xs
xsm
sm
md
lg

สาวเก่งแห่งวงการอีเวนต์และครีเอทีฟ : เทพิน อริยปิติพันธ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

‘Samed in Love’‘Season of Love Song’, ‘ปรากฏการณ์เฉลียง’

เชื่อว่าเอ่ยขึ้นมาดื้อๆ อย่างนี้ก็ไม่มีใครสงสัยไม่รู้จักว่าคือมหกรรมหรือปรากฏการณ์ของสิ่งใดในเมืองไทย เพราะตลอดระยะเวลาร่วมเกินกว่า 10 ปี ในแวดวงการอีเวนต์หรือครีเอทีฟผู้อยู่เบื้องหลังการสรรค์สร้าง กระทั่งคนทั่วไปประจักษ์ชัดถึงทั้งความยิ่งใหญ่ ความเป็นอุบัติการณ์ และรวมไปถึงความล้ำนำสมัยเทียบเคียงสากลนิยม

หากแต่น้อยคนนักที่จะรู้จักผู้ให้กำเนิดคนที่เป็นต้นแบบ... Manager online จึงไม่พลาดที่จะนำพาไปรู้จัก “เทพิน อริยปิติพันธ์” Client Management Director&CI group Founder หรือครีเอต อินเทลลิเจนซ์ แห่ง ‘ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์’ สตรีมากความสามารถและความมุ่งมั่น หญิงไทยผู้จุดประกายความเป็นตัวตนและที่สำคัญคือดีกรีความเก่งของสาวไทยเอกอุไม่รองใครอย่างที่เธอกล่าวก่อนเริ่มต้นบทสนทนาว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน…”

บัดนี้ได้เวลาเป็นกาลอันสมควร
ขอเชิญไปพบกับเธอและเรียนรู้เคล็ดลับ
พร้อมๆ กับข้อคิดที่หาไม่ได้จากที่ไหน
จากหนึ่งเดียวคนนี้…

อยู่ที่เราจะใช้เวลาที่มี...
อยู่บนโลกนี้กันยังไง

“คือส่วนตัวเรามีคติประจำใจว่า “ทำให้สุด” สุดทุกอย่างที่เราลงมือทำมัน ก็ค่อนข้างจะเป็นสปีชีส์ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ในบ้านหรือคนอื่นทั่วไปที่เป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวคนจีน เราเลยอาจจะถูกมองว่าเป็นเด็กบ้าง หัวอ่อนบ้าง เพราะต้องถูกโอ๋ถูกประคบประหงม

ทว่าตรงกันข้าม (ยิ้ม) คือความเป็นจริงเป็นไปในความปลอดภัยเป็นหลักที่ครอบครัวเอาใจใส่ดูแลเรามากกว่าเป็นพิเศษจากพี่ๆ ผู้ชายทั้งหมดในบ้าน ความคิดเราเป็นอิสระที่บ้านไม่ได้บังคับหรือตีกรอบ”

หากแต่มีแค่ข้อแม้ข้อเดียวสำหรับการจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง คือ ต้องเรียนจบปริญญาโทก่อนเท่านั้นที่เป็นปราการความพิเศษกว่าคนอื่นเท่านั้น นับเป็นความเข้าใจได้ว่านั่นคือความเป็นห่วงเป็นใยของผู้ใหญ่พ่อแม่ที่ย่อมเอาใจใส่ลูกสาวของทุกคนและ “เทพิน” เองก็เข้าใจดี

“แต่เราก็ด้วยความที่เป็นคนมีคติว่าทำให้สุด เมื่อเรารู้อย่างนั้นเราก็ตั้งใจปลดห่วงของคุณพ่อคุณแม่เพราะท่านเหนื่อยดูแลเรามามากแล้ว เราอยากให้ท่านใช้ชีวิตของท่านอย่างสบายในปั้นปลายไม่ต้องมาห่วงใยเรา ก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้ท่านสบายใจเร็วที่สุด ผลก็คือจบปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ สาขาการโรงแรม จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และต่อปริญญาโทสาขา Inter Personal Communication ที่เดียวกัน

ด้วยอายุในตอนนั้นแค่ 21 ปี และจบปุ๊บเราก็ลงมือทำธุรกิจเลย”
 
