xs
xsm
sm
md
lg

“ดับบลิวเอชเอ” ชูอีอีซี ดึงไทยกลับผงาดแผนที่ลงทุนโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

างสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอคอร์ปอเรชั่น
ซีอีโอ “ดับบลิวเอชเอ” เผย อีอีซีช่วยไทยกลับมาอยู่ในแผนที่โลกของการลงทุนอีกครั้ง หลังรัฐบาลทุ่มลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสู่ระดับเวิลด์คลาส ลดต้นทุนลอจิสติกส์ เพิ่มสิ่งจูงใจนักลงทุน



วันนี้ (29 ม.ค.) ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการธุรกิจโลจิสติกส์ ได้กล่าวบรรยายหัวข้อ “EEC จะพลิกโฉมพื้นที่ตะวันออกไปอย่างไร” ในงานสัมมนา “EEC ไม่มีไม่ได้” ในโอกาสครบรอบ 35 ปี “ผู้จัดการ” ตอนหนึ่งว่า อีอีซีไม่มีไม่ได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นเราจะหลุดออกจากเวทีโลก ที่ผ่านมาเราต้องบอกเลยว่า เราหลุดออกไปจากแผนที่การลงทุนโลกไปแล้ว แต่ตอนนี้ตั้งแต่มีอีอีซีที่เกิดขึ้นมาแล้ว ประเทศไทยกลับมาอยู่ในแผนที่ของโลกอีกครั้งเรื่องการลงทุนแล้ว

ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการตั้งคณะตัวอีอีซีขึ้นมา แล้วมีการโรดโชว์ออกไปอย่างชัดเจน ทางด้านนิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีที่แล้ว มีนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาที่นิคมอุตสาหกรรมของแบบหัวกระไดไม่แห้งจากทุกภาคส่วนของโลก เพราะเขารู้แล้วว่า รอบนี้ไทยจะกลับขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง แล้วกลับขึ้นมาในครั้งนี้ มันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เป็นจุดอ่อนของประเทศไทย คือโครงสร้างพื้นฐานที่เรายังไม่ได้ลงทุนเพิ่มเติม และสิ่งจูงใจสำหรับนักลงทุน (incentive) ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เราแย่แล้ว เพราะเรานิ่งไปแล้ว แต่ตอนนี้เรากลับมาแล้ว มาตรการทางภาษีเราจะต้องดีที่สุดในอาเซียน สำหรับ 10 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน เราก็มีจุดแข็งที่สุดคือการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เพียงแต่ถ้าเราไม่ทำอะไร เราจะกลายเป็นทางผ่าน แต่ถ้าเราทำอะไรกับมัน เราจะกลายเป็นจุดเด่นจริงๆ เช่น เราสามารถเชื่อมกับ One Belt One Road ของจีน เพื่อส่งสินค้าออกไป การสั่งซื้อสินค้าทำออนไลน์ได้ แต่การส่งของออนไลน์ไม่ได้ ภาคโลจิสติกส์จึงสำคัญมากเลย ที่ผ่านมาเราไม่ทำอะไรเลยเรื่องโลจิสติกส์ แต่ ณ วันนี้เราเริ่มมีการลงทุนเรื่องโลจิสติกส์แล้ว

นางสาวจรีพร กล่าวว่า ดับบลิวเอชเอกรุ๊ป มองว่า ขณะนี้อีอีซีตอบโจทย์แล้วทั้ง 5 ส่วนคือโครงสร้างพื้นฐานระดับเวิลด์คลาส เรามีรถไฟรางคู่ เพราะการขนส่งทางรถไฟถูกที่สุด ไฮสปีดคอนเน็กระหว่าง 3 สนามบิน มอเตอร์เวย์ที่เกิดขึ้น และอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ตเพิ่มขึ้น คือ อู่ตะเภาที่จะเป็นมหานครการบิน ท่าเรือน้ำลึก การวางผังเมืองรวมเชื่อมระหว่างเมือง ซึ่งต่อไปจะไม่ใช่กรุงเทพฯ ที่โตอย่างเดียว จะโตไปถึงชลบุรีและระยองเลย ขณะที่กระบวนการขอใบอนุญาตต่างๆ ก็เป็นวันสตอปเซอร์วิสแล้ว การให้วีซ่าการทำงานแก่ชาวต่างชาติยาว 5 ปี รวมทั้งการเปิดให้ต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี เป็นต้น

