xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : ประเทศกูมีอิ๊อิ๊อิ๊อิ๊อิ๊ | ศาลชี้ "เสก โลโซ" ไม่สำนึกผิด | "ดีเจสาว" รับแมวไปเลี้ยงกลับเป็นศพ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 20-26 ต.ค. 2561)

อันดับ 1 : วิจารณ์สนั่นวงการเพลง "ครางชื่ออ้ายแน" VS "ประเทศกูมี"

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสังคมวิพากษ์วิจารณ์เพลงอย่างน้อย 2 เพลง เริ่มจากเพลงแรก “ครางชื่ออ้ายแน” เพลงลูกทุ่มหมอลำ ของศรีจันทร์ วีสี และ ต้าร์-เพ็ญนภา แนบชิด สังกัดค่ายท็อปไลน์มิวสิค เนื้อหาเป็นการกล่าวถึงคนรักเก่าที่เจ็บปวดจากงานแต่ง ฝากฝ่ายหญิงครางชื่ออ้ายเวลามีเพศสัมพันธ์กับสามี เผยแพร่เมื่อ 27 มิ.ย. 2561 แต่ที่กลายเป็นไวรัล เพราะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ตัดคลิปเฉพาะท่อนท้ายๆ ที่นักร้องหญิงส่งเสียงครางแม้ฝ่ายหนึ่งจะมองว่าเป็นศิลปะ แต่อีกฝ่ายหนึ่งออกมาจวกว่า ทำให้วงการเพลงลูกทุ่งตกต่ำ



อีกเพลงหนึ่ง "ประเทศกูมี" ที่กลุ่ม Rap Against Dictatorship แต่งขึ้นเพื่อโจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเอ็ม.วี.ใช้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 แม้จะเป็นกระแสเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่เมื่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เนื้อหาเพลงสุ่มเสี่ยง และ บก.ปอท. กล่าวว่า ผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ทำให้มีผู้ฟังพุ่งสูงขึ้นพร้อมความแตกแยกตามมา โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า เสียใจที่มีคนทำเพลงนี้ออกมา ที่เสียหายมากที่สุดคือประเทศไทย

อันดับ 2 : ศาลชี้ไม่สำนึกผิด! "เสก โลโซ" คุก 2 ปี 21 เดือน เสพยา-ขัดขวาง จนท.-ครอบครองปืน

ในที่สุดคดีที่นักร้องดัง "เสก โลโซ" ต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงานขัดขืนการจับกุมวันสิ้นปี ก็ถึงคราวตัดสินคดี เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ศาลจังหวัดมีนบุรี พิพากษาจำคุก นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย อายุ 44 ปี ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติตามหน้าที่ฯ, ฐานเสพยาเสพติด และฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทของอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน



ศาลเห็นว่านายเสกสรรค์ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้ว แต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก ส่วนที่จำเลยอ้างป่วยเป็น “โรคไบโพลาร์” ขณะทำผิดนั้น ศาลเห็นว่าจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่พบว่าจำเลยรู้ผิดชอบดี ไม่อ้างภาวะป่วยดังกล่าว จึงไม่สมควรให้รอลงอาญา อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาหลักประกัน 500,000 บาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต

อันดับ 3 : คนรักแมวเดือด! ดีเจรับแมวไปเลี้ยง สุดท้ายกลายเป็นศพ พบวรรณกรรมโชว์ทารุณกรรม

เรื่องราวสุดสลดสำหรับคนรักสัตว์เกิดขึ้น เมื่อมีผู้เสียหายรายหนึ่งประกาศหาบ้านให้ลูกแมวในเฟซบุ๊กกลุ่ม “หาบ้านน้องหมา น้องแมว” กระทั่ง น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือซัน อายุ 30 ปี ดีเจเปิดแผ่นและนักเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. ขอรับลูกแมวไปเลี้ยงเมื่อวันที่ 17 ต.ค. แต่หลังจากนั้นกลับอ้างว่านำแมวให้คนอื่นไปแล้วเพราะแพ้ขนแมว เมื่อซักถามอย่างละเอียดพบท่าทีมีพิรุธ จึงให้เวลา 24 ชั่วโมง เอาลูกแมวมาคืน ต่อมาเย็นวันที่ 19 ต.ค. ตำรวจ สน.เพชรเกษม โทร. มาแจ้งว่า น.ส.วรารัตน์ มาขอพบที่โรงพัก พร้อมซากแมวสภาพถูกทุบจนตาย

