xs
xsm
sm
md
lg

“ส.ส.วัชระ” จี้นายกฯปราบโกงรถเมล์เอ็นจีวี ชี้ชัดรายงานการประชุมบอร์ด ขสมก.ไม่รับรอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


จากกรณี นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ขสมก. ยืนยัน และแถลงข่าวอ้างว่า บอร์ด ขสมก. ทั้งคณะ ได้รับรองการประชุมและมีมติเห็นชอบโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน วงเงิน 4 พันกว่าล้านบาท จนนำไปสู่การลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับเอกชนไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ท่ามกลางความไม่ชอบมาพากลอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กระทั่งมีประชาชนเข้าแจ้งความตำรวจกองปราบฯดำเนินคดีผู้บริหาร ขสมก. ขณะที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉสารพัดกระบวนการโกงหลากรูปแบบของ ขสมก. ผ่านสถานีวิทยุรายการดังเรียกร้องให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบขบวนการโกงแบบล้างบางใน ขสมก. ล่าสุด ห้องประชุมบอร์ด ขสมก. แทบแตก เมื่อมีการถกบันทึกรายงานการประชุมย้อนหลังพบข้อเท็จจริง บอร์ดแค่เห็นชอบในหลักการ แต่ยังไม่มีมติรับรองให้ลงนามสัญญาจัดซื้อ ด้านอธิบดีกรมบัญชีกลางชิ่งโดดประชุมไม่ขอมีส่วนร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ว่า นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุสืบจากข่าว 100.5 อสมท โดย นายสุวิทย์ บุตรพริ้ง และ นายจตุพร สุวรรณรัตน์ 2 ผู้ดำเนินรายการ ได้เปิดประเด็นที่ นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ขสมก. ยืนยัน และแถลงข่าวอ้างว่า บอร์ด ขสมก. ทั้งคณะได้รับรองการประชุมและมีมติเห็นชอบโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV. 489 คันวงเงิน 4 พันกว่าล้านบาท จนนำไปสู่การลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับเอกชนไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว โดย นายวัชระ ถึงกับส่งเสียงไอคล้ายๆคำว่า คุก คุก คุก คงต้องมีคนเข้าไปอยู่ในเรื่อนจำกันบ้างละ บริษัทที่ประมูลรถเมล์เอ็นจีวี ได้ก็คือ บริษัทเดียวกับที่ประมูลเครื่อง อี-ทิคเก็ต กับเครื่องหยอดเหรียญมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ไปเมื่อปีที่แล้ว และเครื่อง อี-ทิคเก็ต กับ แคชบ็อกซ์ ก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้ว่าผ่านคุณสมบัติเข้ามาได้ยังไง ตนขอให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำการตรวจสอบอย่างจริงจังมากกว่านี้ไม่ใช่ฟังแต่รายงานเท็จจากคนข้างตัว ตนเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนการประมูลรถเมล์มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 ในครั้งนั้นราคา 3,800 ล้านบาทบริษัทเดียวกันนี้ประมูลได้ไปแต่ก็มีอันต้องยกเลิกไป เพราะมีกรรมการคุณธรรมที่นายกฯตั้งขึ้นลาออกไม่ของมีส่วนกับการจัดซื้อในครั้งนั้น