“ตอนนี้เราครบประเด็นทุกอย่างทางด้านอีอีซีหมดแล้ว ทางด้าน WHA Group มองว่า อีอีซีจะผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นเมืองของ regional นี้อีกครั้ง” นางสาวจรีพร กล่าว

คำต่อคำ นางสาวจรีพร จารุกรสกุล บรรยายหัวข้อ “EEC จะพลิกโฉมพื้นที่ตะวันออกไปอย่างไร”

สวัสดีค่ะ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน จรีพร จารุกรสกุล ประธาน WHA Group วันนี้รับเชิญมาพูดในหัวข้อ “EEC ไม่มีไม่ได้” ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการครบรอบ 35 ปี อายุเท่าดิฉันพอดีเลยค่ะ ฝากแบงก์ไว้อีกกี่ปีไม่รับ เดี๋ยวนี้ดอกเบี้ยถูก งั้นฝากได้ ถามว่าทำไมอีอีซีไม่่มีไม่ได้ ตอนที่ได้รับเชิญมาพูดในหัวข้อนี้คือรับทันทีเลย ตอบรับทันทีเลย เพราะว่าที่ผ่านมาเดือบ 2 ปี WHA Group ได้เดินสายพูดเรื่องนี้มาตลอดเลย รวมถึงได้มีการตั้งคณะทีมทำงานเสริมประสานกับทางด้านของทีมอีอีซีมาโดยตลอดด้วย ถามว่าทำไม เนื่องจากธุรกิจของทางด้าน WHA Group เรามี 4 กลุ่มธุรกิจหลักๆ

อันดับที่ 1 คือ ทางด้านตัวลอจิสติกส์
2 คือ ทางด้านตัวนิคมอุตสาหกรรม
3 คือ ทางด้านตัวสาธารณูปโภคและพลังงาน
4 คือ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ถ้าท่านลองมองไปทางด้าน 4 กลุ่มธุรกิจนี้ เป็น 4 กลุ่มธุรกิจที่สำคัญ สำหรับการพัฒนาอินฟราสตรักเจอร์ของประเทศ และเนื่องจากเราทำ 4 กลุ่มธุรกิจนี้ โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และลอจิสติกส์ สิ่งที่เราเจอคืออะไร เราได้พบนักลงทุนต่างๆ ทั่วโลก เห็นเทรนด์ของการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากระแสการเคลื่อนย้ายการลงทุน หรือกระแสเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เราเห็นภาพมาตลอดเลยว่า โลกมันเริ่มเปลี่ยนเทรนด์มาแล้ว ดิฉันเคยพูดเมื่อประมาณ 6 - 7 ปีที่แล้วว่า มีการ shift จาก Western มา Eastern ทุกคนงงว่าดิฉันพูดอะไร คือดิฉันเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นมาตลอดเลย และพูดเมื่อ 2-3 ปีืที่แล้วว่า เทรนด์ของเทคโนโลยีมันเปลี่ยนแล้ว มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง แล้วมาถึงปี 2020 คือ เทคโนโลยีจะมาทันกับที่เราทำรีเสิร์ชมาทั้งหมดเลย ถ้าตอนนั้นเราไม่ทำอะไร องค์กรต่างๆ ไม่ทำอะไรเลย เราจะโดน technoloty disruptive และการเปลี่ยนรอบนี้มันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย มันไม่ใช่ค่อยๆ เปลี่ยนเหมือนสมัยก่อนแล้ว

