xs
xsm
sm
md
lg

ดีเดย์ 17 ธ.ค. ตร. เริ่มใช้ “ใบสั่งติดบาร์โค้ด” จ่ายค่าปรับผ่าน ATM กรุงไทยได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


MGR Online - สตช. พร้อมใช้ “ใบสั่งติดบาร์โค้ด” 17 ธันวาคมนี้ หลังประกาศราชกิจจาฯ ตั้งแต่สิงหาคม เริ่มภาค 1, 2 และ 7 ก่อนพร้อมใช้ทั่วประเทศต้นปี 61 เผย PTM หรือ ระบบบริหารจัดการใบสั่งที่พัฒนาโดย ธ.กรุงไทย อำนวยความสะดวกให้ชำระค่าปรับผ่านตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ได้




วานนี้ (7 ธ.ค.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธ์ รักษาราชการแทนที่ปรึกษา สบ 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในการสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนนครั้งที่ 13 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนาว่า ในวันที่ 17 ธ.ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเริ่มใช้ใบสั่งแบบใหม่ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยใบสั่งแบบใหม่จะมีแถบบาร์โค้ด เพื่อให้ผู้ที่กระทำผิดสามารถชำระค่าปรับผ่านตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มแจกจ่ายให้กับสถานีตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 นำไปใช้บางส่วนแล้ว และคาดว่า ต้นปี 2561 จะเริ่มใช้เหมือนกันหมดทั่วประเทศ

ส่วนความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้กำชับให้สถานีตำรวจทุกแห่งบันทึกใบสั่งลงในระบบบริหารจัดการใบสั่ง และรับชำระเงิน หรือ พีทีเอ็ม (Police Ticket Management : PTM) เพื่อเป็นการเตรียมข้อมูลสำหรับการรับชำระค่าปรับผ่านทางธนาคาร โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกคน สามารถใช้ระบบพีทีเอ็มได้ อีกทั้งได้กำชับให้แต่ละโรงพักมีการบันทึกใบสั่งที่ออกไปแล้วลงในระบบทุกวัน โดยคาดหวังว่า ปัญหาประชาชนไม่ชำระค่าปรับจะลดน้อยลงกว่าที่ผ่านมา

“ระบบจะออกใบสั่งโดยใช้การตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวี รวมถึงใบสั่ง ที่เขียนด้วยมือจะมีบาร์โค้ด สามารถควบคุมใบสั่งทั่วประเทศ ตรวจสอบได้ว่าดำเนินการชำระค่าปรับหรือไม่ วันนี้จับกุมได้ทั่วประเทศไปกี่ราย ในรอบวันที่ผ่านมา เราจะได้หาทางแก้ไขปรับปรุงเพื่อเป็นประโยชน์ในงานบริหาร นอกจากนำค่าปรับไปชำระที่ธนาคารได้ในวันถัดมา ระบบบาร์โค้ดจะลงระบบในวันต่อวัน ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวได้มีการดำเนินการบังคับใช้แล้ว โดยจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมนี้ แล้วยกเลิกใบสั่งรูปแบบเก่าที่ไม่มี บาร์โค้ดเพื่อไม่ให้มีการนำใบสั่งแปลกปลอมมาใช้ต่อไป” พล.ต.ท.วิทยา กล่าว

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้พัฒนาระบบเพื่อบันทึกสถิติจราจรรถชน รถตู้ รถบัส มีจุดอันตรายต่างๆ มากมาย เพราะในปีหนึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 หมื่นคนต่อปี วันละ 35 คน เสียชีวิตจากสถิติในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ บางครั้งกฎหมายควบคุมไปถึงการวัดความง่วงได้ และความง่วงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้พอๆ กับความเมา ต่อไปคาดว่าจะต้องมีแอปพลิเคชันควบคุม โดยกรมการขนส่งทางบกได้จัดการติดตั้งจีพีเอสไว้เพื่อควบคุมอันตราย รวมทั้งต้องให้ความสำคัญเพื่อลดอุบัติเหตุลงให้ได้มากที่สุด ลดความเร็ว เมา สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัด เป็นต้น

ด้าน นายนพพร นุชนิยม ผู้บริหารฝ่ายบริการจัดการทางการเงิน 1 ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ระบบพีทีเอ็มนั้น เป็นระบบการรับชำระค่าปรับผ่านทางธนาคาร รวมทั้งยังเป็นระบบจัดการใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการออกใบสั่งด้วยกล้องตรวจจับ ระบบการส่งหนังสือเตือน สำหรับผู้ที่ไม่มาชำระค่าปรับตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยที่ผ่านมาสถิติการออกใบสั่งมีประมาณ 7 ล้านใบต่อปี แบ่งเป็นใบสั่งเล่มจำนวน 5 ล้านใบต่อปี และใบสั่งที่ออกด้วยกล้อง 2 ล้านใบต่อปี การใช้ระบบพีทีเอ็ม จะช่วยแก้ไขปัญหาใบสั่งค้างจ่ายได้ นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันพีทีเอ็ม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบนมือถือ เชื่อมกับเครื่องพิมพ์เพื่อออกให้ผู้กระทำความผิดได้ทันทีอีกด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...