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ต่อมาปี พ.ศ. 2559 อีกบริษัทหนึ่งประมูลได้ในราคา 3,389 ล้านบาท ถูกลงจากราคากลาง 600 กว่าล้านบาท แต่ไม่สามารถส่งมอบรถได้ เพราะมีปัญหาฟ้องร้องศุลกากรคดียังอยู่บนชั้นศาล พอมาเดือนที่แล้ว บริษัทที่ประมูลได้ในปี 58 ร่วมกับอีกบริษัทที่มาจาก ปตท. เสนอราคาสูงถึง 4,221 ล้านบาท แถมไม่มีการประมูลเป็นการคัดเลือก ซึ่งตรงนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินกับ ปปช.ต้องดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย เพราะประเทศชาติเสียประโยชน์ ตัวเลข 4,221 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ตกลงกันได้ยังไง ทั้งๆ ที่แต่เดิมราคาอยู่ที่ 3,800 ล้านบาท ในปี 58 ค่าเงินในขณะนั้นอยู่ที่ 35 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ แต่ปัจจุบันค่าของเงินลดเหลือ 32 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์เอกชนได้ประโยชน์จากค่าของเงินที่แตกต่างกันมากถึง 746 ล้านบาทบวก กับ 421 ล้านบาท รวมกันแล้วยังไม่ต้องทำอะไรเอกชนก็จะได้กำไรไป 1,200 ล้านบาทคำถามคือทำไมนายณัฐชาติ ประธานบอร์ด ขสมก.กับนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ถึงมีความกล้าหาญขนาดนี้

“ผมอยู่เฉยไม่ได้ครับ ทำไมท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงปล่อยปละละเลยปล่อยให้กรณีอย่างนี้เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างนี้แล้วจะมาขูดเลือดขูดเนื้อจากพี่น้องประชาชนขึ้นค่ารถเมล์อีก 2 บาท ผมอดีต ส.ส. หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ผมยอมไม่ได้ มันเจ็บปวดหัวใจครับ”

นายวัชระ กล่าวต่อไปว่า เมื่อ พลเอกประยุทธ์ ประกาศนโยบายปราบโกง ขจัดคอร์รัปชัน อย่างเด็ดขาด และตามรัฐธรรมนูญท่านให้พี่น้องประชาชนเป็นหูเป็นตาในการปราบปรามทุจริตให้กับรัฐบาล ผมถึงได้ไปยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการให้กับท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่คนที่รับผิดชอบตรงๆก็คือ นายณัฐชาติ กับ นายไพรินทร์ สำหรับข้าราชการหรือบอร์ด ขสมก. รัฐธรรมนูญของอาจารย์มีชัย เปิดโอกาสช่วยให้ท่านพ้นผิดได้ โดยการทำหนังสือโต้แย้งไปยัง ปปช.หรือ สตง.ว่าไม่เห็นด้วยประการใดและประเทศชาติเสียประโยชน์อย่างไร ท่านก็จะพ้นผิดทำหนังสือส่งไปเล่าเรื่องเลย ว่า ข้าพเจ้านายนี้ตำแหน่งนี้ เนื่องจากว่าโครงการนี้ส่อพิรุธว่าราคากลางสูงขึ้นกว่าราคากลางถึง 400 ล้านบาท ข้าพเจ้าเห็นราคาประมูลปี 58 อยู่เพียงแค่ 3,800 ล้านบาท เป็นที่น่าสงสัยน่าจะส่อไปในทางทุจริต ข้าพเจ้านายนี้ตำแหน่งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการที่ตกลงราคากัน 4,221 ล้านบาท ข้าราชการ หรือบอร์ดท่านนั้นก็จะพ้นผิด

สำหรับที่ประชุมบอร์ด ขสมก. เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากที่มีบอร์ด 3 ท่าน คือ รอง ศ.คณิต วัฒนวิเชียร พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ และ นายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ เสนอให้มีการบันทึกรายงานการประชุม 2 ข้อ คือ “1.การประชุมบอร์ด ขสมก.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา มติคณะกรรมการ ขสมก. เป็นเพียงแค่เห็นชอบในหลักการแต่ไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องมาดูคำชี้แจงเพิ่มเติมในวันที่ 20 ธ.ค. 2560 อีกครั้งหนึ่งก่อน และ 2. ประเด็นจำนวนบอร์ดที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงและมีการให้สัมภาษณ์สื่อว่ามีบอร์ดเข้าประชุม 10 คน มีมติเห็นชอบ 6 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 ซึ่งไม่เป็นความจริงนั้นให้นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. ไปชี้แจงเอาเอง”