มีการ convey message ไปยังรัฐบาลมาตลอด ว่า ประเทศไทยที่ผ่านมา เราบอกว่า เราเป็นลำดับ 1 ใน regional นี้มาตลอด จนกระทั่งเมื่อ 2 - 3 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มรู้ตัวแล้วว่า เราจะไปต่อได้ไหม ถ้าเรายังมีปัญหาในประเทศ ขณะเดียวกัน เราไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย Infrastructure เราบอกว่าเทียบกับ regional นี้เราคือ อันดับ 1 ใช่ค่ะ เราคืออันดับ 1 แต่ที่ผ่านมา 10 กว่าปี ท่านไม่ทำอะไรเลย ไม่มีการลงทุนอะไรมาเพิ่มขึ้นเลย ขณะที่เพื่อนบ้านเรา มี Infrastructure เพิ่มขึ้นมามากมาย เราบอกว่า เรามีความภูมิใจว่า คนเรามี skill labour ที่ดีมากเทียบกับ regional นี้ แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ใช่ skill labour มันคือ knowledgable มันเปลี่ยนเทรนด์หมดแล้ว ถ้าเราระบบการศึกษายังเหมือนเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยน เราจะไปยังไงต่อ ใช่ค่ะ ค่าแรงเมื่อก่อนประเทศไทย คนมักบอกค่าแรงเราถูก แต่เพื่อนบ้านเราถูกกว่า ดิฉันเห็นด้วยค่ะ การ shift labour intensive ที่ต้นทุนต่ำไปยังเพื่อนบ้านเรา แต่เราต้องพัฒนาตัวเราเองขึ้นมาด้วย ในเมื่อคุณ Infrastructure ที่ดีแล้ว คุณมีหลายๆ อย่างที่ดีแล้ว คุณต้องพัฒนาทางด้านคนของคุณ เพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ภาพทั้งหมดนี้ คือ ภาพที่เราได้รับมาตลอดเลย เราถึงบอกรัฐบาล ว่า เราต้องทำอะไรถ้าเราไม่ทำอะไรแล้ว เราจะมีประเด็นจริงๆ และเชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เรามองภาพเลย คุณต้องคิดเป็นพอยต์ก่อนเลย อีสเทิร์นซีบอร์ด คือ หัวใจที่เราเปลี่ยนจากภาคเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม เราเป็นดีทรอยต์ออฟเอเชีย เรามียานยนต์อุตสาหกรรมเป็นลำดับท็อป 10 ของโลก แล้วยังไงคะ ถ้ามันเกิดเป็น EV car แล้วเรายังไม่ทำอะไรกับมัน แล้วทุกคนทราบไหม ตอนนี้ตัวอุตสาหกรรม aviation ทำไมต้องมีทางด้านตัว aero space มันเริ่มมีการเปลี่ยนนะคะ ต่อไปทางด้านการบินของโลก 40% การสั่งเครื่องบินมาจากโซนเอเซีย และเป็นธุรกิจที่มีกำไร และมีกำลังซื้อมหาศาลมาก โลว์คอสต์แอร์ไลน์จะเกิด เมื่อก่อนเราบอกว่า ประเทศที่มีประชากรเยอะๆ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย คืออะไรคะ ภาระของโลก แต่ไม่ใช่นะตอนนี้กลายเป็นว่า 3 ประเทศนี้ เป็นประเทศที่มีกำลังซื้อมหาศาลมาก เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของจีดีพี เทียบกับ puechase price index อันดับท็อปของโลก อันดับ 1 จะเป็นจีน 2 คือ อเมริกา 3 คืออินเดีย อันดับ 7 คือ อินโดนีเซีย

เทรนด์เปลี่ยนหมดแล้ว ถามว่า ตอนนี้ท่านรองฯ สมคิด พูดถึงภูมิรัฐศาสตร์ของโลก จริงๆ ตอนนี้เราอยู่บนภูมิรัฐศาสตร์ 2 กระแส คือ กระแสจีนกับอเมริกา ต่อสู้กันอยู่ จีนทางด้านประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ในวาระที่ 2 ของท่านประกาศแล้ว คือ One Belt One Road ตอนนี้ท่านไปจีนทุกคนจะต้องพูดภาษาเดียวกันหมด ถ้าใครพูดมากภาษากว่านี้แสดงว่า คุณไม่ได้ Budget คือ การไดรฟ์ของประเทศจีน คือการคอนเนคประเทศจีนกับ 65 ประเทศทั่วโลก แต่มันจะครอบครองทั้งหมดเลย ไม่ว่าทางด้านการค้า การลงทุน และทางด้านตัวความมั่นคงด้วย