เรื่องดังกล่าวเป็นที่โจษจันว่า น.ส.วรารัตน์ มีพฤติกรรมตระเวนไปขอรับอุปการะแมวจรจัดไร้บ้านตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่งแล้วแมวหายไป ก่อนที่กรมปศุสัตว์และองค์กรพิทักษ์สัตว์ต่างๆ แจ้งความเอาผิดในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ แต่ตำรวจได้ปล่อยตัวเพราะยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ต่อมาตำรวจออกหมายค้นที่พัก น.ส.วรารัตน์ พบหนังสือวรรณกรรมญี่ปุ่น 2 เล่ม มีเนื้อหาส่อไปในแนวเปิดเผยวิธีการทารุณกรรม ทรมานต่อทั้งคนและสัตว์อย่างรุนแรง ส่วนโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก บก.ปอท. ยังรอ สน.เพชรเกษมส่งมาให้ตรวจสอบ

อันดับ 4 : ผ่านมา 2 ปีเพิ่งโวย "กรมศิลป์ฯ" ชี้วัดทาสีทองผิดกฎหมาย ชาวบ้านถามทำอะไรอยู่

กลายเป็นประเด็นดรามาในหมู่ชาวพุทธและนักอนุรักษ์ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี ได้ร้องขอให้บริษัทเอกชนผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีทาบ้านให้ลบแท็กหน่วยงานออก หลังจากโพสต์ภาพโฆษณาวิหารวัดโพธาราม จ.สุพรรณบุรี ถูกทาด้วยสีทองทั้งหลัง และได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และกรมศิลปากรไม่มีนโยบายที่จะใช้วิธีการนี้ในการบูรณะโบราณสถาน ขณะนี้กำลังดำเนินการเก็บหลักฐานวัดทุกวัด เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย



จากการตรวจสอบพบว่า การบูรณะวัดดังกล่าวเกิดจากกลุ่มจิตอาสาที่ชื่อว่า “กลุ่มคนร่วมทาง” ได้เข้ามาบูรณะเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2558 โดยมีชาวบ้านนำสีทาภายนอกสีทองมาบริจาค อ้างว่าหลวงปู่เปี้ยนมาเข้าฝัน แล้วเสร็จเมื่อเดือน ก.พ. 2559 ด้านชาวบ้านถามกรมศิลปากรว่า ตั้งแต่เริ่มทำเมื่อ 2 ปีก่อน กรมศิลปากรไปทำอะไรกันอยู่ ไม่เข้ามาดูแลปรับปรุง ปล่อยให้ทรุดโทรม พอทำให้สวยงามไม่ให้เกิดอันตราย กรมศิลปากรกลับจะมาให้ทำกลับไปแบบเดิม หากจะให้กลับไปทาสีขาวแล้วปล่อยให้ราขึ้นผนังโบสถ์เช่นเดิมคงไม่ยอม

อันดับ 5 : ดอกเตอร์กำมะลอ! อ้างตัวเป็นอาจารย์จุฬาฯ หลอกคบหาและปอกลอก เสียหายนับล้าน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ตำรวจกองปราบปรามจับกุม นายสุรพศ วงษ์ชีพ อายุ 43 ปี อ้างตัวเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ (ผศ.ดร.) ก่อเหตุหลอกลวงหญิงสาวมีฐานะดีแต่งงานแล้วปอกลอกเอาทรัพย์สิน หลังผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความว่า นายสุรพศเข้ามาตีสนิทผ่านโซเชียล อ้างตัวเป็นอาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอนวิชาคอมพิวเตอร์ เมื่อหลงเชื่อก็คบหาเป็นแฟน ภายหลังทราบว่าไม่ได้เป็นอาจารย์จริงตามที่อ้าง อีกทั้งหลอกเอาเงินกว่า 8 แสนบาท สืบสวนเบื้องต้นพบหญิงตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 5 ราย เสียหายกว่า 3 ล้านบาท