การลงบันทึกในรายงานการประชุมทั้ง 2 ข้อนี้หมายความว่า กรณีที่ นายณัฐชาติ ไปอ้างว่าบอร์ดมีมติเห็นชอบและมีมติอนุมัติให้จัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี.เป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและเป็นโมฆะนอกจากนี้ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ บอร์ดอีกหนึ่งท่านไม่เข้าประชุมด้วยแต่กลับส่งหนังสือคัดค้านการลงนามสัญญาไปยังนายณัฐชาติ ประธานบอร์ด แต่นายณัฐชาติกลับปิดปากเงียบไม่แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ และเป็นที่น่าสังเกตุว่านางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลางบอร์ดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการลงนามสัญญาจัดซื้อครั้งนี้ไม่เข้าร่วมประชุมถึง 2 ครั้ง ทั้งในวันที่ 20 ธ.ค. 2560 และวันที่ 25 ม.ค. 2561 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า อธิบดีกรมบัญชีกลางไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับการรับรองรายงานการประชุมที่เป็นเท็จและนำไปสู่การลงนามสัญญาจัดซื้อกับเอกชน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในที่ประชุมมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นมีการนำบันทึกการประชุมของวันที่ 18 ธ.ค. หน้าที่ 24 ซึ่งงสรุปชัดเจนว่า “คณะกรรมการมีมติเห็นชอบตามเสนอ แต่ยกเว้นอนุมัติให้ใช้มติวันนี้ดำเนินการตามให้เอามติที่พร้อมข้อสังเกตออกมาว่าสรุปอย่างไร และก็วันที่ 20 เราก็บันทึกอีกทีหนึ่งขอดูตรงนั้นอีกที บอร์ดจะได้ดูและมีความเห็นแก้ไขใบรับรองกันในวันที่ 20 เพราะว่า 2 วันคงไม่มีผลอะไร ประเด็นที่บอร์ดสรุปเลยว่า TOR ประเด็นอะไร ตอบคำถามอย่างไรให้ครอบคลุม และก็มาดูกันวันที่ 20 น่าจะดีและมีความมั่นใจด้วยว่าแกะเทปเอาที่บันทึกวันนี้และสรุปเป็นประเด็นต้องยอมรับว่า บอร์ดทุกคนก็ต้องไปรับหน้าทางสังคมกับสาธารณชนข้างนอก”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ยังนำบันทึกการประชุมในวันที่ 20 ธ.ค. 2560 มาตรวจสอบอีกครั้งและชี้ชัดว่า ในวันประชุมดังกล่าวมีบอร์ดเข้าประชุมเพียง 6 ท่าน และที่สำคัญผลสรุปการลงคะแนนมีบอร์ด 4 ท่านไม่เห็นด้วย และมีเพียง 2 ท่านที่เห็นด้วย คือ นายณัฐชาติ จารุจินดา และ นายสมศักดิ์ ห่มม่วง เท่านั้น ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มติของบอร์ด ขสมก. ไม่เห็นด้วยให้มีการลงนาม ดังนั้น เมื่อนายณัฐชาติ ออกมายืนยันว่า บอร์ดมีมติเห็นชอบจึงถือว่าเป็นความเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงจึงเป็นที่แน่นอนว่า การกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับสัญญาการจัดซื้อรถโดยสาร NGV.489 คัน มูลค่า 4,221 ล้านบาท เกิดปัญหาอย่างแน่นอน กรณีดังกล่าวเคยมีฎีกาที่ 7277/2549 ความว่า สัญญาที่เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีผลผูกพัน หมายความว่า หากเอกชนยังคงเดินหน้าส่งมอบรถให้ ขสมก. ก็ย่อมได้ แต่ทว่าจะมีผู้บริหาร ขสมก. คนใดกล้าหาญเบิกจ่ายเงินให้หรือไม่?


กำลังโหลดความคิดเห็น...