อเมริกาไม่ว่า ทรัมป์ คือ มองทางด้านตัวอินโด - แปซิฟิก เพิ่งประกาศเลย แต่ทรัมป์ไม่ได้มองเรื่องเศรษฐกิจมาก เขามองเรื่องความมั่นคงทางด้านทะเลจีนใต้ คือขัดขวางทุกอย่างทางด้านการเติบโตของจีน ขณะเดียวกัน จริงๆ แล้ว ตัวเองมองว่ามียุทธศาสตร์อีกกระแสหนึ่งไม่น่าจะลืม ไม่น่าจะมองผ่านไป คือ อินเดีย ซึ่งท่านรองฯ สมคิด ท่านพูดแล้ว ทางด้านตัวอินโด - อาเซียน พูดมาทั้งหมดแล้วไทยเราอยู่ตรงไหน ไทยเรา 60 กว่าล้านคน เล็กมาก แต่ถ้าเราเป็นอาเซียน คือเรา 600 กว่าล้านคน หมายถึงว่าเรา 10% ของประชากรโลก เราสามารถคอนทริบิวท์จีดีพีของโลกได้

ได้มีโอกาสติดตามคณะท่านรองฯ สมคิด ไปยังประเทศเพื่อนบ้านเรา เนื่องจากว่าที่เราประกาศเรื่องอีอีซีขึ้นมาแล้ว หลายๆ ประเทศกลัวแล้วว่า ไทยจะแย่งการดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนไปจากเขาทั้งหมด ซึ่งท่านได้ประกาศชัดเจนว่า รอบนี้อีอีซีมา คือไม่ใช่แค่ประเทศไทย มาเพื่อ regional นี้โดยตรง มาเจอกับการ connectivity รอบด้านเพื่อนบ้านทั้งหมด เราต้องโตมาด้วยกัน ถ้าประเทศเดียวเราเล็ก


แต่ถ้ารวมกันเราใหญ่ รอบนี้ทางด้านตัวอีอีซีเรามองภาพไว้ว่า ไม่มีมันไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นเราจะหลุดออกจากเวทีโลก ที่ผ่านมาเราต้องบอกเลยว่า เราหลุดออกไปจากแผนที่การลงทุนโลกไปแล้ว แต่ตอนนี้ตั้งแต่มีอีอีซีที่เกิดขึ้นมาแล้ว ประเทศไทยกลับมาอยู่ในแผนที่ของโลกอีกครั้งเรื่องการลงทุนแล้ว

ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการตั้งคณะตัวอีอีซีขึ้นมา แล้วมีการโรดโชว์ออกไปอย่างชัดเจน ทางด้านนิคมอุตสาหกรรมต้องเรียนเลยตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีที่แล้ว มีนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาที่นิคมอุตสาหกรรมของเรา เรียกว่ามาทุกอาทิตย์เลย หัวกระไดไม่แห้งมาจากทุกภาคส่วนของโลก เพราะเขารู้แล้วว่า รอบนี้ไทยจะกลับขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง แล้วกลับขึ้นมาในครั้งนี้ มันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง เขามองภาพทางด้านอีอีซีไม่ว่าจะเป็นทางด้านตัวไทยแลนด์ 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ ศึกษามาหมดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคนไทยได้ศึกษาเรื่องนี้แล้วยัง ลองกลับไปอ่านดูให้ละเอียดลึกๆ จะเห็นว่า ตัวไทยแลนด์ 4.0 ทางด้านตัวยุทธศาสตร์ชาติรอบนี้มัน cover ทุกภาคส่วนได้หมดแล้ว เหลือแค่ว่าการจัด imprement ต่อได้ยังไง


นี่คือ ภาพหลักๆ ที่เห็นภาพว่า ทำไมมีอีอีซี เพราะเราอยู่ท่ามกลางของการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของโลก ถ้ารอบนี้เราไม่ทำอะไรกับมันเลย เราจะหลุดไปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ หรือทางด้านตัวเทคโนโลยี จริงๆ สไลด์ถัดไปจะเป็นการประกอบพูดคร่าวๆ แค่นั้นเอง ภาพแรกนี่โรดโชว์ทางด้านตัวไทยอยู่ตรงไหนแค่นั้นเอง จริงๆ มองตัวหลักๆ 2 ตัวดีกว่าคือ ไทยกับเวียดนาม จะเห็นว่าไทยตอนนี้จีดีพีเราติดอันดับที่ 26 ของโลก

