xs
xsm
sm
md
lg

มากกว่าก้าวคนละก้าว! “อัยยวัฒน์” เผย ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์’ พร้อมสนับสนุนต่อเนื่อง 17 โครงการยกระดับศักยภาพคนไทยสู่ระดับโลก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปลายปี 2560 ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 2 เดือนที่ คนไทยทั้งประเทศ 60 กว่าล้านคน คอยลุ้น คอยส่งกำลังใจ ร่วมบริจาค และเกาะติดโครงการวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว” ที่นำโดย “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย มาแล้ว จนทำให้ในท้ายที่สุดโครงการ "ก้าวคนละก้าว" สามารถระดมเงินบริจาคเพื่อโรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่งได้ทะลุเป้า 700 ล้านบาท โดยตัวเลขไปจบที่ 1,148 ล้านบาท

ปรากฏการณ์ในวันนั้น ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดจนกลายเป็น ภาพยนตร์ “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” ภาพยนตร์คลุกวงในตลอด 55 วันของก้าวคนละก้าว ซึ่งเปิดฉายรอบแรกไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา พร้อมกับมีการเปิดให้คนทั่วไปได้ดูฟรี จนถึงวันที่ 16 กันยายนนี้ กว่า 720,000 ที่นั่ง ภายใต้การสนับสนุนของโครงการคิงเพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย

“โครงการก้าวคนละก้าว บางคนอยากบริจาคเพื่อต้องการเอาหน้า บางคนบริจาคด้วยความเต็มใจ บางคนบริจาคเพียงเพราะแค่อยากให้ มันมีทุกแบบ บางคนแค่ขอได้กอด บางคนขอแค่ได้ร้องเพลงกับพี่ตูน มีสิบบาทให้สิบบาท มีแสนนึงให้แสนนึง มีเท่าไหร่ให้เท่านั้น เขาไม่แคร์ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมมองว่ามันเป็นปรากฏการณ์จริง ๆ นะ ที่คนอยากทำดี แต่คนจำนวนมากไม่เห็นอยากจะบอกเลยว่าฉันเป็นใคร ฉันมาจากบริษัทอะไร ... ถ้าตรงนี้มันถูกเล่า ถูกถ่ายทอดต่อ จนกลายเป็นหนังได้ผมว่ามันดี” คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของการสนับสนุนการชมภาพยนตร์ 720,000 ที่นั่ง ให้กับคนไทยฟรี ที่ต้องใช้งบประมาณราว 27 ล้านบาท นอกเหนือจากเงินที่คิง เพาเวอร์บริจาคผ่านโครงการก้าวคนละก้าวไปแล้วตั้งแต่เริ่มโครงการมากกว่า 100 ล้านบาท!

ไม่เฉพาะ โครงการก้าวคนละก้าว ภายใต้แนวคิดและความเชื่อว่า “คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ของคุณอัยยวัฒน์ และ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย จึงมุ่งมั่นปูพรมดำเนินโครงการเพื่อสังคมภายใต้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ จึงเดินหน้าโครงการต่าง ๆ กว่า 17 โครงการ ผ่าน 4 ด้านหลักของโครงการ ได้แก่ ด้านกีฬา, ด้านดนตรี, ด้านชุมชน และด้านการศึกษา และสุขภาพ กระจายไปสู่ชุมชนทั่วทุกภูมิภาคกว่า 500 ชุมชน ไม่ว่าจะเป็น โครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย, 100 สนามพลังเยาวชนไทย, FOX HUNT ตามล่าจิ้งจอกสายพันธุ์สยาม, คอลเลกชัน INDIGO ภูมิปัญญาชาวบ้าน “ผ้าครามไทย” จ.สกลนคร สู่ของที่ระลึกดังแห่งเลสเตอร์ ฯลฯ