สาวมั่นกล่าวด้วยรอยยิ้มแซมเต็มดวงหน้า แต่แม้ว่าธุรกิจแรกที่ลงมือจะล้มพับสูญเงินลงทุน กระนั้นก็เป็นการเพิ่มประสบการณ์ เพิ่มความแกร่งให้เธอกลายมาเป็นเจ้าแม่แห่งวงการสร้างสรรค์ความบันเทิง มหกรรมความสนุกสนาน

“เราก็มาทำนิตยสารแมกกาซีน โดยที่บ้านให้เงินมาลงทุน เพราะเพื่อนๆ เราส่วนใหญ่ชอบเขียนหนังสือกัน เราก็ชอบขีดๆ เขียนๆ เพราะปริญญาโทเราเรียนจบนิเทศ อีกอย่างหนึ่งคือยุคนั้นข้อมูลยังไม่ได้เข้าถึงกันง่ายจากอินเทอร์เน็ตเพียงแค่นิ้วจิ้มเหมือนทุกวันนี้ ข้อมูลก็ยังน้อยมากในเว็บเสิร์ช หากันจริงๆ ต้องไปห้องสมุด มันก็พอดีทุกอย่างลงล็อก เป็นความท้าทายใหม่ที่เราต้องลองทำ”

“ก็ทำ แต่ทำได้แค่ 3 เดือน ต้องเลิกเพราะขาดทุน พอเจ๊งปุ๊บก็ทำต่อเพราะคนเรามันก้าวพลาดกันได้ คือการไม่สำเร็จของธุรกิจของเราไม่ได้เอาเงินไปทำผิดประเภท เราไม่ได้เอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่พื้นฐานของการทำธุรกิจเราไม่มี เรื่องบัญชีง่ายๆ เราจบระดับปริญญาโททำแค่บัญชีพื้นฐานยังผิด” 

หญิงสาวมั่นผู้เป็นเจ้าแม่เบอร์ต้นแห่งวงการงานบันเทิงสร้างสรรค์มหกรรมความสนุกสนานในปัจจุบัน ยังคงเล่าสนุกสนานกับการคิดถึงคืนวันเก่าก่อน และไม่ใช่สุขแค่เพียงเมื่อนึกย้อน หากแต่ตอนนั้นเธอเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตทุกสิ่งอย่างจบด่าวดิ้น หากแต่ความไม่รู้มันเป็นเพียงความลับที่รอการเปิดเผยจากก้าวประสบการณ์ของตัวเอง

“ทุกคนมีกระบวนการเรียนรู้ได้ ตรงนั้นก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราทำต่อ เราก็ทำต่อเพราะเรายังไม่สุด (ยิ้ม) ถ้าเราท้อเราหยุดเราก็คงไม่มีโอกาสกลับมาครั้งที่ 2 เพราะสังคมในสมัยนั้นผู้หญิงยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าสมัยนี้ในเรื่องของความสามารถ ค่อนข้างยอมรับน้อย เราไม่ได้เป็นคนสวย ฉะนั้น เสน่ห์ของเราที่สำคัญที่สุดคือเราต้องทำให้มันสำเร็จในสิ่งที่เราคาดหวังตัวเองไว้

ก็ตั้งต้นใหม่ รับทำงานทุกอย่าง ออกแบบสิ่งพิมพ์ ราคาพันบ้าง หมื่นบ้าง จนหลักแสนบาท และก็ได้ถึงจุดที่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันมีการทำกิจกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันเราเรียกกันว่า ‘อีเวนต์’ แต่ก่อนจะมีอีเวนต์ก็จะมีการคิดคอนเซ็ปต์ การทำครีเอทีฟไปขายลูกค้า พอเราสะสมเงินทุนได้พอสมควรก็เปิดบริษัทขึ้นมา

ชื่อบริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด ทำธุรกิจครบวงจร ไม่ได้ทำธุรกิจด้านอีเวนต์อย่างเดียว แต่รวมไปถึงมาร์เกตติ้ง คอมมูนิเคชัน ดิจิทัล ฯลฯ ให้แก่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยที่งานใหญ่ๆ อย่าง ‘Samed in Love’ คอนเสิร์ตริมชายทะเลครั้งแรกของประเทศไทย ‘Season of Love Song’ เทศกาลดนตรีฤดูหนาวที่ไม่ใช่ต้องขึ้นเขา หรือกระทั่ง ‘ปรากฎการณ์เฉลียง’ การรวมกลุ่มศิลปินในตำนานของเมืองไทยให้กลับมาเปล่งท่วงทำนองตัวโน้ตอารมณ์ดีให้เกิดขึ้นได้อีกครั้ง ถือเป็นอุบัติการณ์ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาของเธอ

