ เพื่อที่จะนำไปใช้อย่างถูกและควร จริงๆ ก่อนที่จะปล่อยให้มันทำเป็นกระแสหรือที่สุ่มเสี่ยงต่อประเทศ

• เพราะประชาชนคือผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างและหาจุดที่ดีเพื่อบ้านของตัวเอง
ใช่ครับ…คนที่ไม่เคย พอมาฟังก็อาจจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ มันก็แล้วแต่วิจารณญาณ ฟังแล้วเห็นด้วยก็มีสิทธิ ไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิ เพลงมันก็แค่เพลงเพลงหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยศิลปินกลุ่มหนึ่งในยุทธจักรอย่างที่บอก คือถ้าเราอยากให้ประเทศดีขึ้น ปลวกกินบ้านเราจะทำยังไงกับมัน เราต้องไล่ปลวก ไม่ใช่ย้ายบ้านหรือทุบบ้านทิ้ง ถ้าเราอยากจะให้ประเทศเราดีขึ้น เราก็ต้องแก้ไขจุดที่มันเสียอยู่ อย่างปัญญาชนและคนที่เขาออกมาทำอะไรกันเยอะ อย่างในเรื่องของจิตอาสาต่างๆ เขาก็เปลี่ยนวิธีคิดกันเยอะ ไปทำงานอาสาหรืองานที่สามารถบวกจริงๆ ไม่ใช่พยายามทำงานแบบประท้วงปั๊บจบงานมีคนขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นสิบๆ ปี ชีวิตมันก็วุ่นวาย ก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

ในมุมเราถ้าถามเราส่วนตัว คือ เพลงมันก็มีเพลงหลายเพลงที่ถูกสร้างขึ้นมาขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนเยาวชน ชูกำลังใจให้เรามีพลังและเราพัฒนาตัวเอง ชาติก็พัฒนาตามไปด้วย ซึ่งในกระแสที่สังคมยอมรับฮิปฮอปมากขึ้นมันก็ถูกเอาไปใช้อะไรมากมาย อย่างที่เรามีผลงานชื่อเพลง “แกนั้นแหละ” กับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รณรงค์เรื่องการใช้ถุงพลาสติก ผ่านไป 2 วันมีคนดูเป็นล้าน อันนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่บวก เพลงแร็ปที่ได้ช่วยขับเคลื่อนรณรงค์สังคม หรืออย่างอีกเพลงที่ชื่อ “มหาสมุทรพาโทร” อันนี้คือกลุ่มนักอนุรักษ์ที่เก็บขยะในทะเล เขารู้สึกว่าเพลงฮิปฮอปเป็นเพลงปลุกใจให้ฮึกเหิมในอุดมการณ์ทำดีของพวกเขา

ล่าสุดเพลงของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ชื่อเพลงว่า “section 77” ร่วมกับ นายนะ, ทศกัณฐ์, DREAMHIGH อันนี้เขามองเห็นว่าวัยรุ่นฟังเพลงฮิปฮอปกันเยอะ เพลงแร็ปจะเป็นแรงเชื้อเชิญให้คนมาศึกษาในเนื้อความเรื่องการของเปลี่ยนแปลงกฎหมาย การปฏิรูปกฎหมายเพื่อสังคม คุณจะมีสิทธิในเรื่องอะไรบ้าง ให้คนเข้าใจและรู้ ก็ต้องใช้อะไรที่กินง่ายย่อยง่าย ก็มาเป็นฮิปฮอป อันนี้คือการันตีว่าเพลงเรามันสร้างกระแสสนใจให้สังคม โดยเฉพาะยิ่งได้รับการร่วมมือทำงานกับระบบราชการที่ทำงานเพื่อประเทศจุดประสงค์ของเพลงฮิปฮอปที่มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องสังคมที่ดี มันก็ตรงกับจุดกำเนิดเพลงของมันดั้งเดิม ก็อยู่ที่มุมมองของใครจะเลือกหยิบจับทำอะไร
 
• ท้ายที่สุดคือแต่ละคนมีบทและบาทที่ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง

คือส่วนตัวเราเชื่อว่าพลังบวกเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ยั่งยืนและถาวร โอเคอาจจะเคยมีเพลง Diss มาก่อน แต่มันก็คือการเติบโตตามวัย เมื่อก่อนเราก็เขียนเพลงด่าสังคมเหมือนกัน ว่าคนนั้นคนนี้ แต่ถ้ามันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันก็เหมือนเราซ้ำแผลให้เจ็บขึ้น ทีนี้พอมันชัดเจนตรงจุดนี้ เราก็เลือกสืบสารการใช้คำไทย สิ่งที่เราขวนขวายอยากจะไปหามาก็คือคำไทย ที่อาจจะเป็นคำแปลก คำเก่า หรือคำเลิกใช้ จนเป็น Rhyme เอกลักษณ์ของเรา และก็ในเมื่อเราใช้ภาษาที่เป็นไทยแท้ๆ แบบนั้นแล้ว เราก็เลยอยากจะนำเสนอในแบบที่มันสละสลวยเหมือนขนบธรรมเนียมประเพณีบ้านเรา เราก็เลยจะไปในทิศทางแร็ปเปอร์โลกสวยอยากจะเขียนอะไรที่ดีๆ

เพราะเราเชื่อว่าสังคมบ้านเรามันดีมาตลอด จนเราเกิดคนดีๆ มากมายและมันจะดีได้ด้วยการลงมือกระทำ หน้าที่เราหน้าที่หนึ่งคือการที่เราเป็นแร็ปเพื่อสร้างเพลงด้วย อีกหน้าที่หนึ่งคือเราทำงานสารคดี ทำงานอาสาเพื่อสังคมในฐานะคนข่าว และในฐานะประชาชนเชื่อว่าเราควรที่จะรักสังคมประเทศชาติด้วยการกระทำอะไรสักอย่างให้มันดี ไม่ไปมองเรื่องปัญหาเก่าๆ ที่มันจะเกิดข้อขัดแย้ง สิ่งที่เราอยากจะโฟกัสคือเราจะสร้างอะไรเพิ่มเติมเพื่อไปช่วยเหลือในจุดใดได้บ้าง


เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล
ภาพ : Damnsweet



กำลังโหลดความคิดเห็น...