แต่ว่าถ้าดูของเรา เรามีจีดีพีเทียบกับทางด้าน regional ของเรา ไทยถือว่าอันดับดีแต่ว่า การเติบโตของเราไม่ค่อยดี จีดีพีของเราคือ 3.2% แต่ว่าเพื่อนบ้านของเรา กัมพูชา 7% ลาว 6.8 พม่า 6.4 เวียดนาม 6.2% ถ้าเกิดไทยยังโตได้ 3.2% อยู่ อาจจะเหนื่อย แต่เป็นภาพมองได้ว่า ปีที่แล้วเราได้ 3.9 แล้ว และตัวดิฉันเชื่อเองว่า ถ้าตัวอีอีซีเกิดขึ้นจริงปีนี้เราน่าจะแตะ 4.6% ได้ อีกตัวหนึ่งที่เรามองภาพทางด้านตัวเอ็กพอร์ต เราโตแค่ 1% นี่คือ ปี 2016 ขณะที่เวียดนามโตถึง 32% ตัวเลขอันนี้น่าสนใจ FDI คือ Foreign Direct Investment ซึ่งเป็นปัญหากับเรามาตลอดว่า มันหายไป จากเดิมมันสูงแล้วดร็อปหายไป ทางด้านตัวไทยเรา 1,500 กว่าล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันเวียดนาม 12,000 กว่า ต่างกันเกือบ 10 เท่าตัว

ขณะเดียวกัน เราบอกว่า ทัวร์ริสเซอร์วิส และ Export เป็นคีย์ไดร์เวอร์ทางด้านจีดีพีของเรา จะเห็นว่าทั้ง 2 ส่วน ทัวร์ริสเซอร์วิส และ Export ไดรฟ์ถึง 75% ของจีดีพี จะมีการเติบโต เห็นภาพเติบโตซึ่งรวมท่องเที่ยวด้วยโตมาเรื่อยๆ จนถึงปี 2016 คือ 18% และจะมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันมองภาพ Export ถ้าไม่ทำอะไรกับมัน มันค่อนข้างจะนิ่งๆ คือ 2011 มัน 56.8% แต่พอปี 2016 มันแค่ 56.4% ทางด้านตัวเทียบทางด้านกลุ่มอินดัสทรีแล้วกัน ภาคเกษตร เราบอกว่าประเทศของเรา เกษตรกรรม เกษตรกรเยอะมาก ดูสิคะ มันเขียนแค่ประมาณ 8% ของจีดีพี เรายังส่งออกข้าวอยู่ ส่งออกยางพาราอยู่ ท่านไปดูเพื่อนบ้านของเรา มาเลเซีย เขาผลิตน้ำมันตัวปาล์ม ตัวยางพารา แต่เขาไม่ได้ส่งออกตัวยางพาราเป็นหลัก เขาส่งออกถุงมือยาง อันดับท็อปของโลก ส่งออกถุง condom อันดับท็อปของโลก ซึ่งทางด้านอีอีซี ทางรองนายกฯ ได้พูดออกไปแล้วมันต้องพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยน คือเราไม่ได้ขายแค่ตัววัตถุดิบแล้ว ต้องปรับทางด้านเทคโนโลยี เราบอกแล้ว เราเป็นครัวของโลก เป็นอาหารของโลก เป็นท่านๆ จะขายข้าวต่อไปไหมคะ

ซึ่งในนั้นมีการปรับหมดแล้ว ขณะเดียวกัน ภาพในตัววันผลิต 20% ของจีดีพี ภาพนี้ไม่ได้โชว์อะไร โชว์แค่ที่ผ่านมาทางด้านตัว investment ของ government ที่ผ่านมามันนิ่งมากและมันต่ำลง แต่ ณ ตอนนี้มันดีขึ้นมาแล้ว แต่ประเทศไทยมีความหวังเยอะมากเลย ทางด้านตัว global competitiveness ของเราใน regional นี้ เราถือว่า คืออันดับ 1