นายอัยยวัฒน์ เล่าต่อว่า “โครงการคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ เกิดขึ้นหลังจากผลงานของสโมสรเลสเตอร์ขยับขึ้นจากแชมป์เปียนชิปขึ้นสู่ชั้นพรีเมียร์ลีก และก้าวสู่แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีกในที่สุด ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์ในวงการกีฬาระดับโลก ทำให้คนทั้งโลกหันมาจับตา มองประเทศไทยในมุมใหม่ โดยเชื่อว่า หากตั้งใจทำอะไรอย่างจริงจัง ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นว่าคนไทยก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้คนทั้งโลกเห็นได้เหมือนกัน และจากจุดมุ่งมั่นในครั้งนั้น จึงส่งต่อมาเป็นนโยบายที่นำมาบริหารโครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” ให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชุมชนต่างๆ ที่เราได้นำโครงการฯ เข้าไปจัดกิจกรรมให้ ทั้งนี้เราได้ตั้งเป้าหมายที่จะนำกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไปยังชุมชนเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีผ่านมา 3 เท่า โดยยังคงเน้นกิจกรรมผ่าน 4 ด้านหลักของโครงการ ได้แก่ ด้านกีฬา, ด้านดนตรี, ด้านชุมชน และด้านการศึกษา และสุขภาพ”



สำหรับโครงการ ด้านกีฬา (SPORT POWER) เน้นคอนเซ็ปต์ ‘ปั้นนักกีฬาไทยสู้ลีกยุโรป’ โดยมุ่งพัฒนาส่งเสริม ศักยภาพเยาวชนไทยซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศให้มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอลในทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ บริษัทฯ จึงได้จัด โครงการ ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย มอบลูกฟุตบอล จำนวน 1 ล้านลูกให้กับเยาวชนไทยและชุมชนเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านกีฬา โดยในห้วงหนึ่งปีที่ผ่านมาได้มอบลูกฟุตบอลให้กับเด็กไทยทั่วประเทศแล้วเป็นจำนวนกว่า 400,000 ลูก โดยตั้งเป้าแจกให้ครบ 1 ล้านลูกภายในสองถึงสามปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมี โครงการ 100 สนามพลังเยาวชนไทย ที่สร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม จำนวน 100 สนามทั่วประเทศภายใน 5 ปี หวังให้เยาวชนมีพื้นที่ออกกำลังกาย ห่างไกลจากยาเสพติด แต่สิ่งที่คิง เพาเวอร์มองไปไกลกว่านั้น คือ การมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ที่รักกีฬาได้สานฝันของตัวเองให้เป็นจริงต่อไป โดย คิง เพาเวอร์ ได้ขยายผลโครงการไปสู่กิจกรรมที่เสริมสร้างพัฒนาการด้านกีฬาฟุตบอลให้กับเยาวชนไทยอย่างครบวงจร อาทิ ‘โครงการ FOX HUNT ตามล่าจิ้งจอกสายพันธุ์สยาม’ โดยมอบทุนการศึกษาและโอกาสสำคัญในชีวิตที่เงินไม่สามารถซื้อได้ ด้วยการไปฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ และสโมสร OH Leuven ของประเทศเบลเยียม เพื่อต่อยอดอนาคตของนักเตะเยาวชนไทยได้มีช่องทางเข้าไปเล่นในลีกฟุตบอลระดับยุโรป

“อย่างที่พี่ตูนเคยบอกไว้ มีในคลิปว่า อาจจะมีนักฟุตบอลทีมชาติไทยเกิดขึ้นเพราะลูกฟุตบอลนี้ (โครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย) ส่วน ผมมองว่าฟุตบอล-สนามฟุตบอลเป็นแค่จุดเริ่มต้น ถ้าเราให้โอกาสเขา เด็กได้เล่น ได้ซ้อม ได้ออกกำลังกาย เพราะอย่างน้อยเขาได้ออกกำลังกายแน่ ๆ อย่างน้อยได้เพื่อนแน่ ๆ ได้รู้จักแก้-ชนะ แน่ ๆ ส่วน FOX HUNT ปีนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว มีนักเรียนรุ่นแรกประสบความสำเร็จกลับมา 12 คน ได้ไปเล่นในไทยลีกอีก 4 คนไปเล่นที่ OH Leuven ผมหวังว่าวันหนึ่ง เราจะได้เห็นคนไทยเตะฟุตบอลในลีกยุโรปเลย” ซีอีโอหนุ่มคิง เพาเวอร์ระบุ