สำคัญที่กล้า
สำคัญที่ต้องลงมือ…ทำ


ต้นไม้ทุกต้นต่างก็เคยเป็นเมล็ดพันธุ์มาก่อน ไม่มีใครที่เก่งมาตั้งแต่ต้น ทุกคนย่อมต้องใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองด้วยกันทั้งนั้น และบัดนี้ต้นไม้ต้นนี้ได้เติบโตพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์สร้างกิ่งก้านลำสาขาของตัวเอง

• ความสำเร็จหลังจากนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยอะไรประกอบบ้าง

“เป้าหมายและความรับผิดชอบอันดับแรก คือเราก็ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จหรือเปล่า เราก็แค่ตั้งเป้าว่าจุดที่เราสำเร็จของเราคืออะไร เราก็ลงมือทำไป ในระหว่างที่ทำงานทุกงานทั้งหมดสมมติว่าทำงานร้อยงาน เราก็จะตั้งเป้าไว้มันต้องดีสำเร็จมากกว่า 70 ของงาน เป็นมาตรฐานของเรา

อันดับที่ 2 ทัศนคติบวก คือทุกคนชอบคิดหรืออาจจะคิดลบเมื่อเจอปัญหา แต่บางทีมันเหนื่อยมันเสียใจ มันมีน้ำตาบ้างอะไรบ้างกันได้เพราะคิดว่าเราทำไม่ได้ เราทำไม่สำเร็จแน่ๆ แต่มันจะดีกว่าหากว่าเรารู้สึกความคิดในทางบวก งานมันจะออกมาได้ดี กว่าที่ตั้งเป้าว่างานนี้มันไม่สำเร็จแน่นอน เช่นเรารู้อยู่แล้วโดยมีผู้ใหญ่เตือนว่าเราไปคุยสัมภาษณ์กับคนนี้ เขาเป็นคนที่พูดจาไม่ดีเลย เราอาจจะไม่ได้คำตอบในสิ่งที่เราต้องการ ต่อให้ต้องนั่งคุย 10 ชม. แต่ในมุมเราส่วนตัวถ้าเราได้คำตอบสัก 1-2 คำถามก็ดีแล้วหรือเปล่า เพราะนั่นคือประสบการณ์ของคนทั้งชีวิตเขาย่อมารวมกันที่เรา

คือถ้าเราลบมันก็ไม่มีทางได้ก้าวกระโดดหรือว่าอะไรมากขึ้น ถ้าเปิดความคิดตัวเองแล้วก็มองมุมที่มันหลากหลายขึ้น แล้วก็ให้ความคิดด้านบวกเข้ามาทำงานมากกว่าความคิดด้านลบมันก็จะรู้สึกดี ผลงานเราก็จะดี”

• นานไหมกว่าเราจะคิดตกผลึกได้อย่างนี้

ระยะหนึ่ง แต่ทุกอย่างอยู่ที่วิธีคิดของเรา ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดได้มันก็โอเค แต่ถ้าตราบใดยังเปลี่ยน เราก็ไม่มีตัวเลือก A-B-C ก็จะมีแต่ A-A-A ทุกครั้งที่เจอปัญหามันก็ยังเป็น A อยู่ในการที่เราจะแก้ไข แต่หากมองใหม่เจอปัญหาแล้วให้เรื่องวันนี้จบ เรื่องของวันนี้คือเรื่องของวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของวันพรุ่ง พรุ่งนี้ก็ค่อยว่ากันใหม่ มันฟังง่ายแต่ทำได้ เมื่อก่อนก็มีความรู้สึกอย่างนั้นช่วงแรกๆ ของการทำธุรกิจ เก็บทุกเรื่องมาคิดและท้ายสุดมันก็แก้ปัญหาไม่ได้วันนี้ก็รู้สึกว่าพอเราไม่นอนหรือเราเครียด มันไม่ได้ส่งผลที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นในวันรุ่งขึ้นเลย