นายสุรพศสารภาพว่าไม่ได้เป็นอาจารย์จริง แต่สร้างโปรไฟล์เพื่อหลอกให้ผู้หญิงเชื่อถือและคบหา เคยหลอกหญิงรายหนึ่งถึงขั้นแต่งงานด้วยกัน ภายหลังถูกจับได้จึงเลิกรากันไป ก่อนจะก่อเหตุลักษณะนี้มา 3 ปี นอกจากนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว มีการปลอมประวัติการศึกษา อ้างว่าจบปริญญาเอก 4 ใบ เป็นรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ตำรวจดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ ฉ้อโกง, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และใส่ชุดครุยของจุฬาฯ โดยไม่มีสิทธิ ก่อนฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยศาลแขวงพระนครเหนือนัดฟังคำพิพากษา 4 ธ.ค. นี้

อันดับ 6 : สวิงกิ้งผิดกฎหมาย! ตำรวจจับสาวใหญ่ ตั้งตนจัดวงแลกคู่มีเพศสัมพันธ์ เก็บหัวละ 1,800

สวิงกิ้ง หรือการมีเพศสัมพันธ์แบบแลกเปลี่ยนคู่นอน ยังคงเกิดขึ้นในสังคมไทย เมื่อเที่ยงคืนเศษวันที่ 21 ต.ค. ตำรวจหลายหน่วยงานร่วมกันจับกุม น.ส.ภัสสรัณญ์ หรือ ต่าย ถึกป่าย อายุ 39 ปี ขณะจัดปาร์ตี้สวิงกิ้ง ภายในโรงแรมโยทะกาบูทีค ซอยลาดพร้าว 122 (มหาดไทย) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ พบชาย 8 คน และหญิง 11 คน กำลังทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนคู่นอน พร้อมของกลางถุงยางอนามัยยี่ห้อต่างๆ ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศผู้ชาย มือถือที่ใช้บันทึกรายการบัญชีรายชื่อลูกค้า จึงนำตัวมาดำเนินคดี





สืบเนื่องมาจากมีพลเมืองดีแจ้งตำรวจว่า ในแอปพลิเคชั่นบีทอล์ค มีการนัดหมายทำกิจกรรมสวิงกิ้ง โดยมี น.ส.ภัสสรัณญ์ เป็นผู้จัดกิจกรรม ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางหาคนและจัดสถานที่ เรียกเก็บค่าบริการรายละ 1,800 บาท ตำรวจจึงส่งสายทำการล่อซื้อ แจ้งข้อหาธุระจัดหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 และฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ด้านน้องชายกล่าวว่า ทางญาติรู้สึกตกใจเพราะปกติพี่สาวขายน้ำอยู่ที่วัดลาดพร้าว ไม่ทราบมาก่อนจะทำเรื่องแบบนี้ ตกใจเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่ทำจะผิดกฎหมาย

อันดับ 7 : รวบ "คูณ คณิน" อดีตนักแสดงวัยรุ่น อ้างเป็นทันตแพทย์เปิดคลินิกเถื่อน

อดีตนักแสดงที่หายไปจากวงการถูกจับกรณีเปิดคลินิกอ้างตัวเป็นหมอฟันทั้งที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ตำรวจนำกำลังตรวจค้นคลินิกทำฟัน เดอะแซ็ป สหคลินิก ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หลังเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขร้องเรียนว่าไม่มีใบอนุญาต และอ้างตัวว่าเป็นทันตแพทย์ พบนายคณิน บัดติยา หรือคูน อายุ 32 ปี อดีตนักแสดงวัยรุ่น แสดงตนเป็นทันตแพทย์ แต่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาให้ประกันตัวในวงเงิน 3 แสนบาท

สำหรับนายคณิน เมื่อครั้งอยู่ในวงการบันเทิง กำลังเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แต่เมื่อมีคลิปหลุดมีเพศสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง จึงหายไปจากวงการ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ความผิดมี 2 ส่วน คือ นายคณินไม่พบใบประกอบวิชาชีพทันตกรรม แม้เจ้าตัวจะอ้างว่าจบการศึกษาทันตแพทย์จากฟิลิปปินส์แต่ไม่มีหลักฐาน ส่วนคลินิกมีเพียงผู้ประกอบกิจการคาดว่าอาจเป็นพี่ชายหรือญาติของนายคณิน แต่กลับไม่มีผู้ดำเนินการ จึงได้สั่งให้ปิดคลินิกแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...