ด้าน MUSIC POWER ‘หนุนดนตรีไทยสู่โชว์ระดับนานาชาติ’ ที่ผ่านมา คนไทยเราคุ้นเคยกับ โรงละครอักษรา ในฐานะโรงละครไทยร่วมสมัยที่มีเทคนิคการแสดงแสง สี เสียงได้มาตรฐานเทียบเคียงกับโรงละครชั้นนำระดับโลกเป็นอย่างดี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าโรงละครแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุนศิลปะไทยและดนตรีไทยอันทรงคุณค่าให้เคียงคู่สังคมไทยไปตราบนานเท่านาน และเพื่อไม่ให้ศิลปะไทย อย่างหุุ่นละครเล็กและดนตรีไทยกลายเป็นเพียงความงดงามทางวัฒนธรรมที่ถูกมองข้ามไป และเพื่อให้ศักยภาพด้านดนตรีของคนไทยที่ถูกซ่อนไว้ได้เป็นที่ประจักษ์ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ได้จัดโครงการแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทย (Thailand International Wind Symphony Competition 2018) ขึ้น เพื่อให้เวทีแห่งนี้จุดประกายเสียงดนตรีให้ดังก้องกังวาลอีกครั้ง ให้โลกได้รู้พลังด้านดนตรีของคนไทยก็พร้อมอวดโฉมในระดับสากล

นอกจากนี้ เพราะการสนับสนุนสินค้าไทยเป็นหัวใจสำคัญของคิง เพาเวอร์ เสมอมา มีการริเริ่มกิจกรรม ด้านชุมชน หรือ COMMUNITY POWER ‘บอกให้โลกรู้ว่าของไทยนี้ดี’ เวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้สินค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหัตถกรรม อาหาร ขนม และ ของที่ระลึกได้เฉิดฉายในสายตาคนต่างชาติ ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้หลายชุมชนทั่วประเทศ ตลอดจนคนพิการ เพราะคิง เพาเวอร์เข้าใจดีว่า สิ่งที่ชาวบ้าน ตลอดจนผู้พิการต้องการไม่ใช่ความสงสาร แต่ต้องการใช้ความสามารถและศักยภาพที่ตัวเองมีเติบโตไปพร้อมกับสังคม ยกตัวอย่าง ผลงาน “แก้วเป่า” สินค้า OTOP ที่ขายดีที่สุดในหมวดสินค้าของที่ระลึกจากคิง เพาเวอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานชิ้นเอกนี้ คือ ภพต์ เทภาสิต ประธานสหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์คนพิการไทย ชายหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ให้โชคชะตาหลังจากคิง เพาเวอร์ เข้าไปช่วยเพิ่มให้ความรู้ แนะนำในเชิงธุรกิจทำให้อาชีพเป่าแก้วที่เคยทำรายได้น้อยนิดหาเช้าไม่พอกินค่ำกลายเป็นอาชีพเงินล้าน ท้ายสุดกับอีกหนึ่งความสำเร็จของการพาสินค้าชุมชนไปอวดสายตาชาวโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ คือ คอลเลกชัน INDIGO (อินดิโก้) สำหรับเป็นของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจะนำไปวางจำหน่าย ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ผลงานแห่งความภาคภูมิใจนี้ คิง เพาเวอร์ ทำหน้าที่เป็นคู่คิดและคู่ค้าร่วมกับชุมชนบ้านนาขาม จ.สกลนคร โดยยังคงชูจุดแข็งและภูมิปัญญาของชาวบ้านไว้ และต่อยอดสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ และเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้า


อีกด้านหนึ่ง คิง เพาเวอร์ ยังฉีกกรอบการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแบบเดิม ๆ ด้วยการสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ผ่าน EDUCATION & HEALTH POWER ‘คุณภาพชีวิตที่ดีต้องมาก่อน’ อย่างโครงการ ‘พลังคนไทย สุขาสุขใจ’ ที่ออกแบบและมอบสุขาในรูปแบบสากล สำหรับชาย หญิง และผู้พิการ เพื่อให้เป็นห้องน้ำของทุกคนอย่างแท้จริง สะดวก สบาย ปลอดภัย พร้อมดำเนินการจัดสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อไปติดตั้งยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวไทยให้กับชาวไทยและต่างชาติครบทุกมิติ