แต่กลับกัน ถ้าเรายังกินอิ่ม เรายังนอนหลับ มีคนลำบากกว่าเราเยอะมากเลย มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราโอเค ชีวิตเราต้องผ่านมันไปได้ ชีวิตมันมีอะไรที่ท้าทายได้ มีรูปแบบใหม่ๆ ได้ คืองานอะไรที่มันราบเรียบมันจะไม่ท้าทาย ปัญหาท้าทายให้เราเติบโตขึ้น พูดให้เห็นภาพหากว่าเราทำขนมชั้นขายอร่อยมาก แต่วันจะโชว์ดันไปทำน้ำแดงหกใส่ วันนั้นขนมชั้นจากสีเขียวกลายเป็นสีแดง สีแดงสีที่ช่วยในเรื่องของการชูอาหารให้น่ากินขึ้นก็อาจจะช่วยให้ขนมเรารู้สึกอร่อยขึ้นอีกในความคิดของคนกินก็เป็นได้

• วิธีการส่วนตัวของเราจัดการและทำอย่างไรในเรื่องนี้

ไปโดดบันจี้จัมป์ (ยิ้ม) เพราะมันช่วยการตัดสินใจ คือเราคิดว่าทุกอย่างมันอยู่ที่จุดตัดสินใจ วันที่โดดก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ พอเขามัดขาเสร็จก็กระโดดเลย มันก็ทำให้เรารู้ว่ามันอยู่ที่แค่จุดตัดสินใจทุกเรื่อง ถ้าเรายังตัดสินใจในรูปแบบเดิมเรื่อยๆ พออายุเข้าหลัก 30 ปัจจัยในเรื่องอายุจะมีผลในการทำงานทันที เพราะเด็กที่เพิ่งจบใหม่ทุกคนจะมีความกล้าและความทะเยอทะยาน แต่ถ้าเลยจุด 30 ความกล้า ความทะเยอทะยานอยู่แต่อาจจะลดน้อยถอยลงด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ ที่เข้ามา เราก็มองย้อนกลับไปมา ถ้าเป็นมุมของเรา เราจะไปรอดไหม ถ้ามองว่ารอดก็โดดเข้าใส่เลย เราใช้วิธีนี้

เพราะความที่เราไม่กล้าคือเรายังไมรู้ เราก็ไปหาข้อมูลให้รู้ให้เรากล้า ทำอะไรก็ตามแต่อย่าคิดซับซ้อน คิดซับซ้อนเยอะเกินไปส่วนใหญ่ที่เราเป็นกัน อย่างการทอดไข่เจียวทำยังไงให้อร่อย ไม่เห็นต้องทำอะไรให้อร่อยเลย ลองสังเกตเวลาเราหิวก็เจียวไข่ใส่น้ำปลา ใส่น้ำมันเยอะๆ ทอดจะได้ฟูๆ มันก็อร่อยแล้ว แต่สมัยนี้ไข่เจียวต้องใส่นั้นนี้ทรงเครื่องโน้นนั้น ความเป็นไข่เจียวมันก็หายไป ฉะนั้นทำอะไรย้อนกลับมาที่ตอนต้น เบสิกง่ายๆ มันจะดี เราจัดการตรงนี้ได้ก็ช่วยได้เยอะ

• และถ้ามันเจ็บมันพลาด เรื่องธุรกิจหรือความสำเร็จไม่มีอะไรแน่นอน
อันนี้ข้อที่ 3 ของการประสบความสำเร็จ มันคือประสบการณ์ คือเราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 19 ก่อนเพื่อนๆ ที่ยังเรียนไม่จบ เพื่อนก็ยังไปปาร์ตี้เที่ยว ในขณะที่เราทำงานแล้ว แต่ ณ ตอนนี้เพื่อนเรามันก็บอกว่ายังเหนื่อยกว่า คือมันเดินช้ากว่า เรารู้สึกว่าเพราะเราเดินเร็วกว่า ฉะนั้นวันหนึ่งที่เราจะถึงจุดพักเราก็ได้พักเร็วกว่าแค่นั้นเอง ไม่ใช่แบบนิทานกระต่ายกับเต่านะ แต่มันเป็นแค่จังหวะชีวิตในการเดิน ก้าวก่อนก็ได้เปรียบ ล้มก่อนก็คือประสบการณ์ เศรษฐีเมืองไทยอย่างนี้ทั้งนั้น

สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญและการจะมีประสบการณ์ที่ดีนอกจากเราลงมือทำของเราเอง การที่เราพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ นั้นจะช่วยย่นประสบการณ์ของเราขึ้นอีกเยอะ ยกตัวอย่างบางคนสังเกตไหมว่าท่านกินข้าวเร็ว ช้าไม่ได้เพราะต้องไปตรวจงาน และก็กินช้าไม่ได้เนื่องจากก็กินไม่ทันลูกน้องที่ร่วมวงกันในโต๊ะ อย่างนี้เป็นต้น ทั้งสามอย่างนี้ถ้าเรามี เมื่อบวกกับทำอะไรทำให้สุดเราก็จะผสานความสำเร็จได้ตลอด จะไม่หลงติดกับดักความสำเร็จ เพราะยอมรับฟังคำแนะนำติติง เนื่องจากเราทั้งคิดทั้งมองย้อนตัวเรา ทั้งเอาประสบการณ์จากคนที่สำเร็จมาปรับใช้

สำคัญที่เปิดมุมอง
สำคัญที่ความคิด

“ถ้าตื่นเช้ามาแล้ววันนี้เราตั้งใจทำอันนี้แล้วเราไม่ได้ทำมัน และพรุ่งนี้เราตาย เราจะเสียดายที่ไม่ได้ทำมัน”

เวิร์กกิ้งวูแมนสาวไทยตัวแม่ทั้งชีวิตการทำงานและความสุขในไลฟ์สไตล์ เปิดกล่าวย้ำเคล็ดลับความสำเร็จจนใครๆ ต่างเรียกขานเธอว่า ‘หญิงแกร่ง’ อะไรที่ใครทำไม่ได้มีเธอทำได้

“อย่างไปหาแม่ ตั้งใจแล้ว ไม่ว่ามันจะมีอุปสรรคสักแค่ไหนก็ต้องไป เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ได้ไป หากตายขึ้นมาทำอย่างไร เราจะคิดอย่างนี้ เป็นวิธีที่ปรับมาใช้กับเรื่องงานเหมือนกันก็คือยิ่งคนบอกว่าเราไม่สำเร็จจะทำทุกทางให้มันสำเร็จ

“และให้มันพัฒนาต่อไป (ยิ้ม) อย่างตอนนี้ในอนาคตเราก็เข้ามาโลกยุคดิจิทัล เราก็ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มันทันโลก เรามีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจและขายที่หลากหลายมากขึ้นที่เขาเรียกว่า ‘circle business’ และเราก็กำลังเทรนด์พนักงานในบริษัททุกคนให้เป็นพาร์ตเนอร์ชิป ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการทำงาน เพราะเราไม่มีใครอยากเป็นพนักงานตลอดชีวิต แต่ตอนนี้หลังจากปีหน้าทุกคนจะเป็นหุ่นส่วนกับเรา คือทุกคนทำงานจะต้องมีผลประโยชน์ในการได้ตรงนี้เพราะว่ามันเป็นผลประโยชน์ของคุณ เป็นผลประโยชน์ของคุณ

เราจะได้ไปมีชีวิตของคุณ เราจะได้ไปมีชีวิตของเรา เพราะไลฟ์สไตล์ของคนทำงานอย่างเรา เราไม่สามารถทำงานแบบวันแมนโชว์ได้”

เช่นเดียวกับนาฬิกาที่ไม่อาจเดินได้ลำพังเพียงเข็มชี้ชั่วโมงและเข็มนาที หากแต่ทุกๆ ชิ้นส่วนของซีกเฟืองแต่ตัวในเครื่องกลไกต่างทำหน้าที่สอดลับและเกื้อหนุนกันทั้งเล็กและใหญ่เพื่อให้เดินหน้าอย่างถูกต้องและตรง

“เราต้องมีฟันเฟืองที่ดี และการที่ฟันเฟืองเราจะดีได้ นั่นคือการให้เกียรติ เกียรติในสิ่งที่เขาควรจะได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และผลตอบแทน สิ่งที่ดีกับฟันเฟืองเราก็มาจากทั้งหมดทั้งมวลที่เราเป็นเรา ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้ ความสำเร็จจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม สิ่งแรกสุดคือ “ต้องกล้า” ไม่กล้าต้องไปหาอะไรที่ทำให้ไม่กล้าแล้ว ไปกล้า ไปลงมือทำ ไปทำให้มันสุด ไปหาประสบการณ์ เราไม่ใช่ผู้หญิงที่เก่ง แต่เราทำได้ เพราะเราเชื่อว่าเราทำได้”

เรื่อง: รัชพล ธนศุทธิสกุล
ภาพ : วชิร สายจำปา



กำลังโหลดความคิดเห็น...