ขณะเดียวกัน ease of doing business เราเป็นอันดับ 1 เช่นกัน อินฟราสตรัคเจอร์ทรงๆ แล้ว มันจะเริ่มนิ่งแล้ว แต่ปัญหาของเราก็คือ political stability อันนี้คือแย่ที่สุดในทางด้าน regional นี้

เราบอกว่าจุด weak ของไทยแลนด์เราคืออะไร อินฟราสตรัคเจอร์ที่ผ่านมา เราไม่มีการลงทุนมากมายเพิ่มเติม อินเซนทีฟของเราที่ผ่านมา ต้องเรียนตรงๆ เลย เราแย่แล้ว คือลูกค้าที่มานิคมอุตสาหกรรมเวลาเขามองภาพ เขาไม่ได้มองว่า มาประเทศไทยแล้วเลือกนิคมไหน เขามองภาพว่า เขาจะมา regional นี้ เขาจะลงประเทศไหนดี ไปไทย ไปเวียดนาม ไปพม่า หรือไปอะไรดี

สิ่งที่สำคัญที่เขามองอันดับต้นๆ คือ ทางด้านอินเซนทีฟ หรือ tax privilege ที่ผ่านมาเรานิ่งไปแล้ว แต่ตอนนี้เรากลับมาแล้ว ทางอีอีซีเราบอกว่า tax privilege เราบอกว่า เราจะเป็นเดอะ เบสต์ ออฟ อาเซียน นี่เขาสนใจแล้ว แต่กับ 10 ซุปเปอร์คลัสเตอร์ คือทางด้านตัวอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขณะเดียวกันเราบอกว่า เรามีปัญหาเรื่อง skill labou แต่ตอนนี้เราต้องปรับเป็น knowledgable แล้ว แต่เรามี strength strength ของเราคืออะไร คือ location เราบอกคือศูนย์กลางของ regional นี้ แต่เรียนไปแล้วว่า ถ้าเราไม่ทำอะไร เราจะกลายเป็นทางผ่าน แต่ถ้าเราทำอะไรกับมัน เราจะกลายเป็นจุดเด่นจริงๆ เราบอกว่า เรากลัว One Belt One Road ทุกคนกลัวว่าจีนจะมา win ไทย ท่านคิดกลับกันไหมว่า อยู่ๆ มีคนสร้างอินฟราสตรัคเจอร์ให้ท่าน อยู่ๆ มีคนลงทุนไม่รู้กี่ล้านๆ บาท สร้างทางรถไฟให้ท่าน มาคอนเน็กกับประเทศของท่าน แล้วเราจะไม่มีความสามารถในการใช้เส้นนั้นในการกระจายสินค้าไปเลยหรอ กลับกันคิดในมุมกลับ ถ้าท่านเริ่มต้นประเทศ หรือเริ่มต้นด้วยการปัญหาด้วยข้อจำกัด มันจะจำกัดชีวิตท่านทั้งหมด แต่ถ้าเรามองว่า ถ้านั่นคือโอกาส มันคือโอกาสแล้วเราจะไปต่อได้ แต่อันนี้เป็นภาครัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้หรอก มันต้องร่วมมือร่วมใจกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล เอกชน หรือว่าต่างๆ ทุกอย่างร่วมมือร่วมใจกันผลักดันประเทศ

เราบอกว่าสินค้าเกษตรเรา เราจะส่งออกไปทั่วโลกได้ไหม ถ้ามี One Belt One Road มา มองออกว่าสินค้าของเรา นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มันจะไปต่อได้ไหม ยิ่งต่อไปยุคทางด้านอีคอมเมิร์ซ โลกมันแคบมาก ยุคดิจิทัล ทุกคนกลัวอาลีบาบา ทุกคนกลัวกันไปหมดเลย แต่มองภาพไหมว่า คุณสั่งของออนไลน์ได้ แต่คุณไม่สามารถรับของออนไลน์ได้

เพราะฉะนั้นภาคลอจิสติกส์สำคัญมากเลย ที่ผ่านมาเราไม่ทำอะไรเลยเรื่องลอจิสติกส์ แต่ ณ วันนี้เราเริ่มมีการลงทุนทางด้านอินฟราสตรัคเจอร์ เรื่องลอจิสติกส์แล้ว ขณะเดียวกันถ้าเราใช้เส้นทาง One Belt One Road การกระจายสินค้าของเรา สินค้าของไทยน่าจะกระจายไปทั่วโลกได้

เมื่อก่อนคนบอกว่า ธุรกิจจะชนะกันด้วยความเร็ว คือ สปีด แต่ดิฉันบอกสปีดไม่พอแล้ว มันต้อง speed and spread คือคุณต้องเร็ว แต่คุณต้องกระจายให้เร็วกว่าอีก นั่นคือทางด้านตัวอีคอมเมิร์ซ คุณต้องสร้างแพลตฟอร์มมัน trend มันเปลี่ยนหมดแล้ว


ตอนนี้ถ้ามีอีอีซีแล้วประเทศไทยจะเป็นยังไง โอเค 5 หลักๆ เรามีแล้ว ที่เคยบอกเป็นปัญหาตั้งแต่ตอนต้น 1. เราการพัฒนาทางด้านการพัฒนาอินฟราสตรัคเจอร์ 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีนี้ พัฒนาทุกภาคส่วน รถไฟรางคู่ ไฮสปีดเทรน ทางด้านท่าเรือ สนามบินหรืออะไรต่างๆ

2. city development เรื่องเมืองสำคัญ ดิฉันได้พูดคุยกับประธานเจโทรของญี่ปุ่น ท่านได้บอกว่า คนญี่ปุ่นทุกวันนี้มีการอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเยอะ แต่ว่าครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพฯ ตัวเองต้องอยู่ที่ชลบุรี ระยอง เพราะว่าอะไร เพราะเมืองตรงนั้นไม่พร้อมที่จะให้ครอบครัวมาอยู่ที่นี่ เราเลยรวยกระจุก จนกระจาย แต่ถ้าลองเปลี่ยนใหม่ ดร.คณิศ ได้พูดมาแล้วว่า จะมีการพัฒนาเมือง กรุงเทพฯ จะไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ มันจะไม่มีทางด้านตัวบอกว่านี่จังหวัดอะไรแล้ว ทุกอย่างจะคอนเน็กกันหมดเลย การกระจายเมืองออกไปทางด้านนอก การเป็นอยู่จะเกิดขึ้นดีได้ หมายถึงว่าเมืองต้องเกิดขึ้นด้วย การพัฒนาเมืองสำคัญมาก เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องอะไรต่างๆ การศึกษา โรงพยาบาล ทุกอย่างประกอบกันหมดเลย ถ้าตอนนี้สามารถทำได้ท่านลองคิดภาพดู กรุงเทพฯ จะขยาย cover ไปถึงชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทราทั้งหมดเลย ภาพเปลี่ยน

เพราะฉะนั้นที่ไหนตรงจุดนี้อยู่ได้หมดแล้ว เมืองจะโต กลายเป็นรวยกระจาย โอเคค่ะ อินดัสตรีดีเวลล็อปเมน คือ การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมจะเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว จะเปิดขึ้นมาซื้อที่ พัฒนาแล้วขายที่ ไม่ใช่ คุณต้องปรับภาพทั้งหมดแล้ว ตัวกลุ่มเอเชียต้องปรับภาพไปทางด้านสมาร์ทอินดัสตรีดีเวลล็อปเมนต์ไปหมดแล้ว เพื่อรองรับ 10 ซุปเปอร์คลัสเตอร์ที่ภาครัฐบาลทำอยู่ รองรับกระแสเทรนด์ของโลก


สิ่งสำคัญมากๆ อินเซนทีฟ ที่ผ่านมาเราบอกว่า เราแย่แล้ว อินเซนทีฟเราไม่มี ไม่รู้ว่าทางด้านอินเวสเตอร์จะมาลงทุนได้ยังไง แต่วันนี้เราบอกว่า เราคือ เดอะเบสต์ออฟอาเซียนแล้ว เรามีกระทั่งทางด้านตัวอินโนเวชั่นต่างๆ อินเซนทีฟเกาะตรงนี้ด้วย investment facilitation คือเพิ่มความรวดเร็ว ความคล่องตัวทุกอย่างในการลงทุนขึ้นมา ภาพทั้งหมดมันจะเกิด fully integrated mega development ขึ้นจริงๆ เราจะมีการพัฒนาให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นทุกภาคส่วน ไดรฟ์ด้วยตัวเทคโนโลยี รวมถึงตัว input ทางด้านคมนาคม transportation ทำให้เราสามารถ access ไปยังเพื่อนบ้านเราง่ายขึ้น และการทำธุรกิจของเราง่ายขึ้นด้วย ตอนนี้ถ้าทุกอย่างพร้อมแล้ว ประเทศไทยพร้อมที่จะคอนเน็กไปยังโลกนี้


ทางด้าน WHA Group เรามองภาพเลยว่า เรื่องอีอีซีตอบโจทย์แล้วทั้ง 5 ส่วนคือทางด้านตัว world class infrastructure เรามีรถไฟรางคู่ ต้องเรียนเลยบอกว่า การขนส่งเรื่องลอจิสติกส์รถไฟถูกที่สุด แต่ที่ผ่านมาเราไม่มีการลงทุนเรื่องการรถไฟ และระบบรางเลย เราต้องขนส่งทางบก คือทางถนน แต่ต้นทุนลอจิสติกส์ของเราเทียบกับจีดีพีคือตอนนี้ 14% แล้ว ตอนที่ดิฉันมาจับลอจิสติกส์ใหม่ๆ มัน 18% วันนี้คือ 14% และเกิดมีการพัฒนาลอจิสติกส์มันน่าจะเหลือ 12 % ของจีดีพี แต่ว่าถ้าจะให้ดีท่านต้องเป็น one digit คือประเทศที่พัฒนาแล้วต้องอยู่ที่ one digit ตัวนี้จะต้องต่ำลง ไฮสปีดคอนเน็กระหว่างที่ทางด้าน อ.คณิศได้บอกแล้วระหว่าง 3 สนามบิน มอเตอร์เวย์ที่เกิดขึ้น และอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ตเพิ่มขึ้นคือ อู่ตะเภา ให้มาเป็น aerotropolis มหานครการบิน และ Deep Sea Port และมีการ integrated urban planning เมื่อกี้ได้เรียนไปแล้ว จะมีการ integrated กันหมดแล้ว ไม่ใช่กรุงเทพฯ ที่จะโตอย่างเดียว มันจะลิงก์โตไปถึงชลบุรีและระยองเลย

ส่วนทางด้านตัว smart industrial estate กระทั่งเรื่องที่ concern มาก เรื่องที่คนกลัวมากๆ คือเรื่อง environment เรามมองภาพ environment เยอะมาก เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะเป็นกรีนคอนเซ็ปต์ทั้งหมดเลย High skill human labour resource ภาพนี้รัฐบาลเห็นภาพแล้ว มีการร่วมมือกับทางด้านมหา’ล้ย กระทั่งมหา’ล้ยต่างประเทศด้วย เพื่อจะเพิ่มคน เพิ่มศักยภาพคนของเราให้ขึ้นสู่การพัฒนาต่อไป ไม่มีคนก็ไปต่อไม่ได้ investment incentive ตอนนี้เรามาแล้ว เรามีการยกเว้นภาษี corporate tax ต่างๆ มากมาย สูงสุดถึง 15 ปี ยกเว้นทางด้าน import duty กลุ่มทางด้านตัว target industry ด้วย และรวมไปถึงที่ดิน long term ได้ถึง 99 ปี

ขณะเดียวกันทางด้าน approve process ต่่างๆ เราเป็นวันสต็อปเซอร์วิสแล้ว รวมถึงทางด้าน 5 years work visa ทางด้านตัว อีอีซี ฟาสต์แทร็กด้วย

จริงๆ เวลาหมดแล้ว จริงๆ มีเรื่องให้พูดอีกมากมาย แต่เอาคร่าวๆ แล้วกันว่า ตอนนี้เราครบประเด็นทุกอย่างทางด้านอีอีซีหมดแล้ว ทางด้าน WHA Group มองว่า อีอีซีจะผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นเมืองของ regional นี้อีกครั้ง ขอบคุณค่ะ


กำลังโหลดความคิดเห็น...