“แรกเลยคือได้ปรึกษากับท่าน ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่ามีตรงไหนที่เราสามารถช่วยให้ชุมชนดีขึ้นได้ และทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ท่านรัฐมนตรีก็พูดมาอันเดียวเลยคือเรื่องห้องน้ำ (หัวเราะ) ซึ่งท่านพูดชัดว่ามันเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ใหญ่มากสำหรับนักท่องเที่ยว ผมไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นภาพว่า โห! คนเซอร์วิสดีมาก อาหารอร่อยมาก แต่ห้องน้ำห่วยมาก” นายอัยยวัฒน์เล่าและว่า ห้องน้ำถือเป็นสิ่งที่สร้างภาพจำให้นักท่องเที่ยวได้ดี แต่โครงการนี้คิง เพาเวอร์ก็ทำทั้งประเทศไม่ได้ จึงได้แต่ทำต้นแบบ ออกแบบห้องน้ำมาตรฐานด้วยงบประมาณก่อสร้างหลังละประมาณ 9 แสนบาท โดยเน้นสร้างในเมืองท่องเที่ยว เมือรอง เช่นที่ จ.เชียงใหม่ อุบลราชธานี เลย พิษณุโลก โดยทุกแห่งที่สร้างชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ช่วยกันดูแลและบำรุงรักษา ซึ่งในขั้นต่อ ๆ ไป ก็อยากให้ภาคเอกชนองค์กรอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเพิ่มเติมโดยสามารถใช้แบบของทางคิง เพาเวอร์ได้ฟรี ๆ เลย

ในส่วนของการศึกษา คิง เพาเวอร์ ได้ร่วมสร้างอนาคตเด็กไทยผ่านมูลนิธิคิง เพาเวอร์ มายาวนานถึง 13 ปี เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ทุ่มเทกับการเรียนอย่างเต็มที่ คิง เพาเวอร์ไม่เพียงสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน สื่อการเรียนการสอน ช่วยซ่อมแซมอาคารเรียนและสร้างห้องสมุด สร้างรากฐานอนาคตที่ดีให้คนไทยมีโอกาสไปหาความรู้ในต่างประเทศเพื่อกลับมาช่วยพัฒนาประเทศ ด้วยการร่วมกับมหาวิทยาลัย เลสเตอร์ มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาโทให้กับคนไทย

นอกจากนี้ อีกโครงการที่ถือเป็นโครงการล่าสุดในกลุ่มโครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทยก็คือ โครงการตู้อบเด็ก พลังใจให้ชีวิต ซึ่งมีการบริจาคตู้อบเด็กทารกแรกเกิด (Infant incubator) ไปแล้วกว่า 20 ตู้ทั่วประเทศ

“โครงการอันนี้จริง ๆ มาจากคุณแม่ ปกติพวกเราในครอบครัวบริจาคกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด พี่ ๆ ผม คุณแม่ คุณพ่อ แต่อยากทำให้จริงจังมากขึ้น เลยคุยกับโรงพยาบาลหลาย ๆ แห่ง ซึ่งผมเห็นว่าอย่างตู้อบ การให้ชีวิตมันสำคัญ เพราะผมเห็นเพื่อน ๆ หรือคนใกล้ชิดเจอปัญหานี้เยอะ เด็กคลอดก่อนกำหนด ออกมาไม่มีอุปกรณ์ คนมีเงินหน่อยก็สบาย คนไม่มีเงินก็เหนื่อยหน่อย ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราสนับสนุน ช่วยกันได้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ น่าจะช่วยชีวิตได้เยอะ แต่ก็เป็นโครงการเล็ก ๆ อันนึง อาจจะช่วยไม่ได้ทุกชีวิต อาจจะช่วยไม่ได้ทุกคน แต่ว่าผมว่าทำนาน ๆ ก็คงมีหลาย ๆ ตู้ หลาย ๆ คนก็ได้มาใช้ วันที่เราพูดกันอาจจะมีที่ใช้อยู่ แล้วเราทำด้วยความรู้สึกว่าครอบครัวที่ได้ใช้แล้วเด็กรอดเขาคงดีใจ” ซีอีโอคิง เพาเวอร์ระบุ

“ผมต้องการทำโครงการนี้ให้เป็นแบบอย่าง การทำแบบนี้ ทำต่อเนื่อง คืนให้กับประเทศ คืนให้กับชุมชน คืนให้กับคนยากไร้ สำคัญกับเราอย่างมาก เพราะคำว่า Thai power หรือพลังคนไทย มันชัดเจนมาก เพราะถ้าเราพลังคนไทยมารวมกัน แล้วก็ทำในสิ่งที่ดีต่อสังคม ช่วยกันพัฒนาประเทศ ผมว่าสิ่งที่ดีและสิ่งที่ยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน” นายอัยยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย