xs
xsm
sm
md
lg

รีวิวหนัง “ถ้ำหลวง” คนดูฟันธงสารคดี ดีโปรดักชั่นเทพภาพสวยซึ้งกินใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สุดซึ้ง หนังภารกิจ “ถ้ำหลวง” จาก ABC สำนักข่าวจากประเทศสหรัฐอเมริกา เกาะติดตามภารกิจช่วยเหลือ 13 นักเตะทีมหมูป่าอะคาเดมี่ โดยติดตามสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิดหนัง ย้ำ “นี่ไม่ใช่ปฏิบัติการกู้ภัยทั่วไป นี่คือ ภารกิจของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์”

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เฟซบุ๊ก “WaenPloy Chitt-amphai” ได้ออกมารีวิวหนังสารคดี “ถ้ำหลวง” เรื่อง ONE WAY OUT จากสำนักข่าวประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีหลายภาคมากมาย ซึ่งรีวิวเน้นย้ำว่าเป็นหนังสารคดีที่ดี ภาพสวย ดนตรีประกอบดี มีความประณีตในการนำเสนอ โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า “รีวิวหนังใหม่ของ ABC News “ONE WAY OUT” อิอิ เพิ่งออกมาได้ไม่กี่วันนี้เอง เป็นหนัง documentary ของ Thai cave rescue อีกอันหลังจากเรื่องแรกชื่อ Out of the dark ปล่อยออกมาแล้วได้รับเสียงชื่นชมล้นหลาม (เพิ่มลิงก์ให้แล้วด้านล่างเด้อ)

เป็นหนังสารคดีโปรดักชั่นเทพ ภาพสวย ดนตรีประกอบดี เรื่องเครียดๆ แต่มีฟุตเทจธรรมชาติที่สวยงามสลับให้ชมเรื่อยๆราวกับได้รับงบ tie in จากวนอุทยานขุนน้ำนางนอน มีความประณีตในการนำเสนอ เรียบเรียงสนุกน่าติดตาม เรื่องก่อนมีสัมภาษณ์แค่ทีมต่างชาติ แต่เรื่องนี้มีทีมไทยด้วยไม่ว่าจะเป็นผู้ว่า ผบ.ซีล หมอภาคย์ มาหมด

- พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว (ผบ.SEAL) เล่าว่า สาเหตุการเสียชีวิตของ น.ต.สมาน คือ ท่ออากาศหลุดจากปาก แล้วหาไม่เจอ เนื่องจากทัศนวิสัยในน้ำมืดสนิท และจะเอาท่อสำรองออกมาใช้ แต่ไม่ทันเวลา / ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ บอกว่า การเสียชีวิตของ น.ต.แซม ทำให้ทุกคนเศร้ามาก เหมือนโลกทั้งใบได้พังลง (นี่คือเรากำลังแปลคำพูดของคนไทย ที่ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ให้เป็นไทยอีกรอบนึง ความซับซ้อนนี้..) ขอกราบความดีของจ่าแซมไว้ ณ ที่นี้

***แนะนำให้ฟังเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุ น.ต.สมาน ในรายการโลกป่วน ของ ThaiPBS เพิ่งออกอากาศเมื่อคืนนี้เลย (หลังจากเราเขียนโพสนี้) ท่าน ผบ.ซีล (น.อ.อนันท์) มาเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิด และข้อสันนิษฐาน***

- ทีมนักดำน้ำหลัก 4 คน (The awesome foursome) รอบนี้ได้คริส จูวอลมาสัมภาษณ์ด้วยแหะ ที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นคนนี้ออกสื่อเท่าไหร่ / เจสัน มาลินสัน บอกว่า ที่คาดการณ์เอาไว้คือเด็กคงรอดไม่ครบ คงต้องมีคนตายระหว่างนำตัวออกมา (จริงๆ เค้าพูดหลายรอบแล้วในหลายๆสื่อ และก็เป็นสาเหตุนึงด้วยที่เจสันผุดไอเดียขึ้นมาว่า น่าจะให้เด็กๆได้เขียนข้อความถึงพ่อแม่ข้างนอกซักหน่อย เพราะเอาจริงๆ ก็คือ ไม่รู้ว่าใครจะได้ออกไปเจอพ่อแม่อีกบ้าง) / เดเรค แอนเดอร์สันทหารเมกันบอกว่าคาดเอาไว้ว่าคงมีเด็กตาย 3-5 คน (อันนี้เรานึกถึงตอนช่วงแรกๆที่เค้าไปสัมภาษณ์พ่อแม่น้องๆ พ่อคนนึงบอกว่า ลูกผม ยังไงผมต้องเอาเค้ากลับมา ไม่ว่าจะในสภาพไหน, แม่น้องอีกคนบอกว่า ถ้าสุดท้ายเป็นยังไงก็คิดว่าเราคงทำบุญมาด้วยกันเท่านี้แม่กับลูก คือ เรานับถือใจพ่อแม่นะทุกคนมีความหวังแต่ก็ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนของชีวิต เหมือนเผื่อใจเอาไว้ส่วนหนึ่งด้วย แล้วสุดท้ายพอมันกลายเป็นว่าได้ลูกคืนมาอย่างดีเยี่ยม แล้วได้บวชแทนคุณทุกคนที่มาช่วยมันจะสมบูรณ์แบบเกินไปละ คนเขียนบทเขียนได้โอเวอร์มาก )

- ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่าควรให้เด็กอยู่ในนั้นจนหมดฤดูฝน เอาออกมาทางน้ำเสี่ยงเกินไป ซึ่งทีแรกทีมไทยก็ลังเลเอาไงดี แต่ทีมทหาร US เป็นคนเตือนและสนับสนุนว่ารอไม่ได้ เนื่องจากฝนจะมา, ออกซิเจนในถ้ำเหลือน้อย, เด็กจะป่วยติดเชื้อ, จะเอาคนดำน้ำลำเลียงอาหารเข้าไปให้ทุกวันไม่ไหว และอื่นๆอีกมากมาย ทีมไทยฟังแล้วเห็นด้วยเลยตัดสินใจปฏิบัติการดีเดย์ (อันนี้ก็มีในภาคก่อนแล้ว)

- ทุกความสำเร็จต้องมีการซ้อม ซ้อมแล้วก็ซ้อม ปฏิบัติการในถ้ำมีการซักซ้อมกันตรงลานกว้าง โดยเอาเก้าอี้พลาสติกมาวางแทนจุดโถงทั้ง 9 จุด, เอาเชือกฟางมาขึงเก้าอี้แทนเชือกนำทาง, เอาขวดน้ำใส่น้ำมาวางตามจุดแทนถังอากาศให้ตรงจำนวนถังที่ใช้ เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพภารกิจว่าตรงไหนมีอะไรๆเป็นภาพเดียวกัน และเพื่อให้นึกออกว่าถ้าทำจริงมันจะเวิร์คไม๊ (ส่วนผู้ว่าก็คงซ้อมแผนลำเลียงรถพยาบาล,ฮอ,ทีมหมอ อยู่อีกฟากสินะ มันออกมาดูดีให้คนชื่นชมได้ไม่ใช่ทำในครั้งเดียวแต่มันต้องซ้อมแล้วซ้อมอีกจริงๆ สินะ) / ทหาร US โชว์ระบบเชือกรอกที่เอาไปติดตั้งในถ้ำเพื่อลำเลียงน้องให้ดูแบบใกล้ๆ ด้วย

- มีฟุตเทจที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยอ่ะ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่รูปภาพตอนที่เอาเด็กผู้ชายไปซ้อมดำน้ำในสระว่ายน้ำโรงเรียน แต่อันนี้มีเป็นคลิปด้วยอ่ะ ...ทีมนี้ก็ซ้อมกันอยู่อีกฟากเหมือนกันสินะ

- คริสจูวอลบอกว่า พอเข้าไปเจอเด็กครั้งแรกก็แปลกใจว่าทำไมนิ่ง อยู่กันสงบๆ ไม่มีอาการกลัวหรือตื่นตระหนก ทุกคนดูมีความมั่นใจ อยู่กับซีล 4 คน แล้วก็ให้เลือกกันเองว่าใครจะออกก่อนหลัง ซึ่งหมอภาคย์ก็ได้ทำหน้าที่นี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในการอธิบายหลักทฤษฎีบ้านไกลไปก่อน ต๊ะต่อนยอนไปหลัง เพื่อปั่นจักรยานไปบอกข่าวให้เพื่อนๆ #สายในออกก่อน #แก๊งเวียงหอม

- หัวใจของการจะให้เด็กรอดคือต้องเคลื่อนที่ให้เร็ว ยิ่งอยู่ในน้ำนานความเสี่ยงก็ยิ่งมาก เจสันบอกว่า ตลอดทางในการดำที่มองไม่เห็นทางเลยแม้กระทั่งมือตัวเองยื่นออกไปข้างหน้า เอามือนึงจับเชือก อีกมือหิ้วเด็ก และต้องคอยดูตลอดว่าน้องยังหายใจอยู่รึเปล่า และหวังว่า ยาจะไม่หมดฤทธิ์ก่อนถึงจุดถัดไป และหวังว่าเด็กจะไม่หยุดหายใจระหว่างทาง ทำทั้งหมดนี่ในเวลาเดียวกันเค้าบอกว่ามันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มาก (ที่จริงอันนี้หนังภาคก่อนก็มีไปแล้ว แต่อันนี้เหมือนแตกต่างนิดหน่อย) พอทำคนแรกได้สำเร็จ เด็กยังหายใจ ทุกทีมทุกคนดีใจกันมากว่าแผนที่วางไว้และซักซ้อมกันมามันใช้ได้ผล ตอนเอาน้องคนสุดท้ายออกมา (น้องมงคล ที่ตอนนั้นชาวไทยลือกันว่าออกคนแรก) น้องตัวผอมตัวเล็ก mask ไม่พอดี ใส่หน้ากากแล้วหลวมเหลือที่ว่างเยอะ สุดท้ายเลยต้องใช้หน้ากากอีกแบบ ซึ่งมันก็ไม่ดีเหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เจสันต้องพยายามประคองหัวน้องไว้แนบตัวเค้า และระวังไม่ให้น้องกระแทกหิน เพราะถ้ากระแทกแล้ว mask หลุดในน้ำก็คือตายทันที เค้าเลยใช้วิธีเอาหัวน้องแนบไว้ประมาณอก (เค้าทำท่าให้ดู) แล้วให้หัวของเค้าเองยื่นออกไปด้านหน้า เพื่อที่ว่าถ้ากระแทกหิน หัวเค้าจะโดนก่อน ....นักข่าวที่สัมภาษณ์นั่งฟังแล้วหน้ายุ่งพอๆกับคนดูเลย55 นักข่าวถามว่า “แล้วคุณจำได้ไม๊ว่ากระแทกโดนหินไปกี่ครั้ง?” เจสันตอบว่า “dozens” โอยยย

- คริสจูวอลเล่าเรื่องตอนเค้าดำเอาน้องออกมา จากโถง 4 ไปโถง 3 มีรอบนึงที่เค้าต้องเข้าช่องแคบที่หลังเกือบชิดเพดาน และอกเกือบชิดพื้น เลยต้องเปลี่ยนท่าในการอุ้มน้อง พอพ้นช่วงแคบไปแล้วก็จะเป็นทางลาดลงเนิน เค้าต้องเปลี่ยนท่าจากอุ้มน้องมือซ้ายมาเป็นมือขวา แล้วระหว่างนั้นก็คือต้องปล่อยเชือกนำทางแพพนึง พอสลับน้องมาได้เสร็จ เชือกหายจ้า เค้าก็ควานหาเชือก แต่ไม่เจอ แล้วในน้ำมันมืดสนิท เค้าหาไปเรื่อยๆจนไปเจอสายไฟหรือสายเคเบิลซักอย่าง ก็เลยเกาะเอาสายนี่ดำต่อมา แต่พอโผล่ขึ้นมา เอาน้องวางพัก แล้วเดินๆ ซักพักถึงได้รู้ว่าตัวเองดำย้อนกลับมาโผล่โถง 4 ที่เดิม ก็คือหลงทิศนั่นเอง (นี่ขนาด world best diver ยังมีหลงทิศ ไม่อยากจะนึกสภาพถ้าตัวเองลงไปดำ คืออาจจะไม่รู้ว่าส่วนไหนคือหัวส่วนไหนคือแขนขาของตัวเองเลยก็เป็นได้ แช่อยู่แบบนั้นแหละ) คริสเล่าว่าพอเค้าเอาเด็กดำย้อนกลับไปขึ้นโถง 4 หมอแฮร์ริสกับทีมเห็นก็เลยเอาเด็กไปจากเค้า (วันที่สามหมอแฮริสเข้าไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะออกมาทีหลัง) หมอเช็คแล้วเห็นว่าเด็กเริ่มตัวเย็น อุณหภูมิลด ต้องรีบเอาออกไป หมอแฮริสก็เลยดำเอาน้องออกไปเองเบย แล้วตามด้วยคริสดำตามไปข้างหลังติดๆเพื่อคอยช่วยถ้ามีปัญหาแบบเค้าเจอ อันนี้แอบขำ หมอแฮริสคงแบบ ฮ่วย ให้เด็กไปแล้วยังเอาเด็กกลับมาคืนตรูอี๊ก ให้ไปอีกรอบก็จะวนกลับมาอีกรอบไม๊น่ะ เอาไปเองก็ได้ฟะ

อันนี้ขำๆ นะอย่าดราม่า เอาจริงๆแล้วคือคริสถูกเรียกตัวเข้าไปทำงานจริงในวันหลังๆ หลังจากคนอื่นทำไปก่อนหน้าหลายรอบแล้ว เค้าไม่คุ้นทางเท่าคนอื่น และหมอแฮริสต้องออกมาอยู่แล้วพอดีเพราะเป็นเด็กคนสุดท้าย และเชือกหลุดกับหลงทิศก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้วในการดำถ้ำไม่ใช่ความผิดของใคร อย่าว่าคริสเพราะนางเก่งและน่ารัก (ที่จริงไม่ได้เปิดเผยที่นี่ที่แรก เคยอ่านเจอมาก่อนแล้ว แต่เพิ่งได้ฟังจากปากคริสตัวเป็นๆ พอดีคนนี้เค้าไม่ค่อยออกสื่อ)

- ฟุตเทจที่หลายคนสงสัยว่าเจมส์ลองแมนไปสัมภาษณ์อะไรหมอภาคย์ตอนวันแถลงข่าวน้อง มีอยู่ในนี้นี่เอง แล้วทำไมหมอภาคย์ต้องดูเขินเจมส์ด้วยอ่ะหรือหมอเป็นติ่งเจมส์?

- อันนี้ทำมาจนจบถึงตอนน้องบวชเลย เก็บหมดทุกตอน ตั้งแต่อยู่รพ.กินอะไร, บอกเรื่องจ่าแซมแล้วน้องร้องไห้, ออกจาก รพ.มาเจอสื่อ, ประชาชนจิตอาสาเข้าเคลียร์พื้นที่ เจมส์ลองแมนบอกว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิเด็กทางด้านจิตใจอย่างดีมาก (#หน้าตึงไปหมดแล้วว #รัฐบาลไม่ได้กล่าว) แต่สื่อต่างชาติก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมคือไม่เข้าใจการบวช เจมส์พยายามนำเสนอว่าน้องๆต้องบวชเณรเพื่อทำให้จิตใจสงบ จากการผ่านความทุกข์ ความเศร้ามา คือเค้าคงไม่เข้าใจเรื่องของการบวชทดแทนคุณ หรืออุทิศส่วนกุศลอะไรงี้ แต่ก็ไม่เป็นไร #อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ~

- ตอนจบทั้งนักข่าวต่างชาติและทหารอเมริกันบอกว่า เรื่องมันเหลือเชื่อมากๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ อาจจะเป็นเจ้าแม่นางนอน หรือพระ หรือ God ก็แล้วแต่ ที่ช่วยให้ปั๊มน้ำทำงานได้ดีจนกระทั่งเด็กออกมาครบสิบสามคน พอเด็กออกหมดปุ๊บ ปั๊มก็พังท่อก็แตกทันที ระหว่างภารกิจทั่วโลกส่งคำอธิษฐานขอพระเจ้า คนไทยก็ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าเขา จะอะไรก็แล้วแต่ไม่มีใครรู้แต่ที่แน่ๆมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเหมือนปาฏิหาริย์จริงๆ

ปล. ไม่ค่อยมีสื่อต่างชาติมาทำสารคดีให้ประเทศเราแบบทุ่มเทขนาดนี้มาก่อน อยากให้ดูกันเยอะๆ โปรดักชั่นทำดีจริงๆ การสัมภาษณ์ก็ดูสมูทเหมือนนั่งลุ้นไปกับเพื่อนฝูง คนสัมภาษณ์ คือ แมทกัทแมน นักข่าว abc ที่มาอยู่ไทยกับ เจมส์ ลองแมน และผู้หญิงอีกคน สำนักข่าวนี้เค้าดูมี passion กับเรื่องนี้มากๆ มาเกาะติดตั้งแต่วันแรกๆ อยู่จนส่งน้องบวชและกลับไปเป็นเจ้าสุดท้าย ขอบคุณ ABC News

** มีเพื่อนๆ หลายคนช่วยบอกว่า out of the dark กับ one way out เป็นคนละสาขากันทำ อันนึงของ abc ออสเตรเลีย อันนึงของ abc อเมริกา (แต่ยังไงก็ทำดีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดเลยอ่ะ) ขอบคุณมากๆ ค่า




กำลังโหลดความคิดเห็น...